ตอนที่ 54 เมดและพิธีเปิดงานกีฬาสี
“อาจารย์คิมครับผมทำตามที่คุณบอกแล้วผมส่งเด็กคนนั้นลงแข่งแทนรุ่นพี่ ผมหวังว่ามันจะเป็นอย่างที่คุณพูดนะครับ”
ชายร่างสูงกล้ามโตพูดด้วยสูงที่ดังชัดเจนเขาคือชายที่มีกล้ามเนื้อที่งดงามอยู่ตลอดเวลา
แม้แต่อาจารย์คิมก็ยังงงว่าเขาจะแบ่งกล้ามโชว์ทำไมในตอนนี้
“แน่นอน!...รับรองได้เลยว่านายจะได้เห็นในสิ่งที่น่าเหลือเชื่อแน่”
อาจารย์คิมตอบด้วยเสียงที่เรียบนิ่ง ในตอนนี้เขากลายเป็นคนที่ดูสุขุมแตกต่างจากตอนปกติทั่วไป
.
.
.
----วันแรกของงานกีฬาสีเริ่มขึ้น บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยความครื้นเครงแทบไม่ต่างจากงานเทศกาล
บรรดาผู้ปกครองและญาติพี่น้องของนักเรียนสามารถเข้ามาชมการแข่งขันได้
ทำให้สนามกีฬากลางขนาดใหญ่บนเกาะเกอแรนด้าที่เป็นสถานที่เปิดพิธีงานแข่งขันกีฬาสีมีผู้คนเต็มไปทั่วอัศจรรย์อย่างคับแน่น
เหล่านักเรียนแต่ละคลาสต่างเดินออกมาเข้าแถวในสนามด้วยความภาคภูมิใจโบกมือทักทายผู้คนบนอัศจรรย์ที่นั่งด้วยรอยยิ้ม...
คาร์ลนั้นดูตื่นเต้นกว่าปกติหลายเท่าจนไรจิที่มองอยู่ต้องถึงกับทัก
“คาร์ลนายจะร้อนรนไปทำไม...ทำจิตใจให้มันสงบลงหน่อยนายเป็นคนถือธงนะ”
“รู้แล้วน่า! แต่มันโคตรตื่นเต้นเลย”
คนถือธงคือคนนี้มีความโดดที่สุดในคลาสและได้รับการคัดเลือกโดยตรงจากอาจารย์ในคลาส
และผู้ที่ได้รับหน้าที่ให้ถือธงสีน้ำตาลก็คือคาร์ล...
ในทางกลับกันเมื่อหันกลับมามองที่กอนก็เต็มไปด้วยสภาพที่ห่อเหี่ยวบรรยากาศที่อบอ้าวแบบนี้เขาไม่ชอบเอาเสียเลย
“ชั้นไม่ชอบอะไรที่มันเป็นพิธีแบบนี้เลย”
กอนพูดอย่างห่อเหี่ยว
.
.
“ฮ่าฮาๆๆๆ...ใช่ๆพวกแกจะตื่นเต้นไปทำไมในเมื่อพวกแกมันก็แค่ตัวแจกแต้มฟรี”
เสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากคลาสที่ถือธงสีน้ำเงินด้านข้าง
พวกเขาเหล่านั้นหัวเราะออกมาอย่างสุดเสียงพร้อมกับสายตาที่แสดงความดูถูกเหยียดหยามแบบไม่ปิดบัง
คาร์ลกำธงแน่นมองไปที่พวกเขาเหล่านั้นอย่างไม่พอใจ...แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
และนักเรียนในคลาสบราวน์ทอรัสคนอื่นๆก็ทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับ
“พวกขยะนี่ทำเป็นตื่นเต้นไปได้ทั้งที่เป็นได้แค่ตัวแจกแต้มโคตรขำเลยว่ะใช่ไหมฟอย”
นักเรียนคลาสบลูคราเคนคนนั้นหันไปถามผู้ที่รับหน้าที่ถือธงสีน้ำเงินในตอนนี้ซึ่งเขาเป็นหน้าใหม่อัจฉริยะประจำคลาสบูคราเคนผู้ใช้ศรแห่งอพอลโล่สกิลที่สืบทอดผ่านทางสายเลือดของตระกูลชั้นสูงจากอังกฤษ เขาคือเด็กหนุ่มชื่อฟอยที่มาหาเรื่องกอนในตอนนั้นนั่นเอง
แต่ทว่าท่าทางของฟอยในตอนนี้ดูกระอักกระอ่วนเป็นอย่างมากเขาไม่ได้พูดตอบหรือหัวเราะออกมา
เขาก้มหน้ากำธงสีน้ำเงินด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย...ดูแตกต่างจากฟอยในแบบทุกทีจนเหล่าเพื่อนร่วมห้องของเขายังแปลกใจ
...ภายในใจของฟอยตอนนี้เขารู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมากยิ่งสายตาของเด็กหนุ่มคลาสบราวน์ทอรัสคนนั้นจ้องมาที่เขามากเท่าไหร่มันยิ่งทำให้ภายในจิตใจของเขาหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม
เรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้นหลังจากที่ตัวเขาแส่หาเรื่องเอง
.
.
---เรื่องราวก่อนที่งานกีฬาสีจะเริ่มต้นขึ้นเพียงไม่กี่วัน
ในวันนั้นกอนเดินทางกลับห้องพักในแบบปกติเพียงแต่วันนี้เขากลับดึกไปหน่อย เพราะอาจารย์อเล็กซ์ให้เขาอยู่เป็นคู่ซ้อมให้กับคาร์ล...
“นายท่านค่ะ.....”
เสียงของซีโร่ดังออกมาอย่างบางเบาเธอบอกว่ามีชายสองคนกำลังแอบเดินตามเขามาอยู่
เมื่อกอนรู้เขายังคงทำตัวปกติแสร้งทำเป็นไม่รู้ตัวและแน่นอนว่าเขาไม่ได้เดินกลับไปทางห้องพักของตัวเขาเลือกที่จะเดินฉีกไปอีกเส้นทาง
กอนเดินมาจนถึงสถานที่แห่งหนึ่งเป็นพื้นที่กำลังก่อสร้างส่วนชายสองคนนั้นยังคงแอบเดินตามเขามาแบบติดๆ
และเมื่อเห็นว่าชายสองคนนั้นตามมาถึงที่นี่กอนก็ไม่ได้เดินหนีอีกต่อไป...
สถานที่ที่กำลังก่อสร้างแห่งนี้ในยามค่ำคืนมันค่อนข้างมืดและไร้ซึ่งผู้คน
...กอนนั่งพักอยู่ที่แท่งเหล็กสีแดง ใบหน้าของเขาหันไปมองยังทิศทางที่พวกมันอยู่ด้วยความเบื่อหน่าย
รอว่าเมื่อไหร่พวกมันจะเผยตัวออกมา
.
.
“ว้าวๆ คนแบบแกไม่น่าจะรู้ตัวว่าชั้นแอบตามมา...คงเป็นเพราะเมดคนนั้นสินะ”
เสียงที่หยามเหยียดดังขึ้นพร้อมกับชายที่หน้าตาคุ้นเคยพร้อมกับคนติดตามของเขา
“แกอีกแล้วเหรอ...ต้องการอะไร”
เวลาที่ควรจะได้พักผ่อนหลังจากที่ฝึกมาอย่างหนักแต่กลับต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ทำให้กอนรู้สึกเบื่อหน่ายมาก
“นี่แกลืมไปแล้วแต่ถึงแกจะทำเป็นลืมอย่าคิดว่าแกจะรอด ชั้นรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับแล้ว...แกมันก็แค่ขยะแห่งตระกูลนานาเคะที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูล”
ฟอยยิ้มออดมา...
“นั้นคือทั้งหมดที่แกรู้เกี่ยวกับชั้นเหรอน่าสมเพชจริงๆเลยนะกลัวถึงกับต้องไปสืบเรื่องราวในอดีตของชั้น”
กอนยิ้มออกมาเช่นกัน
“แก!!!!!!!”
ฟอยแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาทันทีแต่ก็เป็นอย่างที่มันว่าไว้จริง และอีกเรื่องที่ฟอยรู้เกี่ยวกับมัน คือผู้ติดตามของมัน...สาวที่สวมหน้ากากสีขาวและชุดเมดอยู่ตลอดเวลาเป็นคนที่แข็งแกร่งพอตัวอาจจะแข็งแกร่งพอๆกับโคบี้เลยก็เป็นได้
...และเพื่อความไม่ประมาท ในตอนนี้เขาได้ของเล่นชิ้นใหม่มาให้ได้ลองเล่นแล้ว
ก่อนที่ฟอยจะพยายามเก็บสีหน้าที่เดือดดาลไว้เปลี่ยนเป็นยิ้มอย่างหยามเหยียดเช่นตอนแรก
“อะแฮ่ม! ชั้นรู้มาว่าแกจะได้ไปแข่งประลองเดี่ยวกับรุ่นพี่ส่วนชั้นก็จะได้แข่งประลองเดี่ยวกับรุ่นเดียวกัน...”
“แล้วมันยังไง!”
กอนรู้สึกว่าชายคนนี้จะเล่นงานเขาทำไมถึงไม่รีบมัวพูดอ้อมค้อมอะไรอยู่ก็ไม่รู้
“ความจริงแล้วชั้นอยากจะสู้กับแกตัวต่อตัวมากๆเลยนะ...แต่แกดันไปแข่งกับรุ่นพี่เนี่ยสิ”
ฟอยนั้นต้องการที่จะประลองตัวต่อตัวกับชายที่อวดดีคลาสบราวน์ทอรัสตรงหน้าให้เละต่อหน้าผู้ชม...
แต่ไอเจ้าคลาสบราวน์ทอรัสที่แสนอวดดีตรงหน้าดันได้ไปแข่งกับพวกรุ่นพี่สะงั้นเขาเลยพลาดโอกาศที่จะอัดมันเละต่อหน้าฝูงชนอย่างชอบธรรมไป
...หากไม่สามารถประลองตัวต่อตัวบนเวทีได้ก็ประลองมันตอนนี้เสียเลย
ว่าแล้วฟอยก็ยกของเล่นใหม่ของเขาออกมามันคือตะเกียงสีดำที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์
และเมื่อกอนเห็นตะเกียงนั่นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างทันที
“นั่นมัน‘ตะเกียงแห่งการประลอง’นิแกไปเอามาจากไหน”
กอนพูดด้วยอาการที่ตกใจเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าจะเห็นมันในที่แบบนี้
“แปลกใจจริงๆคนแบบแกรู้จักตะเกียงแห่งการประลองด้วยเหรอเนี่ย”
[ ตะเกียงแห่งการประลอง เป็นตะเกียงที่จะรับคำท้าและข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายมันจะพาทั้งสองฝ่ายไปยังมิติเฉพาะที่ยากต่อการติดตามไปเป็นลานประลองที่ผู้ไม่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าไปได้ และการที่จะออกมาจากมิติของตะเกียงแห่งการประลองได้นั้นมีอยู่สองวิธีวิธีแรกคือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะตรงตามข้อตกลงที่ให้กันไว้และวิธีที่สองคือการฆ่าอีกฝ่ายให้ตายจนหมด ]
แน่นอนว่าตะเกียงแห่งการประลองนั้นไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายในโลกมนุษย์
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic