บทส่งท้ายนี้ไรท์ให้อ่านฟรีค่ะ เพื่อเป็นการขอบคุณที่ Reader ทุกท่านคอยช่วยสนับสนุน
ขอฝาก My_Aink ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกท่านด่วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ฉันเดินออกมารอพี่ธงหน้าบ้าน สักพักพี่ธงก็ขับรถเก๋งคันหรูมาจอดเทียบหน้าบ้านตรงหน้าฉัน พี่ธงลงจากรถและเดินมาเปิดประตูรถให้ฉัน ฉันจึงก้าวขึ้นรถไปนั่งเบาะหลังและเอนกายพิงไปกับเบาะ
สายตามองดูน้ำพุที่กำลังไหลลงกระทบกับหินตรงกลางสวนหย่อมหน้าบ้าน พรางคิดในใจ
ถ้าจิตใจฉันเป็นเหมือนหินก็คงจะดี อย่างน้อยฉันก็คงจะไม่ต้องรู้สึกเจ็บแบบนี้ แต่ก็นะ โบราณเขาว่าไว้ น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แล้วนับประสาอะไรกับใจฉันมันจะทนไหวกับเรื่องราวพวกนี้
ฉันไม่ได้คิดจะหนีอีก ฉันแค่อยากไปให้พ้นๆจากตรงนี้ ไปให้พ้นๆจากคนหลอกลวง แล้วถ้าสบายใจ ฉันจะกลับมา
ปัง!!! เสียงประตูรถปิดลง สงสัยพี่ธงคงขึ้นรถแล้ว
รถค่อยๆเคลื่อนตัวและขับออกไปในขณะที่ฉันยังคงมองไปยังนอกกระจกมองดูวิวข้างทางอย่างใจจดใจจ่อโดยที่ไม่ได้สนใจคนขับเลยสักนิด
“ไปไหนครับ” พี่ธงถามฉันน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ฉันรู้สึกว่าเสียงพี่ธงเปลี่ยนไป แต่ก็ช่างเถอะ อาจจะเพราะฉันไม่ได้อยู่บ้านนานเลยอาจจะแค่ยังไม่คุ้น
“ไปไหนก็ได้ค่ะ ปาล์มไม่อยากอยู่บ้าน” ฉันตอบส่งเดชในขณะที่สายตายังคงมองวิวริมทางอย่างจิตใจล่องลอย
พี่ธงไม่ตอบแต่แกยังคงขับรถต่อไปเรื่อยๆ ฉันจึงได้แต่มองวิวเพลินๆจนเผลอหลับไป
เวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้
ฉันรู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นมา กวาดสายตามองไปรอบตัว เห็นผ้าปูที่นอนสีขาวที่มีลายดำประปราย
ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มนี่มันคุ้นๆแฮะ
ฉันกวาดสายตามองรอบๆห้อง
ห้องนี้มันก็คุ้นๆ
ฉันคิดในใจ พยายามนึกว่าที่ที่ฉันนอนอยู่นี้คือที่ไหน
“บ้านนายเวย์” ฉันรีบสปริงตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนเตียงทันทีที่นึกออกว่าที่ที่ฉันนอนอยู่คือที่ไหน พรางมองดูพิจารณาร่างกายของตัวเองอย่างกังวล ไม่มีส่วนไหนบุบสลาย หวังว่านายเวย์คงจะไม่ฉวยโอกาสฉันตอนหลับหรอกนะ (แหม พูดอย่างกับว่าไม่เคยกันมาก่อนงั้นแหละ555)
“แล้วฉันมาที่นี่ได้ยังไง” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองพยายามนึกให้ออกว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
ฉันจำได้ว่าครอบครัวของนายเวย์มาหาพ่อแม่ฉันที่บ้านแต่ฉันไม่อยากเจอไม่อยากฟังและไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ฉันจึงให้พี่ธงขับรถพาฉันออกไปชมเมืองเล่น แล้วฉันก็เผลอหลับไปและจู่ๆฉันก็มาตื่นอยู่ที่นี่
หรือว่า… คนที่ขับรถให้ฉันตลอดทางไม่ใช่พี่ธง ถึงว่าทำไมเสียงพี่ธงถึงแปลกไป ยัยปารมีนะยัยปารมีทำไมถึงไม่หัดสังเกตุอะไรบ้างเลย หลงกลความเจ้าเล่ห์ของนายเวย์เลยเนี่ย
“ตื่นแล้วหรอ” นายเวย์ที่เดินเปิดประตูเข้ามา
“ฉันจะกลับบ้าน” ฉันพูดและลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปเปิดประตู
มือของนายเวย์คว้าเอาเอวของฉันเข้าไปกอดจากทางด้านหลัง เขาเอาคางของตัวเองมาเกยไว้ที่ไหล่ของฉันแบบทุกครั้งที่เขาเคยทำ
“อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ เธอไม่สงสารฉันบ้างหรอ” เสียงของนายเวย์ออดอ้อนฉันราวกับเด็กๆ
“คนอย่างนายน่าสงสารตรงไหน ปล่อยฉัน” ฉันพูดกึ่งตะคอกเสียงแข็ง
ให้ตายยังไงฉันก็จะไม่ยอมใจอ่อนกับนายเด็ดขาดนายคนหลอกลวง
“อย่าใจร้ายกับฉันนักเลยนะ” เขายังคงออดอ้อนดังเดิม
เสียงอ้อนของเขามันช่างน่ารักจนใจฉันแทบจะละลาย แต่ไม่ได้สิ ฉันต้องใจแข็งไว้ จะใจอ่อนให้คนหลอกลวงแบบเขาไม่ได้เด็ดขาด
ฉันหันไปมองหน้านายเวย์ แต่ความรู้สึกหวั่นไหวมันก็ถาโถมเข้ามาจนฉันทำตัวไม่ถูก ฉันจึงต้องหลบสายตาของเขาทันที
“ถ้านายไม่ปล่อยฉัน ฉันจะ…” ฉันยังพูดไม่ทันจบก็ถูกนายเวย์พูดขัดขึ้นมาซะก่อน
“เธอมองหน้าฉันสิ มองตาฉันแล้วบอกฉันมาว่าเธอไม่ได้รักฉัน แล้วจากนี้ไปฉันจะยอมปล่อยเธอไป และจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเธออีกเลย” นายเวย์พูดเสียงแผ่วอย่างสิ้นหวัง
คำพูดของเขามันทิ่มแทงใจของฉันอย่างมาก มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวด ฉันจะทำแบบที่เขาต้องการได้ยังไง ในเมื่อฉันรักเขา
ฉันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก รวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเขา เพื่อให้ทุกอย่างมันจบ ฉันจะต้องยอมทำตามที่เขาขอ แล้วต่อจากนี้ก็ทางใครทางมัน
ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้านายเวย์ มองผมสีดำเข้มของเขา มองคิ้วดกดำบนใบหน้า ดวงตามคมคายที่ทำให้ใจฉันเต้นแรงทุกครั้งที่ได้สบตา มองดูจมูกที่โด่งเป็นสันชวนให้น่ามอง และริมฝีปากแดงระเรื่อที่ฉันคิดถึงและถวินหามาตลอด
ด้วยความรู้สึกคิดถึงสุดหัวใจ ฉันจึงเขย่งขึ้นไปจูบเขาอย่างดูดดื่ม วินาทีนี้ฉันไม่สามารถห้ามตัวเองได้อีกแล้ว ฉันไม่สามารถโกหกตัวเองได้อีกต่อไปแล้วว่าฉันไม่ได้รักและไม่ได้ต้องการเขา
นายเวย์จูบตอบฉันกลับอย่างเร่าร้อนบ่งบอกว่าเขาเองก็คิดถึงฉันสุดหัวใจเช่นเดียวกัน มือของเขาเริ่มบีบเค้นตามร่างกายของฉันทำให้ฉันรู้สึกสาบายตัว แล้วเขาก็พาฉันไปขึ้นสวรรค์จบที่เตียงนอน
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาแยงตาทำให้ฉันค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น เห็นนายเวย์ที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆกัน ฉันจึงแอบจุ๊บเบาๆที่แก้มเขาหนึ่งทีก่อนจะลุกขึ้นออกจากตัวเขา แต่เขาก็ดึงฉันเข้าไปกอดไว้ดังเดิม
“รีบตื่นจัง ขอนอนต่ออีกแปปนะคราฟฟ” เขาพูดเสียงงัวเงียปนออดอ้อน
“เช้าแล้วค่ะ ปาล์มจะไปทำอาหารให้คุณกิน” ฉันพูดตอบและยิ้มให้กับความขี้อ้อนของเขา
“แค่ผมกินคุณผมก็อิ่มไปทั้งวันแล้ว” เขาลืมตาขึ้นและยิ้มทำหน้าตาทะเล้นจนฉันเขินทำตัวไม่ถูก
“หมดเวลาเล่นแล้วค่ะ ฉันหิวแล้ว” ฉันพูดปรามนายเวย์ เพราะนี่ก็สิบโมงกว่าแล้ว
“ครับ ไปกัน” เขาพูดและลุกออกจากผ้าห่มด้วยกายที่เปลือยเปล่าล่อนจ้อน
“เอาไป อายผีบ้านผีเรือนบ้าง” ฉันโยนเสื้อคลุมไปให้เขาและคว้าของตัวเองมาใส่บ้าง
ฉันลุกออกจากที่นอนเพื่อที่จะลุกเดิน แต่แล้วร่างกายของฉันก็ต้องลงไปกองอยู่กับพื้น ขามันเป็นตะคริวจนแทบจะไม่สามารถยืนได้
“ไหวมั้ยครับเนี่ย” นายเวย์พูดกึ่งแซวฉัน
“ก็ใครล่ะที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้” ฉันหันไปมองค้อนเขาทั้งๆที่จริงแล้วฉันเขินจนแทบอยากจะม้วนตัวหนี
“โอ๋ๆ” นายเวย์อุ้มฉันไปวางไว้บนเตียงนอนแล้วนั่งลงข้างลงตรงหน้าฉัน “ขึ้นหลังผม เดี๋ยวผมพาไปกินข้าว”
เขาสั่งให้ฉันขึ้นหลังฉันจึงขึ้นไปแบบว่าง่ายตามที่เขาบอกแล้วเขาก็เดินลงไปชั้นล่างโดยที่มีฉันอยู่บนหลังเขาด้วย
“ฮั่นแน่ ขี่หลังกันลงมาแบบนี้คือดีกันแล้วใช่ป่ะ” เสียงของยัยซิลเวียร์ดังแซวฉันกับกับนายเวย์ลั่นบ้าน
นี่นางมาได้ยังไงเนี่ย? แล้วก็ไม่ได้มาคนเดียวด้วยนะ มาหมดเลย ทั้งคุณพ่อคุณแม่ฉันและคุณพ่อคุณแม่นายเวย์
“ฮิ้ววววว” เสียงร้องของทุกคนดังขึ้นแซวฉันกับนายเวย์พร้อมกันทำเอาฉันและเขาต้องเขินกันจนหน้าแดง
“ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าผมจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง” นายเวย์พูดโวอย่างอารมณ์ดีก่อนจะวางฉันลงบนโซฟา
“ถ้างั้นงานแต่งงานก็เป็นอันต้องจัดใช่มั้ยคะคุณพ่อคุณแม่ ใช่มั้ยคะคุณอา” ยัยซิลเวียร์หันไปถามพ่อแม่ของฉันกับนายเวย์
“งั้นพวกเราก็ต้องไปหาฤกษ์กันแล้วล่ะค่ะคุณน้อง” คุณแม่ของนายเวย์หันไปกระซิบกระซาก (แต่ฉันได้ยิน) กับคุณแม่ของฉัน
“วันไหนดีค้าา” แม่ของฉันก็กระซิบตอบแต่ก็ตั้งใจจะให้ทุกคนได้ยิน นายเวย์เอามือมาโอบไหล่ฉันแล้วกระซิบที่ข้างหูของฉัน
“คุณยินดีจะเป็นภรรยาของผมมั้ยครับ”
โห นี่คือการขอแต่งงานของนายหรอเนี่ย ทางการไปป่ะ ไม่โรแมนติกเอาซะเลย
“…” ฉันหันไปมองหน้าเขาแล้วยิ้มโดยที่ไม่ได้ตอบอะไร ^_^
“ไม่ปฏิเสธงั้นผมถือว่าตกลงนะ” นายเวย์พูดคิดเออเอง
“ค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบและยิ้มให้เขาแบบเขินๆ
“ฮิ้ววววว” เสียงแซวของทุกคนยังคงดังต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสายจนฉันอายแทบจะม้วนตัวได้ แต่นายเวย์เนี่ยสิที่ดูเหมือนจะหน้าด้านหน้าทนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
“ขอบคุณนะครับ” พูดจบเขาก็หอมที่แก้มของฉันทีหนึ่ง
“หอมผมบ้างสิ” นายเวย์หันมาอ้อนฉันบ้าง
“หอมเลยๆๆๆๆ” เสียงเชียร์จากทุกคนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นี่ฉันต้องมาสวีทกับนายต่อหน้าทุกคนหรอเนี่ย ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าพ่อกับแม่เลย อายจัง ^_^
เอาวะ เพื่อความสบายใจของทุกคน
ฟอดดดดด
ฉันหันไปหอมแก้นนายเวย์คืนหนึ่งทีท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงแซวของทุกคน
จบแล้วค่าาา
The End
รอติดตามภาคต่อไปได้ในเรื่อง ภารกิจซ้อนรัก นะคะ
เรื่องราวความรักในแง่มุมชีวิตของ ซิลเวียร์
ความรักที่ต้องถูกกีดกันด้วยเรื่องของชาติตระกูล
และภารกิจลับที่ต้องไปหว่านเสน่ห์เพื่อสืบหาข้อมูลของบุคคลที่สาม
แล้วเรื่องราวความรักวุ่นๆจะจบลงยังไง
ติดตามชมได้ใน……
พบกับ….