บทที่ 39 เย่ฝานคลั่งด้วยความอิจฉา
“หัวหน้า เราพบมนุษย์หนึ่งคนในป่าโบราณห่างออกไปสามสิบลี้” เจ้าค้างคาวที่มีปีกค้างคาวงอกออกมาจากหลัง มีหัวเป็นหนู และขนสีดำทั่วทั้งตัว เขาคุกเข่าลงครึ่งหนึ่งแทบเท้าของโม่ชา
โม่ชาส่งเสียงหัวเราะออกมาจากปาก
“ในที่สุดก็เจอเจ้าเสียที”
“ฆ่า ฆ่า ฆ่า”
ด้านหลังของมัน เผ่ามารนับพันที่มีรูปร่างแตกต่างกัน ชูกระบองเขี้ยวหมาป่าและกระบองกระดูกอสูร เผ่ามารทั้งหลายเต้นระบำกันอย่างป่าเถื่อน ตะโกนเสียง ‘ฆ่า’ จนสะเทือนฟ้า ทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยความดุเดือด
โม่ชายกมือใหญ่ขึ้น
ทันใดนั้นเสียงก็เงียบสงบลง
มันหันดวงตาสีแดงฉานมองไปยังที่ไกลแสนไกล
“ตั้งแต่ดวงตานั่นปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า เหล่าผู้บำเพ็ญมนุษย์ก็เริ่มเดินทางไปยังประตูตัวนั่น"
มันหันหน้ากลับมาพลางตะโกนเสียงดัง “ประกาศคำสั่งของข้าออกไป รวบรวมบรรดาลูกหลานเผ่ามารทุกคนที่สามารถสู้ได้ มุ่งหน้าไปยังประตูส่งตัวของผู้มนุษย์ ถึงเวลาแล้วที่จะโจมตีเต็มกำลัง และกำจัดพวกมันให้สิ้นซากแล้ว”
“ขอรับ ท่านหัวหน้า” พวกมารตอบรับ พวกมันรอคอยวันนี้มานานแสนนาน การสังหารเผ่าพันธุ์มนุษย์และได้รับเสรีภาพอีกครั้ง คือความปรารถนาเดียวที่ทำให้พวกมันอยากมีชีวิตอยู่
“เจ้าหนีไม่พ้นมือข้าหรอก อย่างไรเสียกระจกหินก็ต้องเป็นของข้า”
อีกฝั่งหนึ่ง ฉู่ซิวแบกห่อผ้าขนาดใหญ่ พะรุงพะรังอยู่ด้านหลัง ภายในบรรจุไข่ประหลาดใบหนึ่งและเศษกระจกหินอึกครึ่ง คลื่นปราณจากกระจกหินยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ไล่ตามมาแล้วสินะ” ฉู่ซิวถอนหายใจออกมา เจ้าของกระจกหินอีกครึ่งคงเป็นหัวหน้าใหญ่ผู้นั้นสินะ!
เขาคิดในใจ แล้วหันหน้ากลับไป ก่อนจะพบว่าห่างออกไปราวยี่สิบกว่าลี้ มีปราณมารพุ่งขึ้นฟ้า ได้ยินเสียงฆ่าฟันดังแว่วมาตามสายลม เขามั่นใจขึ้นทันทีว่าที่นั่นต้องมีเผ่ามารรวมตัวกันเป็นจำนวนมากแน่นอน
ฉู่ซิวลูบคาง เขาคิดแผนการในหัวอย่างกล้าหาญ เพียงเงาร่างขยับครั้งเดียว ฉู่ซิวก็หายตัวไปจากที่เดิม
ณ ลานส่งตัว
เหล่าศิษย์ที่บาดเจ็บทั่วตัว ทุกข์ยากลำบากท่าทางไม่สู้ดี รวมตัวกันมาจากทุกทิศทาง
“ศิษย์พี่… ขอร้องเถิดทุกท่าน โปรดช่วยศิษย์พี่ของข้าด้วยเถิด”
ศิษย์หญิงใบหน้าเปื้อนเลือด แบกชายหนุ่มที่บาดเจ็บสาหัสจนสลบไสล ร่างกายขาดครึ่งท่อนล่างหายไปเสียแล้ว นางเสียงอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
นางวิงวอนให้คนอื่น ๆ ช่วยศิษย์พี่ของนาง
เมื่อเห็นดังนั้น หลายคนก็แสดงสีหน้าสงสาร ขอบเขตเสินเฉียวบาดเจ็บหนักขนาดนี้ แทบไม่มีโอกาสรอดแล้ว นอกจากจะมีสมุนไพรวิเศษคุณภาพสวรรค์ แต่ใครเล่าจะยอมหยิบสมุนไพรวิเศษคุณภาพสวรรค์ ให้คนอื่นไปง่าย ๆ
“ศิษย์น้อง ข้าพอมียารักษาแผลอยู่บ้าง…” เย่ฝานเดินเข้าไปใกล้ หยิบสมุนไพร วิเศษคุณภาพลึกลับ สองต้นยื่นให้นาง
“ขอบคุณศิษย์พี่” ศิษย์น้องหญิงใบหน้าเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง หลังจากที่นางรับมา ก็บดขยี้ด้วยมืออันสั่นเทา ทาลงบนบาดแผลของศิษย์พี่ในทันที หวังจะห้ามเลือดจากบาดแผลอันน่าสะพรึงกลัวของเขา
เสียงครวญครางดังไม่ขาดสายบนลานกว้าง ผู้คนส่วนใหญ่ต่างมีบาดแผล บ้างก็บาดเจ็บสาหัส ยังไม่อาจรู้ได้ว่าจะรอดชีวิตผ่านไปได้หรือไม่
เย่ฝานมองไปรอบ ๆ แล้วถอนหายใจเบา ๆ เขาเองก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย โชคดีที่เขาเก็บสมุนไพรวิเศษคุณภาพลึกลับมาจากในถ้ำนั่นได้ไม่น้อย มิเช่นนั้นป่านนี้เขาจะมีโอกาสรอดชีวิตออกมาหรือไม่ก็มิอาจรู้ได้
งูเล็กสีขาวขนาดเท่านิ้วมือตัวหนึ่ง คลานออกมาจากคอเสื้อของเขา แลบลิ้นออกมา ดวงตาใสกระจ่างกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น ราวกับภูติน้อย
เย่ฝานยื่นนิ้วชี้ออกมา ลูบหัวมันเบาๆ งูเล็กสีขาวหรี่ตาลงส่ายหัวไปมารับกับนิ้วของเขา ท่าทางเพลิดเพลินยิ่งนัก
เงาร่างอรชรของหญิงสาวปรากฏขึ้นอย่างงดงาม เดินผ่านมาอย่างอ่อนช้อยไม่ไกลจากเขานัก ดวงตาของเย่ฝานเป็นประกาย เมื่อเห็นนาง เขาจึงรีบเดินเข้าไปหา
ซูหรูเสวี่ยหยุดฝีเท้า เมื่อเห็นว่าเป็นเย่ฝานนางก็ก้มศีรษะเล็กน้อย ริมฝีปากอันงดงามเอ่ยเบา ๆ “ศิษย์พี่เย่ฝาน มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ?”
“เอ่อ… แหะ ๆ” เย่ฝานเกาศีรษะ ยิ้มหวานก่อนจะกล่าวว่า “ข้าได้ยินมาว่าศิษย์น้องเถาบาดเจ็บไม่เบา ข้ามีโอสถวิญญาณบางส่วน บางทีอาจช่วยเจ้าได้” ซูหรูเสวี่ยกล่าวขอบคุณ แต่บอกว่าไม่จำเป็น
เย่ฝานคิดว่านางรู้สึกไม่สบายใจที่จะรับน้ำใจของเขา จึงบอกว่าเขาได้ของมาเยอะทีเดียว เขาจึงขอร้องให้นางรับไป เมื่อเห็นเขากระตือรือร้นเช่นนี้ ซูหรูเสวี่ยจึงจำใจ ศิษย์พี่ฉู่ซิวได้มอบสมุนไพรวิเศษคุณภาพปฐพีให้พวกนาง จนถึงตอนนี้ฤทธิ์ยายังไม่สลายไปอย่างสมบูรณ์ด้วยซ้ำ
แต่พวกนางก็ไม่สะดวกที่จะบอกเรื่องที่ฉู่ซิวมีสสมุนไพรวิเศษคุณภาพปฐพีออกไป เพียงแต่พูดอย่างคลุมเครือว่า ได้รับความช่วยเหลือจากศิษย์พี่ฉู่ซิวแล้ว อาการบาดเจ็บไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ขอบคุณศิษย์พี่เย่ที่เป็นห่วง
เมื่อได้ยินชื่อฉู่ซิวดวงตาของเย่ฝานก็หรี่ลงเล็กน้อย ไม่ว่าจะพบสาวสวยคนไหน ก็มักจะได้ยินชื่อฉู่ซิวจากปากของพวกนางเสมอ
ทำไมถึงเป็นฉู่ซิวตลอด ฉู่ซิวไม่มีวันจบสิ้นเลยหรือ?
เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
“ศิษย์น้องซูเคยพบศิษย์พี่ฉู่หรือ ยามนี้ศิษย์พี่สบายดีอยู่หรือไม่?” ในใจของซูหรูเสวียมีภาพของเงาร่างนั้นปรากฏขึ้น ร่างที่ถือกระบี่ใหญ่ หลังตรงสง่างาม รอยยิ้มที่อบอุ่นยิ่งกว่าแสงอาทิตย์
“โอ้ย!” เย่ฝานรู้สึกหมั่นไส้ เขาจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าหญิงสาวคนนี้ก็มีใจให้ฉู่ซิวเช่นกัน เมื่อฉู่เซียวหรานพูดถึงฉู่ซิวสายตาก็เป็นเช่นเดียวกันนี้
‘บ้าเอ๊ย! นี่มันไม่ยุติธรรมเลย!’ หันกลับมา ซูหรูเสวี่ยพยักหน้าเบา ๆ พูดเสียงเบาว่า
“ศิษย์พี่ฉู่ซิวสบายดี ข้าเชื่อว่าในไม่ช้า เขาก็จะกลับมาที่ประตูส่งตัว”
“ดีแล้ว! หากศิษย์พี่ฉู่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว… หึหึ” เย่ฝานหัวเราะแห้ง ๆ ในใจคิดว่า คนที่ ‘เจียนหลิงอวิ๋น’ หามานี่ไม่ได้เรื่องเลย คนมากขนาดนั้นก็ยังสู้ฉู่ซิวไม่ได้
“หากศิษย์พี่เย่ฝานไม่มีเรื่องใดแล้ว ข้าจะไปดูแลศิษย์น้องก่อนนะ” พูดจบ ซูหรูเสวี่ยก็เดินจากไปอย่างงดงาม เย่ฝานเกาหัว ในใจได้แต่เอ่ยว่า ‘ แม่ง ’แต่ไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่
ห่างจากประตูส่งตัวออกไปยี่สิบลี้
ในป่าโบราณ ฉู่ซิวกำลังแลกสมุนไพรวิเศษและโอสถวิญญาณเป็นคะแนนสะสม
[ติ๊ง คุณได้รับค่าโชคชะตา +20]
“???” ฉู่ซิวที่กำลังจะแลกดอกฉีเหลียนฮวาคุณภาพสวรรค์อยู่นั้น เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามขึ้นมาในหัว
“ระบบ แสดงแผงสถานะของข้า”
[เจ้าของระบบ]: ฉู่ซิว
[ขอบเขต]: กงล้อสมุทรระดับเก้า
[ลักษณะพิเศษ]: กายาศักดิ์สิทธิ์โบราณ
[พรสวรรค์]:1414「 ระดับฟ้า」ความเร็วในการฝึกฝน 33 เท่า
[ เจตจำนงแห่งกระบี่ ]: เจตจำนงแห่งกระบี่สังหารสวรรค์
[เคล็ดวิชาที่ฝึกฝน]: คัมภีร์เต๋าจิง——บทพื้นฐาน
[วิชาลับ]:อักขระลับสิงจื่อ (เพิ่งเริ่มเรียนรู้), คัมภีร์เล่นแร่แปรธาตุ เล่มกลาง 「ยาพิษ」(เพิ่งเริ่มเรียนรู้)
[ทักษะกระบี่]:หวนสู่นิรันดร์ 「คุณภาพเซียน」
[คะแนนสะสม]:8.57 ล้าน
[ค่าโชคชะตา]:1125「ดี」หากนายท่านฆ่าใครสักคนด้วยโชคลาภ ท่านสามารถดูดซับโชคของพวกเขาไว้ใช้เองได้
[การประเมินพลังต่อสู้โดยรวม]:พลังต่อสู้ 40 เท่าของคนธรรมดาในระดับเดียวกัน
“เมื่อเข้ามาในแดนลับแห่งนี้ ข้าเพิ่มค่าโชคชะตาได้มากกว่าพันแต้มเชียวนะ” ฉู่ซิวหัวเราะ ต้องยอมรับว่า การปอกลอกโชคชะตา ตัดหน้าเจ้าศิษย์น้องเย่ฝานนั้นช่างสะใจจริง ๆ ทุกอย่างพร้อมสรรพ ขาดก็แต่ลมตะวันออกเท่านั้น
เขายืนขึ้น เดินไปยังลานส่งตัวอย่างเชื่องช้า
“มีคนบาดเจ็บมากขนาดนี้เชียวหรือ!” ฉู่ซิวมองไปรอบ ๆ บนลานกว้างมีผู้บาดเจ็บนอนระเกะระกะอยู่ทั่ว
เมื่อประเมินคร่าว ๆ แล้ว ผู้ที่บาดเจ็บสาหัสมีถึงสามร้อยกว่าคน บาดเจ็บเล็กน้อยห้าร้อยกว่าคน ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยมีเพียงไม่กี่สิบคน จากสองพันคนที่เข้ามาในดินแดนลับแห่งนี้ ตอนนี้เหลือไม่ถึงพันคน
ล้มตายไปกว่าครึ่ง
ช่างน่าสังเวชยิ่งนัก
[เฮ่อๆ...ในจำนวนนั้นสองในสิบเป็นฝีมือของเจ้าเองนะ! เจ้านี่ช่างเป็นคนใจดำเสียจริง]
ฉู่ซิวไม่สนใจคำเยาะเย้ยของระบบ เดินไปที่ลานส่งตัวหาที่ว่างนั่งสมาธิ ต้องปรับลมปราณให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด เตรียมพร้อมรับการลงทัณฑ์ของสายฟ้า
“ไอ้นั่นมันยังไม่ตายอีกหรือ?” ไม่ไกลนัก มีคนสองสามคนกระซิบกระซาบ
“พวกศิษย์พี่เหยียนนั่นขาดการติดต่อไปแล้ว หรือว่าถูกพวกเผ่ามารฆ่าตายแล้วงั้นรึ?”
“คงจะอย่างนั้น”
“เช่นนั้นพวกเราจะ?” ชายหนุ่มหน้าเป็นรอยแผลเป็น สายตาเย็นชา ทำท่าปาดคอ
“เจ้าบ้าไปแล้ว บนฟ้ายังมีคนมองอยู่เลย ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะลงมือ ณ ที่แห่งนี้!!”