Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 17

    เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ดินแดนเทพไลเทนเนีย กรปรากฏตัวออกมาจากเสาแสงสีทอง กามเทพหนุ่มกำลังเดินมุ่งหน้าสู่อาคารสีทองขนาดยักษ์ที่ทั้งสูงทั้งใหญ่โต แต่บรรยากาศของสถานที่แห่งนี้ไม่ได้พลุกพล่านดังเช่นเควสฮอลล์ กลับกันคือทั้งสงบ และยิ่งใหญ่ดุจดั่งภูเขาสูงที่ไม่อาจมีสิ่งใดมาทำลายลงได้ กรเดินตรงเข้าไปภายในอาคารด้วยอาการเกร็งเล็กน้อย เพราะนอกจากเขาจะมาให้ข้อมูลในการสืบคดีความแล้ว สถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่รวมของสภาเทพสูงสุดอีกด้วย แน่นอนว่าต้องเต็มไปด้วยบุคคลสำคัญระดับเทพอย่างไม่ต้องสงสัย ที่สำคัญระหว่างทางที่กามเทพฝึกหัดเดินตรงเข้าไปตามทางเดินหลักก่อนจะถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ กรได้เดินผ่านทหารเทพหน้าดุสวมชุดเกราะทองคำสุดเท่ถือหอก และโล่ยืนประจำอยู่ข้างซุ้มประตูทุกบาน รวมไปถึงทหารเวรยามที่เดินตรวจตราตลอดเวลา บ่งบอกว่าการรักษาความปลอดภัยของที่นี่เข้มงวดเป็นอย่างมาก‘ทหารเยอะขนาดนี้น่าจะเป็นเพราะเรื่องที่เกิดเมื่อวันก่อนรึเปล่านะ? แล้วมันเป็นเรื่องอะไรกันถึงได้ร้ายแรงขนาดนี้ ทั้งๆที่ที่นี่เป็นแดนเทพเชียวนะ หรือจะมีพวกปีศาจแอบเข้ามาอาละวาดอย่างนั้นเหรอ?’ กามเทพหนุ่มได้แต่คาดเดาเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อเขามาถึงยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เพียงแจ้งชื่อให้กับเจ้าหน้าที่เทพธิดาผู้น่ารัก และอัธยาศัยดี เธอก็นำทางพาเขาไปจนถึง ‘ห้องสอบสวน’ แม้ว่าตรงหน้าของเขาจะเป็นห้องที่มีชื่อน่ากลัว แต่เมื่อได้พูดคุยกับผู้นำทางที่ตรงสเป็คก็ทำให้กรแทบจะลืมไปเลยว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่“คุณกรเชิญนั่งรอหน้าห้องก่อนนะคะ เดี๋ยวดิฉันขอเข้าไปแจ้งเจ้าหน้าที่ด้านในก่อน แล้วก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะชื่อของคุณไม่ได้อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย ไม่อย่างนั้นคงจะเป็นทหารที่พาคุณมาแทนดิฉันค่ะ” กล่าวจบเทพธิดาในฝันของเหล่าหนุ่มๆก็เปิดประตูเข้าไปในห้องเพียงลำพัง‘สวรรค์ ที่นี่มันสวรรค์ชัดๆ ถ้าไม่มีพวกผู้ชายหน้าโหดเดินไปเดินมาที่นี่ล่ะก็ ฮอลล์ ออฟ ไชน์คงจะเป็นสวรรค์บนสวรรค์ที่แท้จริงแน่นอน’ กรที่กำลังเคลิบเคลิ้มก็ได้แต่นั่งมโนในใจอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่นานเกินรอเจ้าหน้าที่สาวก็ออกมาจากห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับตรงเข้ามาหากรเพื่อชี้แจงการเตรียมพร้อมก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่สืบสวน กามเทพฝึกหัดที่ยังฝันกลางวันไม่หายก็ได้แต่ยิ้มหวานคนเดียวเหมือนกับว่าเพิ่งไปโดนตัวไหนมาสักตัว“คุณกร คุณกร ฮัลโหล ยังอยู่รึเปล่าคะ?” เทพสาวเรียกกรเสียงดังขึ้น“อะ...ครับ ผมยังอยู่ครับ ว่ายังไงครับผม” เมื่อได้สติเทพหนุ่มก็เขินหน้าแดงที่ตัวเองทำตัวเงอะงะต่อหน้าสาวเช่นกัน“เดี๋ยวเชิญคุณเข้าไปด้านในได้เลยค่ะ โชคดีมากเลยนะคะที่คุณมาตั้งแต่เช้าเลยได้พบกับคุณคายะ และคุณมิลลี่ ทั้งสองคนใจดีมากๆเลยค่ะ” เทพสาวยังคงพูดด้วยอัธยาศัยดี และน่ารักเช่นเดิม“เอ๋? เป็นคุณคายะเองเหรอครับ แหมๆ ผมนี่โชคดีจริงๆเลย ต้องขอบคุณคุณมากนะครับที่อำนวยความสะดวกให้” กรถึงกับลุกขึ้นโค้งให้กับเทพประชาสัมพันธ์สาว“ฮะๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ เชิญเข้าไปด้านในเถอะค่ะ อย่าให้เจ้าหน้าที่ต้องรอนานเลย” เทพสาวกล่าวเตือน และยืนกดดันให้คนตรงหน้าเข้าไปในห้องสอบสวน ถึงแม้เธอจะสุภาพกับกรมากแต่อย่างไรก็ตามนี่คือหน้าที่ของเธอ กรที่เห็นท่าทางของเทพสาวเขาก็รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร จึงรีบเข้าไปในห้องสืบสวนทันที และสิ่งที่กามเทพฝึกหัดได้พบก็คือเทพสาวสองคนกำลังนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะตัวยาว ในห้องโล่งๆไร้สิ่งตกแต่ง ที่ผนังด้านข้างก็มีกระจกเงาบานใหญ่ติดตั้งอยู่อย่างกับห้องสืบสวนในสถานีตำรวจ แน่นอนว่าสิ่งที่เรียกความสนใจให้กับกามเทพหนุ่มได้ก็คือสองสาวสวยตรงหน้าของเขา คายะยังคงยิ้มทักทายเขาด้วยความน่ารักเช่นเดิม แต่เทพสาวคนข้างๆกลับต่างออกไป เธอหน้าบึ้งกอดอกจ้องมองกรอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทั้งที่ทั้งสองคนไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนเลย ในห้องนั้นเงียบเชียบผิดปกติ หญิงสาวทั้งสองคนแม้จะแสดงออกทางสีหน้าแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่จะเชิญให้กรนั่งลง ซึ่งเทพหนุ่มก็ไม่ได้คิดอะไรมากแค่เพียงทำตัวตามมารยาทก็น่าจะเพียงพอแล้ว และที่สำคัญตามที่เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์บอกกับเขาเอาไว้ก็คือ‘ฉันไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยสินะ แค่มาให้ข้อมูลเท่านั้น’ กรหายใจเข้าลึกๆแล้วเดินไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับอีกสองคน พร้อมกับกล่าวทักทายขึ้นมาก่อน “สวัสดีครับคุณคายะ สวัสดีครับคุณ....” กรที่ทิ้งช่องว่างคำพูดก็เพราะว่าเขาไม่รู้จักผู้หญิงตรงหน้า แม้ว่าเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้จะบอกมาก่อนแล้วก็ตาม“ฉันมิลลี่ นั่งลงสินายเด็กใหม่” เทพสาวผมทองนั่งกอดอกไขว่ห้างสั่งการผู้มาเยือน“อ่า...ครับ” กรที่ไม่อยากมีปัญหาก็นั่งลงตามคำสั่ง ซึ่งเมื่อสายตาของเขาเหลือบไปมองคายะก็เห็นว่าเธอทำสีหน้าลำบากใจไม่น้อยกับการกระทำของเพื่อน แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกไปเหมือนกับว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งต้องเคร่งครัดตามกฎระเบียบ เจ้าหน้าที่เทพสาวทั้งสองเริ่มเปิดเอกสารข้อมูลตรงหน้าตัวเอง เพื่อเช็กข้อมูลของกามเทพฝึกหัดอีกครั้ง ก่อนที่คายะจะเริ่มตั้งคำถามเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงไพเราะ และเป็นกันเองตามสไตล์เทพธิดาในฝัน“คุณกรมาจุติเป็นเทพนานรึยังคะ?” คายะเลือกที่จะเริ่มจากคำถามง่ายๆก่อน“เอ๋? อ้อ! เข้าใจละ...วันนี้เป็นวันที่ 3 ครับ” กรในตอนแรกที่งงกับคำถามที่อีกฝ่ายนั้นรู้คำตอบอยู่แล้วก็งงอยู่บ้าง แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่านี่เป็นคำถามอย่างเป็นทางการตามหน้าที่ของเธอ“คุณรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับสกิลของเทพบ้างคะ?” เทพสาวเริ่มถามเข้าประเด็น แต่ก็ยังเป็นคำถามกว้างๆ ซึ่งเธอก็มีสีหน้าที่ผ่อนคลายลงเมื่อกรสามารถเข้าใจการถามตอบตามระเบียบได้เร็ว และตอบได้โดยไม่ติดขัด“ก็...เริ่มแรกเทพทุกคนจะมีช่องสำหรับติดตั้งสกิลในบัตรประจำตัวคนละ 3 ช่อง ต่อไปเมื่อเลื่อนขั้นก็จะได้ช่องเพิ่มมาขั้นละ 1 ช่อง ส่วนการเลือกสกิลก็แค่เข้าไปที่เควสฮอลล์ แล้วไปที่เครื่องจำหน่ายสกิล ซึ่งสกิลส่วนใหญ่จะสามารถเปลี่ยนได้ฟรี แต่สกิลระดับสูงจะต้องใช้แต้มแลกครับ” กรตอบไปตามสิ่งที่เขาเคยทำมาก่อน“เอ่อ...ที่คุณตอบมาก็ถูกค่ะ แต่สิ่งที่ดิฉันต้องการจะทราบจริงๆก็คือ...” คายะกำลังจะแก้ไขความเข้าใจผิดของกามเทพฝึกหัด แต่เธอก็ถูกขัดขึ้นมาเสียก่อน มิลลี่ลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหันพร้อมกับฟาดมือทั้งสองข้างลงไปบนโต๊ะเสียงดัง สีหน้าของเทพสาวผมทองดูโมโหเป็นอย่างยิ่ง ส่วนกรที่เห็นอย่างนั้นก็สะดุ้งตกใจจนเด้งตัวตรงขึ้นมาเลยทีเดียว“อย่ามาแกล้งเบี่ยงประเด็น! คายะถามว่านายรู้เรื่องของสกิลรึเปล่า ไม่ได้ถามว่าได้สกิลมายังไง ตอบมา! ใครที่สอนนายใช้สกิล!” มิลลี่ตะคอกเสียงแข็งเชิงข่มขู่ออกไปทันที“เอ่อ...ไม่มีใครสอนครับ ผมหัดใช้เอง” กรบอกไปตามตรง เพราะตั้งแต่ได้สกิลมาเขาก็ทดลองด้วยตัวเองจริงๆ“โกหก! เทพทุกคนต้องมีพี่เลี้ยง นี่นายคิดจะปกป้องเขาอย่างนั้นใช่ไหม!” ท่าทางของเทพสาวบ่งบอกว่าไม่เชื่อคำพูดของกรแม้แต่น้อย“ปกป้องอะไรกันครับ? รุ่นพี่จินซานไม่ได้สอนการใช้สกิลอะไรกับผมสักอย่าง แค่เลือกสกิลให้แล้วบอกว่านี่แหละดีเหมาะสมกับมือใหม่ แล้วก็ให้ผมไปลองใช้ในหน้างานเอง พอเอาเข้าจริงผมไม่ต้องใช้เลยด้วยซ้ำ” กรชี้แจงตามความจริงทั้งหมดด้วยเสียงที่ดังขึ้นจากอารมณ์คุกรุ่น เพราะถูกกล่าวหาว่าตนโกหก รวมทั้งต้องพูดถึงชื่อของจินซานที่นำความซวยมาให้อีก“หืม? นี่นายจะบอกว่านายทำเควสแรกสำเร็จโดยไม่ต้องใช้สกิลช่วยเลยอย่างนั้นเหรอ?” จากน้ำเสียงที่โกรธขึง กลายเป็นประหลาดใจในคำพูดของกามเทพตรงหน้าแทน