เมื่อมองไปยังที่มาของเสียงหวังเฟยหลงก็พบชายชราคนหนึ่งกำลังเดินมาไม่ได้ช้าหรือเร็วเกินไป แต่ทุกอย่างก้าวที่เขาก้าวเดินมันดูหนักแน่น ทรงพลังอยากไม่น่าเชื่อ หากเขาเข้าใจไม่ผิด ชื่อของชายชราคนนี้คือลู่หยาง ผู้นำสถาบันเมืองฮวา
‘ ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ผู้นำสถาบันก็สังเกตเขาและ้ารับเขาเป็ศิษย์!! ’
ต้องบอกว่าั้แ่ที่หวังเฟยหลงทดสอบรอบแรกเสร็จ เหล่าผู้าุโก็ต่างทะยอยกันมา โดยผู้าุโฝ่ายในกับผู้นำจะแอบดูอยู่เงียบๆโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็นเพื่อเฝ้ามองว่าหวังเฟยหลงมีพ์มากพอที่จะลงทุนหรือไม่ และหวังเฟยหลงเพิ่งจะแสดงความสุดยอดออกมาแล้วเช่นนี้จะไม่รับเป็ศิษย์ได้อย่างไร
“ ท่านผู้นำไม่ได้รับศิษย์มานานมากแล้วนะ!! ไม่คิดเลยว่าท่านจะมาเพื่อรับศิษย์เช่นนี้ ”
“ ดูเหมือนว่าครั้งนี้คงต้องยกให้ท่านผู้ทำไปแล้วละ ”
การปรากฏตัวของลู้หยางทำให้เหล่าผู้าุโตื่นใ พวกเขาประหลาดใจที่ลู่หยางมาเพื่อรับศิษย์เช่นนี้ เมื่อหลายปีก่อนลู่หยางมีศิษย์คนหนึ่งที่โดดเด่นอย่างมาก ศิษย์คนนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก ระดับเดียวกันไม่สามารถสู้ได้แน่นอน และก็เป็ความหวังของผู้นำในการฟื้นฟูชื่อเสียงของสถาบันเมืองฮวาด้วยเช่นกัน
ด้วยความที่แข็งแกร่งเป็ทุนเดิมจึงมีนิสัยหยิ่งทะนงไม่เห็นหัวคนอื่นแม้แต่เหล่าผู้าุโ แต่ผู้นำและเหล่าผู้าุโก็ต้องยอมเพราะตอนนั้น ศิษย์คนนั้นคือความหวัง แต่ก็เกิดเื่น่าเศร้าขึ้นเสียก่อน ขณะออกไปทำภารกิจเกิดความโลภอยากได้สมุนไพรหายากที่ไม่อาจเอามาได้ ทั้งๆที่มีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าสองระดับเฝ้าอยู่ ด้วยความมั่นใจในฝีมือตัวเองว่าจะรอดได้ แต่ก็ไม่สามารถเอาชีวิตรอดจากสัตว์อสูรตัวนั้น ผู้นำที่ทราบข่าวก็รีบไปแก้แค้นสัตว์อสูรแทนศิษย์ของเขาด้วยการสังหารสัตว์อสูรตนนั้น
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นลู่หยางก็ไม่ได้รับศิษย์อีกเลย จนมาถึงครั้งนี้ ชายชราค่อยๆเดินเข้ามาหาหวังเฟยหลงพร้อมกับสำรวจกิริยาท่าทางของหวังเฟยหลงอย่างละเอียดก็พบว่าหวังเฟยหลงโค้งคำนับทำความเคารพลู่หยาง ชายชราเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจเพราะหวังเฟยหลงนั้นไม่ได้มีนิสัยหยิ่งทะนงตน แม้จะมีความแข็งแกร่งขนาดนี้ก็ตาม!!
“ สหายน้อย!! มาเป็ศิษย์ของข้าดีหรือไม่!? ข้าสามารถเติมเต็มสิ่งที่เ้าขาดไปได้!! ”
เหล่าผู้าุโแหวกทางให้ลู่หยางเดินเข้ามาหาหวังเฟยหลงพร้อมกับยืนรอฟังอยู่ข้างๆด้วยความอยากรู้ ชายชราเดินมาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน เขาสังเกตท่าทีของหวังเฟยหลงมาั้แ่แรก ด้วยอายุขนาดนี้ย่อมมองนิสัยของคนออก และเขาชอบคนที่นิสัยอย่างหวังเฟยหลง
“ ข้า หวังเฟยหลง ขอฝากตัวเป็ศิษย์ของท่านขอรับ ท่านอาจารย์ ”
ไม่มีตัวเลือกไหนจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว ลู่หยางคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสถาบัน ในเมื่อผู้นำเสนอตัวเองมาเป็อาจารย์แล้วเขาจะรอช้าได้อย่างไร เป้าหมายของเขาคิดการใช้อำนาจและเส้นสายของสถาบันอยู่แล้ว หวังเฟยหลงประสานมือแล้วโค้งคำนับลู่ชางเป็อาจารย์ทันที สายตาเหล่าผู้อาวุต่างก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้หวังเฟยหลงไปเป็ศิษย์ของตน
“ ดี ดี!! นนอบน้อม ถ่อมตน แต่ก็แข็งแกร่งไม่ยอมให้ใครดูถูกเหยียดหยาม…ข้าชอบ จงรักษานิสัยของเ้าให้คงอยู่่นนี้เสีย ”
“ ศิษย์จะจำไว้ให้ขึ้นใจขอรับ!! ”
“ รับไป แล้วใช้มันวันละเม็ด ข้าจะส่งไปให้เ้าทุกๆ10วัน หลังจากดูดซับเสร็จแล้วให้ไปฝึกฝนวรยุทธ์ ชัดเกลาให้ชำนาญ!!...เ้าจะแข็งแกร่งขึ้นได้ผ่านความยากลำบาก ต่อให้เ้าถูกเอาเปรียบข้าก็จะไม่ช่วยเ้า เ้าจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคด้วยตัวเอง ”
“ ขอบคุณขอรับ!! ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ”
เมื่อยื่นขวดที่มีโอสถเสริมพลัง 10 เม็ดมาให้หวังเฟยหลงแล้ว ลู่หยางก็ชี้แนะและกล่าวเตือนไม่ให้หวังเฟยหลงใช้ชื่อของตนในการแก้ปัญหา และคำประกาศของลู่หยางก็หมายความว่าหากหวังเฟยหลงถูกกลั่นแกล้งหรืออะไรก็แล้วแต่ถ้ามันไม่ใช่เื่ความเป็ตาย ไม่ใช่เื่ร้ายแรงเขาจะไม่เข้าไปยุ่ง
หลังจากลู่ชางกลับไปทุกอย่างก็กลับมาอยู่ในความสงบเหมือนเดิม ในเมื่อหวังเฟยหลงมีอาจารย์แล้วพวกเขาก็ต้องแยกย้ายกันกลับไปตามทางของตัวเอง ส่วนผู้าุโที่ดูแลการทดสอบได้สั่งการศิษย์นอกคนหนึ่งให้พาเหล่าศิษย์น้องไปรับชุดของสถาบัน รวมถึงพาไปที่พักด้วย และแนะนำส่วนต่างๆของพื้นที่ชั้นนอกให้กับเหล่าศิษย์ใหม่ทั้งหมด แน่นอนว่าหน้าที่นี้ตกไปอยู่กับศิษย์พี่ที่มีอันดับต่ำที่สุดนั่นเอง
เมื่อเข้าสถาบันแล้วจะต้องสวมใส่ชุดของสถาบัน มันเป็เหมือนยูนิฟอร์มโรงเรียน สำหรับศิษย์จะเป็ชุดที่ดำตรงหน้าอกข้างซ้ายกับไหล่ขวาจะปักคำว่าฮวา หมายความว่าเป็ศิษย์เมืองฮวา ส่วนชุดของศิษย์ในกับศิษย์หลักจะเป็สีขาวและปักอักษรด้วยดีดำขอบทอง แต่ศิษย์หลักกับศิษย์ในจะต่างกันตรงที่ ศิษย์หลักนั้นจะมีเข็มกลัด กลัดไว้ที่ปกเสื้อข้างซ้าย ซึ่งเข็มกลัดจะเป็ลายสัญลักษณ์ของสถาบันเมืองฮวา
หวังเฟยหลงเดินตามศิษย์ที่เป็คนแนะนำพื้นที่ชั้นนอก ทั้งหมด มันก็เป็ไปตามข้อมูลที่หวังเฟยหลงได้มาจากเซี่ยถิงถิง และในระหว่างที่หวังเฟยหลงกำลังเเดินทางไปมาอยู่นั้นข่าวเื่หวังเฟยหลงก็ถูกกระจายไปถึงหูของผู้ที่อยู่ 10 อันดับแรกเป็ที่เรียบร้อย มีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาสนใจคือขวดโอสถของหวังเฟยหลง ตามคำพูดชองผู้นำ เมื่อพูดแล้วเขาจะไม่มีทางกลับคำพูด หมายความว่าพวกเขาสามารถแย่งชิงมาจากหวังเฟยหลงได้ เพราะการเป็ศิษย์
และไม่ใช่แค่ศิษย์อยู่ 10 อันดับแรกเท่านั้นที่เคลื่อนไหว ศิษย์คนอื่นๆที่เห็นความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลงก็เช่นกัน แม้ว่าจะสู้ไม่ได้แต่พวกเขาจะอาศัยคนจำนวนมากเข้าสู้แล้วแย่งชิงขวดโอสถของหวังเฟยหลงมาแทน
การแย่งชิง การประลองกัน ที่พื้นที่ชั้นนอกนั้นไม่ถือว่าผิดแต่อย่างใด เพราะพื้นที่ชั้นนอกเป็พื้นที่ของการแย่งชิง มีคติประชำพื้นที่ชั้นนอกว่า จงใช้ความแข็งแกร่งปกป้องตนเองและแย่งชิงของคนอื่นมาเป็ของตน แต่มันก็มีกฎอยู่ว่า ก่อนถึงวันทดสอบจัดอันดับ 5 วัน ห้ามมีการต่อสู้กันเด็ดขาด
ศิษย์นอกจะถูกแจกจ่ายทรัพยากรตามอันดับโดยจะได้รับหลังทดสอบการจัดอันดับสิ้นสุด แล้วก็ต้องรอทรัพยากรรอบหน้าหลังจากที่จัดอันดับรอบใหม่ถึงจะได้รับทรัพยากรอีกครั้ง มันเป็พื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง โดยแต่ละสถาบันจะมีแนวทางที่ไม่เหมือนกัน หมายความว่าสถาบันอื่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีระบบเช่นนี้
หลังจากที่เดินดูเสร็จแล้วพวกเขาทั้งหมดก็ไปรับทรัพยากรของตัวเอง รวมถึงหวังเฟยหลงด้วย เขาอยู่อันดับ 11 ดัวนั้นเขาจะได้รับมากที่สุด แต่โอสถเสริมปราณที่เขาได้มานี้มันแย่กว่าโอสถที่เขามอบให้ตงหยางเล็กน้อย ของเขามีอยู่ราวๆ 25 เม็ด หวังเฟยหลงไปดูของคนอื่น ได้โอสถเสริมปราณระดับเดียวแค่ได้จำนวนมากน้อยไม่เท่ากัน ของฉู่หัวป้าได้ 15 เม็ด ถือว่าได้น้อยมาก
เมื่อเข้ามาถึงห้องนอน มันค่อนข้างแคบจริงๆ และภายในห้องก็มีเพียงแค่เตียง แล้วก็โต๊ะเก้าอี้ชุดหนึ่ง ห้องนั้นก็จะมีหมายเลขบอกเอาไว้หน้าห้องเป็หมายเลขตามอันดับ หมายความว่าอาจจะถูกเปลี่ยนห้องทุกเดือนดังนั้นจึงภายในห้องจึงไม่มีของอะไรนอกจากของที่ทางสถาบันเตรียมไว้อยู่แล้ว และจะมีเพียงอันดับ 1-10 เท่านั้นที่จะได้ห้องใหญ่ขึ้น
หยิบขวดโอสถที่ได้จากลู่หยางขึ้นมาดู มันเป็โอสถที่ดีกว่าที่เขามอบให้ตงหยางเสียอีก แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้ดีไปกว่าของที่หวังเฟยหลงได้มาจากสุสาน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้กินมันลงไป ตอนนี้เขานึกถึงฉู่หัวป้ากับฉู่ฟาน อย่างไรตอนนี้ตระกูลทั้งสองก็เป็พันธมิตรกันแถมยังหวังเฟยหลงยังชอบนิสัยของทั้งสองคนด้วย เขาจึงมีความคิดที่จะยกขวดโอสถขวดนี้ไปแบ่งให้กับทั้งสองคนแทน
“ วันนี้เป็วันที่วุ่นวายจริงๆ!! พรุ่งนี้ค่อยว่ากันแล้วกัน!! ”
วันต่อมาหวังเฟยหลงเดินทางออกจากห้องของตัวเองไปยังห้องของฉู่หัวป้ากับฉู่ฟาน แต่พวกเขาไม่อยู่ห้องแล้ว หวังเฟยหลงเลยเดินไปหาตามลานฝึกต่างๆ แต่ระหว่างทางเขาก็เจอกับกลุ่มคน 10 คนกลุ่มหนึ่งมาล้อมเขาไว้ หวังเฟยหลงมองรอบๆก็พบว่าพวกคนเหล่านี้คือศิษย์นอกที่เห็นความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลงไปแล้ว ถึงพวกเขาแต่ละคนจะอยู่ระดับรวบรวมระยะปลายทั้งหมดก็ตามแต่ก็ไม่มีใครแข็งแกร่งเท่ากับคนที่เขาท้าประลองด้วยเลย เขาอาจจะลำบากนิดหน่อยแต่การจะจัดการทั้ง 10 คนก็ไม่ใช่เื่ยากสำหรับเขาเลย
ขณะที่หวังเฟยหลงถูกล้อมเอาไว้ ก็มีศิษย์ต่างๆมากมายมายืนดูเพื่อรอดูผลการปะทะครั้งนี้ แม้ว่าพวกเขาจะคิดว่าอย่างไรหวังเฟยหลงก็ไม่อาจต่อสู้กับคน 10 คนที่มีระดับสูงกว่าตัวเขาได้หรอก หากเป็คนอื่นก็อาจจะใช่แต่ไม่ใช่กับหวังเฟยหลง ที่มีค่าสถานะมากกว่าคนอื่น แถมตอนนี้เขายังมี Point เก็บเอาไว้ยามฉุกเฉินอยู่เลย ที่สำคัญคือวรยุทธ์ของคนเหล่านี้ไม่อาจสู้กับของหวังเฟยหลงได้เลย
‘ พวกเมื่อวานนี่หน่า มาล้ลอมแบบนี้?...คงไม่พ้นโอสถเสริมพลังสินะ!? ’
“ ส่งโอสถเสริมพลังมาให้พวกเราแล้วพวกเราจะปล่อยไป ”
“ เ้าอยากได้?? มันไม่ใช่ของเ้าและข้าก็ไม่คิดจะให้ด้วยเช่นกัน ”
“ เช่นนั้นก็คงต้องเจ็บตัวก่อนสินะ!! ”
สิ้นสุดคำพูดหวังเฟยหลงเรียกดาบและโล่ออกมา เขาเร่งโคจรปราณอย่างรวดเร็ว เขาค่อยๆ พร้อมกับใช้สกิลก้าวไร้เสียง เชาไม่ได้หนีหรือถ่อยร่นเพื่อรอตั้งรับ หวังเฟยหลงบุกเข้าไปประชิดเพื่อโจมตี พวกเขาผงะไม่คิดว่าหวังเฟยหลงจะเลือกพุ่งเข้าใส่เช่นนี้ หวังเฟนหลงไม่รอช้าใช้ทักษะของเขาจัดการไปก่อนสองคนจนสลบไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ได้จบเพียงแค่นี้ แม้พวกเขาจะตั้งสติกลับมาได้และพยายามล้อมเพื่อโจมตีหวังเฟยหลง แต่หวังเฟยหลงเร็วมาก เขาเคลื่อนตัวไปมาเพื่อไม่ให้ตัวเองโดนล้อมและโดนโจมตีพร้อมกัน แล้วค่อยจัดการที่ละคนไปเรื่อยๆจนกระทั่งเหลือคนสุดท้าย หวังเฟยหลงเดินเข้าไปอย่างช้าๆ!! อีกฝ่ายที่มองไปรอบๆก็เห็นว่าพวกของตัวเองต่างก็สลบหมดแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าหวังเฟยหลงจะแข็งแกร่งขนาดนี้
“ ข้ายอมแพ้ ต่อไปนี้พวกข้าจะไม่มายุ่งกับเ้าอีกแล้ว!! ”
“ พวกเ้าไม่ควรโลภมากอยากได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองั้แ่แรกสิ!! ”
หวังเฟยหลงไม่ได้หยุด เขาเดินเข้าไปจัดการให้สลบไปอีกคนหนนึ่ง จริงๆแล้วหวังเฟยหลงจะปล่อยไปก็ได้ แต่ที่เขาเลือกเช่นนี้มันเป็เพราะ้าแสดงความแข็งแกร่งของเขาให้คนอื่นๆเห็นเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นมากวนเกาอีก
ขณะที่หวังเฟยหลงกำลังเดินไปพี่น้องตระกูลฉู่นั้นเขาก็ได้ถูกหญิงสาวคนหนึ่งมาขวางเขาไว้ด้วยสายตาที่เย้ายวน ราวกับแมวกำลังหยอกเหยื่อเล่น แม้ว่าหุ่น รูปร่างของนางที่ใส่ชุดให้รัดเพื่อโชว์สัดส่วนจะถือว่าเซ็กซี่และหน้าตาของนางก็ถือว่าใช้ได้ก็เถอะแต่สำหรับหวังเฟยหลงนั้นถือว่าค่อนข้างธรรมดา แล้วอีกอย่างตัวเขาก็หน้าตาไม่ธรรมดา หล่อเหลาไม่แพ้คนอื่นแน่นอน
“ ศิษย์น้อง!! เรามาคุยกันสักหน่อยได้หรือเปล่า ”
“ เชิญศิษย์พี่กล่าวมาเถิด!! ”
นางพยายามลูบไล้ร่างกายของหวังเฟยหลงด้วยมือและท่าทางสุดเย้ายวน แต่หวังเฟยหลงก็ปัดมือนางออก ทำให้นางผงะออกเล็กน้อย นางเชื่อมั่นมาตลอด ไม่ว่าจะหน้าตา หุ่น รูปร่างของนางหากคิดจะยั่วยวนชายใด ชายนั้นก็ต้องตกหลุมเพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งไหนที่นางยั่วยวนไม่สำเร็จ
“ ศิษย์น้องคงไม่ได้กลลัวหญิงสาวร่างกายบอบบางอย่างข้าถึงขนาดไม่กล้าเข้าใกล้หรอกกระมั้ง?....หรือเ้ากำลังเขินอายกัน!! ”
“ หากท่านไม่มีธุระอื่นใด เช่นนั้นข้าขอตัว ”
เมื่อยังพยายามรุกเข้าใส่หวังเฟยหลง เขาก็ปัดมือนางออกและกล่าวขอตัวทันทีด้วยท่าทีที่ไม่สนใจในตัวนางเลย ทำให้นางโกรธอย่างมาก นี้เป็ครั้งแรกที่นางถูกเมินราวกับอากาศเช่นนี้ นางพุ่งเข้าโจมตีหวังเฟยหลงด้วยความโมโห
“ เ้ากล้าเมินข้าหรือ!? ”
หวังเฟยหลงหลบการโจมตีอย่างง่ายดาย เขาเข้าใจว่านางโมโหที่เขาทำเป็เมิน แต่เขาก็รู้สึกรำคาญที่มาก่อกวนเขาไม่หยุด ตอนนี้เขายังไม่ได้โจมตีอีกฝ่ายกลับ เขาถามกลับไปด้วยความใจเย็น
“ ท่านโจมตีข้าด้วยเื่อะไร แล้วท่าน้าอะไรกันแน่ ข้าไม่มีเวลามาเสียให้ท่านหรอกนะ!? ”
“ ส่งขวดโอสถนั้นมาให้ข้าซะ แล้วข้าจะให้เ้าคอยตามติดข้าได้…แต่ว่าเ้าก็หล่อไม่เบาข้าอาจจะเล่นกับเ้านิดหน่อยได้ด้วย!! ”
“ เอ้อ…ท่านสวยไม่พอ ว่าที่ภรรยาของข้าสวยขนาดที่ท่านเทียบไม่ติดเลยละ…ข้าขอปฏิเสธแล้วกัน!! ”