บทที่ 24 ความโง่เขลาอันบริสุทธิ์
เซียวไป่เต้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง "ก็ดีเหมือนกัน งั้นจัดงานเถอะ!"
เมื่อพูดจบ เขาก็ขึ้นไปยืนบนที่สูง ประสานมือคำนับผู้คนทั้งหลาย "ทุกท่าน ข้าเซียวไป่เต้าได้รับศิษย์คนหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ นามว่าเฟิ่งซี
แต่เดิมข้าตั้งใจจะจัดพิธีรับศิษย์ที่สำนักเสวียนเทียนภายหลัง แต่เนื่องจากเ้าสำนักไป๋หลี่แห่งสำนักฮุ่นหยวนได้เร่งเร้าให้ข้าจัดงานเลี้ยงฉลองเสียตอนนี้ ข้าไม่อาจทำให้น้ำใจของเขาต้องเสียเปล่า จึงตัดสินใจกะทันหันจัดพิธีรับศิษย์ขึ้น ณ ที่แห่งนี้"
"พวกเราจะเริ่มเตรียมการตอนนี้ หลังจากหนึ่งชั่วยามการพิธีจะเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการ!"
ไป๋หลี่มู่เฉิน "......"
อะไรกัน เ้าว่าข้าพยายามยุยงงั้นรึ? เซียวไป่เต้า เ้าพูดจาเช่นนี้มันใช่คำพูดของคนหรือ?! พวกเ้าอาจารย์และศิษย์ช่วยกันพูดจาสอดรับกันไปมา ชัดเจนว่าพวกเ้ากำลังหลอกข้า!
ไม่ว่าไป๋หลี่มู่เฉินจะโมโหมากเพียงใด แต่ผู้คนในสำนักเสวียนเทียนก็เริ่มวุ่นวายกันไปทั่ว
นอกจากคนส่วนน้อยในสำนักเสวียนเทียน คนอื่น ๆ ล้วนไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงทำอะไรกันอย่างสับสนวุ่นวายไปหมด
เพราะเหตุนี้เอง ทุกคนจึงไม่มีความสงสัยในคำพูดของเซียวไป่เต้า พวกเขาต่างเชื่อว่าเขาถูกไป๋หลี่มู่เฉินบีบบังคับจนไม่มีทางเลือก จึงต้องตัดสินใจจัดพิธีรับศิษย์อย่างกะทันหัน
ผู้คนจากสำนักเสวียนเทียนได้จัดเตรียมพื้นที่โล่งแห่งหนึ่ง สร้างแท่นสูง และแขวนป้ายผ้า
อีกทั้งยังกำหนดพื้นที่นั่งสำหรับแขกผู้มีเกียรติ และตั้งโต๊ะ… สำหรับรับของกำนัล
แม้ว่าเซียวไป่เต้าจะขึ้นชื่อเื่ความตระหนี่ แต่เื่การให้และรับของกำนัลยังพอรับได้ ดังนั้นทุกคนจึงไม่อยากทำให้เขาเสียหน้า ต่างพากันมอบเงินและของขวัญแสดงความยินดี
บางคนพากันบ่นเสียงเบาว่า "แต่เดิมยังจะได้ไปร่วมงานเลี้ยงที่สำนักเสวียนเทียน แต่ตอนนี้ดูสิ แม้แต่น้ำสักถ้วยก็ไม่ได้ดื่ม ล้วนเป็เพราะเ้าสำนักไป๋หลี่ปากมากทั้งนั้น!"
"ใช่ไหมล่ะ? เซียวไป่เต้าเป็คนรักหน้า โดนแขวะเช่นนั้นก็ต้องทำแบบนี้ ล้วนถูกบีบบังคับทั้งนั้น"
"ยังดีที่ก่อนหน้านี้เฟิ่งซีมอบของขวัญชั้นเลิศอย่างเสียงคำรามของสิงโตศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเรา ไม่เช่นนั้นคงขาดทุนย่อยยับแล้ว!"
ไป๋หลี่มู่เฉินมีวรยุทธ์ล้ำลึก แม้ว่าเสียงของผู้พูดจะเบามาก แต่เขาก็ได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน จนแทบจะกระอักเืด้วยความโมโห!
ในขณะที่กำลังโกรธอยู่นั้น ลู่ซิวหาน ศิษย์รองสุดที่รักก็เดินเข้ามาใกล้
"อาจารย์ขอรับ เฟิ่งซีผู้นั้นช่างจองหองเหลือเกิน เหตุใดท่านไม่คิดหาวิธีให้นางเข้าไปในดินแดนลับเทียนลวี่เล่า ศิษย์จะจัดการนางเอง!"
ไป๋หลี่มู่เฉินที่กำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว พอได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งโมโห อยากจะตบให้ตายคามือเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
ก่อนหน้านี้เฟิ่งซีเป็แค่คนรับใช้ต่ำต้อยผู้หนึ่ง แม้ไป๋หลี่มู่เฉินเดาได้ว่าลู่ซิวหานจะทำอะไรบางอย่าง เขาก็แกล้งทำเป็มองไม่เห็น
แต่ตอนนี้ทุกอย่างแตกต่างออกไป
เฟิ่งซีเป็ศิษย์สายตรงของสำนักเสวียนเทียน
ไม่ว่าสี่สำนักใหญ่จะขัดแย้งหรือต่อสู้กันอย่างไร แต่พวกเขาก็มีกฎเกณฑ์พื้นฐานข้อหนึ่ง นั่นคือจะไม่ทำร้ายศิษย์สายตรงของอีกฝ่าย
มิเช่นนั้นศิษย์สายตรงของสี่สำนักใหญ่คงเหลือรอดอยู่ไม่กี่คน
หากคำพูดของลู่ซิวหานถูกคนจากสำนักอื่นได้ยินเข้า สำนักฮุ่นหยวนจะต้องกลายเป็เป้าโจมตีของทุกคนแน่
ั้แ่พิธีรับศิษย์คราวที่แล้ว เขาก็รู้สึกผิดหวังกับศิษย์รองผู้นี้อยู่บ้าง บัดนี้ยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นไปอีก
พร์ไม่พอก็ไม่เป็ไร แต่คนเราอย่าได้โง่เกินไปเชียว!
"เ้าจงสงบปากสงบคำเสียที หากกล้าทำอะไรตามใจชอบ ข้าจะไม่ไว้หน้าเ้าแน่!" เขากัดฟันกรอดพลางกดเสียงต่ำลง
ลู่ซิวหานถูกดุจนหน้าแดงก่ำ ถอยไปยืนอยู่ด้านข้างอย่างเก้อเขิน
"ศิษย์พี่รอง ท่านอาจารย์อารมณ์ไม่ดีจึงพูดจารุนแรงไปบ้าง ท่านอย่าได้ถือสาหาความเลย" เสินจื่อหลานเอ่ยปลอบเสียงเบา
"อีกอย่างตอนนี้เฟิ่งซีเป็ที่โปรดปรานของเ้าสำนักเซียวมาก เ้าอย่าไปหาเื่นางเลย เกรงว่าจะนำความยุ่งยากใหญ่หลวงมาให้"
ลู่ซิวหานโมโหมากอยู่แล้วที่ถูกไป๋หลี่มู่เฉินดุด่า พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ ยิ่งทำให้เขาเกลียดชังเฟิ่งซีเข้าไปใหญ่
ดวงตาของเขาจ้องมองเฟิ่งซีที่อยู่บนแท่นราวกับชุบยาพิษ
ในยามนี้เฟิ่งซีกำลังทำพิธีรับศิษย์ตามการนำของผู้นำพิธี
เมื่อได้ยินเสียงประกาศ "พิธีเสร็จสิ้นแล้ว" สิงโตทองก็แผดเสียงคำรามก้องฟ้า
ต้องยอมรับว่าบรรยากาศตอนนี้เข้าที่เข้าทางดี
สิงโตทองที่ถูกบังคับให้มาเป็ตัวช่วยสร้างบรรยากาศแทบจะโมโหตายอยู่แล้ว!
เ้าใช้ข้าเหมือนประทัดในโลกมนุษย์เช่นนั้นหรือ!?
สิ่งแรกที่เซียวไป่เต้าและเฟิ่งซีทำหลังจากลงจากแท่นพิธีคือการมารวมตัวกัน… นับเงิน!
ดวงตาของคนชราและเด็กหนุ่มเปล่งประกายวิบวับราวกับหินิญญา!
การจัดงานเฉลิมฉลองนี้ช่างเป็การค้าที่ได้กำไรงามนัก!
ไม่ใช่เลย มันเป็การค้าที่ไม่ต้องลงทุนต่างหาก!
หากสามารถจัดงานได้แปดถึงสิบครั้งต่อปี สำนักเสวียนเทียนคงหลุดพ้นจากความยากจนข้นแค้นได้ในเร็ววัน!
แม้ผู้อื่นอย่างเช่นเ้าสำนักทั้งสี่จะรู้สึกว่างานเฉลิมฉลองนี้ดูจะจัดอย่างประหยัด และมีกลิ่นอายของการขอรับบริจาคอยู่บ้าง แต่ก็ทนต่อกลิ่นหอมของหินิญญาไม่ไหว!
ไม่ต้องมีความละอายใจอีกต่อไป ทุกคนต่างทำสีหน้าไร้เดียงสา
ถึงอย่างไรก็เป็เพราะไป๋หลี่มู่เฉินบีบบังคับ พวกเราไร้ความผิด!
ไป๋หลี่มู่เฉินที่ต้องแบกรับความผิดนั้น สมองเต็มไปด้วยความคิดที่จะหาทางพลิกสถานการณ์กลับมา
ไม่นานก็คิดหาวิธีได้ เขาเรียกเซียวไป่เต้า หูว่านขุยและลู่เจิ้นควานมารวมตัวกัน แล้วกล่าวว่า "ทั้งสามท่าน ที่ผ่านมาในดินแดนลับเทียนลวี่ พวกเราเพียงแค่จัดอันดับโดยไม่มีรางวัลหรือบทลงโทษใด ๆ ดูจะเรียบง่ายเกินไป
ไม่สู้คราวนี้พวกเราเปลี่ยนกติกาใหม่ สำนักที่อยู่อันดับสุดท้ายจะต้องนำของที่ได้มาจากดินแดนลับหนึ่งในสามมาแบ่งให้กับสามอันดับแรก"
"จากนั้นจะแบ่งของรางวัลเหล่านี้ให้สามอันดับแรก ตามสัดส่วนห้า สาม และสอง"
"พวกเ้าคิดเห็นเช่นไร?"
ลู่เจิ้นควานและหูว่านขุยสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มแสดงความเห็นชอบ
อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่มีทางเป็คนสุดท้ายอยู่แล้ว ผลประโยชน์ที่ได้มาฟรี ๆ จะไม่รับก็เสียเปล่า!
สีหน้าของเซียวไป่เต้าดูไม่สู้ดีนัก เห็นได้ชัดว่านี่เป็การโจมตีสำนักเสวียนเทียนของพวกเขา!
แม้ว่าเขาจะไม่อยากยอมรับ แต่ต้องยอมรับว่าสำนักเสวียนเทียนจะต้องได้อันดับสุดท้ายอย่างแน่นอน
แต่เขารู้ดีว่าอีกสามตระกูลนั้นได้ตกลงกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ต่อให้เขาคัดค้านก็ไร้ประโยชน์ ได้แต่จำใจยอมรับเท่านั้น
ความรู้สึกดี ๆ ที่มีก่อนหน้านี้มลายหายไปในพริบตา
การมีพลังอ่อนด้อยนั้นช่างเป็จุดอ่อนที่แก้ไขได้ยากยิ่งนัก! พอนึกถึงอาการาเ็ของศิษย์น้อย ยิ่งทำให้จิตใจหม่นหมองมากขึ้น
แม้กระนั้นเขาก็เป็เ้าสำนัก ถึงแม้ในใจจะหม่นหมองเพียงใดก็ไม่อาจแสดงออกมา ได้แต่ฝืนยิ้มเท่านั้น
เฟิ่งซีไม่รู้เื่เหล่านี้ นางกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ที่มุมห้องพูดคุยกับจวินเหวิน
"ศิษย์พี่ห้า ข้าเตรียมของดี ๆ มาให้ท่านเก็บไว้ใช้ในดินแดนลับ"
จวินเหวินมีสีหน้าอยากรู้อยากเห็น "ของดีอะไรหรือ?"
จากนั้นก็เห็นเฟิ่งซียื่นถุงผงพริกขนาดใหญ่ให้เขา
จวินเหวิน "......"
"ศิษย์พี่ห้า พวกเรายากจนนัก ไม่มีเงินซื้อยันต์ ได้แต่ต้องหาวัสดุที่มีอยู่มาใช้แทนเท่านั้น! ประหยัดหน่อยนะ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็ของที่แอบหยิบยืมมาจากอาจารย์ทั้งนั้น!"
จวินเหวิน : ...ช่องว่างระหว่างอาจารย์กับศิษย์ช่างกว้างจริง ๆ!
เฟิ่งซีพูดต่อไปอย่างกระตือรือร้น "ศิษย์พี่ห้า ท่านอย่าได้ดูแคลนพริกป่นนี้ หากใช้ในยามที่ผู้อื่นไม่ทันตั้งตัว อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีก็เป็ได้
ยามที่ท่านต่อสู้กับผู้อื่น อย่าได้ยึดติดกับหลักการมากนัก กลอุบายต่าง ๆ ล้วนต้องนำมาใช้ให้หมด หากจำเป็จริง ๆ แผนใช้เสน่ห์ก็สามารถนำมาใช้ได้ ถึงอย่างไรรูปโฉมของท่านก็พอใช้ได้อยู่..."
จวินเหวิน "ขอบใจเ้ามากนะ!"
"ศิษย์พี่ห้า สำนักเสวียนเทียนของพวกเรามีกำลังไม่มากนัก ท่านต้องเรียนรู้ที่จะใช้กำลังของผู้อื่นให้เป็ประโยชน์ ต้องรู้จักสร้างพันธมิตรบ้าง..."
จวินเหวินขัดจังหวะคำพูดของนาง "ศิษย์น้อง อะไรคือพันธมิตรกันหรือ?"
ในตอนที่เฟิ่งซีกำลังจะอธิบายให้เขาฟัง ดินแดนลับเทียนลวี่กลับเปิดขึ้นก่อนเวลา!
เฟิ่งซีเห็นว่าเวลาไม่พอแล้ว จึงรีบกล่าวว่า "การสร้างแนวร่วมคือการรวมพลังของผู้อ่อนแอหลายฝ่ายเพื่อโจมตีผู้แข็งแกร่งหนึ่งเดียว ส่วนการสร้างพันธมิตรคือการรับใช้ผู้แข็งแกร่งหนึ่งเดียวเพื่อโจมตีผู้อ่อนแอหลายฝ่าย กล่าวโดยรวมคือการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ รวบรวมพลังที่สามารถรวมได้ บางครั้งก็ต้องยุยงให้แตกแยก และใช้มือคนอื่นสังหารศัตรู"
จวินเหวินฟังจนงุนงง ในดวงตาฉายแววโง่เขลายิ่งนัก