เมื่อมาถึงเค่ออวิ๋นไหล จี้จือฮวนก็ให้อาอินนำเกลือที่นางทำเองออกมา อาอินมองเถ้าแก่เนี๊ยฮวาด้วยความตื่นเต้น เพราะกลัวว่าเถ้าแก่เนี๊ยฮวาจะบอกว่าเกลือของนางนั้นไม่ดี
คิดไม่ถึงว่าเถ้าแก่เนี๊ยฮวาจะเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม “ของที่ข้ามีใกล้จะใช้หมดพอดี และจำนวนของครั้งนี้ก็มากกว่าครั้งก่อน เช่นนั้นข้าให้เ้าสามตำลึงเงินก็แล้วกัน”
อาอินคิดไม่ถึงว่าเกลือที่ตัวเองทำจะสามารถทำเงินได้ถึงสามตำลึงเงิน ดวงตากลมโตเป็ประกายขึ้นมาทันที วันนี้หลังจากกลับไปถึงบ้านนางจะทำเกลือต่อ เพื่อจะได้หาเงินให้ได้เยอะ ๆ จากนั้นก็จะสามารถรักษาท่านพ่อได้ และไม่ต้องกลัวว่าจะหิวอีกแล้ว!
ฮวาเซียงเซียงเดินไปหยิบเงินที่หลังโต๊ะยาว ก่อนจะก้มตัวลงและเอ่ยอย่างมีเลศนัยว่า “น้องสาว ข้าขอเตือนเ้าจากใจจริง เ้าอย่าได้ล่วงเกินพวกจุ้ยเซียนจวี่จะดีกว่า เพราะวิธีการของพวกเขาสกปรกกว่าที่เ้าคิด”
จี้จือฮวนพยักหน้ารับ “ขอบคุณมาก”
เมื่อออกจากเค่ออวิ๋นไหลแล้ว อาอินก็ราวกับฝันไปก็มิปาน นางดึงแขนเสื้อของจี้จือฮวนโดยไม่ได้คิดอะไรและพูดขึ้นมา “สามตำลึง ข้าหาเงินได้สามตำลึง ข้าคิดว่านางจะบอกว่าที่ข้าทำสู้ของท่านไม่ได้ แล้วจะจ่ายให้ข้าแค่ไม่กี่สิบเหวินเสียอีก”
“ไม่หรอก เ้าทำได้ดีมาก” จี้จือฮวนบอกไปตามความจริง
อาอินรู้สึกตื่นเต้นจนใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำไปหมด ผ่านไปสักพักก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าดึงแขนเสื้อของจี้จือฮวนเอาไว้อยู่ และเดินเป็จังหวะเดียวกันกับจี้จือฮวนโดยไม่รู้ตัว “ขอบคุณ”
“ไม่ต้อง เพราะนี่เป็สิ่งที่เ้าสมควรจะได้”
เมื่อเดินมาจนถึงร้านอาหารป่า วันนี้จางต้าเปียวเปิดร้านค่อนข้างสาย เพราะเมื่อคืนเขาไปที่บ้านนายพรานในหมู่บ้านเพื่อรับหนังสัตว์มา แต่หนังสัตว์กลับมีาแขนาดใหญ่จนทำให้หนังทั้งผืนเสียหาย หรือไม่ก็เป็หนังสัตว์ที่มีอยู่ดาษดื่น จึงไม่สามารถขายในราคาที่สูงได้
เขารู้สึกว่าการค้าสองวันนี้ต้องจบเห่แน่ แต่แล้วก็เห็นจี้จือฮวนสองแม่ลูกเดินมาทางนี้เข้าพอดี จางต้าเปียวจึงลุกขึ้นยืนทันที ก่อนจะเดินไปที่ประตูร้านและเอ่ยทักทาย “แม่นางน้อย วันนี้เ้ามาขายของอย่างนั้นหรือ สามีเ้าได้ของใหม่ ๆ มาหรือไม่?”
จี้จือฮวนพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย จากนั้นก็เปิดประตูด้านในของตู้บนรถเข็น แล้วหยิบหนังแกะที่มีสภาพสมบูรณ์ทั้งผืนออกมา และยังมีเนื้อแกะ, กระต่ายป่า, ไก่ป่า ฯลฯ ที่ถูกนางชำแหละเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
แม้จะสู้นายพรานจากที่อื่นที่สามารถล่าสุนัขจิ้งจอกอะไรพวกนั้นไม่ได้ แต่สินค้าที่นางนำมาขายก็ไม่ธรรมดา ด้วยฝีมือที่ประณีตเช่นนี้ สามีของนางต้องเป็ผู้เชี่ยวชาญอย่างแน่นอน ไม่เหมือนนายพรานพวกนั้นที่ทำส่ง ๆ ฝีมือเช่นนี้ต้องได้รับการฝึกฝนมานานหลายปี แค่มองก็สามารถเห็นถึงความแตกต่างได้แล้ว
จางต้าเปียวหัวเราะอย่างมีความสุข “ครั้งนี้เอามามากเพียงนี้เชียวหรือ!”
จี้จือฮวนเพียงเอ่ยรับคำสั้น ๆ “อืม”
จางต้าเปียวอดที่จะลอบบ่นในใจไม่ได้ แม้จะมีผ้าคลุมหน้าปิดอยู่จึงทำให้ไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของแม่นางน้อยผู้นี้ แต่ด้วยนิสัยที่สุขุม พูดน้อย พูดแค่ที่จำเป็ จึงทำให้คนรู้สึกนับถืออย่างมาก
ทำการค้าขอเพียงเป็สินค้าที่ดี เขาก็ยินดีจ่ายด้วยราคาที่ยุติธรรม
“หนังสัตว์และเนื้อทั้งหมดนี่ ข้าให้เ้ายี่สิบห้าตำลึงเป็อย่างไร?”
“ตกลง”
จางต้าเปียวไม่พูดพร่ำทำเพลงล้วงเงินออกมาทันที
จี้จือฮวนเหลือบมองไปที่แผงด้านหน้าร้านของเขา ยังมีเนื้อสัตว์อื่น ๆ วางขายอยู่ด้วย แตกต่างจากแผงขายเนื้อหมู เพราะมีทั้งเนื้องู, เนื้อกระต่าย และเนื้อกวางด้วย
“ท่านรับซื้อเนื้อที่แปรรูปแล้วหรือไม่?”
อาจเป็เพราะจู่ ๆ จี้จือฮวนก็ถามขึ้นมา จึงทำให้จางต้าเปียวอึ้งไปเล็กน้อย “ประเภทใด?”
“ไส้กรอก กุนเชียง เนื้อตุ๋น เนื้อแห้งอะไรพวกนั้น”
“มีคนซื้อไม่มากนัก”
อืม ก็จริง
แต่จางต้าเปียวก็ได้เอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง “หากเ้าทำอร่อย ข้าสามารถขายให้เ้าได้”
จี้จือฮวนดวงตาเป็ประกาย “ตกลง”
นางยังต้องไปร้านขายของชำเพื่อซื้อของอีก หลังจากได้เงินแล้วก็จากไปทันที
จางต้าเปียวมองตามหลังของนาง ทว่าความรู้สึกที่บอกว่าแม่นางน้อยผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดานี่มันเื่อะไรกัน?
วันนี้ทั้งวันถุงเงินน้อย ๆ ของอาอินล้วนเต็มไปด้วยเงิน ไม่กี่วันก่อนขายเกลือได้สองตำลึงเงินนางก็รู้สึกประหลาดใจมากแล้ว แต่วันนี้วันเดียวกลับได้เงินถึงยี่สิบกว่าตำลึง เรียกได้ว่าร่ำรวยอย่างไม่ทันตั้งตัว อาอินจึงอดไม่ได้ที่จะลองหยิกตัวเองดู
“ซู๊ด” เจ็บจริงด้วย นี่ไม่ใช่ความฝัน เด็กน้อยจับถุงเงินของนางเอาไว้แน่นด้วยกลัวว่าจะมีคนมาขโมย
จี้จือฮวนเห็นการกระทำของนางจากทางหางตา มุมปากก็ยกขึ้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา “เงินขายเกลือข้าจะให้เ้าเก็บเอาไว้เอง เพราะนั่นเป็ส่วนที่เ้าควรจะได้ ยังมีค่าแรงที่วันนี้เ้าช่วยข้าเข็นรถและคอยเก็บเงินอีก เ้าหยิบเองได้เลย”
เมื่อเอ่ยจบ จี้จือฮวนก็เดินต่อ
อาอินมองตามหลังของจี้จือฮวนด้วยความตื่นตระหนก พลางกลืนน้ำลายลงคอ และรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา
หรือนางจะรู้ว่าข้าแอบขโมยเงิน?
ที่จี้จือฮวนไม่ได้เปิดโปงเพราะคิดถึงจิตใจของเด็กน้อย เดิมนางก็เป็ตัวโกงตัวน้อยอยู่แล้ว มุมมองย่อมไม่เหมือนกับคนทั่วไป เ้าของร่างเดิมสร้างความเ็ปให้กับนางมามาก ส่วนนางเองก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ ทำได้แค่คอยชี้นำในสิ่งที่ถูกต้องนับจากนี้ไป เพื่อไม่ให้นางมีความคิดที่ผิด ๆ อีก
ตอนนี้มีเงินแล้ว เมื่อจี้จือฮวนมาถึงแผงขายเนื้อก็เลือกซื้อเนื้อไปไม่น้อย ก่อนจะยัดเข้าไปในตะกร้าอย่างไม่เกรงใจ
อาอินรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที เงินที่เพิ่งมาอยู่ในมือยังไม่ทันจะอุ่นก็ถูกเอาออกมาใช้เสียแล้ว ดีที่นางแอบขโมยเอาไว้นิดหน่อย เพื่อเก็บไว้ให้พี่ใหญ่กับท่านพ่อ ไม่อย่างนั้นคงถูกสตรีผู้นี้ใช้จนหมดเป็แน่
แม้ว่านางจะสามารถหาเงินได้แต่ก็ใช้เงินได้เช่นกัน
ใช่! สิ่งที่ข้าทำก็เพื่อเก็บเงินเอาไว้ให้ที่บ้านก็เท่านั้น ไม่ใช่ขโมยเสียหน่อย
จากนั้นสองคนแม่ลูกก็ไปที่ร้านขายของชำ ครั้งนี้จี้จือฮวนเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ ก่อนสุดท้ายจะแวะไปที่ร้านขายผ้า ครั้งนี้จี้จือฮวนเลือกซื้อเสื้อสำเร็จรูป เพราะนางเย็บเสื้อผ้าไม่เป็ แทนที่จะเสียเวลามานั่งตัดเสื้อ ไม่สู้ซื้อไปเลยจะดีกว่า
ยิ่งไปกว่านั้นเด็ก ๆ พวกนี้ก็ไม่มีเสื้อผ้าจะใส่แล้ว
อาอินคิดไม่ถึงว่านางจะซื้อเสื้อผ้าให้พวกตนด้วย เกราะป้องกันภายในใจเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ขณะกำลังลังเลว่าจะบอกนางให้ประหยัดเงินดีหรือไม่นั้น จี้จือฮวนก็หยิบเสื้อมาทาบกับตัวของนาง “สีนี้ไม่เลว เ้าชอบหรือไม่?”
จะไม่ชอบได้อย่างไรเล่า เพราะนางไม่ได้สวมเสื้อผ้าสะอาดและเรียบร้อยมานานมากแล้ว
“เช่นนั้นก็เอาชุดนี้ ซื้อที่ประดับผมด้วยดีกว่า และไปลองรองเท้าด้วย” สตรีก็มักจะรักสวยรักงามเป็ธรรมดา
อาอินนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ด้วยใบหน้าแดงเรื่อ เ้าของร้านก็นำรองเท้าออกมา ไม่ใช่รองเท้าฟาง ไม่ใช่รองเท้าผ้าป่าน แต่เป็รองเท้าสีชมพู หัวรองเท้ามีรูปดอกไม้ปักอยู่ อาอินชอบมันมากจริง ๆ
รองเท้าของนางขาดหมดแล้ว หัวนิ้วโป้งจึงมักจะโผล่ออกมาในบางครั้ง ดังนั้นนางจึงรีบเอารองเท้าคู่เก่าซ่อนไว้ใต้เก้าอี้ จากนั้นก็ปัดดินบนเท้าออกแล้วค่อยสวมรองเท้าคู่ใหม่อย่างระมัดระวัง
“ชอบหรือไม่?” จี้จือฮวนนั่งยอง ๆ และถามออกมา
อาอินพยักหน้ารับพร้อมกับหูที่แดงก่ำ “อืม”
“เช่นนั้นก็เอาคู่นี้ก็แล้วกัน ยังมีของที่ข้าเลือกไว้เมื่อครู่ช่วยห่อให้ข้าด้วย” จี้จือฮวนวางท่าเหมือนเวลาจะรูดการ์ดในห้างสรรพสินค้าอย่างไรอย่างนั้น อาอินได้ยินดังนั้นก็รีบถอดรองเท้าออก เพราะนางไม่กล้าใส่กลับบ้าน วันปีใหม่ค่อยเอาออกมาใส่ดีกว่า
จี้จือฮวนเห็นดังนั้นก็กดนางนั่งลงไป “ซื้อแล้วก็ต้องใส่ ต่อไปจะมีรองเท้าที่ดีกว่านี้ให้ใส่อีก”
นางเอ่ยออกมาเรียบ ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวเป็คนดีต่อหน้าของอาอินแต่อย่างใด ทว่าความละอายใจของอาอินกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากจะขโมยเงินของนางแล้ว นางยังซื้อรองเท้าให้อีก ที่แท้นางก็ใช้เงินก็เพื่อพวกเขา
หลังจากซื้อของไปมากมาย เพียงพริบตาภายในรถเข็นก็มีของเต็มไปหมด อาอินชั่งน้ำหนักเงินที่ตนเองขายเกลือได้ และลังเลเล็กน้อยว่าจะเอ่ยปากดีหรือไม่
หากนางเอาเงินนี่ไปซื้อหนังสือให้พี่ใหญ่ เช่นนี้จะแตกหักกับจี้จือฮวนหรือไม่?
“จะซื้อหนังสือใช่หรือไม่ ข้าเห็นข้างหน้ามีร้านหนังสืออยู่ และมีพวกกระดาษกับพู่กันด้วย ไปดูกันเถอะ”
อาอินมองนางด้วยความตื่นตระหนก “ท่านสั่งว่าไม่ให้พี่ใหญ่อ่านหนังสือไม่ใช่หรือ?”
“นั่นเพราะเมื่อก่อนข้าเลอะเลือน วัยอย่างพวกเ้าก็ควรอ่านหนังสือ เรียนหนังสือ ส่วนเื่หาเงินล้วนเป็เื่ของผู้ใหญ่ ดังนั้น...เ้าจะเอาหรือไม่?” จี้จือฮวนรอคำตอบจากนาง
อาอินจึงตอบกลับทันควัน “ต้องเอาอยู่แล้ว!”
จี้จือฮวนไม่รู้ว่าสมัยโบราณเด็กอายุเท่านี้ต้องอ่านหนังสืออะไร อาอินเองก็ยังเด็ก ดังนั้นนางจึงตั้งใจว่าจะเข้าไปถามเ้าของร้านดู ทว่าเพิ่งจะเข้าไปในร้านพร้อมอาอินก็เจอกับเฉินเย่าจงเข้าพอดี
เฉินเย่าจงเองก็เห็นพวกนางแล้วเช่นกัน และเขากำลังสงสัยว่าเหตุใดวันนี้สตรีอัปลักษณ์ผู้นี้ถึงได้ปิดบังหน้าตาตัวเอง หากไม่ใช่เพราะมีเผยถังอินมาด้วย เขาก็คงจำนางไม่ได้เหมือนกัน
“พวกเ้าคงมาซื้อหนังสือให้เผยจี้ฉือกระมัง ข้าขอเตือนพวกเ้าว่าประหยัดเงินไว้จะดีกว่า ลำพังแค่เดินหาเงินก็ไม่ง่ายอยู่แล้ว อย่าเอามาทำเื่ที่ไร้ประโยชน์เลยจะดีกว่า”