บทที่7 กำไล
วันรุ่งขึ้นรูริว่าจะเอาของเล่นสำหรับฆ่าเวลาไปให้คนที่คงจะดีใจเพราะมีเวลาอยู่เหลือเฟือจึงเปิดช่องมิติเข้าไป
หากภาพที่เห็นนั้นผิดจากที่นึกไว้โดยสิ้นเชิง
เมื่อวานนี้ที่นี่เป็เพียงที่โล่งซึ่งปราศจากข้าวของใดๆ
จริงอยู่ที่เธอเอาของที่ซื้อจากตลาดใส่ไว้ช่องมิตินี้กว้างขวางด้วยพลังเวทของรูริ จึงย่อมมีที่ว่างอีกมาก
ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลกลใดจึงมีทั้งเสื้อผ้าที่เธอไม่ได้ซื้อ เครื่องเรือนที่เธอไม่ได้ใส่เข้ามาของจุกจิกที่จำไม่ได้เลยว่าเคยจับต้องกระทั่งเครื่องประดับและอาวุธอีกเป็จำนวนมาก
“นี่มันอะไรกันนน!”
คงเพราะได้ยินเสียงรูริแหกปากภูตแห่งกาลเวลาจึงปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า
‘ดีใจจังเลย...แวะมาหาข้าจริงๆ สินะ...’
อีกฝ่ายปลาบปลื้มจนน้ำตาซึม
แต่รูริไม่มีอารมณ์จะไปซาบซึ้งด้วย
“ขอโทษทีที่ทำลายความซึ้งนะแต่นี่มันอะไร!?”
‘ฉันไปขนมาเพราะคิดว่ารูริคงอยากได้ไง’
ใบหน้านั้นยิ้มแย้มเหมือนรอคำชมอยู่หากเธอก็ได้แต่มึนหัว
“แล้วไปขนมาจากไหน!?”
‘ก็ต้องจากช่องมิติของคนอื่นสิ ข้าออกไปจากช่องมิติไม่ได้นี่นา’
สรุปสั้นๆง่ายๆ ว่าก็ขโมยดีๆ นี่เอง...
หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก
“เอาไปคืนเดี๋ยวนี้เลย!”
‘ทำไมล่ะ...ข้าอุตส่าห์อยากให้รูริดีใจ’
เ้าตัวคงไม่นึกฝันว่าจะโดนปฏิเสธดวงตานั้นเบิกโตจนน้ำตาแทบร่วงผล็อยด้วยความตกตะลึง
เห็นเช่นนั้นแล้วรูริก็ค่อยเสียงอ่อนลง
“ฉันดีใจที่อุตส่าห์คิดถึงกันนะแต่จะไปเอาของคนอื่นมานี่ไม่ได้เด็ดขาด”
‘งั้นก็ไม่เป็ไรหรอก พวกนี้เป็ของในช่องมิติที่ไม่มีเ้าของแล้ว’
“ไม่มีเ้าของ?”
พอกำลังจะคิดว่านั่นหมายความว่าอะไรวินาทีถัดมา รูริก็ไม่ได้อยู่ในห้องที่ล้นไปด้วยข้าวของแล้วเธอพบว่าตัวเองยืนอยู่บนขั้นหนึ่งของบันได
เธอก้มลงมองบันไดวนที่ทอดตัวยาวลงไปเบื้องล่างจนดูไม่ออกว่าตัวเองยืนอยู่สูงแค่ไหนวูบหนึ่งที่เธอเกือบเซตัวไป เมื่อหันไปมองข้างบนปลายบันไดอีกข้างก็อยู่ไกลจนไม่รู้ว่าสิ้นสุดที่ไหนเหมือนกัน
บันไดเวียนอันยาวแสนยาวเหมือนมีเพียงขั้นบันไดที่ลอยเด่นอยู่ท่ามกลางความมืด ยาวเสียจนมองไม่เห็นปลายทั้งฝั่งบนและล่าง
“ที่นี่คือ...?”
‘ห้วงมิติที่อยู่ในความดูแลของข้ายังไงละ ที่จริงแล้วไม่ควรให้ใครเข้ามาแต่รูริเป็กรณีพิเศษนะ ดูที่ข้างๆ บันไดสิ มีประตูอยู่ใช่ไหมล่ะ’
รอบนอกของบันไดนั้นมีบานประตูเรืองแสงเรียงรายอยู่
บานหนึ่งในนั้นมีเขียนไว้ตัวโตๆว่า ‘ห้องของรูริ’
“ตรงนั้นเป็ช่องมิติของรูริที่เราอยู่กันเมื่อกี้ไงประตูฝั่งนี้มีแต่ข้าเปิดได้คนเดียว”
“หมายความว่าประตูอื่นก็คือช่องมิติของคนอื่นงั้นเหรอ”
‘ใช่แล้ว จะมีประตูที่เรืองแสงกับไม่เรืองแสงอยู่ใช่ไหมที่เรืองแสงคือเ้าของยังมีชีวิตอยู่ นอกนั้นคือไม่มีใครเป็เ้าของแล้วของที่ข้าขนไปไว้ห้องของรูรินั่นมาจากห้องที่ไม่มีเ้าของดังนั้นไม่ต้องห่วงอะไรหรอก’
ถึงจะพูดอย่างนั้นเธอก็ไม่สบายใจอยู่ดี
“แต่อยู่ๆไปเอามาเลยมันก็ยังไงอยู่นา...”
‘รูรินี่จริงจังมากเลยนะ ผู้ทำสัญญาคนก่อนของข้าน่ะถือว่าถ้าไม่มีเ้าของแล้วก็เอาไปได้เลยเห็นอะไรใช้ได้ก็คว้าไปหมดเลยละ’
“ผู้ทำสัญญา?”
‘ใช่ สัญญานี่เรียกง่ายๆ ก็คือการที่ภูตถูกใจใคร ก็จะให้ยืมพลังบ้าง ให้พรบ้างไงละผู้ทำสัญญาคนก่อนก็มีพลังเวทมากระดับสร้างช่องมิติขนาดใหญ่พอให้เขามาที่นี่ได้เหมือนกันเขาหยาบคาย ชอบวางโต ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่น...แต่ก็อ่อนโยนมากเลยละ’
ภูตแห่งกาลเวลากล่าวด้วยท่าทีดีใจหากก็เหงาหงอย
บอกให้รู้ว่าสำหรับนางแล้วคนผู้นั้นคงจะเป็คนสำคัญที่ยากจะลืมได้
‘แต่นั่นไม่เกี่ยวอะไรหรอก เื่ของพวกนี้ ช่องมิติน่ะเปิดได้แต่เ้าของเท่านั้นถ้าเ้าของไม่อยู่แล้ว ข้าก็จะทยอยลบทิ้งไป ของข้างในก็จะหายไปทั้งหมดด้วยรูริเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ยังจะดีกว่าอีก’
“จะลบทิ้งไปเลยเหรอ”
‘แน่นอน ไม่อย่างนั้นก็จะมีประตูใหม่ขึ้นมาไม่รู้จบ’
เธอคิดแล้วคิดอีกว่าจะมัวพึ่งเชลซีทุกอย่างไม่ได้การจะมีชีวิตอยู่ในโลกซึ่งปราศจากครอบครัวหรือญาติมิตรที่พึ่งพาได้นั้นไม่มีหลักประกันอะไรจึงควรยอมรับว่าเอาของที่จำเป็ไปใช้นั้นเป็ทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่า
“งั้นเอาเฉพาะของที่ใช้ได้ก็พอ”
‘ดีแล้ว จริงสิ ช่องมิติของผู้ทำสัญญาคนก่อนก็ยังอยู่นะ ไว้ข้าจะย้ายของไปที่ห้องรูริแล้วกัน’
“เอ๋ไม่ต้องหรอก นั่นมันของคนสำคัญของคุณนี่”
‘ไม่เป็ไรๆ เขาบอกไว้แล้วว่าถ้าข้าหาผู้ทำสัญญาคนใหม่ได้จะยกของทั้งหมดให้’
ว่าแต่ผู้ทำสัญญาคนใหม่คืออะไรรูริจำไม่ได้เลยว่าเคยตกลงอะไรไว้ด้วย
พอเห็นความงุนงงในสีหน้าของเธอภูตแห่งกาลเวลาก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
‘เมื่อวานตอนรูริกลับไป ข้าก็ผูกสัญญาไว้แล้วละ’
“ั้แ่เมื่อไหร่...”
‘ก็ข้าชอบรูริเข้าแล้วนี่นา’
อีกฝ่ายประกบมือขอโทษอย่างน่าเอ็นดูในขณะที่รูริได้แต่ไหล่ตก
แล้วในพริบตาพวกเธอก็มาอยู่ในช่องมิติของผู้ทำสัญญาคนก่อนของภูตแห่งกาลเวลา
ที่นั่นกว้างกว่าช่องมิติของรูริอีกหลายเท่าแค่กวาดตามองผ่านๆก็เห็นเครื่องประดับและอาวุธล้ำค่าอยู่มากมายเป็กองูเาจนเธอถึงกับอึ้ง
“...ให้ฉันหมดนี่เลยจะดีเหรอ”
‘แน่นอน เดี๋ยวข้าจะเชื่อมที่นี่กับห้องรูริแล้วย้ายของไปให้แต่ถ้ามีชิ้นไหนถูกใจ จะเอาไปก่อนก็ได้นะ’
รูริไม่รู้ค่าเงินของโลกนี้เท่าไหร่หากก็มองออกว่าเครื่องประดับที่วางอยู่ตรงโน้นตรงนี้ไม่ใช่ของราคาถูกโดยเด็ดขาดแต่ละชิ้นทอประกายวาววับจนเธอชักปวดหัว เมื่อมองรอบตัว สายตาก็ไปหยุดที่กำไลวงหนึ่ง
กำไลทองเส้นบางนั้นฝังอัญมณีเม็ดเล็กๆไว้ แล้วสลักเป็ลวดลายจนรอบวง
“สวยจังเลย...”
นอกจากกำไลแล้วเธอเลือกสร้อยคอกับของอย่างอื่นนิดหน่อยเพื่อจะให้กับเชลซีก่อนจะหยิบมีดและธนูที่น่าจะใช้ในป่าได้ แล้วกลับไปยังช่องมิติของตัวเอง
รูริในตอนนั้นมัวแต่เลือกของเพลินจนไม่ทันฟังคำเตือนของภูตแห่งกาลเวลาว่าในนี้ก็มีของที่ควรต้องระวังในการใช้อยู่ด้วย
“จริงสิคุณชื่ออะไรล่ะ เรียกว่าภูตแห่งกาลเวลามันเรียกยากน่ะ”
‘ลิเดีย’
“ลิเดียสินะฉันจำได้ละ”
ฟังเสียงเธอเรียกชื่อของตัวเองแล้วลิเดียก็ยิ้มอย่างสดใสที่สุดที่เท่าเคยเห็นมา
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/2Gbylei