(END)​ Its​ you​ เลือก​กี่​ครั้ง​ก็​ยัง​เป็น​เธอ​

    บทที่ 31 จบ(ไม่)บริบูรณ์

    บทส่งท้าย​นี้ไรท์​ให้​อ่าน​ฟรี​ค่ะ​ เพื่อเป็นการขอบคุณ​ที่​ Reader​ ทุก​ท่านคอยช่วยสนับสนุน​ 

    ขอฝาก​ My_Aink​ ไว้​ใน​อ้อมอก​อ้อม​ใจ​ของ​ทุก​ท่านด่วยนะคะ​ ขอบคุณ​ค่ะ​


    ฉันเดินออกมารอพี่ธงหน้าบ้าน สักพักพี่ธงก็ขับรถเก๋งคันหรูมาจอดเทียบหน้าบ้านตรงหน้าฉัน พี่ธงลงจากรถและเดินมาเปิดประตูรถให้ฉัน ฉันจึงก้าวขึ้นรถไปนั่งเบาะหลังและเอนกายพิงไปกับเบาะ

    สายตามองดูน้ำพุที่กำลังไหลลงกระทบกับหินตรงกลางสวนหย่อมหน้าบ้าน พรางคิดในใจ

    ถ้าจิตใจฉันเป็นเหมือนหินก็คงจะดี อย่างน้อยฉันก็คงจะไม่ต้องรู้สึกเจ็บแบบนี้ แต่ก็นะ โบราณเขาว่าไว้ น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แล้วนับประสาอะไรกับใจฉันมันจะทนไหวกับเรื่องราวพวกนี้

    ฉันไม่ได้คิดจะหนีอีก ฉันแค่อยากไปให้พ้นๆจากตรงนี้ ไปให้พ้นๆจากคนหลอกลวง แล้วถ้าสบายใจ ฉันจะกลับมา

    ปัง!!! เสียงประตูรถปิดลง สงสัยพี่ธงคงขึ้นรถแล้ว

    รถค่อยๆเคลื่อนตัวและขับออกไปในขณะที่ฉันยังคงมองไปยังนอกกระจกมองดูวิวข้างทางอย่างใจจดใจจ่อโดยที่ไม่ได้สนใจคนขับเลยสักนิด

    “ไปไหนครับ” พี่ธงถามฉันน้ำเสียงนิ่งๆ แต่ฉันรู้สึกว่าเสียงพี่ธงเปลี่ยนไป แต่ก็ช่างเถอะ อาจจะเพราะฉันไม่ได้อยู่บ้านนานเลยอาจจะแค่ยังไม่คุ้น

    “ไปไหนก็ได้ค่ะ ปาล์มไม่อยากอยู่บ้าน” ฉันตอบส่งเดชในขณะที่สายตายังคงมองวิวริมทางอย่างจิตใจล่องลอย

    พี่ธงไม่ตอบแต่แกยังคงขับรถต่อไปเรื่อยๆ ฉันจึงได้แต่มองวิวเพลินๆจนเผลอหลับไป

    เวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้

    ฉันรู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นมา กวาดสายตามองไปรอบตัว เห็นผ้าปูที่นอนสีขาวที่มีลายดำประปราย

    ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มนี่มันคุ้นๆแฮะ

    ฉันกวาดสายตามองรอบๆห้อง

    ห้องนี้มันก็คุ้นๆ

    ฉันคิดในใจ พยายามนึกว่าที่ที่ฉันนอนอยู่นี้คือที่ไหน

    “บ้านนายเวย์” ฉันรีบสปริงตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนเตียงทันทีที่นึกออกว่าที่ที่ฉันนอนอยู่คือที่ไหน พรางมองดูพิจารณาร่างกายของตัวเองอย่างกังวล ไม่มีส่วนไหนบุบสลาย หวังว่านายเวย์คงจะไม่ฉวยโอกาสฉันตอนหลับหรอกนะ (แหม พูดอย่างกับว่าไม่เคยกันมาก่อนงั้นแหละ555)

    “แล้วฉันมาที่นี่ได้ยังไง” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองพยายามนึกให้ออกว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

    ฉันจำได้ว่าครอบครัวของนายเวย์มาหาพ่อแม่ฉันที่บ้านแต่ฉันไม่อยากเจอไม่อยากฟังและไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ฉันจึงให้พี่ธงขับรถพาฉันออกไปชมเมืองเล่น แล้วฉันก็เผลอหลับไปและจู่ๆฉันก็มาตื่นอยู่ที่นี่

    หรือว่า… คนที่ขับรถให้ฉันตลอดทางไม่ใช่พี่ธง ถึงว่าทำไมเสียงพี่ธงถึงแปลกไป ยัยปารมีนะยัยปารมีทำไมถึงไม่หัดสังเกตุอะไรบ้างเลย หลงกลความเจ้าเล่ห์ของนายเวย์เลยเนี่ย

    “ตื่นแล้วหรอ” นายเวย์ที่เดินเปิดประตูเข้ามา

    “ฉันจะกลับบ้าน” ฉันพูดและลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปเปิดประตู

    มือของนายเวย์คว้าเอาเอวของฉันเข้าไปกอดจากทางด้านหลัง เขาเอาคางของตัวเองมาเกยไว้ที่ไหล่ของฉันแบบทุกครั้งที่เขาเคยทำ

    “อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ เธอไม่สงสารฉันบ้างหรอ” เสียงของนายเวย์ออดอ้อนฉันราวกับเด็กๆ

    “คนอย่างนายน่าสงสารตรงไหน ปล่อยฉัน” ฉันพูดกึ่งตะคอกเสียงแข็ง

    ให้ตายยังไงฉันก็จะไม่ยอมใจอ่อนกับนายเด็ดขาดนายคนหลอกลวง

    “อย่าใจร้ายกับฉันนักเลยนะ” เขายังคงออดอ้อนดังเดิม

    เสียงอ้อนของเขามันช่างน่ารักจนใจฉันแทบจะละลาย แต่ไม่ได้สิ ฉันต้องใจแข็งไว้ จะใจอ่อนให้คนหลอกลวงแบบเขาไม่ได้เด็ดขาด

    ฉันหันไปมองหน้านายเวย์ แต่ความรู้สึกหวั่นไหวมันก็ถาโถมเข้ามาจนฉันทำตัวไม่ถูก ฉันจึงต้องหลบสายตาของเขาทันที

    “ถ้านายไม่ปล่อยฉัน ฉันจะ…” ฉันยังพูดไม่ทันจบก็ถูกนายเวย์พูดขัดขึ้นมาซะก่อน

    “เธอมองหน้าฉันสิ มองตาฉันแล้วบอกฉันมาว่าเธอไม่ได้รักฉัน แล้วจากนี้ไปฉันจะยอมปล่อยเธอไป และจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเธออีกเลย” นายเวย์พูดเสียงแผ่วอย่างสิ้นหวัง

    คำพูดของเขามันทิ่มแทงใจของฉันอย่างมาก มันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวด ฉันจะทำแบบที่เขาต้องการได้ยังไง ในเมื่อฉันรักเขา

    ฉันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก รวบรวมความกล้าทั้งหมดแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเขา เพื่อให้ทุกอย่างมันจบ ฉันจะต้องยอมทำตามที่เขาขอ แล้วต่อจากนี้ก็ทางใครทางมัน

    ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองหน้านายเวย์ มองผมสีดำเข้มของเขา มองคิ้วดกดำบนใบหน้า ดวงตามคมคายที่ทำให้ใจฉันเต้นแรงทุกครั้งที่ได้สบตา มองดูจมูกที่โด่งเป็นสันชวนให้น่ามอง และริมฝีปากแดงระเรื่อที่ฉันคิดถึงและถวินหามาตลอด

    ด้วยความรู้สึกคิดถึงสุดหัวใจ ฉันจึงเขย่งขึ้นไปจูบเขาอย่างดูดดื่ม วินาทีนี้ฉันไม่สามารถห้ามตัวเองได้อีกแล้ว ฉันไม่สามารถโกหกตัวเองได้อีกต่อไปแล้วว่าฉันไม่ได้รักและไม่ได้ต้องการเขา

    นายเวย์จูบตอบฉันกลับอย่างเร่าร้อนบ่งบอกว่าเขาเองก็คิดถึงฉันสุดหัวใจเช่นเดียวกัน มือของเขาเริ่มบีบเค้นตามร่างกายของฉันทำให้ฉันรู้สึกสาบายตัว แล้วเขาก็พาฉันไปขึ้นสวรรค์จบที่เตียงนอน

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาแยงตาทำให้ฉันค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น เห็นนายเวย์ที่กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆกัน ฉันจึงแอบจุ๊บเบาๆที่แก้มเขาหนึ่งทีก่อนจะลุกขึ้นออกจากตัวเขา แต่เขาก็ดึงฉันเข้าไปกอดไว้ดังเดิม

    “รีบตื่นจัง ขอนอนต่ออีกแปปนะคราฟฟ” เขาพูดเสียงงัวเงียปนออดอ้อน

    “เช้าแล้วค่ะ ปาล์มจะไปทำอาหารให้คุณกิน” ฉันพูดตอบและยิ้มให้กับความขี้อ้อนของเขา

    “แค่ผมกินคุณผมก็อิ่มไปทั้งวันแล้ว” เขาลืมตาขึ้นและยิ้มทำหน้าตาทะเล้นจนฉันเขินทำตัวไม่ถูก

    “หมดเวลาเล่นแล้วค่ะ ฉันหิวแล้ว” ฉันพูดปรามนายเวย์ เพราะนี่ก็สิบโมงกว่าแล้ว

    “ครับ ไปกัน” เขาพูดและลุกออกจากผ้าห่มด้วยกายที่เปลือยเปล่าล่อนจ้อน

    “เอาไป อายผีบ้านผีเรือนบ้าง” ฉันโยนเสื้อคลุมไปให้เขาและคว้าของตัวเองมาใส่บ้าง

    ฉันลุกออกจากที่นอนเพื่อที่จะลุกเดิน แต่แล้วร่างกายของฉันก็ต้องลงไปกองอยู่กับพื้น ขามันเป็นตะคริวจนแทบจะไม่สามารถยืนได้

    “ไหวมั้ยครับเนี่ย” นายเวย์พูดกึ่งแซวฉัน

    “ก็ใครล่ะที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้” ฉันหันไปมองค้อนเขาทั้งๆที่จริงแล้วฉันเขินจนแทบอยากจะม้วนตัวหนี

    “โอ๋ๆ” นายเวย์อุ้มฉันไปวางไว้บนเตียงนอนแล้วนั่งลงข้างลงตรงหน้าฉัน “ขึ้นหลังผม เดี๋ยวผมพาไปกินข้าว”

    เขาสั่งให้ฉันขึ้นหลังฉันจึงขึ้นไปแบบว่าง่ายตามที่เขาบอกแล้วเขาก็เดินลงไปชั้นล่างโดยที่มีฉันอยู่บนหลังเขาด้วย

    “ฮั่นแน่ ขี่หลังกันลงมาแบบนี้คือดีกันแล้วใช่ป่ะ” เสียงของยัยซิลเวียร์ดังแซวฉันกับกับนายเวย์ลั่นบ้าน

    นี่นางมาได้ยังไงเนี่ย? แล้วก็ไม่ได้มาคนเดียวด้วยนะ มาหมดเลย ทั้งคุณพ่อคุณแม่ฉันและคุณพ่อคุณแม่นายเวย์

    “ฮิ้ววววว” เสียงร้องของทุกคนดังขึ้นแซวฉันกับนายเวย์พร้อมกันทำเอาฉันและเขาต้องเขินกันจนหน้าแดง

    “ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าผมจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง” นายเวย์พูดโวอย่างอารมณ์ดีก่อนจะวางฉันลงบนโซฟา

    “ถ้างั้นงานแต่งงานก็เป็นอันต้องจัดใช่มั้ยคะคุณพ่อคุณแม่ ใช่มั้ยคะคุณอา” ยัยซิลเวียร์หันไปถามพ่อแม่ของฉันกับนายเวย์

    “งั้นพวกเราก็ต้องไปหาฤกษ์กันแล้วล่ะค่ะคุณน้อง” คุณแม่ของนายเวย์หันไปกระซิบกระซาก (แต่ฉันได้ยิน) กับคุณแม่ของฉัน

    “วันไหนดีค้าา” แม่ของฉันก็กระซิบตอบแต่ก็ตั้งใจจะให้ทุกคนได้ยิน นายเวย์เอามือมาโอบไหล่ฉันแล้วกระซิบที่ข้างหูของฉัน

    “คุณยินดีจะเป็นภรรยาของผมมั้ยครับ”

    โห นี่คือการขอแต่งงานของนายหรอเนี่ย ทางการไปป่ะ ไม่โรแมนติกเอาซะเลย

    “…” ฉันหันไปมองหน้าเขาแล้วยิ้มโดยที่ไม่ได้ตอบอะไร ^_^

    “ไม่ปฏิเสธงั้นผมถือว่าตกลงนะ” นายเวย์พูดคิดเออเอง

    “ค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบและยิ้มให้เขาแบบเขินๆ

    “ฮิ้ววววว” เสียงแซวของทุกคนยังคงดังต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสายจนฉันอายแทบจะม้วนตัวได้ แต่นายเวย์เนี่ยสิที่ดูเหมือนจะหน้าด้านหน้าทนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

    “ขอบคุณนะครับ” พูดจบเขาก็หอมที่แก้มของฉันทีหนึ่ง

    “หอมผมบ้างสิ” นายเวย์หันมาอ้อนฉันบ้าง

    “หอมเลยๆๆๆๆ” เสียงเชียร์จากทุกคนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    นี่ฉันต้องมาสวีทกับนายต่อหน้าทุกคนหรอเนี่ย ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าพ่อกับแม่เลย อายจัง ^_^

    เอาวะ เพื่อความสบายใจของทุกคน

    ฟอดดดดด

    ฉันหันไปหอมแก้นนายเวย์คืนหนึ่งทีท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงแซวของทุกคน

    จบแล้วค่าาา

    The End

    รอติดตามภาคต่อไปได้ในเรื่อง ภารกิจซ้อนรัก นะคะ

    เรื่องราวความรักในแง่มุมชีวิตของ ซิลเวียร์

    ความรักที่ต้องถูกกีดกันด้วยเรื่องของชาติตระกูล

    และภารกิจลับที่ต้องไปหว่านเสน่ห์เพื่อสืบหาข้อมูลของบุคคลที่สาม

    แล้วเรื่องราวความรักวุ่นๆจะจบลงยังไง

    ติดตามชมได้ใน……

    พบกับ….


    นิยายแนะนำ