หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 11

    หลงเฟยที่ได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มหน้าเสีย และคิดหนักขึ้นไปอีก เขาลืมเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องมีไว้สำหรับการเช่าที่ไปเสียสนิท อย่าว่าแต่ 2 เท่าเลย ตอนนี้ แม้แต่ราคาปกติเขาก็ไม่มีจ่ายสักเหรียญ “เจ้าไม่มีเลยสักเหรียญซินะ ถึงได้ทำหน้าอย่างนั้น ฮ่าๆ” พวกลีมูนที่เห็นดังนั้นก็เข้าใจได้ในทันที“ใช่ครับ” หลงเฟยที่ได้ยินก็ยิ้มและเกาหัวแก้เขิน แล้วทั้งหมดก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน“จริงๆ ข้าก็พอช่วยได้อยู่นะ เจ้าเห็นที่ตรงนั้นหรือไม่” ลีมูนพูดพร้อมกับชี้ไปยังที่ดินข้างๆ ป้อมหน้าเมือง ที่ติดกับกำแพง“เห็นครับ” หลงเฟยพยักหน้าตอบรับ“ที่ตรงนั้นเราเปิดให้เช่าเหมือนกัน แต่ไม่มีคนมาเช่าเลย ถ้าเจ้าต้องการ ข้าจะอนุญาตให้เจ้าใช้ฟรีๆ เลยก็ได้ เพียงแต่... เจ้าต้องทำอาหารให้พวกข้ากินวันละ 1 มื้อ เป็นไง?” ลีมูนเสนอ“ตกลงครับ” หลงเฟยตอบโดยไม่ต้องคิด ตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นทันที หลังจากหลงเฟยตกลงรับข้อเสนอ ลีมูนก็เข้าไปคุยกับหัวหน้าป้อมเรื่องการเช่าที่ เขารู้สึกสงสารหลงเฟยเลยอยากจะช่วยน้องคนนี้เท่าที่เขาทำได้ และสิ่งที่เขาต้องจ่ายไป คือ ค่าเช่าที่เดือนละ 25 เหรียญเงิน ที่มันจะถูกหักออกจากเงินเดือนที่เขาจะได้รับ จาก 150 เหรียญเงิน เหลือเพียง 125 เหรียญเงินต่อเดือนเท่านั้น มิเกล การิน และอารีนที่เห็นดังนั้นก็อยากจะช่วยด้วย พวกเขาจึงยอมสละคนละ 5 เหรียญเงินต่อเดือน เพื่อช่วยลีมูนอีกที มันทำให้ตอนนี้ลีมูนต้องออกเพียง 10 เหรียญเงินต่อเดือนเท่านั้น พวกเขาไม่ได้รู้สึกเสียดายเงินเหล่านี้แต่อย่างใด แต่มันกลับรู้สึกดี เพราะพวกเขารู้สึกถูกชะตากับเจ้าเด็กคนนี้เหลือเกินทั้งที่เพิ่งจะเจอกันได้ไม่นาน เมื่อจัดการเรื่องการเช่าที่ให้หลงเฟยเรียบร้อยแล้ว พวกของลีมูนก็ไปรายงานตัวเพื่อออกเวร จากนั้นก็ตรงกลับไปหาหลงเฟยที่พวกเขาน้องชายคนเล็กของกลุ่มให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกำลังรออยู่หน้ากองไฟข้างป้อมที่เดิม จากนั้นพวกเขาทั้งห้าคนก็เริ่มต้นจัดร้านอาหารของหลงเฟย พวกเขานำของทั้งหมดออกมาตั้งตามจุดต่างๆ ตามที่หลงเฟยอยากให้เป็น เมื่อจัดวางทุกอย่างลงตัวเรียบร้อย พวกลีมูนก็ยืดพื้นที่โต๊ะด้านข้างมาเพื่อนั่งพัก ในขณะที่หลงเฟยหันไปนึ่งข้าวเหนียว และกำลังเตรียมที่จะทอดไก่ต่อ เขาคิดว่าในระหว่างรอไก่สุก จะทำการปิ้งหมูปิ้งต่อ “มีอะไรให้พวกข้าช่วยบอกได้เลยนะ พวกข้ายินดี” ลีมูนที่มองหลงเฟยสารวนอยู่กับการทำอาหารตรงหน้า เอ่ยบอกอย่างมีน้ำใจ แม้ว่าที่จริงแล้วทหารอย่างพวกเขาจะไม่ถนัดด้านการทำอาหารนักก็ตาม“ไม่เป็นไรครับ พวกพี่ช่วยจัดยกของมาเยอะแล้ว ที่เหลือนี่เดี๋ยวผมจัดการเอง ตอนนี้พวกพี่นั่งเป็นหน้าม้าให้ผม รอกินอย่างเดียวก็พอครับ”“หน้าพวกเราเหมือนม้าหรอ เจ้าหนูนั่นพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ” ลีมูนฟังที่หลงเฟยบอกก็งงๆ หันไปพึมพำถามเพื่อนๆ ที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ ซึ่งทุกคนก็กำลังทำหน้างง และส่ายหัวกลับมาเป็นการบอกว่าไม่เข้าใจเหมือนกัน หลงเฟยหันกลับมาทำอาหารต่อ เขาเริ่มหยิบไก่ลงไปจุ่มในแป้งที่ผสมมาแล้ว และนำมันลงไปทอดในกะทะที่น้ำมันกำลังเดือด ‘ซาบบบบ’เสียงของไก่ที่กระทบกับน้ำมันดังออกมา ทำให้พวกลีมูนหันมาสนใจอีกครั้ง แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ลุกออกจากโต๊ะ เพียงแต่นั่งหันไปมองหลงเฟยทำอาหารแทนการนั่งเล่นคุยกัน หลงเฟยค่อยๆ นำไก่ลงไปทอดทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเขาเห็นว่ามันเต็มกระทะแล้ว จากที่ดูน่าจะเป็นไก่ราวๆ 4 กิโลได้ นั้นแปลว่าเขาจะต้องทอดออกมาประมานอีก 7-8 ครั้ง ต่อมาหลงเฟยเริ่มจุดถ่านสำหรับเตาปิ้ง โดยการนำถ่านใต้กระทะออกมาเล็กน้อยเพื่อให้มันเป็นต้นเชื้อเพลิง ไม่นานถ่านก่อนอื่นๆ ในเตาปิ้งก็เริ่มร้อน เขาจึงวางหมูลงบนเตาปิ้ง ซึ่งมันวางลงไปได้ถึง 50 ไม้ต่อครั้งเลยทีเดียว หลงเฟยปิ้งหมูสลับกับการทอดไก่ไปด้วย จนไก่ทอดและหมูปิ้งชุดแรกเสร็จออกมาน่ารับประทาน กลิ่นของไก่ทอดและหมูปิ้ง พัดลอยไปไกลจนทำให้คนในพื้นที่เริ่มที่จะหิวขึ้นมา ไม่ต่างอะไรกับพวกของลีมูนที่ตอนนี้เริ่มจะทนไม่ไหวกับกลิ่นหอมของอาหารตรงหน้า พวกเขาพยักหน้าให้กันแล้วก็เดินไปดูเนื้อทอดที่พวกเขาไม่รู้เลยว่ามันเป็นเนื้อตัวอะไร “นี่มันดูน่าอร่อยจริงๆ มันเป็นเนื้อมอนสเตอร์ชนิดไหนกัน ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน” อารีนถามอย่างสงสัย“มันเป็นเนื้อของสัตว์ที่ชื่อว่า ‘ไก่’ ตามภาษาบ้านเกิดของผม”“แล้วพวกนี้เจ้าจะขายเท่าไหร่” การินเป็นคนถามต่อ “ชิ้นใหญ่นั่นผมตั้งราคาไว้ที่ 45 เหรียญทองแดง ส่วนชิ้นกลางสองแบบนี้ผมตั้งไว้ที่ 20 เหรียญทองแดง ส่วนชิ้นเล็กสุดผมตั้งราคาไว้ 10 เหรียญทองแดง แล้วเนื้อย่างที่เสียบไม้ จะขายไม้ละ 5 เหรียญทอดแดง พวกพี่ว่าราคามันพอจะขายได้ไหมครับ” หลงเฟยที่กำลังพักไก่ให้สะเด็ดน้ำมัน และเตรียมจะนำไก่ชุดที่สองลงทอดต่อ หันมาอธิบาย พร้อมกับถามความคิดเห็นเหล่าเจ้าถิ่น “ก็ไม่ถือว่าแพงแต่อย่างใด น่าจะเหมาะสมกับราคานั้นแล้ว” มิเชลกล่าว โดยที่ทุกคนก็เห็นด้วยกับราคาที่หลงเฟยตั้งขึ้นมา เมื่อนำไก่อีกชุดลงทอดเสร็จ หลงเฟยก็หันไปทำข้าวเหนียวที่กำลังสุกได้ที่มาทำการพลิกข้าวเพื่อให้มันร้อนจนเกินไป ไม่อย่างนั้นน้ำที่อยู่ในข้าวจะระเหยออกไปจนหมด และจะทำให้ข้าวแข็ง หลงเฟยสามารถปิ้งหมูปิ้งได้มากถึง 200 ไม้ ต่อการทอดไก่หนึ่งรอบ  และอาหารชุดแรกก็พร้อมแล้วสำหรับการขาย ซึ่งตอนนี้มันเป็นเวลา 07.00 พอดี เริ่มมีผู้คนออกจากบ้านเพื่อไปทำงานกันแล้ว และเมื่อคนเหล่านั้นได้กลิ่นของอาหาร แม้ว่าบ้างคนจะต้องรีบไปทำงนให้ทันมากแค่ไหนก็ต้องมาหยุดที่ร้านอาหารแห่งนี้ก่อนอย่างอดใจไม่ได้ ผู้คนจำนวนมากมาออกันอยู่หน้าร้านด้วยความสงสัยใคร่รู้ ว่าอาหารที่ส่งกลิ่นหอมหวนเรียกน้ำย่อยอยู่นี้มันเป็นอาหารประเภทใดกัน หลงเฟยทำอาหารชุดตัวอย่างออกมา เพื่อให้พวกของลีมูนลองทานดูก่อน เขาตักข้าวเหนียวในปริมาณที่ขายกันในราคา 10 บาท ในโลกของเขา หมูปิ้งสองไม้ และน่องสะโพงหนึ่งชิ้น พร้อมน้ำจิ้มที่เอาไว้ทานคู่กัน จัดวางลงในจานให้ดูน่ารับประทาน จากนั้นนำมาวางที่โต๊ะที่พวกของลีมูนนั่งอยู่