ตอนที่ 1 (6)
“หน้าตาเขาแปลกมากจริงๆ” เสียงของหงเซี่ยนนั้นเฉยชาและแหบแห้งอยู่เล็กน้อย เขาไม่มีนิสัยชอบสูบบุหรี่ แต่ว่าเกิดมาพร้อมกับลำคอที่ราวกับถูกบุหรี่ทำลาย เส้นเสียงที่น่าหลงใหลนั้นพิเศษมาก แฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์อันเป็เอกลักษณ์ชนิดหนึ่ง คนที่ได้ยินเขาพูดมักจะอดไม่ได้ที่จะผูกหัวใจไว้ที่เขาและก็แกะไม่ออกอีกเลย เสียงนั้นไพเราะมากอย่างแท้จริง
หงเซี่ยนกล่าวเสริมอีกว่า “ผมไม่ได้กำลังด่าเขา”
รอยยิ้มของกวนเย่ว์แข็งทื่อ ก่อนจะพูดกับเจี่ยนอินอย่างระมัดระวังว่า “เ้าหนู นายชื่ออะไร แล้ว...เอ่อ แม่ของนายชื่ออะไร”
ใบหน้าของเจี่ยนอินค่อยๆ ปรากฏสีหน้าสับสนออกมา
กวนเย่ว์รีบพูดว่า “ฉันไม่ใช่ไอ้โรคจิตหรือคนเลวอะไรนะ ฉันแค่อยากจะ...” เสียงของกวนเย่ว์ค่อยๆ ช้าลง ก่อนจะพูดทีละคำเหมือนกับวิธีพูดของเจี่ยนอินเมื่อกี้เป๊ะๆ
“ขอยืนยันหน่อยว่าพวกเรา...มี ความ เกี่ยว ข้อง กัน หรือ เปล่า...”
เจี่ยนอินยิ่งสับสนมากกว่าเดิม
กวนเย่ว์พูด “นาย...” เขาตบตีกับตัวเอง “ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว...”
จากนั้นกวนเย่ว์ที่กระแทกเข้ากับพวงมาลัยและถูกถุงลมนิรภัยะเิใส่จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก็พูดพร้อมกุมหัวที่ปวดจนแทบทนไม่ไหวว่า “ถ้านับจากแฟนคนแรกของฉัน...เทียบกับการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์แล้ว ฉันสงสัยมากว่า...นายคือ...ที่ฉันเผลอไข่ทิ้งไว้ข้างนอกหรือเปล่า”
คำว่า ‘ลูกชาย’ คำนี้พูดไม่ออกเลยจริงๆ!
เพราะลูกชายคนโตก็กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาด้านหลังของเขา ใช้สายตาที่มืดครึ้มจ้องเขม็งที่แผ่นหลังของเขาด้วย
กวนเย่ว์นั่งไม่ติดจนแทบอยากจะพุ่งออกประตู!
มิน่าล่ะ ตอนที่ตามรถพยาบาลวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน พยาบาลก็พูดทันทีที่เห็นเขาแวบแรกว่า “ญาติรอด้านข้าง อย่าสร้างปัญหา!”
และหลังจากเข้ามาในห้องผู้ป่วย ทันทีที่ลูกชายคนโตเห็นเขา ก็พูดเลยทันทีว่าเ้าหนูคนนี้หน้าตาแปลกมาก!
นี่ไม่ได้หน้าตาดูแปลกเลย!
แต่หนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาเหมือนกับเขาเจ็ดส่วน!
เจ็ดส่วน ใช่เจ็ดส่วน มากขนาดนั้นเลยนั่นแหละ!
ถ้าใบหน้ากลมๆ ของเด็กหนุ่มคนนี้ซูบลงหน่อย ตัวสูงขึ้นอีกนิด ดวงตาไม่ได้กลมขนาดนี้ และลบกระออกไป จมูกนั่น หูนั่น คิ้วนั่น และปากนั่น เหมือนกับเขาตอนอายุสิบหกเปี๊ยบเลย!
“ฮะ” เจี่ยนอินส่งเสียงออกมาเบาๆ “ผมไม่รู้…”
เสียงที่เด็กหนุ่มเปล่งออกมาทั้งนุ่มนิ่มและละมุนละไม สะกิดตรงเข้าไปในส่วนลึกของหัวใจ ราวกับถูกขนนกปัดผ่าน น่าฟังเสียจนหัวใจรู้สึกสงบสบายอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่รู้งั้นเหรอ ไม่รู้ได้ยังไง” กวนเย่ว์เผยสีหน้าเหลอหลาออกมา
เจี่ยนอินเกาหัวด้วยความสับสน แล้วค่อยๆ เปิดปาก “ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร...ในนี้ของผมว่างเปล่า...ไม่มีอะไรเลย...ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง...”
เจี่ยนอินกุมหัวของตัวเอง ทันใดนั้นเขากับกวนเย่ว์ก็มีการกระทำเดียวกัน การแสดงออกทางสีหน้าก็เหมือนกัน ทั้งสองคนกลายเป็เหมือนกันแปดส่วน เหมือนกับการส่องกระจก ส่วนลึกในดวงตาฉายใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้นมา
...
กวนเย่ว์กดปุ่มฉุกเฉินที่หัวเตียงแล้วะโเสียงดังลั่น “แย่แล้ว คุณหมออออออ”
เหล่าพยาบาลพิเศษที่เคาน์เตอร์พยาบาลพุ่งเข้ามา ต่างก็พากันจ้องมองไปที่เจี่ยนอินบนเตียงผู้ป่วยด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย เพราะสงสัยเื่เจี่ยนอินกันแทบตายอยู่แล้ว
หงเซี่ยนเหลือบมองพวกเขาอย่างเฉยเมยด้วยแววตาเ็า
เหล่าพยาบาลจึงรีบถอยออกไปที่นอกประตู หัวหน้าพยาบาลที่นำหน้าสีหน้าแดงก่ำกระแอมไอเสียงหนึ่ง และกล่าวว่า “เอ่อ...คุณหมอที่รับผิดชอบกำลังอยู่ในห้องฉุกเฉิน รีบไปแคะเขาขึ้นมาแล้วค่ะ...”
หัวหน้าพยาบาลคนนี้ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นหมอในชุดกาวน์สีขาวกำลังกัดพายสับปะรด หรือที่เรียกกันทั่วไปในโลกมนุษย์ว่า ‘วั่งไหล[1]’ ของกินที่ทานแล้วทำให้คนเจริญรุ่งเรือง ในมือถือแฟ้มประวัติผู้ป่วย เดินก้มหน้าเข้ามาในห้อง VVIP
สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ก็คือหมอคนนี้ไม่ได้เดินเข้ามาทางประตู แต่กลับเดินทะลุกำแพงเข้ามาโดยตรง กระทั่งยืนนิ่งอยู่ในห้องผู้ป่วยแล้ว เขาจึงเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นว่าเจี่ยนอินกำลังมองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างอยู่
…
“เดี๋ยวสิ ทำไมฉันถึงฟังด้วยไม่ได้ล่ะ”
ด้านนอกห้องตรวจ กวนเย่ว์ตบประตู แต่คนในห้องตรวจกลับไม่สนใจเขา
นี่ก็คืุ์ผู้หนึ่ง มนุษย์แท้ๆ จะไม่สามารถขึ้นมาที่ชั้นเก้าได้ การให้กวนเย่ว์เข้ามาในห้องผู้ป่วยของเจี่ยนอินก็เสี่ยงอยู่แล้ว แต่ใครใช้ให้เขาเป็พ่อแท้ๆ เผ่าพันธุ์มนุษย์ของลูกพี่แซ่หงกันล่ะ
“ความจำเสื่อมแบบถอยหลัง หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Retrograde Amnesia เป็ภาวะที่ผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำในอดีต และไม่มีความสามารถที่จะจดจำความทรงจำในอดีตได้ สภาวะแบบนี้เกิดขึ้นกับร่างกายมนุษย์ได้ หนึ่งคือถูกฟ้าผ่า เพราะโดนผ่าเข้าไปจังๆ สมองกลีบขมับ[2]กับฮิปโปแคมปัส[3]ของสมองจึงได้รับความเสียหายอย่างหนัก สมองกลีบขมับกับฮิบโปแคมปัสมีหน้าที่ในการจดจำอดีต พอถูกฟ้าผ่าก็จะสูญเสียความทรงจำไป บางคนสูญเสียความทรงจำไปหนึ่งหรือสองปี บางคนก็หลายปีไปจนถึงสิบกว่าปี ปีนี้นายอายุเท่าไหร่แล้ว” เลี่ยวต้าเหวยที่สวมชุดกาวน์เต็มยศมองไปที่เจี่ยนอิน
เจี่ยนอินส่ายหัว พูดช้าๆ ว่า “...ไม่รู้”
เชิงอรรถ
^ พายสับปะรด หรือที่ทั่วไปเรียกกันว่า ‘วั่งไหล’ เนื่องจากเสียงของมันออกคล้ายกับคำว่า ‘สับปะรด’ ในภาษาฮกเกี้ยน ซึ่งมันแปลว่า ความมั่งคั่ง และความเจริญรุ่งเรืองมาเยือน เป็นประโยคอวยพรให้แก่เด็กๆ แรกเกิด^ สมองกลีบขมับ หรือในทางประสาทกายวิภาคศาสตร์ เป็นส่วนของเปลือกสมองในซีรีบรัม อยู่บริเวณด้านข้างของสมอง^ ฮิปโปแคมปัส คือ ต่อมในสมอง ทำหน้าที่จัดการกับความทรงจำระยะยาว