แคว้นโอวหยาง
ณ หมู่บ้าน กั๋วซาน เมือง หานไห่ มีครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่พวกเขาสร้างบ้านอยู่บนที่ดินที่ได้รับมาตอนแยกบ้าน เป็เนื้อที่หกหมู่ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้าน
ครอบครัวนี้คือ สกุลมู่บ้านรองนั้นเอง ภายในครอบครัวมีสมาชิกห้าคน คือ
มู่หย่งเกิง อายุ 34 ปี
ถิงหรูหนิง อายุ32 ปี
มู่ข่ายเฉิง อายุ 15ปี
มู่เจิ้งฉวน อายุ14ปี
มู่หว่านหลิน อายุ13 ปี
มู่หว่านหลินเป็เด็กสาวคนเดียวในบ้านนางเป็ที่รักของคนในครอบครัว งานในไร่หรืองานบ้านพวกเขาก็ไม่เคยให้นางทำจนนางกลายเป็คนี้เีและเอาแต่ใจ ห้าวันก่อนนางทะเลาะวิวาทกับหวังิจูลูกสาวตระกูลหวังที่ริมน้ำทำให้ทั้งสองพลาดตกน้ำ หวังิจูว่ายน้ำเป็จึงว่ายน้ำขึ้นมาเอง แต่มู่หว่านหลินนางว่ายน้ำไม่เป็ จนกระทั่งมู่ข่ายเหิงพี่ชายของนางรู้ข่าวก็รีบวิ่งมาช่วยน้องสาว เพราะจมน้ำนานไปมู่หว่านหลินจึงขาดอากาศหายใจและิญญาออกจากร่าง
ส่วนเธอคือ ตังเม อายุ 35 ปี เธอตายเพราะลื่นล้มในห้องน้ำหัวฟาดพื้นตาย แล้วิญญาก็ไปอยู่ในร่างของมู่หว่านหลิน ที่จมน้ำตายนั้นเอง เดิมตังเมเป็พนักงานโรงแรมแต่เพราะมีความจำเป็ทำให้โรงแรมต้องหยุดกิจการอย่างไม่มีกำหนด ตังเมจึงตกงาน เธอเลยตัดสินใจมาเปิดร้านขายของชำที่บ้านเกิด ร้านค้าของตังเมขายทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง รวมถึงอาหารทะเลแห้ง ผักสดต่างๆ ชุมชนบ้านเกิดของเธอมีหลายร้อยหลังคาเรือน และหน้าบ้านของเธอยังเป็โรงเรียนเรียนประถม ตอนเช้าและตอนเย็นตังเมกับแม่ก็จะขายข้าวเหนียวไก่ย่างและหมูย่างตอนเช้าให้กับเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง
อนิจจา สามียังไม่มีก็ต้องมาตาย ตังเมรู้สึกเสียใจมากกับเื่นี้
…….
และก็เป็เวลาสามวันแล้วที่ตังเมเป็มู่หว่านหลิน ลูกสาวคนเล็กของบ้าน ท่านพ่อกับท่านแม่คนใหม่ของนางพวกเขาให้นางกินข้าวกินยาแล้วนอนอยู่บ้านโดยให้พี่ชายคนรองอยู่เป็เพื่อน ส่วนพวกเขาก็เข้าไร่ไปทำงานเหมือนเช่นทุกวัน
ส่วนพี่ใหญ่ของนางได้ขึ้นเขาไปหาของป่ากับสหาย เมื่อสองวันก่อนนางได้ยินพี่ใหญ่บอกว่ามีคนเจอเห็ดหลินจือดอกหนึ่งและเมื่อเขานำไปขายก็ได้กินมาถึงห้าสิบตำลึงทองสองวันถัดมาจึงเห็นชาวบ้านต่างพากันขึ้นเขาหวังจะได้เจอสมุนไพรล้ำค่าบ้าง
คืนนั้นมู่หว่านหลินก็ลองเรียกเห็ดหลินจือแดงที่นางเก็บมาจากขอนไม้ในสวนของนาง ดอกของมันใหญ่แทบจะเท่าฝ่ามือนางเห็นว่ามันสวยเลยเก็บกลับมาสามดอก
นางมีมิติร้านค้า และสิ่งของที่เป็ของนางในโลกเก่าติดตามมาด้วย แต่นางไม่สามาถบอกใครได้ นางกลัวพวกเขาจะคิดว่านางเป็ปีศาจแล้วจับนางไปเผาไฟทั้งเป็
มู่หว่านหลินนอนคิดมาตลอดั้แ่ที่นางทะลุมิติมา ครอบครัวใหม่ของนางจนเกินไปแล้ว จนแทบจะไม่น่าให้อภัย เสื้อของแต่ละคนที่สวมใส่ไม่มีตัวไหนไม่มีรอยขาดหรือรอยปะแต่เสื้อผ้าของมู่หว่านหลินกลับไม่มีรอยขาดหรือรอยปะเลย และสภาพเสื้อผ้าของนางถึงจะไม่ใช่ผ้าเนื้อดีแต่สีเนื้อผ้ากลับไม่ซีดเหมือนสีเนื้อผ้าคนอื่นๆ นั้นเพราะนางมักจะร้องของให้พ่อกับแม่ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้นางอยู่เสมอ
สภาพบ้านที่นางอยู่เป็บ้านที่สร้างขึ้นมาจากไม้ไผ่หลังคาเป็หญ้า ในบ้านมีสามห้องนอน หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องกินข้าว นางนอนคนเดียวหนึ่งห้อง ส่วนพี่ชายสองคนนอนด้วยกันและอีกห้องเป็ของท่านพ่อกับท่านแม่ และั้แ่นางมาอยู่ที่นี่กับข้าวของพวกเขามีแต่ผักและก็ผัก ยังไม่เห็นจะมีเนื้อสัตว์บ้างเลย และนางยังได้ยินมาว่าบ้านนางติดหนี้บ้านท่านลุงใหญ่สิบตำลึง เพราะยืมมาตามหมอและซื้อยาให้นางกิน
ในเมื่อได้มาเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว นางจะปล่อยให้เป็แบบนี้อีกต่อไปไม่ได้
นางจะไม่ทน ! ครอบครัวของนางจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้
มิตินางก็มี แถมยังมีของกินของใช้ตั้งมากมาย
มู่หว่านหลินเริ่มวางแผนที่จะพาครอบครัวร่ำรวย
………
ยามซื่อ ( 09.00-11.00น. )
หน้าบ้านมีเด็กหนุ่มกำลังเหล่าไม้ไผ่อยู่ที่แคร่หน้าบ้าน
“พี่รองเ้าขา”
มู่หว่านหลินเดินมาหาพี่ชายคนรองที่นั่งเหลาไม้ไผ่อยู่แคร่หน้าบ้าน
“น้องเล็กเ้ามีอะไรหรือ” มู่เจิ้งฉวนถามกลับโดยที่ไม่ได้ละสายตาจากงานที่เขาทำอยู่
“คือข้าอยากจะไปหาสมุนไพรบนเขาเ้าค่ะ”
“ไม่ได้ มันอันตราย” มู่เจิ้งฉวนปฏเสธทันที
“ ท่านไปกับข้าด้วย ไม่อันตรายหรอกเ้าค่ะ”
“ยังไงก็ไม่ได้ ถ้าท่านพ่อกับท่านแม่รู้ มีหวังข้าโดนตีหลังลายแน่ๆ ”
“พวกเราก็รีบไปรีบกลับก่อนที่ทุกคนจะกลับมาสิเ้าคะ”
“ไม่ได้ๆน้องเล็กเ้าพึ่งจะหายป่วยอย่าไปเลยนะ ” มู่เจิ้งฉวนคิดได้ว่าน้องสาวพึ่งจะหายป่วยถ้าเกิดขึ้นเขาแล้วได้รับอันตรายอีกจะทำอย่างไร
“เช่นนั้นข้าจะไปคนเดียว” เดิมมู่หว่านหลินก็เป็คนเอาแต่ใจอยู่แล้ว และทุกคนที่บ้านก็ตามใจนาง มู่หว่านหลินคนใหม่ตึงงัดท่าไม้ตายของร่างเดิมออกมาใช้ นางพูดจบก็หมุนตัวทำท่าจะเดินออกนอกรั้วบ้านที่ทำจากไม่ไผ่เช่นกัน
“ก็ได้แต่ต้องไปแค่แถวตีนเขานะน้องเล็ก” มู่เจิ้งฉวนเอ่ยออกมาอย่าจำยอม เมื่อเห็นน้องสาวจะเดินออกจากรั้วบ้าน
ได้ผล !
ต้องให้ใช้ท่าไม้ตายถึงจะยอมจริงๆคนบ้านนี้