หวังอวี่พูดกับผู้ชมในห้องไลฟ์สดว่า “่เวลาระหว่างรอให้อาหารสุก คือ่เวลาที่ผมรู้สึกผ่อนคลายที่สุดในหนึ่งวัน ในป่า ภายใต้เงื่อนไขที่ยากลำบากอย่างยิ่งแบบนี้ จิตใจของเราจะโหยหาการมีชีวิตอยู่เป็อย่างมาก
เมื่อคุณประสบความสำเร็จและได้กลับคืนสู่โลกอารยธรรมอีกครั้ง พอหันกลับมามอง คุณจะรู้สึกขอบคุณตัวเองในตอนนั้นที่ไม่ยอมละทิ้งความหวัง”
“ฮ่า ๆ จริง ๆ แล้วที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้คือเื่ไร้สาระครับ สาเหตุหลักเป็เพราะ่เวลาที่รออาหารสุกมันน่าเบื่อเกินไป ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ให้ผมได้ลองชิมปูที่ดูน่าอร่อยพวกนี้แทนพวกคุณแล้วกันนะครับ!”
หลังจากหวังอวี่พูดจบ ก็ใช้ไม้เขี่ยปูตัวหนึ่งออกจากกองถ่าน
การหักมุมแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ ทำให้ผู้ชมในห้องไลฟ์ต่างพากันบอกว่า เล่ห์เหลี่ยมคนเมืองนี่ล้ำลึกจริง ๆ ฉันอยากกลับไปอยู่บ้านนอก
[โอ้โห ฉันถึงกับหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาเตรียมจดคำคมคลาสสิกของลูกพี่อวี่เลยนะเนี่ย]
[เล่ห์เหลี่ยมของลูกพี่อวี่นี่ทำให้คนตั้งตัวไม่ติดจริง ๆ ]
[ให้ตายเถอะ ฉันเตรียมล้างหูรอฟังซุปไก่บำรุงจิตใจรอบนี้เลยนะ]
หวังอวี่นำปูมาจ่อที่ปากแล้วเป่าเบา ๆ จากนั้นก็ดึงก้ามใหญ่ข้างหนึ่งออกมา
กลิ่นหอมสดชื่นที่เป็เอกลักษณ์ของปูลอยเข้าจมูก ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะอ้าปากกัดคำโต
เนื้อปูมีความละเอียดมาก แม้ว่าในป่าจะไม่มีเครื่องปรุงที่ใช้ดับกลิ่นคาวของปูได้ แต่โดยรวมแล้ว นี่คืออาหารมื้อที่อร่อยที่สุดเท่าที่เขาเคยกินั้แ่เข้ามาในป่า
ทักษะการย่างของหวังอวี่ยอดเยี่ยมมาก ซึ่งไฟจากถ่านทำให้เปลือกปูกรอบมาก ออกแรงเพียงเล็กน้อยก็สามารถแกะเปลือกออกได้อย่างง่ายดาย เผยให้เห็นเนื้อปูที่อยู่ด้านใน
หลังจากกินก้ามใหญ่ของปูทั้งสองตัวจนหมด หวังอวี่ก็พูดกับกล้องไลฟ์สดว่า “รสชาติอร่อยมากครับ เนื้อสดนุ่มชุ่มฉ่ำ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคงจะเป็การที่ไม่มีเครื่องปรุงนี่แหละ”
จากนั้นหวังอวี่ก็หยิบตัวปูขึ้นมาแล้วพูดต่อว่า “ปูตัวเมียจะมีมันปูที่หอมมันและละเอียด ส่วนปูตัวผู้จะมีมันสีขาวที่เข้มข้น แต่ดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะชอบกินปูตัวเมียมากกว่า การแยกเพศปูนั้นง่ายมากครับ แค่ดูที่ขาของปูก็แยกออกแล้ว
ขาของปูตัวเมียจะมีขนแค่สองขาหน้าเท่านั้น ส่วนปูตัวผู้จะมีขนทั้งแปดขาเลย ใช้ตามองนิดเดียวก็แยกออก ตัวที่อยู่ในมือผมตอนนี้คือปูตัวเมียครับ”
พูดจบ หวังอวี่ก็หยิบมีดพกออกมาแกะเปลือกปูออก ทันใดนั้น มันปูสีสันสดใสก็ไหลหยดลงตามนิ้วมือของเขา ฉากนี้ทำให้ผู้ชมในห้องไลฟ์ต่างแปลงร่างเป็นักกินกันถ้วนหน้า
[ฉันหิวมากเลย จนต้องรีบไปต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากินเพื่อปลอบใจตัวเอง!]
[ฮ่า ๆ ๆ ขอโทษทีนะ พอดีบ้านเราเตรียมต้มปูขนกินกันเย็นนี้พอดีเลย]
[ในที่สุดลูกพี่อวี่ก็ไม่ต้องกินเนื้องูหรือปลากึ่งสุกกึ่งดิบเสียที]
[ตอนนี้ปูขนขายแพงมาก ในฐานะนักเรียนจน ๆ อย่างฉัน ไม่มีปัญญาซื้อกินหรอก]
[น้ำตาของฉันไหลออกมาจากปากโดยไม่รู้ตัว]
เมื่อเหลือบมองคอมเมนต์ หวังอวี่ก็อ้าปากกว้างท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของผู้ชมในห้องไลฟ์
ทันใดนั้น ความหอมสดชื่นเข้มข้นก็อบอวลไปทั่วปาก เนื้อปูละลายในปาก และทิ้งรสหวานจาง ๆ ไว้ในตอนท้าย
ไม่นานนัก ปูทั้งสี่ตัวก็ถูกเขากินจนเกลี้ยง
หวังอวี่เลียเศษอาหารที่ติดนิ้วอย่างพึงพอใจ พร้อมกับตบพุงเบา ๆ
หลังจากพักผ่อนครู่หนึ่ง หวังอวี่ก็สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย สะพายกระเป๋า และมองไปยังเศษซากที่กระจายเต็มพื้น “ต้องขอบคุณปูพวกนี้จริง ๆ ตอนนี้ผมรู้สึกมีพลังเต็มเปี่ยมเลย ตอนนี้ผมต้องรีบเดินทาง เพื่อให้ถึงจุดหมายก่อนที่ฟ้าจะมืด”
ท่ามกลางพงหญ้า มีนกชนิดต่าง ๆ บินออกไปเป็ระยะ ๆ และจากที่ไกล ๆ มีเสียงสัตว์ป่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หวังอวี่ก้มตัวลง ในมือของเขามีทากดูดเืตัวหนึ่งกำลังดิ้นไปมา
ทากดูดเืตัวนี้ หวังอวี่เพิ่งจะดึงมันออกมาจากน่องของตัวเอง
เขาถือทากดูดเืตัวนี้แล้วพูดกับกล้องไลฟ์สดว่า “ในป่า เมื่อทากดูดเืเกาะขาเรา สามารถใช้ปูนขาว น้ำลาย หรือปัสสาวะราดลงไปได้ครับ ถ้าไม่มีจริง ๆ ให้ถอดรองเท้าแล้วตบลงไปที่ทากแรง ๆ จนกว่ามันจะหลุดออก
ทากดูดเืเป็สัตว์ที่กินอาหารหลากหลาย โดยมีวิถีชีวิตหลักคือการดูดเืและของเหลวในร่างกายของสัตว์ พวกมันสามารถดูดเืจำนวนมากจากโฮสต์ได้โดยที่โฮสต์ไม่รู้ตัว นั่นเป็เพราะในขณะที่ปากของมันตัดิัของคุณ มันจะหลั่งสารระงับปวดและสารประกอบคล้ายฮิสตามีนที่ทำให้หลอดเืขยายตัว ทำให้คุณไม่รู้สึกถึงาแเลย”
“เวลาอยู่ในป่า คุณอาจจะไม่ใส่ใจพวกตัวเล็ก ๆ พวกนี้ แล้วก็มองข้ามพวกมันไป แต่อันตรายหลัก ๆ ของมันคือจะทำให้แผลของคุณติดเชื้อ และยังมีโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเืได้ด้วย”
ขณะที่พูด หวังอวี่ก็หยิบใบสะระแหน่บางส่วนออกมาจากกระเป๋าแล้วพูดต่อว่า “นี่คือใบสะระแหน่ที่ผมเด็ดมาเมื่อเช้านี้ พืชชนิดนี้มีสรรพคุณในการต้านการอักเสบอยู่นิดหน่อย ถึงแม้ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้เห็นชัดเจนนัก แต่ก็ยังดีกว่าเบิ่งตาดูแผลตัวเองเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรเลย”
หลังจากขยี้ใบสะระแหน่แล้วแปะลงบนาแ หวังอวี่ก็ยัดขากางเกงเข้าไปในถุงเท้า "ผมทำแบบนี้ พวกทากก็มุดเข้ามากัดน่องผมไม่ได้แล้วล่ะ!"
หวังอวี่ถือไม้ในมือและเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ในพื้นที่ที่ภูมิประเทศราบเรียบแบบนี้ ความเร็วในการเดินจึงเร็วกว่าเมื่อวานมาก
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า และประเมินคร่าว ๆ ในใจว่าน่าจะถึงจุดหมายก่อนฟ้ามืด
ทันใดนั้น หวังอวี่ก็กลั้นหายใจและรีบย่อตัวลง ซ่อนตัวเองไว้ในพงหญ้า
ผู้ชมในห้องไลฟ์รู้สึกงุนงงกับสถานการณ์นี้ จนกระทั่งหวังอวี่ปรับมุมกล้องให้หันไปทางซ้าย ผู้ชมจึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เห็นเพียงบนพื้นหญ้าห่างออกไปทางซ้ายประมาณหนึ่งร้อยเมตร มีหมาป่าสีเทาตัวเต็มวัยตัวหนึ่งกำลังหมอบซุ่มอยู่
ขนสีเหลืองเทาสะท้อนแสงแดดเป็ประกาย หมาป่าตัวนี้กำลังแอบซุ่มอยู่อย่างเงียบเชียบ ดวงตาของมันจ้องมองไปข้างหน้าโดยไม่กะพริบ ดูเหมือนจะมีเป้าหมายอยู่ทางด้านหน้า
หวังอวี่หมอบอยู่ในหญ้า มองดูหมาป่าสีเทาที่อยู่ไม่ไกล แล้วพูดเสียงเบาว่า "นี่คือหมาป่าสีเทาครับ พวกมันเป็สัตว์หากินกลางคืน ถนัดการวิ่งเร็วและวิ่งระยะไกล โดยทั่วไปจะอยู่รวมกันเป็ฝูง ตอนกลางวันมักจะขดตัวหลบอยู่ในถ้ำตัวเดียวหรือเป็คู่ แต่ในพื้นที่ที่ห่างไกลผู้คน บางครั้งพวกมันก็จะโผล่ออกมาหากินตอนกลางวันเหมือนกัน"
"ถ้าคุณบังเอิญเจอหมาป่าสีเทาแบบนี้ในป่า เวลาที่มันจ้องมาที่คุณ สิ่งแรกที่ต้องทำคือห้ามวิ่งหนีเด็ดขาด แน่นอนครับ ถ้าคุณมีปืนล่ะก็ ถือซะว่าประโยคเมื่อกี้ผมไม่ได้พูดก็แล้วกัน วิธีที่ถูกต้องคือ คุณต้องจ้องตามันตรง ๆ ชูมือขึ้นสูง ๆ แล้วะโขู่ใส่มันเสียงดัง ๆ ไปพร้อมกัน หลังจากทำพวกนี้เสร็จ คุณก็แค่ต้องสวดมนต์เงียบ ๆ ในใจ ภาวนาให้หมาป่าสีเทาตัวนี้เพิ่งจะกินอิ่มมาหมาด ๆ ก็พอครับ"