• ถ้าหากอ่านแล้วเกิดข้อสงสัยมันพึ่งจะปูเื่นะครับ จะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด 25 ตอนขึ้น
• 5 % ของเนื้อหา่แรก
• อ่านเรื่อยๆจะเข้าใจ คำว่า การค้า ในเื่นี้ , นิสัย หรือเหตุการณ์ต้องไปตามลำดับขั้น
แอม…. เสียงกระแอมคอ
แอม…. ข้าขอขัดจังหวะเสียหน่อย ถ้ากล่าวเล่าเื่ราวทั้งหมดผ่านสายตาเยี่ยเปาผู้เดียวก็กระไรอยู่ มันจะดูไม่เป็ธรรมแก่คุณหนูไป๋เอาได้ ข้าซึ่งเป็เทพดวงชะตาผู้ลิขิตขอนำเสนอเื่ราวในมุมมองพระเ้าร่วมกับเยี่ยเปา ณ บัดนี้
เมื่อเข้าสารธฤดูใบไม้ร่วงหล่นเต็มสวน มีสตรีร่างบางเกล้าผมเป็มวยก้นหอย นั่งอยู่บนตั่งไม้ ดวงหน้างามได้รูปไร้การแต่งเต็มสีสันใดใดบนนั้น
ยามนี้นางกำลังก้มหน้าปักผ้าในมือ ท่าทางสบายๆ
“คุณหนูใหญ่ครานี้ท่านปักผ้าเช็ดหน้าลายอันใด ให้คุณชายเยี่ยหรือเ้าคะ” สาวใช้ตัวน้อยด้านข้างนามว่าเสี่ยวเมิ่งเอ่ยปากถามด้วยความอยากรู้
นางมองคุณหนูของนางนั่งปักผ้ามาได้ครึ่งชั่วยามแล้ว
“เป็ดน้ำเคียงคู่” ไป๋มี่อิงกล่าวตอบ ตัดด้ายในมือไปด้วย
“คราที่แล้วคุณชายเยี่ยก็ไม่รับของที่คุณหนูทำ เป็เช่นนี้แล้วท่านยังจะ…..” เสี่ยวเมิ่งกล่าวขึ้นเสียงแ่เบา ชำเลืองมองไป๋มี่อิงด้วยสายตาละห้อย
ตัวเสี่ยวเมิ่งเองก็ไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดคุณหนูของนางถึงปักใจรักคุณชายเยี่ยเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ดูแล้วคุณชายเยี่ยเองก็ไม่ได้มีใจใคร่รักคุณหนู หรือรับน้ำใจจากคุณหนูของนางเลยสักนิดเดียว
“จะรับไม่รับช่างเสียปะไร ข้าอยากมอบให้เขาเสียอย่าง” ไป๋มี่อิงกล่าวตอบ พร้อมรอยยิ้มงามที่ผุดขึ้นมา ก้มหน้าก้มตาปักต่อไปอีกพักใหญ่ ถึงจะเงยหน้าขึ้นมาสั่งสาวใช้ตัวน้อยด้านข้างต่อ
“เสี่ยวเมิ่งไปเอาผ้ามาเพิ่มที ข้าจะปักถุงหอมให้คุณชายเยี่ยด้วย” พลันกล่าวจบนางก็ก้มหน้าลงมองผ้าเช็ดหน้าในมือที่ปักเสร็จด้วยความปลื้มใจ
“เ้าค่ะ” เสี่ยวเมิ่งมองคุณหนูของตนเองด้วยแววตาเห็นใจอยู่ครู่เดียวเท่านั้น จึงจะหมุนกายเดินกลับเข้าไปในเรือน
และในขณะเดียวกันหน้าสวนด้านข้างเรือนหลิ่ง มีสตรีตัวเล็กปากนิดจมูกหน่อย ย่างกายเข้ามาในสวนด้วยท่าทางการก้าวเดินช้าๆ ในท่วงท่าสง่างามตามแบบฉบับคุณหนูที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี
“เจี่ยเจียท่านทำอะไรอยู่หรือเ้าคะ….วันพรุ่งมีงานเลี้ยงเลื่อนยศที่จวนท่านเสนาบดีกรมพระคลัง ท่านพ่อให้ข้ามาแจ้งข่าวกับท่าน” ไป๋ซิงหนี่ว์กล่าวเสียงหวานละมุน
นางมาหาพี่สาวต่างมารดาเพื่อมาแจ้งข่าวที่บิดาฝากฝังมาให้มาบอกไป๋มี่อิง
“ดีจริง! ข้าพึ่งปักผ้าเช็ดหน้าเสร็จวันพรุ่งจะได้ไปมอบให้คุณชายเยี่ยเสียเลย” ไป๋มี่อิงกล่าวขึ้นด้วยความดีใจ นางครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ว่าจะหาโอกาสไหนมอบให้เขาดี
“เจี่ยเจีย[1]ให้ข้าช่วยท่านแต่งกายไปงานเลี้ยงวันพรุ่งดีหรือไม่” ไป๋ชิงหนี่ว์ยกมุมปากขึ้นยิ้ม ก่อนจะกล่าวถามพี่สาวที่นั่งก้มหน้าพลิกผ้าในมือไปมา
“เหม่ยเหม่ย[2]เ้าช่างเป็เด็กดีจริงๆ วันพรุ่งข้าขอรบกวนเ้าแล้ว” ไป๋มี่อิงหันไปกล่าวกับน้องสาวด้วยน้ำเสียง และแววตาดีใจ
เวลาที่ไป๋มี่อิงไปงานเลี้ยง จะมีไป๋ซิงหนี่ว์ช่วยนางแต่งกายให้เป็ประจำ เพราะในยามปกติที่อยู่เรือนนางมักแต่งกายด้วยอาภรณ์บุรุษ หรือไม่ก็สวมใส่อาภรณ์มีสีเรียบง่ายธรรมดา อีกทั้งส่วนมากจะเป็สีดำเสียส่วนใหญ่
นางไม่ใคร่สนใจการแต่งกายของอิสตรีเท่าไรนัก เพราะเนื่องจากั้แ่อายุครบหกปีต้องติดตามบิดาออกเดินทางไปทำการค้าอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นการแต่งกายจึงต้องสะดวก และเคลื่อนกายได้อย่างคล่องแคล่ว ทะมัดทะแมงอยู่ตลอดเวลา
ในเช้าวันรุ่งขึ้น เป็ยามเซินภายในเรือนหลิ่งมีไป๋ซิงหนี่ว์กำลังยุ่งจนไม้มือพัลวัน กับการทำผมให้กับไป๋มี่อิง
ทรงผมที่นางทำนั้น ได้รังสรรค์ออกมาอย่างตั้งใจ จะตั้งใจด้วยความยินดี หรือยินร้ายก็ต้องมาดูกันอีกทีว่าผลลัพธ์นั้นจะออกมาเช่นไร
“คุณหนูรองเ้าคะ เกล้าผมสูงเด่นเช่นนี้จะเหมาะกับคุณหนูใหญ่หรือเ้าค่ะ” เสี่ยวเมิ่งกล่าวถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ทรงผมสูงจนน่าใ มองดีๆ เหมือนกับแจกันทรงสูงก็มิปาน
ทุกคราที่คุณหนูรองมาแต่งกายให้คุณหนูใหญ่ มักจะแต่งกายให้แลดูตลกขบขันอยู่เป็ประจำ เสี่ยวเมิ่งเคยบอกคุณหนูใหญ่ไปแล้วหนหนึ่ง
แต่ทว่าไป๋มี่อิงกลับตอบนางมาว่า ‘เหม่ยเหม่ยอุตส่าห์ทำให้จะให้เสียน้ำใจนางได้ที่ใดกัน’
แล้วเช่นนี้จะให้นางทำเช่นไรได้ ในเมื่อคุณหนูใหญ่เห็นดีเห็นงามด้วยขนาดนี้ นางเองก็หมดปัญญาจะกล่าวตักเตือนไม่รู้ว่าครานี้คุณหนูรองจะแต่งกายให้คุณหนูใหญ่ออกมาเป็เช่นไรอีก
“สูงอันใดกัน สตรีในเมืองหลวงต่างก็ทำผมเช่นนี้กัน” ไป๋ซิงหนี่ว์กระตุกปากขึ้นยิ้ม ก่อนจะกล่าวเสียงใส
“เอาเถิด แล้วแต่เหม่ยเหม่ยเลยหากเ้าว่าดีข้าก็ว่าดี” ไป๋มี่อิงกล่าวขึ้นเสียงเรียบ ดวงตางามมีสีม่วงประกายค่อนไปทางสีดำลึกราวกับก้นบ่อในเวลานี้
[1]คำเรียกพี่สาว
[2] คำเรียกน้องสาว