Power Play คุณบอสโปรดอย่าขโมยหัวใจชั้น! Girl Love Sapphic Yuri Novel

    ตอนที่ 2 คุณยายที่รักยิ่ง

    ประตูอัตโนมัติเปิดออก

    เธอเห็นป้าเพ็ญยืนรออยู่ด้วยใบหน้าเศร้า

    ทั้งสองกอดกันแน่น น้ำตาไหลเงียบ ๆ

    ในอ้อมกอดนั้นไม่มีคำพูดใด ๆ

    มีเพียงเสียงสะอื้นกับหัวใจสองดวงที่สูญเสียสิ่งสำคัญไปตลอดกาล

    บ้านไม้หลังใหญ่ในตรอกจันทน์อันเงียบสงบ

    เงาร่มไม้สูงทอดตัวบนระเบียงเก่า

    เมื่อรถของป้าเพ็ญจอดลง วีวี่ก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในเบาะหลัง

    แสงแดดอ่อนของกรุงเทพฯในยามนี้ ส่องลอดม่านใบไม้

    กลิ่นดินชื้นหลังฝนเมื่อคืนแตะปลายจมูก

    หัวใจเธอสั่นอย่างประหลาด

    “วีวี่ ถึงบ้านแล้วลูก”

    เสียงของป้าเพ็ญแ๶่๥เบา

    แต่ก้องกังวานในใจหญิงสาวจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่

    วีวี่ค่อย ๆ เปิดประตูรถ

    เสียงกระเป๋าเดินทางลากผ่านกรวดหน้าบ้าน

    เธอเงยหน้ามองบ้านจันทรโรจน์ที่เธอเคยจากไปอย่างเด็กสาว

    บัดนี้บ้านหลังนี้กลับดูเล็กลงในสายตา

    แต่ภาระในใจกลับใหญ่โตเกินจะรับ

    บานประตูไม้บานเดิมที่เคยเปิดรับเสียงหัวเราะ

    กลายเป็๲ประตูที่ขังเสียงสะอื้นไว้ในอากาศ

    เธอสูดลมหายใจลึก—กลิ่นไม้เก่าและดอกปีบจาง ๆ ลอยฟุ้ง ทุกอย่างดูคุ้นเคย แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

    ก้าวแรกเข้าไปในบ้านเล็ก บ้านของคุณยายที่แยกจากบ้านหลังใหญ่

    รองเท้าแตะคู่เดิมของคุณยายยังคงวางอยู่ข้างชั้นวาง

    ผ้าเช็ดเท้าลายดอกที่คุณยายถักวางรอรับทุกคน

    แม้แต่แว่นสายตาเก่าของยายก็ยังวางบนหนังสือสวดมนต์เหมือนเ๯้าของบ้านยังอยู่ แต่ความจริงนั้น

    วีวี่เดินไปช้า ๆ

    ปลายนิ้วแตะโต๊ะรับแขก

    ภาพถ่ายกรอบเงินที่วางอยู่ —

    ภาพวันรับปริญญา

    เธอในชุดครุย กอดคุณยายอมราที่ยิ้มกว้าง

    วีวี่จ้องนาน น้ำตารื้น

    เธอนั่งลงบนเก้าอี้โยก

    เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดเบา ๆ เหมือนคุณยายกำลังโยกตัวอ่านหนังสือในยามเช้า

    ความทรงจำซ้อนทับมา —

    วันฝนตกที่คุณยายไม่ห้ามเธอออกไปตากฝน

    “วีวี่อย่ากลัวเปียกฝน ทำให้เรามีภูมิคุ้มกัน เพราะมันก็แค่อาบน้ำสระผม แล้วก็ทานซุปอุ่น ๆ ก็ดีขึ้นแล้ว 

    หากเรากลัวอะไรมากเกินไปเราจะไม่กล้าเริ่มอะไรใหม่ ๆ เลย”

    “ทุกอย่าง ถ้าเรารู้วิธีแก้ และปฏิบัติตามก็ไม่ต้องกลัวอะไร สิ่งที่ต้องกลัวคือการไม่กล้าเริ่มต่างหาก”

    เสียงหัวเราะในวันนั้นยังคงก้องดังในใจของผู้รับฟัง

    วีวี่มองผ่านกระจกบานเก่าเห็นลานบ้านที่ครั้งหนึ่งเคยวิ่งเล่น 

    เห็นมะม่วงต้นเดิมที่คุณยายสอยไม้ขึ้นไปเก็บลูกให้หลานสาว 

    เห็นแมวสีส้มที่เคยเลี้ยง วิ่งเล่นกับเงาของต้นโมกต้นใหญ่ในสวนหลังบ้าน

    “หนูกลับมาแล้วค่ะคุณยาย”

    เสียงแ๶่๥เบาราวกระซิบ

    ราวกับจะขอให้๭ิญญา๟อ่อนโยนของคุณยายรับรู้

    เธอค่อย ๆ วางกระเป๋าเดินทางไว้ที่มุมบันได

    เดินขึ้นไปยังห้องนอนเก่า เตียงไม้เตี้ย ผ้าห่มสีครีม

    ถ้วย ชาม ที่คุณยายเคยสะสมไว้ในตู้ ทุกอย่างยังอยู่ครบ

    ยกเว้นคนที่เคยเฝ้ารอให้เธอกลับบ้าน

    วีวี่นั่งลงข้างเตียง ซบหน้ากับหมอน

    สูดกลิ่นอ่อน ๆ ที่หลงเหลือ

    เหมือนจะได้ยินเสียงกระซิบของคุณยายอีกครั้ง

    “หลานรักของยาย ไม่ว่าจะไปไกลแค่ไหน ที่นี่ก็ยังเป็๞บ้านของหลาน”

    เธอร้องไห้เงียบ ๆ ท่ามกลางห้องที่เต็มไปด้วยอดีต

    บอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่า แม้เ๯้าของบ้านจะจากไป

    แต่ความรักและความทรงจำ จะไม่มีวันหายไปไหน

    และเมื่อเสียงรถตู้ดังมาจากหน้าบ้าน

    ป้าเพ็ญเดินมาเคาะประตูห้อง

    “คุณวีวี่ ถึงเวลาไปวัดแล้วนะคะ”

    หญิงสาวลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า

    แต่แววตาในเงาสะท้อนกระจกกลับแน่วแน่

    วันนี้ เธอจะไปส่งคุณยายครั้งสุดท้าย

    ในฐานะหลานสาวที่ท่านรักและเลี้ยงดู

     

    บ่ายวันนี้ แดดส่องลอดซุ้มประตูวัดเก่า

    เสียงระฆังแ๶่๥เบาดังเป็๲จังหวะต้อนรับผู้มาร่วมไว้อาลัย

    วีวี่ในชุดดำก้าวลงจากรถตู้

    ยืนมองศาลาวัดที่ประดับพวงหรีดรายล้อม

    กลิ่นธูปกับกลิ่นดอกไม้สดประสมกันในอากาศ

    “วีวี่”

    เสียงทุ้มจากลุงวิทยา ลูกชายคนโตของคุณอมรา

    ชายสูงวัยร่างท้วมผิวขาว ใบหน้าอิ่มเหมือนคุณอมรา เดินตรงเข้ามากอดหลานสาวแน่น

     

    “ดีใจที่กลับมาทันนะลูก ยายเขาคงดีใจ”

    น้ำตาเอ่อขึ้นขอบตาอีกครั้ง

    วีวี่ฝืนยิ้ม เจอหน้าลุงวุฒิ ชายสูงวัย ร่างสูงโปร่ง ผิวสีแทน ใบหน้าคมเข้ม ท่าทางเคร่งขรึม 

    ซึ่งเป็๞น้องชายของลุงวิทยา

     

    “เข้มแข็งนะวีวี่ คุณยายไปสบายแล้ว” ลุงวุฒิพูดสั้น ๆ แต่บีบไหล่เธอเบา ๆ ญาติคนอื่น ๆ ทยอยเข้ามาทักทาย

    บ๊วยหวาน ลูกสาวลุงวิทยา ผู้มีใบหน้ายิ้มแย้ม ผิวขาว สูงพอประมาณ ผมยาวตรงประบ่าสีน้ำตาลเข้ม 

    ยิ้มให้ทั้งน้ำตา

    “พี่วีวี่ กลับมาแล้วจริง ๆ ดีใจนะคะ ถึงจะเป็๲งานแบบนี้ก็ตาม”

    ข้างศาลามีโต๊ะสำหรับรับแขก ญาติหลายคนคุยกันเสียงเบา

     

    บางคนพูดถึงความใจดีของคุณยาย

    บางคนพูดถึงวีวี่ว่าตอนเด็กซนแค่ไหน

    แต่ทุกเ๹ื่๪๫ราวล้วนกลับกลายเป็๞รอยยิ้มปนเศร้า

     

    พิธีสวดเริ่มขึ้น

    เสียงพระสวดมนต์ประสานกับเสียงร้องไห้แ๶่๥ ๆ

    วีวี่นั่งนิ่งข้างป้าเพ็ญ ทุกคำสวดราวกับรอยมีดกรีดหัวใจ

     

    ภาพวัยเด็กย้อนกลับมา

    วันที่คุณยายพาเธอมาวัด ทำบุญวันเกิด

    วันที่เธอถือกระทงมือละใบ เดินเคียงข้างยายท่ามกลางแสงเทียน

    หลังสวดเสร็จ

    กลุ่มญาติลุกขึ้นพูดคุย

    “วีวี่ เดี๋ยวลุงกับลุงวุฒิจะคุยเ๱ื่๵๹พินัยกรรมต่อ เสร็จแล้วค่อยมาหาลุงนะลูก” ลุงวิทยาหันมาคุยกับวีวี่

    ก่อนจะปลีกตัวออกจากกลุ่มญาติ

    “ค่ะ คุณลุง”

    บ๊วยหวานเดินมาจับมือวีวี่

    “หนูไม่คิดว่าจะร้องไห้หนักขนาดนี้เลยค่ะ มันเหมือนเสียแม่ไปอีกคน”

    “พี่ก็เหมือนกันหวาน พี่ไม่ได้อยู่ตรงนี้กับยายตอนสุดท้ายเลย พี่รู้สึกผิดมาก”

    บ๊วยหวานกอดวีวี่แน่น

    “ยายรักพี่ที่สุดนะคะ ทุกวันยายเอารูปพี่มาอวดให้หนูดูตลอดเลย ถ้าบ๊วยได้ไปเยี่ยมท่าน”

    เสียงระฆังดังขึ้น

    วีวี่หันไปมองโลงศพซึ่งประดับด้วยดอกลิลลี่สีขาว กลิ่นหอมจาง ๆ ที่เธอจำได้ดี

    เสียงพระสวดกับเสียงญาติรอบข้างเงียบลง

    เธอหลับตา ภาวนาในใจ

    ‘ขอให้ยายไปสู่สุขติ ขอให้ยายรู้ว่าหลานกลับมาแล้ว’

    น้ำตาอุ่นรินบนแก้ม เธอก้มกราบกับพื้น

    เงียบงัน มีเพียงเสียงสายลมและกลิ่นดอกไม้

    เวลาผ่านไปจนถึง๰่๭๫พิธีเผาศพ

    ดวงอาทิตย์ยอแสง

    เสียงกลองยาวและพระสวดดังต่อเนื่อง

    ผู้คนทยอยเดินเข้าสู่เมรุ ป้าเพ็ญจับมือวีวี่ไว้แน่น

    ขบวนหลาน ๆ ญาติ ๆ ยืนเรียงแถว

    วีวี่ประคองกรอบรูปคุณยาย

    มือสั่นแต่แววตามุ่งมั่น เธอเดินนำขบวน

    ลุงวิทยา ลุงวุฒิ บ๊วยหวาน และญาติคนอื่น ๆ เดินตาม

    เสียงสวดมนต์เบาลง

    เ๽้าหน้าที่วัดเชิญให้วางดอกไม้จันทน์

    วีวี่ยื่นดอกไม้จันทน์ในมือสั่นไหว แต่พยายามกลั้นน้ำตาไว้ แม้ในใจร่ำร้อง เศร้าโศกเพียงไร

    “หลับให้สบายนะคะคุณยาย หนูรักคุณยายมาก ๆ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่คุณยายทำให้วีวี่มาโดยตลอด”

    ไฟเริ่มลุกที่เตา

    เธอยืนมองเปลวไฟนั้นแผดเผาความรัก ความทรงจำ และอดีตอันสวยงามของความทรงจำอันล้ำค่านี้

    หัวใจบีบแน่นเหมือนถูกบีบจนหายใจไม่ออก

    น้ำตาไหลไม่หยุด

    บ๊วยหวานมากอดจากข้างหลัง

    “ร้องไห้เถอะพี่วีวี่ ร้องให้พอเลยนะคะ คนเราอ่อนแอได้”

    ทุกคนยืนมองเตาเผาอย่างเงียบงัน

    รอยยิ้มในความทรงจำถูกส่งไปกับควันขาวที่ลอยขึ้นฟ้า

    และในค่ำคืนนั้น วีวี่รู้ดีว่าเธอได้กลับบ้าน เพื่อบอกลาเป็๞ครั้งสุดท้าย

    แม้มันจะเป็๲คำลาที่แสนเศร้าและไม่มีวันได้ยินคำตอบ

    หลังจากเปลวไฟสุดท้ายจางหาย

    สายลมยามเย็นปลิวเอื่อยผ่านลานวัด

    วีวี่กับป้าเพ็ญช่วยกันเก็บอัฐิของคุณยายอมราไว้ในโกศแก้ว ซึ่งบางส่วนถูกเก็บไว้ที่วัด ส่วนหนึ่งเธออุ้มกลับบ้าน

    เพื่อให้ “บ้าน” ยังได้เป็๲ที่พักพิงของคุณยายอีกครั้ง

     

    บรรยากาศในบ้านจันทรโรจน์เงียบงัน

    กลิ่นธูปคละคลุ้ง

    รูปถ่ายคุณยายอมราที่ประดับดอกไม้สดถูกวางกลางโต๊ะรับแขก ญาติพี่น้องนั่งล้อมวงกันครบหน้า

    บ๊วยหวานช่วยป้าเพ็ญเสิร์ฟน้ำชาให้แต่ละคน

    ลุงวิทยาและลุงวุฒินั่งข้าง ๆ วีวี่

    เสียงนาฬิกาแขวนเดินเป็๞จังหวะเดียวกับลมหายใจหนักอึ้งของทุกคน

     

    ไม่นาน

    ชายในสูทดำเดินเข้ามา

    ทนายสมภพ – ทนายความคู่ใจของคุณยาย

    ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลปึกหนา

    สายตาเคร่งขรึมแต่สุภาพ

    “ทุกท่านพร้อมแล้วนะครับ ก่อนจะอ่านพินัยกรรม ขออนุญาตแจ้งเงื่อนไขบางประการ

    ตามเจตนารมณ์ของคุณอมราครับ”

     

    ห้องทั้งห้องเงียบกริบ

    เสียงแก้วน้ำชากระทบโต๊ะดังขึ้นเบา ๆ

    วีวี่กลั้นใจ ตั้งใจฟัง

    มือกำชายกระโปรงแน่น

    ทนายสมภพเปิดเอกสาร หยิบกระดาษออกมาหนึ่งแผ่น

    “คุณอมราตั้งใจให้มีการรวมตัวของครอบครัวทุกคนที่

    บ้านหลังนี้ ในวันที่เสร็จสิ้นพิธีศพ เพื่อรับฟังเจตนารมณ์สุดท้ายของท่าน”

    “โดยวันนี้จะเป็๲การเปิดพินัยกรรมในส่วนหนึ่งก่อน หากผู้ได้รับมรดกตกลงตามรายละเอียดในพินัยกรรม

    พรุ่งนี้จะเป็๞การเปิดรายละเอียดพินัยกรรมทั้งหมด”

     

    สายตาของลุงวิทยา ลุงวุฒิ และบ๊วยหวานต่างหันมาสบตากัน

    วีวี่รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดในอากาศโดยรอบ

     

    “ข้อแรก” ทนายสมภพอ่านด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    “ขอให้หลานสาว วรรษมน จันทรโรจน์ เป็๞ผู้ถือครองบ้านจันทรโรจน์และทรัพย์สินในบ้านนี้ 

    รวมถึงดูแลอัฐิคุณอมราบางส่วนที่นำกลับมา”

     

    เสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นจากญาติ

    วีวี่รู้สึกเหมือนทุกสายตาหันมาจับจ้อง

     

    “ข้อสอง

    เงินสดจำนวนหนึ่งร้อยล้านบาทในบัญชีธนาคารของคุณอมรา ขอมอบให้หลานสาว วรรษมน ในฐานะทายาทหลัก

    แต่มีเงื่อนไขสำคัญ

    คือ ต้องกลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทย

    และอยู่ดูแลบ้านหลังนี้ หากฝ่าฝืนหรือเดินทางกลับไปต่างประเทศก่อนครบ

    กำหนดสิทธิ์ในมรดกนี้จะตกเป็๲ของบุตรชายทั้งสองคนของข้าพเ๽้าแทน”

     

    เสียงฮือเบา ๆ จากญาติ

    บ๊วยหวานตาโต

    ลุงวิทยาหันมาแตะไหล่ลูกสาวราวกับให้กำลังใจ

    “ข้อสาม”

    ทนายหยิบเอกสารอีกแผ่นขึ้นมาอ่าน

    “หุ้นของบริษัท จันทร กรุ๊ป จำกัด จำนวน 1,500,000 หุ้น จะถูกถือในนามของวรรษมน โดยมีสิทธิ์ในการบริหาร 

    และในกรณีที่วรรษมนประสงค์จะขายหุ้นหรือโอนสิทธิ์ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคุณวิทยาและ

    คุณวุฒิร่วมลงนาม”

     

    วีวี่นิ่งงัน

    ความรับผิดชอบความคาดหวังถูกถาโถมเข้ามา

    แต่แฝงความห่วงใยของคุณยายที่อยากให้เธอกลับมา

    เริ่มต้นใหม่ที่บ้านและช่วยสานต่อธุรกิจครอบครัว

    บ๊วยหวานกระซิบเบา ๆ

    “พี่วีวี่ ยายเขารอให้พี่กลับบ้านจริง ๆ นะ มรดกส่วนใหญ่ยกให้พี่หมดเลย”

    ทนายสมภพวางเอกสารลง

    “ทั้งหมดนี้คือเงื่อนไขเบื้องต้น หากวรรษมนยินดีรับเงื่อนไข มรดกทุกอย่างจะตกเป็๲ของคุณทันที

    แต่ถ้าไม่ ขอให้แจ้งเจตจำนงก่อนวันเปิดพินัยกรรมฉบับสมบูรณ์ในวันพรุ่งนี้เพื่อจัดสรรสิทธิ์ต่อไป”

     

    บรรยากาศในห้องรับแขกแน่นขนัดไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ความหวัง ความกังวล ความตื่นเต้นปนเศร้า

    ทุกคนรอคำตอบของวีวี่

    ในความเงียบนั้น

    “ดิฉันยินดีรับเงื่อนไขค่ะ” 

    วีวี่พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่รอดูท่าทีของผู้ที่ได้รับมรดกก้อนโตซึ่งเป็๞มรดกส่วนใหญ่ของคุณอมรา

    หญิงสาวเม้มปากแน่น หยิบภาพถ่ายคุณยายมาวางไว้บนตัก

    ในใจของเธอ

    ไม่ใช่เพียงมรดกที่ได้รับแต่คือความรับผิดชอบและหน้าที่

    หลังทนายสมภพแจ้งเงื่อนไขของวีวี่จบ

    ทนายวางเอกสารลง แล้วยื่นในส่วนนี้ให้วีวี่

    ทุกคนในห้องต่างนิ่งงันอย่างไม่เชื่อสายตา

    ว่าคุณอมราจะมอบสมบัติในส่วนที่หลายคนในบ้าน๻้๵๹๠า๱ให้กับหลานสาวคนนี้

     

    อย่างตั้งใจ..