กล่าวกันว่า การปรากฏตัวของมิติไร้ขอบเขตมาจากนวนิยายแนว ‘ทะลุมิติ’ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน ผู้สร้างแกนสมองสั่งการอย่างเว่ยเทียนอวี่ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายประเภทนี้ ภายหลังจึงได้มีการแยกโปรแกรมย่อยออกจากแกนสมองสั่งการ เพื่อทำหน้าที่เป็แกนหลักของมิติไร้ขอบเขต โดยมีหน้าที่ดูแลการโคจรตามปกติของสถานที่แห่งนี้ ส่วนการตั้งค่าภายในต่างๆ ในเวลานั้น บุคคลระดับสูงจำนวนมากทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกต่างลงความเห็นว่าให้สร้างไว้ที่นี่คงเหมาะสมและรัดกุมกว่า
มิติไร้ขอบเขตมีประโยชน์หลัก 3 ประการ ประการแรกคือ ช่วยให้หน่วยรบพิเศษที่ได้รับาเ็สาหัสและมีความผิดปกติทางจิตเข้ารับการฝึกฝนและประเมินผลหลังการพักฟื้น ผู้ที่ผ่านจะสามารถปฏิบัติภารกิจต่อได้ ประการที่สอง TASA เป็ผู้จัดการให้เข้ารับการทดสอบทุกๆ สิบปี ผู้สมัครจากทั่วทุกจักรวาลต้องเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ หลังจากผ่านการสอบรอบแรก การสอบรอบสอง และหลังการสัมภาษณ์และผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดแล้ว ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกถึงจะได้กลายเป็ตำรวจฝึกหัด และประการสุดท้าย ตำรวจฝึกหัดจะได้รับการฝึกที่ฐานทัพดวงจันทร์เป็เวลาหนึ่งปี โดยผู้ที่ผ่านการทดสอบจะเดินทางไปยังดาวโลกและเข้ารับการฝึกอีกหนึ่งปี ผู้ผ่านการคัดเลือกจึงจะได้เข้ามาที่นี่และต้องปฏิบัติภารกิจอย่างน้อยห้าปี ถึงจะได้เข้าร่วมการทดสอบตำรวจเต็มตัวอย่างเป็ทางการหลังผ่านมาตรฐาน ซึ่งหากผ่านการทดสอบก็จะมีโอกาสได้เป็หน่วยรบพิเศษ
มิติไร้ขอบเขตนั้นมีความน่าอัศจรรย์เป็อย่างยิ่ง นอกจากโลกหลักแล้วยังมีโลกเล็กๆ อยู่ในนั้นอีกนับไม่ถ้วน หลังจากได้รับภารกิจ ตำรวจทุกคนจะต้องเข้าไปยังโลกเล็กๆ เ่าั้เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ ซึ่งโลกต่างๆ ภารกิจต่างๆ รางวัลต่างๆ การลงโทษต่างๆ ล้วนเปลี่ยนแปลงและคาดการณ์ไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็ต้องขุดศักยภาพและความสามารถของวัยหนุ่มสาวชั้นยอดเหล่านี้ออกมา เพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจการปฏิบัติภารกิจในฐานะที่เป็หน่วยรบพิเศษมิติเวลา และเพื่อให้รู้ว่าตนเองนั้นเหมาะสมกับการทำงานที่สำคัญและพิเศษมากอย่างงานนี้หรือไม่
โลกหลักของที่นี่ไม่ได้ใหญ่โตนัก มีเพียงหนึ่งล้านตารางกิโลเมตรเท่านั้น ที่นี่มีการตั้งค่าค่ายระดับเริ่มต้น ระดับกลาง และระดับสูง มีพื้นที่ปลอดภัยอื่นๆ กว่ายี่สิบแห่ง และยังมีฐานกิลด์อีกนับร้อย
หลายพันปีที่ผ่านมา ประชากรในโลกไร้ขอบเขตไม่เคยต่ำกว่าสองแสนคน คนเก่าจากไปคนใหม่เข้ามา กิลด์ [1] ที่ทยอยก่อตั้งขึ้นเ่าั้คงอยู่ตลอดไป ผู้บริหารระดับสูงหมุนเวียนสับเปลี่ยน คนเก่าใหม่สับเปลี่ยนเพื่อปกป้องการดำเนินงานของกิลด์อยู่เสมอ
แกนสมองสั่งการจะเพิ่มหรือลดคะแนนลงตามระดับผลงานของสมาชิกแต่ละกิลด์ หากไม่เคยเข้าร่วมกิลด์มาก่อน แน่นอนว่าไม่มีเพิ่มขึ้นและลดลง เริ่มต้นั้แ่ศูนย์ การทำงานของหน่วยรบพิเศษมิติเวลานั้นถูกกำหนดให้ต้องติดต่อสัมพันธ์กับคนที่ยุคแตกต่างกัน ระดับชั้นแตกต่างกัน อาชีพและชาติพันธุ์แตกต่างกัน ถ้าเป็คนที่ไม่ชอบเข้าสังคมและไม่ชอบสื่อสารกับผู้อื่น บุคคลเหล่านี้มักจะไม่ผ่านการทดสอบ และไม่มีทางได้เป็ตำรวจทางการ ดังนั้นคนใหม่เกือบทั้งหมดที่เข้ามาที่นี่จะทยอยเข้าร่วมกิลด์ที่แตกต่างกัน และไต่เต้าอย่างสุดความสามารถเพื่อพยายามให้อยู่ในกิลด์ระดับสูง
สมัยที่ตู้เซียวและเยี่ยนหลีเป็ตำรวจฝึกหัด พวกเขาก็อยู่ที่นี่ถึงสิบสองปีกว่าจะผ่านการทดสอบเป็ตำรวจทางการและเข้าร่วมกับ TASA ในฐานะหน่วยรบพิเศษอย่างเป็ทางการ ซึ่งพวกเขาก็เคยเข้าร่วมกิลด์เช่นกัน เยี่ยนหลีเป็หัวหน้ากองทัพ ส่วนตู้เซียวเป็รองหัวหน้ากองทัพ สองคู่หูร่วมมือกันมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ครั้งหนึ่งทั้งคู่ได้กลายเป็บุคคลผู้มีบทบาทสำคัญ แต่ว่าหลังผ่านไปห้าสิบปี สรรพสิ่งยังคงเหมือนเดิม แต่คนนั้นเปลี่ยนไป พวกเขาจึงไม่ได้กลับไปที่กิลด์เดิมอีกเลย
TASA มีกำหนดระยะเวลาสูงสุดในการเข้ามาที่นี่เป็ระยะเวลา 30 ปี หากเลยกำหนดแล้วยังไม่ถึงเลเวล์ก็จะถูกกำจัด ซึ่งพวกเขาสามารถเลือกได้ว่าจะจากไปหรือจะเลือกอยู่บนโลก เข้าหน่วยงานรอบนอกหรือเข้าองค์กรในเครือข่าย โดยส่วนใหญ่แล้วเลือกที่จะอยู่ต่อ และคิดว่ายังพอมีความหวังอันริบหรี่ นอกจากนี้ค่าตอบแทนของ TASA นั้นดีมาก ซึ่งดีกว่าการออกไปจากที่นี่เพื่อไปหางานใหม่เป็เท่าตัว
โลกหลักของที่นี่มืดครึ้มอึมครึมตลอดเวลา ทำให้รู้สึกกดดันเป็อย่างยิ่ง คนธรรมดาอยู่ไปนานๆ มีโอกาสเกิดอาการป่วยทางจิต เช่น วิตกกังวล คลุ้มคลั่ง ซึมเศร้า หรือเป็โรคหลงผิดจิตตก คิดว่าตนเองถูกปองร้ายและจะถูกกำจัดออกไป ผู้ที่ใช้ชีวิตต่อไปได้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้จริงๆ นั้น ต่างมีเป้าหมายชัดเจน มีความตั้งใจแน่วแน่ มีความไม่ย่อท้อ และใจเย็นมีเหตุผล ซึ่งถือเป็คุณสมบัติที่หน่วยรบพิเศษมิติเวลาพึงมี
เพราะว่าที่นี่ไม่มีการแบ่งแยกกลางวันกลางคืน ดังนั้นหน่วยรบพิเศษทุกคนจะต้องปรับเวลาทำงานและพักผ่อนกันเอง ร้านค้าส่วนใหญ่แทบจะไม่เคยปิดทำการ ไม่ว่าเวลาใดก็จะมีคนมาทำธุรกิจเจรจากันอยู่เสมอ
ตู้เซียวกับเยี่ยนหลีเข้าสู่โลกไร้ขอบเขตผ่านจุดวาร์ปของ TASA และมีกลุ่มคนเข้ามารายล้อมแย่งลูกค้ากันอย่างกระตือรือร้น
ทั้งสองไม่ได้สนใจ แต่กลับแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีเทาที่ไม่เคยเปลี่ยนไป ในขณะเดียวกันก็เผยรอยยิ้มบางออกมา
“คุ้นจริงๆ ” เยี่ยนหลีมองไปรอบด้านด้วยความรู้สึกใจหายเล็กน้อย “ฉันยังจำเหตุการณ์ครั้งแรกที่เจอนายได้อยู่เลย”
“ฉันก็จำได้” ตู้เซียวกล่าวอย่างอารมณ์ดี “ตอนนั้นมีคนอยู่รวมกันมากมาย แต่ฉันกลับจำได้แค่นาย”
“ใช่แล้ว ฉันก็ด้วย” เยี่ยนหลีดูร่าเริงมากๆ “พวกเราถูกกำหนดให้เป็คู่หูกันั้แ่แรกแล้ว”
พวกเขาเดินเคียงข้างกันออกไปจากพื้นที่วาร์ปโดยไม่สนคนหนุ่มสาวที่อยู่รอบกาย คนพวกนี้เป็ยอดฝีมือระดับสูง และส่วนใหญ่อายุไม่เกินห้าสิบปีซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ละคนดูดีมีสง่าราศี กล้าหาญ และเต็มเปี่ยมไปด้วยจิติญญา ทั่วทั้งร่างเผยกลิ่นอายปราดเปรียวห้าวหาญ ในเวลานี้เขาพยายามยับยั้งตนเองและเปลี่ยนเป็สีหน้าอ่อนโยนยิ้มแย้ม ไม่ขุ่นเคืองต่อท่าทีเฉยเมย มองแล้วเยือกเย็นสุขุม
ขณะที่หน่วยรบพิเศษปฏิบัติภารกิจในมิติเวลาอื่น มีโอกาสที่จะพบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดนับครั้งไม่ถ้วน และอาจจะต้องทำงานอาชีพต่างๆ เช่น เปิดร้านขายของเล็กๆ ตั้งแผงลอย หรือแม้กระทั่งเป็ขอทาน เพราะว่าตำรวจฝึกหัดสามารถทำอะไรที่นี่ก็ได้ ไม่ผิดอะไรถ้าสบช่องพบโอกาส อีกทั้งคนที่ทำการค้าไม่ใช่คนพเนจรทั่วไป พวกเขาเป็สมาชิกกิลด์ทั้งสิ้น ซึ่งดินแดนแห่งนี้ถูกสร้างโดยกิลด์ที่แข็งแกร่ง เคยผ่านการต่อสู้และการเจรจามาแล้วทั้งนั้น โดยสมาชิกกิลด์จะผลัดกันโฆษณาธุรกิจในระหว่างทำภารกิจ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดอยู่ที่นี่
ตู้เซียวและเยี่ยนหลีให้เกียรติเด็กรุ่นใหม่เหล่านี้มาก ไม่ว่าจะถูกรบเร้าพัวพันอย่างไรก็ไม่โกรธ พวกเขาทำเพียงแย้มยิ้ม ส่ายศีรษะ โบกไม้โบกมือ แสดงให้เห็นว่าไม่ได้้าสินค้าหรือบริการที่พวกเขานำเสนอ
พวกเขาทั้งสองสวมเสื้อหนัง กางเกงหนัง และรองเท้าบูตหนังสีดำ ไม่ว่าอายุ นิสัย หรือความตระหนักรู้ในการเตรียมการป้องกันอย่างมิดชิดตามธรรมชาติ ทุกย่างก้าวของพวกเขานั้นยังดูฉลาดกว่าตำรวจฝึกหัดทั้งหลายที่นี่หลายเท่า มองแวบเดียวก็รู้ว่าพวกเขาจะต้องเป็หน่วยรบพิเศษระดับาุโแน่นอน คนหนุ่มสาวที่เดินตามพวกเขามาแอบสังเกตคำพูดกับการกระทำของทั้งคู่อย่างละเอียด พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่า พวกเขามองชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาทั้งสองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและอิจฉา พวกเขามองตามหลังจนคนทั้งสองเดินลับสายตาไป ก่อนจะค่อยๆ แยกย้ายไปคนละทิศคนละทาง
เมื่อเดินออกมาจากพื้นที่วาร์ปขนาดหนึ่งหมื่นตารางเมตร เยี่ยนหลีได้นำรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับบนพื้นถนนออกมาจากมิติส่วนตัวแล้วเข้าไปนั่งพร้อมกับตู้เซียว เขาดึงแผนที่ออกมา กำหนดเส้นทางขับขี่และจุดหมายที่จะไปถึงอย่างชำนาญ จากนั้นก็เปิดระบบขับขี่อัตโนมัติ รถยนต์ไฟฟ้าสตาร์ตเครื่องยนต์และพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขาใช้เวลาสามชั่วโมงในการเดินทางไปถึงค่ายระดับสูง ซึ่งอยู่ห่างออกไปสองหมื่นกิโลเมตร ระหว่างทางมีนกและสัตว์ร้ายแปลกประหลาดพุ่งโจมตีพวกเขา แต่พวกเขาตรวจพบการเคลื่อนไหวล่วงหน้าและหลบหลีกได้ทันอย่างช่ำชอง โดยไม่จำเป็ต้องต่อสู้กับพวกมัน
ค่ายระดับสูงครอบคลุมพื้นที่กว่าหนึ่งหมื่นตารางกิโลเมตร โอบล้อมด้วยกำแพง เหมือนเมืองเมืองหนึ่ง และยังมีการวางแผนผังเมืองอย่างเหมาะสม ตรงทางเข้าค่ายมีอุปกรณ์ตรวจจับทำการสแกนทั้งสองคนโดยอัตโนมัติ ซึ่งระบุตัวตนได้จากแกนสมองสั่งการบนข้อมือของพวกเขา จากนั้นก็มีการ์ดสองใบปรากฏขึ้น และอนุญาตให้พวกเขาเข้าไปได้
พวกเขาหยิบการ์ดและใส่เข้าไปในแกนสมองสั่งการของตัวเอง ตัวตนที่เคยอยู่ในโลกไร้ขอบเขตถูกเปิดใช้งานใหม่อีกครั้ง
“ตู้เซียว เลเวล์ขั้น 3 ไร้ที่อยู่อาศัย เหลือแต้มผลงานหนึ่งหมื่นแต้ม จุดประสงค์ในการเข้ามาเพื่อรับการทดสอบ ระบบจะมอบภารกิจให้อัตโนมัติภายในหนึ่งวัน”
“เยี่ยนหลี เลเวล์ขั้น 3 ไร้ที่อยู่อาศัย เหลือแต้มผลงานหนึ่งหมื่นแต้ม จุดประสงค์ในการเข้ามาเพื่อช่วยคู่หูตู้เซียวรับการทดสอบ”
ที่นี่แบ่งเป็ 4 เลเวล ์ โลก ดำ และเหลือง ซึ่งแต่ละเลเวลมีสามขั้น คนที่อยู่เลเวลเหลืองและเลเวลดำขั้นที่ 2และขั้นที่ 3 จะอาศัยอยู่ในค่ายระดับเริ่มต้น คนที่อยู่เลเวลดำขั้นที่ 1 และเลเวลโลกขั้นที่ 3 และขั้นที่ 2 จะอาศัยอยู่ในค่ายระดับกลาง คนที่อยู่เลเวลโลกขั้นที่ 1 กับเลเวล์เท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติเข้าไปอยู่ในค่ายระดับสูงได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วทุกคนจะได้รับโอกาส ตำรวจฝึกหัดที่ผ่านการทดสอบและกลายเป็หน่วยรบพิเศษจะสามารถไปถึงเลเวล์ในโลกไร้ขอบเขตได้ ส่วนตำรวจฝึกหัดที่เลเวลต่ำกว่าเลเวล์ ต้องเป็กรณีพิเศษเท่านั้นถึงจะมีโอกาสได้เป็หน่วยรบพิเศษ
ขณะที่ออกจากที่นี่ ทั้งสองได้ส่งมอบที่อยู่อาศัยและวัสดุอุปกรณ์ให้กับเพื่อนร่วมรบในทีมเดียวกัน แต้มผลงานจำนวนมากแลกเป็แต้มผลงานของ TASA ไม่ได้ ซึ่งมันไม่มีประโยชน์สำหรับพวกเขาแล้ว จึงส่งมันให้กับเพื่อนร่วมรบ เหลือไว้เพียงหนึ่งหมื่นแต้มเพื่อเป็หลักประกันขั้นต่ำในการป้องกันไม่ให้สถานการณ์ดังเช่นปัจจุบันเกิดขึ้น
เมื่อมีหลักฐานยืนยันตัวตน พวกเขาก็จะเข้าออกจากค่ายได้อย่างอิสระ ตอนนี้พวกเขาไม่รู้จักใครที่นี่สักคน ดังนั้นจึงไม่จำเป็ต้องใส่ใจอะไรมากนัก ทั้งคู่มุ่งตรงเข้าไปห้องโถงแลกเปลี่ยนที่อยู่ศูนย์กลางค่าย เพื่อเลือกสถานที่พักอาศัย และทำการจ่ายค่าเช่าหนึ่งเดือน หลังจากจับจ่ายซื้อสิ่งของจำเป็เสร็จแล้ว ก็มุ่งหน้าไปที่บ้านพักชั่วคราวแห่งนั้น
......
เชิงอรรถ
[1] กิลด์ (Guild) คล้ายทีมหรือเพื่อนที่คอยช่วยเหลือ แต่ใหญ่กว่าทีม