Survival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด]

    No.25 อสรพิษเงา

    ภายในห้องประชุม ณ คฤหาสน์ของเจ้าเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตรึงเครียด กันต์ ใบหม่อน โชค เจ้าเมือง และคนอื่นๆ ทุกคนอยู่ในสภาพต่อสู้อย่างเต็มรูปแบบ เพราะหวาดเกรงในพลังของฮานะกับคริส ที่เดิมทีก็มีพลังทำลายล้างมากพอที่พวกเขาไม่อาจต่อกรได้ หากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้ฮานะกับคริสบ้าคลั่ง มีหวังเมืองท่องราตรีได้กลายซากปรักหักพังเป็นแน่
    เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น แต่กันต์และคนอื่นๆ กลับรู้สึกว่าเวลามันช่างผ่านไปยาวนานเสียเหลือเกิน จนกระทั่งความกดดันที่แผ่ออกมาจากฮานะและคริส ค่อยๆ เบาบางลง ก่อนที่ทั้งสองจะได้สติกลับมา และเป็นคริสที่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
    "พวกเจ้า กล้าหันคมดาบใส่ข้า อยาตายกันมากนักรึไง!!"
    สิ้นเสียงของคริสทำเอาทุกคนภายในห้องถึงกับเคร่งเครียดหนักขึ้น เพราะพวกเขาไม่คุ้นชินกับนิสัยของคริส ผิดกับกันต์ที่ค่อยๆ ผ่อนอาวุธลง พลางถามด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจเล็กน้อย
    "พวกเธอไม่ได้เสียสติกันใช่ไหม!?"
    "นี่เจ้าหาว่าข้าบ้างั้นเหรอ....." คริสที่เดือดดาลจัดเริ่มแผ่ออร่าจิตสังหารออกมาอีกครั้ง ทว่ากลับถูกเบรกไว้ด้วยน้ำเสียงที่จริงจังของฮานะ "พอได้แล้วคริส!!" ก่อนที่เธอจะหันไปมองคนกันต์และอื่นๆ ภายในห้องและถามขึ้น
    "พวกเราสองคนมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเท่านั้น พวกเจ้าทุกคนเองก็คงเป็นเช่นเดียวกันใช่รึไม่!?"
    พอทุกคนได้ยินเสียงฮานะที่เป็นปกติจึงเริ่มวางใจมากขึ้น พลางเก็บอาวุธและเริ่มการประชุมอย่างเร่งด่วนต่อในทันที จนได้ข้อสุปว่าพวกเขาทุกคนได้รับแจ้งจากทางระบบถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ก่อนที่จะอธิบายถึงรายละเอียดถึงการเปลี่ยนแปลง ทุกคนล้วนจับจ้องไปทางกันต์เพื่อให้เขาตัดสินใจว่าจะบอกหรือไม่
    กันต์จึงได้แต่ส่ายหัวอย่างเพลียๆ แต่เขาเลือกที่จะอธิบายโดยละเอียด เริ่มจาก
    ระบบห่วงโซ่อาหาร = ก็คือสัตว์กลายพันธุ์ทั่วโลกที่พวกเราไม่สามารถกินได้ แต่ตอนนี้สามารถกินได้เฉกเช่นเนื้อสัตว์ทั่วๆ ไป ภายใต้เงื่อนไข 1 ข้อ สัตว์กลายพันธุ์ที่จะกิน ต้องมีค่าสถานะไม่สูงเกินกว่าคนที่จะกิน และไม่จำกัดเฉพาะแค่สัตว์กลายพันธุ์ แต่ยังมีเหล่าอสูรและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ด้วยเงื่อนไขเดียวกัน ส่วนอมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวที่กินไม่ได้ เพราะถ้ากินพวกมันคนที่กินจะกลายพันธุ์เป็นอมนุษย์ไปทันที
    ขีดจำกัดของมนุษย์ = คือการยกระดับร่างกายของมนุษย์ เพื่อรองรับต่อพลังใหม่ที่จะถูกปลูกฝังเข้ามา
    รูปแบบสกิลการต่อสู้ = คือเพิ่มไอเทมที่ดรอปจากสัตว์กลายพันธุ์และเหล่าอสูร จะถูกเรียกว่าทักษะ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ระดับต่ำ อัตราการดรอป 90% ระดับกลาง อัตราการดรอป 50% ระดับสูง อัตราการดรอป 30% ระดับ Rare [สุ่ม] อัตราการดรอป 0.1%
    รูปแบบการใช้มานา = คือเพิ่มพลังมานาเข้ามาในสถานะของมนุษย์ เพื่อที่จะได้เรียนรู้และสามารถใช้เวทย์ช่วยเสริมการต่อสู้ได้
    แรงโน้มถ่วง ระดับ 1 = คือคลายสนามแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวบนฟ้าให้ทั่วถึงมากขึ้น [ก่อนหน้านี้แม้แต่สัตว์กลายพันธุ์ประเภทนก ยังไม่สามารถบินได้สูงเกินกว่าต้นไม้ด้วยซ้ำ]
    พื้นที่กักขังอสูรระดับ 1 = คือคลายสนามพลังป้องกันที่กักกันอสูรระดับ 1 ทั่วโลก ซึ่งระดับพวกมันอย่างต่ำสุดก็มีพลังครึ่งนึงของผู้ที่ทำการปลดล็อค
    ร้านค้าพิเศษระดับ 1 = คือร้านค้าที่มีของพิเศษขาย มีเพียง 5,000 อันดับแรกของมนุษย์ทั่วโลก ที่สามารถใช้งานได้ ซึ่งของแต่ละชิ้นแพงเว่อร์มากกกกก.....
    สิ้นเสียงของกันต์ถึงกับพากันตะลึงไปทั่วทั้งห้อง เพราะช่วงเวลาที่ระบบประกาศมา ทุกคนในห้องรวมไปถึงกันต์ ต่างก็เตรียมอาวุธป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ที่อาจเกิดขึ้นจากฮานะกับคริส หลังจากนั้นก็ประชุมต่อทันที แล้วเขาเอาเวลาที่ไหนไปศึกษาข้อมูลพวกนี้กัน
    หากสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่า ตอนนี้กันต์กำลังเลื่อนมือไปมา จนหลายคนอดที่จะสงสัยไม่ได้ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าประโยคสุดท้ายของกันต์คือของแต่ละชิ้นแพงมาก ทำให้คนอื่นๆ เริ่มพอที่จะเข้าใจแล้วว่าตอนนี้กันต์กำลังตรวจเช็คราคาสินค้าพิเศษอยู่อย่างแน่นอน
    ส่วนคริสฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่เหมือนฮานะจะเข้าใจได้มากกว่า เพราะอยู่กับกันต์มานานจึงค่อนข้างมีข้อมูลอยู่ไม่น้อย หลังจากที่บรรยากาศภายในห้องกลายเป็นเงียบงัน เพราะต่างคนต่างคิดอย่างเคร่งเครียด กันต์ที่ดูข้อมูลร้านค้าพิเศษเสร็จ ได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจเพราะไม่มีอะไรที่เขาซื้อได้เลย ก่อนจะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
    "เอาล่ะ!! ข้อมูลของพวกเราก็บอกไปหมดละ ตาพวกเธอแล้ว"
    สิ้นเสียงของกันต์ฮานะกับคริสได้แต่หันมองตากันเล็กน้อย และเป็นฮานะที่เริ่มพูดขึ้นก่อน
    "ข้าแค่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างภายในร่างกาย ตอนนี้ข้าสามารถใช้เวทย์ได้แล้วแต่เป็นแค่เวทย์ระดับ 1 เท่านั้น" เมื่อฮานะพูดจบก็วางมือทาบโต๊ะ แค่เพียงพริบตาเดียวมันก็กลายเป็นน้ำแข็งไปทันที ทำเอาคนที่อยู่ในห้องถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง กันต์เองก็ตกใจไม่แพ้กันแต่ก็ถามขึ้นต่อ
    "แล้วเวทย์ที่เธอใช้ได้จริงๆ มีทั้งหมดกี่ระดับ"
    "11 ระดับ"
    กันต์ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยอย่างปะติดปะต่อเรื่องราวได้ "แสดงว่ายังต้องมีการปลดล็อคอีก 10 ครั้ง กว่าที่พวกเธอจะมีพลังเท่าเดิมงั้นสินะ"
    "ข้าไม่รู้ แต่ถึงจะมีการปลดล็อคอะไรของเจ้าอีก พวกข้าก็ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิมหรอกนะ ตอนนี้ใช้ได้แค่เวทย์ระดับ 1 เท่านั้น มันเหมือนกับว่าพลังของเราถูกจำกัดไว้เท่านี้ สิ่งที่รู้สึกได้คือพวกเราสามารถเพิ่มความสามารถได้ แต่มันเหมือนกับว่าพวกเราต้องเริ่มฝึกฝนกันใหม่ตั้งแต่ต้น" คริสเอ่ยตอบอย่างเย็นชา
    คำตอบอย่างตรงไปตรงมาของคริส ทำเอาบรรยากาศในห้องพลันเงียบลงไปอีกครั้ง ก่อนที่ฮานะจะนึกอะไรบางอย่างออก "อ้อ!! แต่ที่ข้าสัมผัสได้ตอนนี้คือ กลิ่นอายอสูรที่หนาแน่นมากกว่าปกติถึง 10 เท่า"
    เมื่อได้ยินดังนั้นกันต์เรียกแผนที่พิเศษของเขาออกมาดูทันที คิ้วเร่มขมวดขึ้นเป็นปมอีกครั้ง เพราะภายในแผนที่ของเขา มีสัตว์อสูรแปลกๆ ที่ไม่เคยพบเห็นเพียงประปรายเท่านั้น แต่ที่น่ากลัวจริงๆ คือค่าสถานะที่มันสูงกว่าเขาถึง 500+ อาจพูดได้ว่าแค่ตัวเดียวเขายังไม่รู้จะเอาชนะมันยังไงด้วยซ้ำ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดทันที
    "เจ้าเมืองรีบสั่งห้ามไม่ให้นักล่าทุกคนออกนอกเมือง มีสัตว์อสูรกลุ่มใหม่ปรากฏขึ้นมา แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่มันแข็งแกร่งมาก ต่อให้ผมไปเองก็ไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้ แล้วก็งดใช้สัญญาณแจ้งเตือนจำพวกพลุ มันอาจเป็นจุดสนใจเรียกสัตว์อสูรพวกนี้เข้ามาโจมตีเมืองของพวกเรา"
    สิ้นเสียงของกันต์เจ้าเมืองที่กำลังจะเร่งสั่งการออกไป แต่จู่ๆ ก็มีคนในคฤหาสน์เจ้าเมืองวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางกระหืดกระหอบเพื่อแจ้งข่าว
    "แย่แล้วครับ ท่านเจ้าเมือง ด้านนอกมีนักล่าบาดเจ็บสาหัสหลายคนมาแจ้งขอความช่วยเหลือ เขาบอกว่ากลุ่มของพวกเขาพบสัตว์อสูรที่ไม่ปรากฏในลิสต์ ทางทิศตะวันออกห่างออกไป 10 กิโลเมตร"
    เมื่อคนแจ้งข่าวเสร็จสิ้น กันต์รีบเช็คไปตามทิศทางนั้นทันที รายชื่ออสูรที่ปรากฏออกมาคือ
    [อสรพิษเงา] STR 2,088DEX 3,153INT 2,501
    นอกเหนือไปจากอสรพิษเงาแล้ว ยังพบว่ามีกลุ่มนักล่าร่วม 200 คน อยู่รอบๆ ไวเท่าความคิด กันต์รีบหันไปทางฮานะกับคริสทันที ด้วยสายตาร้องขอความช่วยเหลือ ฮานะได้แต่ยิ้มขำๆ กับท่าทีของเด็กหนุ่ม ผิดกับคริสที่ได้แต่ส่ายหัวอย่างเบื่อหน่าย แต่ทั้งสองก็รีบหิ้วปีกของกันต์ พลางใช้ความเร็วสูงสุดพุ่งออกไปในทันที ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือต่างเรียกอสูรรับใช้ตามไปสมทบ มีเพียงเจ้าเมืองเท่านั้นที่ต้องเฝ้าเมือง เพื่อทำหน้าที่สั่งการไปยังกลุ่มนักล่าอื่นๆ ให้หยุดเคลื่อนไหว และปิดเมืองพร้อมกับเตรียมการตั้งรับอย่างเต็มรูปแบบ
    ใบหม่อน โชค พร้อมด้วยกิลด์กุหลาบเงิน และอาชาชีเลือด รวมไปถึงสองอาวุโสจากสมาคมนักล่า พวกเขาเร่งฝีเท้าของอสูรรับใช้ตามไปติดๆ แต่กลับไม่เห็นแม้แต่ฝุ่นของกันต์เลยสักนิด ทว่าสิ่งที่พวกเขาได้ยินและตัดสินใจตามไป กลับเป็นเสียงร้องแหกปากลากยาวของกันต์แทน
    มาทางด้านฮานะที่กำลังหิ้วปีกของกันต์อยู่ เธออยู่ในสภาพกลั้นหัวเราะอย่างเต็มที่ เพราะเด็กหนุ่มที่ชอบวางมาดตรงหน้า กลับแหกปากร้องเป็นเด็กซะอย่างนั้น ผิดกับคริสที่หิ้วปีกอีกด้านที่รู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูก ที่คู่พันธะสัญญาของเธอทำตัวน่าอับอายเช่นนี้
    ส่วนกันต์ที่ถูกหิ้วปีกออกมาด้วยความเร็วสูงสุดแบบนี้ แทบไม่มีกระจิตกระใจทำอะไรเลยด้วยซ้ำ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างกลัวความเร็ว ถ้าหากเป็นความเร็วที่เขาใช้เองมันย่อมไม่ผล แต่เขาเป็นฝ่ายที่ถูกหิ้วไป [คล้ายกับการขับมอไซด์นั่นแหละ ที่คนขับมักจะไม่กลัวความเร็วแต่คนซ้อนหวาดเสียวถึงขีดสุด]
    แค่เพียงไม่กี่อึดใจพวกเขาก็มาถึงจุดที่อสรพิษเงาอยู่ มันมีขนาดตัวที่ยาวกว่า 30 เมตร เกล็ดรอบตัวเป็นสีดำมันเงา และพื้นที่รอบๆ ยังเต็มไปด้วยนักล่าที่บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ทันทีที่กันต์จะได้ทำอะไร เขาก็อ้วกแตกออกมาชุดใหญ่ทันที ส่วนฮานะพุ่งเข้าไปหาอสรพิษเงาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกำสร้างกำแพงน้ำแข็งกักขังมัน ถึงอย่างนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเร็วมากจนแทบจะไม่มีใครมองตามได้ทัน
    กลุ่มนักล่าที่สู้กับอสรพิษเงาจนบาดเจ็บล้มตายไปเป็นจำนวนมาก เมื่อเห็นเจ้างูยักษ์เบื้องหน้าที่เคลื่อนไหวรวดเร็วประดุจสายฟ้าฟาด ถูกจับขังภายในเสี้ยววิก่อนที่มันจะรู้ตัวด้วยซ้ำ แถมยังเป็นการต่อสู้แบบที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย แต่พวกเขาเองก็พอที่จะจำกับฮานะได้จากศึกที่บุกรังก็อบลินกับรังของพวกออร์ค พวกเขาจึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก และหันไปให้ความช่วยเหลือนักล่าที่บาดเจ็บแทน
    ผ่านไปอีกครู่ใหญ่ๆ กลุ่มคนที่ตามมาสมทบกันต์ก็รีบเร่งช่วยเหลือนักล่าที่บาดเจ็บทันที ส่วนกันต์แม้จะไม่ได้อ้วกแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกพะอืดพะอมอยู่เล็กน้อย พลางเดินตามเข้าไปสมทบกับฮานะและคริส ที่เอาแต่จับๆ จ้องๆ อสรพิษเงา ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย กันต์ที่สงสัยจึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
    "ทำไมถึงไม่ฆ่ามันล่ะ!?"
    "ไม่รู้สิ ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าเจ้านี่มันน่ากินแปลกๆ น่ะ" ฮานะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราวกับอสูรที่หิวโซ แม้กระทั่งคริสเองก็ยังรู้สึกแบบเดียวกัน
    กันต์เริ่มนึกถึงระบบการปลดล็อคห่วงโซ่อาหารขึ้นมา พลางได้แต่เอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
    "ลองกินมันดูไหมล่ะ ไม่แน่มันอาจช่วยเพิ่มพลังของพวกเธอก็ได้นะ" สิ้นเสียงของกันต์สองสาวได้แต่พยักหน้าเป็นการตอบรับ และเอ่ยขึ้นแทบจะพร้อมเพรียงกัน
    "ฝากเจ้าเอากลับไปทำอาหารให้ข้าด้วยล่ะx2!!!!" สิ้นเสียงของฮานะกับคริส ร่างอสรพิษเงาก็ถูกตัดเฉือนเป็นชิ้นๆ ในทันที พร้อมกับไอเทมกองนึงข้างเศษชิ้นส่วนของอสรพิษเงา
    "ห๊ะ!!!!" ส่วนกันต์ที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับหน้าเหวอไปทันที เพราะไอเทมนั้นสามารถเก็บไว้ในระบบของเขาได้ แต่ชิ้นส่วนของอสูรนั้นไม่สามารถเก็บได้ นั่นหมายความว่าเขาต้องแบกชิ้นส่วนพวกนี้กลับไปด้วยตัวเองเท่านั้น เขาได้แต่มองเศษชิ้นเนื้อกองโตเบื้องหน้าเขาอย่างละเหี่ยใจ