"แล้วใครกันเรียกให้จ้ามาดูละครข้าบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าข้าไม่เคยคิดจะยุ่งเกี่ยวกับเื่ราวในบ้านของเ้าสิบสี่จ้าไม่เคยคิดจะบงการเขา"
"ยามห้ายขนคนมามากมายที่ตำหนักเซ่อเซ่อเพื่อสิ่งนี้อย่างนั้นหรือ"ไทเฮาหน้าชา
"ข้าสั่งโบยเ้าดีหรือไม่ขันทีปู่ป้ายขอหาทำให้ทั้งฮ่องเต้ฮองเฮาและไทเฮาปั่นป่วนไปเสียทั้งหมด"ไทเฮาหันไปกล่าวโทษขันทีข้างกายที่ทรุดกายลงกับพื้นคุกเข่าจนน่าสงสาร
มีมี่ถอนหายใจ เทียนหลันเซ่อจับมือมีมี่ไว้ยิ้มบางๆ
"ไม่มีอะไรแล้ว แยกย้ายกันจึงดีทั้งตำหนักปั่นป่วนไปหมดแล้วฮ่องเต้ตัดบท"ต่างคนต่างแยกย้าย
ห้องบรรทม
"เ้าตั้งใจทำสิ่งใดกันแน่"
"องค์ชายเห็นสิ่งใดหรือไม่"
"เื่ราวในวันนี้ทำให้เข้าเห็นว่าเสด็จย่าจงใจทำบางอย่าง"
"แล้วองค์ชายคิดว่าควรทำเช่นไร”อ้อมแขนอบอุ่นรวบร่างบางกอดไว้แน่น
“คิดว่าข้าจะต้องปกป้องมีมี่และจะต้องรักนางให้มากกว่าใครเพราะมีมีคือคนเดียวที่ทำให้ข้าเห้นว่าใครจริงใจและใครพร้อมจะอยู่ข้างข้า แต่เดิมข้าเพียงแต่คิดว่าเพราะตัวเองเป็ตัวแทนของอดีตฮ่องเต้ จึงมีผู้คนคาดหวังแต่ข้าไม่เคยแยแสสิ่งใดยังคงทำตัวตามใจตัวเองตอนนี้จึงเข้าใจว่า ผู้คนที่คาดหวังล้วน้าใช้ข้าเป็เครื่องมือ”
“องค์ชายจึงต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่าข้าแน่”
“ข้าแน่”มีมี่พยักหน้ายิ้มกว้าง เทียนหลันเซ่อก้มลงปิดปากที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเสีย
“คงต้องมอบรางวัลให้ชายาที่แสนดีของข้า ยันสว่างเลยจะดีหรือไม่”มีมี่ค้อน
“มีมี่ก็คง ฟ้าเหลืองคิดหาทางวางแผนขั้นต่อไปไม่ออกแน่ๆ ”
“อืมมม ชายาข้าหลายวันมานี้ทำไมช่างแผนการเยอะเสียจริง”
“ก็อยู่กับสามีที่ไม่ แยแสสิ่งใด มีมี่ก็ต้องปรับตัว”
“ต่อไปข้าคงจะต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อเ้ามีมี่ ข้าต่อไปจะไม่ยอมให้ใครเป็เครื่องมืออีกแล้วพรุ่งนี้เข้าเฝ้าเสด็จพ่อ ให้เสด็จพ่อเรียกใต้เท้าเจียงบิดาของเ้ากลับมายังวังหลวงเพื่อคืนความเป็ธรรม”
“องค์ชายหากเป็เช่นนั้นฝ่าาจะทรงไม่พอใจในสิ่งที่องค์ชายทำคิดว่า้าสร้างบารมีโดยอาศัย บิดาของข้าทางที่ดีบิดาของมีมี่ ควรรั้งอยู่ที่นั่นเพื่อให้กาลเวลาคอยพิสูจน์ ความภักดี”
“อืมมีมี่ของข้าเช่นไรรจึงรอบคอบเช่นนี้ ้เห็นที่ต้องยกให้เป็กุนซือข้างกาย”
“แล้วไม่ให้เป็เมียแล้วหรือ”
“ อันนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เป็คืนนี้ข้าตกรางวัลให้เ้าอย่างงาม”
“จุ๊จุ๊ อย่าวู่วามไปคาดว่าเราจะอยู่กันอีกนาน”ไฟในห้องมอดลงอย่างช้าๆ เทียนหลันเซ่ออุ้มมีมี่ขึ้นไปบนแท่นนอน ทิ้งตัวลงทาบทับก่อนจะกดปิดริมฝีปากไว้เสียสนิทคิดว่าคืนนี้คงไม่ต้องได้หลับได้นอนกันไปเลย
เจียงมีมี่ในอาภรณ์ ของชายาเอก ลืมตาตื่นบนแท่นหินในถ้า ชื่้นและมืด หันหน้าหันหลังมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรในเมื่อจำได้ติดตาว่าเดินหนีออกมาจาก ตำหนักเซ่อๆ เพราะสุดจะทนกับกลิ่นสุราที่เหม็นจนแทบอาเจียนไหนจะผมเผ้ารุงรังที่ เหม็นจนแทบจะกลั้นหายใจไหนจะไอ้เด็กตัวแสบที่เอาตุ๊กแกมาวางไว้บนแท่นนอนเจียงมีมี่มีหรือจะทน คิดถึงใบหน้าหล่อเหลาของ หยินเซ่อกับอ้อมกอดอบอุ่น หากไม่มีไทเฮาเื่อะไร เจียงมีมี่จะยอม ทนทรมานกับคนไม่ได้เื่อย่างนั้น แต่ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนกัน ร่างของใครบางคน นั่งขัดสมาธิเหมือนกับนักพรตบนแท่นหินอีกฝั่งเจียงมีมี่ลุกขึ้นมอง ร่างชราผมขาวโพลนแต่ ลักษณะท่าทางแสนจะคุ้นเคยคนผู้นี้เป็ใครกันแล้วทำไมมีมี่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้หรือว่าถูกนักพรตผู้นี้จับตัวมาทำพิธีบางอย่าง
“ท่านผู้นี้ ท่านเป็ใครกัน”
“เจียมีมี่ ข้าไม่จำเป็ต้องตอบคำถามเ้า”
“ท่านเป็ใคร”รอยยิ้มหยัน
“ไทเฮาส่งเ้ามา เพื่อช่วยประคับประคองเทียนหลันเซ่อ แต่เ้ากลับทำเื่ผิดศีลธรรมกับหยินเซ่อ ข้าจึงต้องยื่นมือเข้าช่วย เทียนหลันเซ่อลูกชายคนเดียวของข้า”เจียงมีมี่อ้าปากค้างคิดไม่ถึงว่า คนผู้นี้จะยังมีชีวิตอยู่
“เซินหลันเซ่อ”
“เ้าต้องเรียกข้าว่า อดีตฮ่องเต้ไม่สิต้องเรียกว่าฝ่าาที่ถูกคนชั่วชิงบัลลังก์ไป”
ขออภัยพรุ่งนี้ไรท์มาอัพต่อค่ะคืนนี้ พายุฤดูร้อนเข้าต้องปิดเน็ตค่ะฟ้าแรงมาก