“ถ้าพี่ทำแบบนี้…ส้มจะโกรธพี่ไหม?” ยังไม่ทันที่ฉันจะตอบอะไร ริมฝีปากของพี่เจก็แตะลงมาที่ริมฝีปากของฉันอย่างแ่เบา
ตึกตัก
หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นมาทันที มือที่เคยปล่อยไว้ข้างตัวเผลอกำเสื้อของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากของคนร่างสูงนั้น เต็มไปด้วยัับางเบา ละเมียดละไม อ่อนโยน มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ฉันไม่เคยััมาก่อน ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ข้างแก้มฉันอย่างแ่เบา
ฉันหลับตาลงโดยไม่รู้ตัวปล่อยให้หัวใจนำทาง ปล่อยให้ััของเขาไหลผ่านเข้ามาในทุกอณูความรู้สึก มือของพี่เจเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของฉัน ก่อนจะดึงให้เข้าใกล้ยิ่งขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างเราสองคน
“พี่เจ…” ฉันเรียกชื่อเขาเบา ๆ
“หืม…” เขาไม่ตอบอะไร เพียงโน้มตัวลงมาอีกครั้ง คราวนี้จูบของเขาลึกซึ้งกว่าเดิม
แขนที่โอบอยู่รอบเอวฉันกระชับขึ้นเล็กน้อย หัวใจของฉันเต้นแรงจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก แต่ฉันกลับไม่คิดจะผลักเขาออกแม้แต่นิดเดียว เราผละออกจากกันอย่างช้า ๆ
ฉันยังคงหลับตาอยู่ มือยังเกาะเสื้อเขาไว้แน่น ลมหายใจอุ่นร้อนอยู่ใกล้ปลายจมูก พี่เจยังไม่ขยับไปไหน ฉันรับรู้ได้ถึงแรงสั่นไหวเล็กน้อยที่ส่งผ่านมากับแขนที่โอบฉันไว้ ดวงตาคมสีน้ำตาลคู่นั้นมองฉันนิ่ง ราวกับกำลังต่อสู้บางอย่างในใจ…
พี่เจโน้มหน้าลงมาอีกครั้ง ปลายจมูกของเขาแตะกับจมูกฉันเบา ๆ ริมฝีปากของเราคลอเคลียอยู่ใกล้กันจนแทบไม่เหลือระยะห่าง ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกันอย่างห้ามไม่อยู่ แล้วจูบอีกครั้งก็เกิดขึ้น ครั้งนี้ร้อนแรงกว่าเดิม ร่างของฉันถูกเขาประคองไว้แน่น ก่อนที่แผ่นหลังของฉันจะัักับกำแพงห้องโดยไม่รู้ตัวว่ามันเกิดขึ้นั้แ่เมื่อไหร่ ความรู้สึกวูบไหวเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยบินอยู่ในท้อง
ริมฝีปากของคนร่างสูงค่อย ๆ เลื่อนต่ำลง ััอุ่นร้อนวนเวียนอยู่บริเวณลำคอของฉัน ลำแขนแกร่งโอบกอดร่างเล็กแน่นขึ้น เมื่อความเย็นจากเครื่องปรับอากาศััผิว ฉันจึงรู้ตัวว่าเสื้อยืดตัวโคร่งที่ใส่อยู่ร่นขึ้นมาเล็กน้อย
“พี่เจ…” เสียงของฉันแทบจะกลายเป็เสียงกระซิบ
“หืม…” เสียงของเขาแหบพร่า ริมฝีปากคลอเคลียอยู่ที่ลำคอขาวอย่างอ้อยอิ่ง
“ถ้าพี่ไม่หยุดตอนนี้…พี่คิดว่าพี่คงหยุดไม่ได้อีก” ฉันค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลายอย่าง อบอุ่น อ่อนโยน และอดกลั้น…
พี่เจแตะหน้าผากลงกับหน้าผากฉัน หายใจลึกหนึ่งครั้งก่อนถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ขอโทษนะ…พี่ควรจะหยุดั้แ่แรก” ฉันส่ายหน้าเบา ๆ ใบหน้าร้อนเห่อด้วยความเขินอาย
พี่เจหัวเราะเบา ๆ ก่อนใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมออกจากหน้าฉัน แล้วดึงฉันเข้าไปกอดแน่น ไม่มีคำพูดใด ๆ มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่ยังเต้นแรงอยู่ในความเงียบ
เมื่อฉันได้สติ ฉันก้มมองตัวเอง…แล้วรีบเบือนหน้าหนีทันที ยัยส้ม! เสื้อหลุดจนเกือบถึงคอแบบนี้ได้ยังไง! ฉันรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว ใบหน้าร้อนผ่าวไปถึงหู พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นร่างสูงกำลังอมยิ้มมุมปาก
จุ๊บบ! คนร่างสูงหอมแก้มคนตัวเล็กอย่างมันเขี้ยว
“พี่เจ!!”
“ขอโทษนะ…พี่ทนความน่ารักของส้มไม่ไหวจริง ๆ” พูดจบเขาก็หอมแก้มฉันซ้ำ ๆ อย่างไม่เกรงใจ
“พี่เจ หยุดเลยนะ!” แต่ดูเหมือนคำห้ามของฉันจะไม่มีผลอะไรเลย
สุดท้ายฉันก็ถูกเขากอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่อย่างนั้น กว่าจะได้ออกไปกินข้าวกันจริง ๆ เวลาก็ปาเข้าไปเกือบบ่ายโมงแล้ว กว่าพี่เจจะยอมพาฉันออกจากห้องได้ ฉันแทบต้องอ้อนวอนเขาอยู่นาน ว่าฉันหิวข้าวจนจะหมดแรงแล้วจริง ๆ
หลังจากพี่เจยอมปล่อยฉันเป็อิสระ เราก็ได้มานั่งกินข้าวกันสักที พี่เจนั่งมองอยู่ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
“เมื่อคืนเมามากเลยนะเรา” ฉันชะงักทันที เขาเลิกคิ้วนิดหนึ่ง แววตาเหมือนกำลังกลั้นขำ
“ร้องไห้โวยวาย กอดพี่แน่น…แล้วก็พูดซ้ำ ๆ อยู่คำเดียว”
“พูดว่าอะไรคะ…” ฉันเริ่มหวาดระแวงพฤติกรรมของตัวเองขึ้นมาทันที
“ชักกี้” ฉันแทบสำลักข้าวทันที
“อะไรนะคะ!?” เขาหัวเราะเบา ๆ เหมือนพอใจกับปฏิกิริยาของฉัน ก่อนจะตักไข่ทอดใส่จานฉันแล้วเลื่อนมาให้
“เรียกซ้ำตั้งหลายรอบ” ฉันรีบส่ายหน้าแรง ๆ
“ไม่จริงสักหน่อย! ส้มไม่เคย—”
“จริงสิ” เขาตอบทันทีเหมือนเตรียมคำตอบไว้แล้ว
“แล้วก็กอดพี่แน่นด้วย”
“พี่เจ!” ฉันหน้าแดงขึ้นมาทันที เขาเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองฉันอย่างสบาย ๆ
“แต่ก็น่ารักดี…”
“พี่ชอบ” คำว่า ชอบ จากปากเขา ทำเอาหัวใจฉันเหมือนหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ มือที่ถือช้อนอยู่แทบหยุดนิ่ง ฉันไม่กล้าเงยหน้ามองเขาเลยด้วยซ้ำ
“ส้ม” ฉันเงยหน้าขึ้น พี่เจกำลังมองฉันนิ่ง ๆ แววตาที่เคยกวนประสาทเมื่อครู่ ตอนนี้กลับอ่อนลงอย่างประหลาด
“แล้วคราวหน้า…ถ้าจะกอดพี่แบบนั้น” เขาหยุดพูดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก
“ไม่ต้องเมาก็ได้” ฉันรีบก้มหน้าลงแทบจะทันที รู้สึกได้เลยว่าหน้าตัวเองร้อนจนแทบจะะเิอยู่แล้ว ไอ้คนบ้า!!