มู่ไห่เฉินค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับสถานการณ์ใหม่ที่ตนอยู่ แม้เขาจะยังไม่คุ้นชินกับโลกในปัจจุบันเท่าไรนัก แต่ด้วยความทรงจำที่หลงเหลืออยู่บ้างในร่างนี้ เขาก็พอจับเค้าได้ว่าตนเองเป็ใคร
ที่แท้… มู่ไห่เฉินในโลกนี้ก็ไม่ใช่ผู้กล้าเกรียงไกร หากแต่เป็ศิษย์ไร้ค่าของสำนักเจ็ดดาราสะท้านภพ เขานั้นเข้าสำนักมาั้แ่ห้าขวบ เวลาล่วงเลยสิบปีเต็ม… ทว่าไม่มีความใฝ่หาในวรยุทธ์ แม้แต่ขั้นฝึกกายก็ยังไม่บรรลุ
ไม่ใช่ว่าเขาไร้พร์โดยกำเนิด แต่เพียงเพราะตัวตนดั้งเดิมของร่างนี้ไม่เคยมีใจรักการฝึกยุทธ์ วันคืนส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการทำงานเล็ก ๆน้อย ๆ เช่น แบกน้ำ หุงข้าว กวาดถูทั่วสำนัก จนกลายเป็ศิษย์ต้อยต่ำในสายตาผู้อื่น
ความต่ำต้อยทำให้เขาตกเป็เป้าของการเย้ยหยันและการกลั่นแกล้งอยู่เป็ระยะ แต่ถึงอย่างไร เด็กหนุ่มผู้นี้ก็ยังคงพอใจกับการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย หากแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาทนอยู่ได้ คือการมีไป๋ซูหลิงคอยอยู่ข้างกาย แม้จะเป็เพียงแค่บางครั้งบางคราว แต่ทั้งคู่ก็เป็สหายร่วมกันมานาน
ไป๋ซูหลิงเป็บุตรีแท้ ๆ ของไป๋ชวน หนึ่งในอาจารย์ผู้ทรงอำนาจแห่งสำนัก นางเป็ที่เคารพรักของศิษย์ทั้งปวง มิหนำซ้ำยังเป็สตรีรูปโฉมงดงาม ราวดอกเหมยแรกแย้มในยามหิมะละลาย ความสูงศักดิ์และความงดงามนั้น ย่อมนำพาให้ผู้คนมากมายปรารถนาจะเข้าใกล้ แต่ยิ่งอยู่ท่ามกลางผู้คนที่พยายามเอาอกเอาใจ นางกลับรู้สึกอึดอัดใจ
ทว่าเมื่อนางได้อยู่กับมู่ไห่เฉิน กลับรู้สึกสงบใจประหนึ่งสายลมบางเบาที่พัดผ่านภูผา ความจริงแล้วที่นางแสดงไมตรีนั้นหาใช่เพราะความรัก หากแต่เป็ความเห็นใจและความจริงใจที่มีให้แก่ศิษย์ร่วมสำนักผู้โดดเดี่ยว อีกทั้งมู่ไห่เฉินก็ตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างและเข้าหานางอย่างลืมหูลืมตา ทำให้นางสบายใจกว่าเมื่ออยู่พูดคุยกับมู่ไห่เฉิน
แน่นอน ความเอื้อเฟื้อของนางกลับกลายเป็ชนวนแห่งความริษยาโดยเฉพาะในสายตาเฮยอิง ศิษย์พี่ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในสำนัก ทั้งกำลังภายในแข็งแกร่ง ทั้งพร์สูงส่ง ศิษย์ทั้งสำนักต่างรู้ดีว่าเขาหลงรักไป๋ซูหลิงเพียงใด ครั้งหนึ่งเขาเคยขอคบหากับนาง แต่กลับถูกปฎิเสธเลยทำให้ขายหน้าอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นการที่นางเอาใจใส่มู่ไห่เฉินอยู่บ่อยครั้ง ก็ยิ่งเป็การเหยียบย่ำหัวใจของเฮยอิง ซ้ำยังทำให้ผู้คนบางส่วนพลอยชิงชังเด็กหนุ่มไร้ค่าผู้นี้ไปด้วย
หลายวันต่อมา มู่ไห่เฉินยังคงทำงานเช่นเคย แบกน้ำขึ้นเขา กวาดลานสำนักด้วยชุดเก่าเปรอะเปื้อนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ความเหน็ดเหนื่อยและหยาดเหงื่อกลายเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขา
อย่างไรก็ดี ด้วยระบบที่ช่วยเผยชื่อผู้คนบนศีรษะ ทำให้เขาจดจำผู้คนในสำนักได้ง่ายขึ้น แม้จะยังคงถูกเมินเฉย แต่ก็เริ่มเข้าใจโลกใบนี้ทีละน้อย
เย็นวันหนึ่ง เขากำลังหามน้ำขึ้นบันไดหินยาวหลายสิบขั้น เมื่อเดินสวนกับเฮยอิงและพรรคพวกสามคน หนึ่งในเฮยอิงแสยะยิ้ม ก่อนยกเท้าตัดขาอย่างจงใจจนมู่ไห่เฉินเสียหลัก น้ำที่หามมากระเด็นหกกระจายไปทั่วบันได เสียงหัวเราะเย้ยหยันของพรรคพวกสะท้อนก้องไปตามไหล่เขา
พรรคพวกเฮยอิงปรายตามองด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่เหลียวแล ทิ้งเพียงความอับอายให้แก่ผู้ที่ตนรังแก
“ไห่เฉินน้อย เ้าเป็อะไรหรือไม่?”
เสียงแหบพร่าของชายชราผู้หนึ่งดังขึ้น เขาคือลุงหลี่ศิษย์รุ่นเก่าที่แบกน้ำอยู่เช่นกัน เขาวางถังน้ำลง พลางถอนหายใจยาว “งานพวกนี้ปล่อยให้ข้าทำเถอะ เ้าเติบใหญ่แล้ว ควรตั้งใจฝึกวรยุทธ์ ไม่จำเป็ต้องมาลำบากเยี่ยงนี้เช่นข้า”
มู่ไห่เฉินคนในตอนนี้เม้มริมฝีปาก เขาตอนนี้ย่อมเห็นด้วยกับลุงหลี่ หากแต่ความจริงคือเขายังไม่รู้แม้แต่หนทางการฝึกยุทธ์จะเริ่มต้นอย่างไร จะขอคำชี้แนะจากผู้ใด ความห่อเหี่ยวพลันตีตื้นขึ้นมาในใจ โลกนี้ก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด
“ไม่เป็ไรท่านลุงหลี่ เื่เล็กน้อยเท่านั้น” เขาฝืนยิ้มตอบ “ท่านไปก่อนเถิด ข้าจะลงไปตักน้ำใหม่อีกรอบ”
…
ยามพลบค่ำ มู่ไห่เฉินเดินกลับห้องพักเก่า ๆ ที่มุมหนึ่งของสำนัก ห้องนั้นแต่เดิมเคยเป็เพียงห้องเก็บของเก่า ภายหลังถูกปล่อยทิ้งร้างและซ่อมแซมอย่างง่าย จึงกลายเป็ที่พักพิงของเขาในยามนี้
ที่แห่งนี้เคยเป็ที่ที่เขาต้องหลบมาร้องไห้จากการถูกกลั่นแกล้ง แต่บัดนี้กลับกลายเป็ที่พักพิงไว้หลับนอนของเขา
ทันใดนั้น
“นี่คือระบบให้คำแนะนำ”
ตัวอักษรสว่างปรากฏขึ้นตรงหน้า ไม่ว่าจะหันไปทางใดก็มิอาจหลีกหนีได้
“ท่านต้องฝึกกระบวนท่าพื้นฐานของสำนักเจ็ดดาราสะท้านภพ เพื่อเปิดเส้นทางสู่ความก้าวหน้า”
“ระบบกำลังอัปโหลดกระบวนท่าพื้นฐานไปยังความทรงจำของท่าน”
“อัปโหลดเสร็จสิ้น”
“กรุณาฝึกกระบวนท่าพื้นฐานอย่างน้อยวันละสามชั่วโมง จนกว่าระบบจะมอบคำแนะนำใหม่”
ตัวอักษรค่อย ๆ เลือนหายไป ทว่าภายในสมองของมู่ไห่เฉินกลับแจ่มชัดขึ้นมาก ท่วงท่าเบื้องต้นที่เคยเห็นผู้อื่นร่ายรำกลับผุดขึ้นในใจราวกับเขาฝึกฝนมานับพัน ๆ ครั้ง
เขาก้าวออกสู่ลานเล็กหน้าเรือนพักเก่าๆ เขาเริ่มขยับร่างกายออกท่าตามที่ปรากฏในความทรงจำ แขนขาเคลื่อนไหวมั่นคงขึ้นทีละน้อย ในสายตาของเขามีตัวเลขคล้ายนาฬิกาดิจิทัลปรากฏขึ้น เวลากำลังนับถอยหลังจากสามชั่วโมงค่อยๆลดลงไปทีละน้อย
เหงื่อเริ่มหยดริน ทว่าอารมณ์กลับไม่ใช่ความเหน็ดเหนื่อย แต่เป็ความตื่นเต้น นี่แหละคือหนทางใหม่ที่เขาเฝ้า้า ระบบเริ่มมอบความคืบหน้าให้ มีที่ไหนที่จะไม่ทำตาม เขาเชื่อว่าการทำเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลแน่นอน
“วรยุทธ์… วรยุทธ์…” มู่ไห่เฉินพึมพำกับตนเอง ไม่เพียงแค่สามชั่วโมง หากต้องฝึกทั้งวันทั้งคืน มู่ไห่เฉินก็พร้อมจะทำ เกิดใหม่ครั้งนี้ เขาจะไม่เป็ผู้ที่อยู่ภายใต้อำนาจของใครอีก การถูกดูถูก กลั่นแกล้ง โกหก หักหลัง เขาอยากให้สิ่งเ่าั้มันจบแค่ในร่างที่แล้วก็พอ วันหนึ่งเขาจะต้องได้ใช้ชีวิตที่อิสระ ใช้ชีวิตที่เป็ของตัวเอง ไม่อยู่ภายใต้อำนาจของใครอีก