ตอนที่3
กลั่นแกล้ง
กลับมาที่คนทั้งสามครึ่งชั่วยามถัดมา พวกเขาก็มาถึง้ายอดเขาที่เป็วัดไท่หยุนองค์ชายสิบสามเป็ผู้ฝึกยุทธ์ย่อมไม่มีถึงอาการเหนื่อยหอบให้เห็นแต่หญิงสาวทั้งสองนั้นต่างออกไป พวกนางล้วนมีใบหน้าดูเหนื่อยหอบอย่างเห็นได้ชัดองค์ชายหลี่หย่งเล่อจึงพาพวกนางนั่งพักก่อนที่จะเข้าไปไหว้พระด้านใน
บรรยากาศ้ายอดเขาล้วนแตกต่างจากด้านล่างลิบลับนอกจากบรรยากาศที่หนาวเย็นแล้วบริเวณโดยรอบล้วนเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่มองดูสีเขียวขจีร่มรื่น ชวนให้คนที่มาเยือนรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายอารมณ์จากความเหนื่อยล้าในการเดินทางไม่น้อยวันนี้มีจำนวนชาวบ้านที่ขึ้นมาไหว้พระขอพรค่อนข้างบางตา
นั่งพักอีกครู่ใหญ่องค์ชายหลี่หย่งเล่อจึงพาหญิงสาวทั้งสองคนเข้าไปในด้านในเพื่อไหว้พระขอพรกลิ่นธูปลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ด้านหน้าเป็พระพุทธรูปองค์ใหญ่ทั้งสามหยิบธูปขึ้นมาจุดขอพร
องค์ชายหลี่หย่งเล่อขยับเข้าไปใกล้ตงอิงเล็กน้อยเขาส่งรอยยิ้มมีเสน่ห์ให้กับนาง ทั้งสองสบสายตากันหวานซึ้งราวกับโลกทั้งใบมีเพียงเขากับนาง และดูเหมือนบรรยากาศกำลังไปได้ดีโดยแท้แต่แล้วเสียงแหลมเล็กฟังดูเหมือนกับใบางสิ่งของคุณหนูจ้าวก็ดังขึ้นขัดจังหวะของพวกเขา
“กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด”คุณหนูจ้าวหมินหมินมีสีหน้าตื่นตระหนกรีบคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนแกร่งขององค์ชายหลี่หย่งเล่อหวังจะใช้เป็ที่หลบกำบังอย่างรวดเร็ว“ตัวอะไรก็ไม่รู้เพคะ วิ่งผ่านหน้าหม่อมฉันไป”
องค์ชายหลี่หย่งเล่อกับตงอิงมองไปยังจุดที่คุณหนูจ้าวชี้มือไปแต่คนทั้งสองไม่พบสิ่งใด
“อาจจะเป็ตัวจิ้งจกวิ่งผ่านก็ได้เ้าค่ะ”ตงอิงคาดเดา
คุณหนูจ้าวมีสีหน้าหวาดกลัวไม่หาย“หม่อมฉันกลัวจิ้งจกเพคะ” มือทั้งสองที่เกาะแขนองค์ชายหลี่หย่งเล่อยังคงเหนียวแน่นส่งสายตาน่าสงสารเงยหน้ากล่าวกับองค์ชาย “ขอหม่อมฉันนั่งใกล้ๆ กับพระองค์นะเพคะ”
องค์ชายหลี่หย่งเล่อยากจะปฏิเสธคุณหนูจ้าวได้แต่ก็ไม่ได้ตอบรับคำขอของคุณหนูจ้าวโดยตรง เขามองไปยังคุณหนูตงอิงด้วยสีหน้าหนักใจแต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่แม้สนใจเขาเลยด้วยซ้ำ ในใจจึงเต็มไปด้วยความกังวลกลัวว่านางจะเข้าใจตนผิดไป
ตงอิงขยับที่นั่งออกห่างจากคนทั้งสองเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว นางจึงหลับตาพนมมือขอพรอธิษฐานด้วยความตั้งใจหาได้รู้ถึงความคิดขององค์ชายหลี่หย่งเล่อไม่
จ้าวหมินหมินมีสีหน้าสมใจนางกระเบียดร่างเอนเข้าหาองค์ชายหลี่หย่งเล่ออย่างแเี แสร้งทำหน้าตื่นใก่อนจะหลับตาพริ้มอธิษฐานขอพรด้วยแววตามีความสุข
การที่คุณหนูจ้าวสังเกตเห็นว่าคุณหนูฉินสามเว้นระยะห่างจากองค์ชายหลี่หย่งเล่อพอสมควรนางค่อนข้างมีความมั่นใจว่าความรักของทั้งสองยังคงไม่ได้ลึกซึ้งมากเกินไปนักดังนั้นการที่มีนางเป็ตัวคั่นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองย่อมไม่ใช่เื่ยากอะไรที่จะทำให้พวกเขาไม่อาจสมหวังในความรักครั้งนี้ได้
จากนั้นทั้งสามจึงเดินออกมาและพากันเดินชมดูรอบๆ วัดไท่หยุน ก่อนจะพากันกลับลงจากเขา
“ครั้งหน้าเรามาที่นี่อีกนะเพคะหม่อมฉันรู้สึกได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวัดแห่งนี้เพคะ”จ้าวหมินหมินกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเบิกบาน
“แล้วคุณหนูตงอิงล่ะเ้าอยากมาที่นี่อีกครั้งหรือไม่” องค์ชายหลี่หย่งเล่อหันไปกล่าวถามนาง
ตงอิงยกยิ้ม“สถานที่แห่งนี้ทั้งสงบและร่มรื่น ย่อมอยากมาอีกหลายๆ ครั้งเพคะ”
คุณหนูจ้าวหมินหมินมีรอยยิ้มเจื่อนๆบนใบหน้า เมื่อถูกองค์ชายหลี่หย่งเล่อเมินเฉยต่อประโยคของนางแต่ถึงกระนั้นนางก็สามารถปรับสีหน้าได้ทันท่วงที เก็บความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้ในอกก่อนจะหันไปยกยิ้มชวนตงอิงคุยเพื่อหวังตีสนิทหญิงสาวคนนี้หวังใช้แผนสร้างความแตกแยกระหว่างคนทั้งสอง
“เอาไว้วันไหนว่างๆ ข้าจะชวนคุณหนูตงอิงมาที่เราจะมาไหว้พระกันอีกครั้งดีหรือไม่”
“เ้าค่ะ” ตงอิงยกยิ้มกว้างนางไม่เคยมีเพื่อนที่ไหนเลย นอกจากพี่รองที่เป็ทั้งพี่สาวและเพื่อนในเวลาเดียวกันดังนั้นเมื่อคุณหนูจ้าวหยิบยื่นไมตรีมา นางจึงตอบรับด้วยความยินดี
องค์ชายหลี่หย่งเล่อไม่ได้ขัดขวางการสนทนาของหญิงสาวทั้งสองเขามีส่วนร่วมพูดคุยกับพวกนางเป็ครั้งคราวส่งสายตาแอบระแวดระวังเกี่ยวกับตัวคุณหนูจ้าวอยู่ไม่น้อยเพราะรู้ดีในสิ่งที่นาง้าจากเขาแต่ถึงอย่างนั้นองค์ชายก็อยากให้ตงอิงได้มีเพื่อนคุณหนูในวัยใกล้เคียงพูดคุยกันบ้าง
จ้าวหมินหมินยกยิ้มหวานเมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนนี้ดูจะเชื่อคนง่ายแตกต่างจากคุณหนูรองมี่จื่อที่ไม่ว่านางจะใช้เล่ห์กลอย่างไรก็ไม่สามารถจัดการได้สำเร็จสักครั้งราวกับว่ามี่จื่อล่วงรู้ถึงแผนการของนางทุกครั้งไป
“ป่านนี้พี่รองคงรออยู่ด้านล่างนานแล้วเพคะ”ตงอิงหันมากล่าวกับองค์ชายหลี่หย่งเล่อ เพื่อเร่งฝีเท้ากลับลงเขา
องค์ชายหลี่หย่งเล่อมองดูเวลาเห็นเป็จริงอย่างที่หญิงสาวบอก จึงพาทั้งสองกลับลงเขาในเวลาถัดมา
ตลอดการเดินทางลงเขาดูเหมือนจะราบรื่นตลอดทางเสียงพูดคุยของหญิงสาวทั้งสองคนดูจะเป็สีสันแก่ผู้พบเห็นไม่น้อยจวบจนเดินมาถึงครึ่งทาง อยู่ๆ คุณหนูจ้าวก็เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่นางก้าวขาพลาดด้วยอาการอ่อนแรง รีบคว้าเอาร่างของคุณหนูตงอิงเพื่อยึดเกาะและเป็จังหวะเดียวกันที่คุณหนูจ้าวกลับมาทรงตัวได้อีกครั้งก่อนจะออกแรงผลักอีกฝ่ายอย่างแเีส่งผลให้ตงอิงที่ไม่ทันระวังตัวพลัดตกบันไดไปอย่างรวดเร็ว
“ว้าย!!!” ตงอิงร้องด้วยความใ
คุณหนูจ้าวมีแววตาสะใจหมุนตัวกลับพร้อมกับปรับเปลี่ยนแววตาเป็ตื่นตระหนกแทน ร่างงามโผลเข้าซบอกองค์ชายหลี่หย่งเล่อได้อย่างแม่นยำส่วนตงอิงพลัดตกบันไดหมุนวนเป็ลูกข่างไปเรียบร้อยแล้ว
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากยากที่องค์ชายหลี่หย่งเล่อจะช่วยเหลือนางได้ทันอีกทั้งคุณหนูจ้าวก็มาเป็ลมหมดสติไปอีกคนเช่นกัน
“คุณหนูตงอิง!!!”
“ช่วยด้วย!!! ช่วยด้วย!!! มีคนพลัดตกบันได”ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ต่างะโร้องด้วยความใ
เนื่องจากบันไดทอดยาวสู่ด้านล่างจำนวนหลายร้อยขั้นร่างของตงอิงจึงไม่ได้หยุดที่ขั้นบันไดขั้นใดขั้นหนึ่งยังคงหมุนวนตามขั้นบันไดด้วยความเร็วมี่จื่อได้ยินเสียงร้องะโจาก้าลงมาจากชาวบ้าน นางรีบวิ่งออกมาจากศาลาเพื่อดูเหตุการณ์ปรากฏร่างของน้องสาวต่างมารดากลิ้งตกลงมาตามขั้นบันไดชั่วลมหายใจนั้นนางรีบวิ่งออกไป เพื่อหวังหยุดร่างของน้องสามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“น้องสาม!!!”มี่จื่อะโร้องเรียกชื่อน้องสาวต่างมารดาสุดเสียง นางกับเสี่ยวอี้ใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อหยุดร่างของตงอิงเอาไว้
ตงอิงหมดสติไปนานแล้วตามตัวเต็มไปด้วยาแมากมาย บนศีรษะแตกมีเืออกไหลซึมออกมาอย่างน่ากลัวมี่จื่อกอดร่างของน้องสาวเอาไว้แน่น ะโเรียกชื่อน้องสาวต่างมารดาเพื่อเรียกสติก่อนจะเหลือบไปเห็นองค์ชายหลี่หย่งเล่ออุ้มร่างของคุณหนูจ้าวด้วยวิชาตัวเบาเหินตามลงมาในเวลาถัดมา
“น้องสาวของหม่อมฉันเป็อะไรไปเพคะ เกิดอะไรขึ้นทำไมนางถึงได้พลัดตกลงมา” มี่จื่อะโถามกับองค์ชายหลี่หย่งเล่อแววตาแดงก่ำกอดร่างน้องสาวเอาไว้แน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
องค์ชายหลี่หย่งเล่อมีสีหน้าซีดเผือดด้วยความใเขารีบวางคุณหนูจ้าวหมินหมินลงบนขั้นบันไดรีบเข้าไปดูอาการของคุณหนูตงอิงด้วยความเป็ห่วงใช้มือจี้สกัดกดจุดไม่ให้เืไหลออกมามากกว่านี้ก่อนจะล้วงเอาขวดยาในแขนเสื้อป้อนเข้าปากให้กับคุณหนูตงอิงในเวลาถัดมา
“ข้าจะพานางไปหาหมอ” องค์ชายหลี่หย่งเล่อเงยหน้าบอกกับมี่จื่อด้วยสีหน้าร้อนใจช้อนร่างของหญิงคนรักขึ้นมาแนบอก ใช้วิชาตัวเบารีบเร่งลงจากเขาไปอย่างรวดเร็ว
มี่จื่อพยักหน้ารับนางไม่มีทางเลือกอื่น เพราะตนเองไม่มีกำลังภายในไม่สามารถอุ้มร่างของน้องสามกลับลงเขาไปในเวลาอันสั้นได้ จึงได้แต่ฝากความหวังไว้ที่องค์ชายหลี่หล่งเล่อ
หลังจากที่องค์ชายหลี่หย่งเล่ออุ้มน้องสามกลับลงเขาไปแล้วมี่จื่อหันหลังกลับมาที่ร่างของคุณหนูจ้าวนางใช้เท้าเตะเข้าไปที่ขาของอีกฝ่ายอย่างแรงหนึ่งครั้ง
“หยุดเสแสร้งได้แล้ว!!!” มี่จื่อตวาดเสียงดังอย่างโมโหทว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบไม่แม้แต่จะขยับตัว “เสี่ยวอี้ไปเขี่ยอึสุนัขกองนั้นมา”นางชี้มือไปยังกองอึที่อยู่ข้างกอหญ้าด้านข้าง
“คุณหนูจะเอาไปทำอะไรเ้าคะ”เสี่ยวอี้กล่าวถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เ้าไม่เคยได้ยินหรืออย่างไร คนที่เป็ลม หลังจากได้ดมกองอึหมาจะฟื้นคืนสติในเวลาถัดมา”มี่จื่อจ้องมองใบหน้าคุณหนูจ้าวยามกล่าวกับสาวใช้ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“เสี่ยวอี้เข้าใจแล้วเ้าค่ะ”สาวใช้รีบเดินไปยังกองอึ หักกิ่งไม้ขนาดเหมาะมือจิ้มลงไปยังกองอึหมาเต็มไม้“เหม็นมากเลยนะเ้าคะคุณหนู” เสี่ยวอี้ใช้มือบีบจมูกสีหน้าแสดงออกว่าขยะแขยงต่อกองอึหมาขนาดไหน
คุณหนูจ้าวที่ทนเสแสร้งมาเป็เวลานานเมื่อได้ยินว่าตนเองจะได้ดมกองอึหมาก็รีบฟื้นคืนสติขยับแพรขนตาลืมตาขึ้นมาด้วยสีหน้าอ่อนแรง “เกิดอะไรขึ้น”พลางมองดูมี่จื่อและสาวใช้ของนางด้วยสีหน้าเสแสร้ง
“ตื่นได้แล้วหรือเ้า” มี่จื่อยืนกอดอกจ้องมองหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาโกรธแค้น “เ้าทำอะไรกับน้องสามข้า”
“ข้าทำอะไร”คุณหนูจ้าวยังคงเฉไฉไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้น ใช้สายตามองหาสาวใช้ด้วยสีหน้าร้อนรนมี่จื่อในตอนนี้ดูน่ากลัวกว่ายามปรกติมาก ยามนี้ตนตัวคนเดียว หากถูกมี่จื่อเอาคืนเื่ที่ตนทำร้ายน้องสาวต่างมารดาของนางตนเองจะทำอย่างไร
“มองหาตัวช่วยหรือคุณหนูจ้าว”มี่จื่อกล่าวอย่างรู้ทัน
“เ้าจะทำอะไรข้า”คุณหนูจ้าวขยับถอยห่างมี่จื่อด้วยสีหน้าตื่นตระหนก บริเวณนี้นอกจากพวกนางแล้วก็ไม่มีใครอื่นอีก จะไม่ให้จ้าวหมินหมินรู้สึกกลัวมี่จื่อได้อย่างไร
“คนที่ไม่ได้ทำผิด ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรนอกเสียจากคนๆ นั้นจะมีความผิดถึงได้หวาดกลัวในความผิดของตนเอง”มี่จื่อยื่นหน้าเข้าไปใกล้คุณหนูจ้าว แววตามองอีกฝ่ายอย่างมาดร้าย“จริงหรือไม่คุณหนูจ้าว”
คุณหนูจ้าวขยับถอยหนีด้วยความหวาดกลัวด้วยเพราะมัวแต่หวาดกลัวสีหน้าของมี่จื่อทำให้คุณหนูจ้าวไม่ทันได้ระวังหันมองดูด้านหลัง นางขยับถอยห่างออกไปตามสัญชาตญาณทำให้ก้นของนางเผอิญไปนั่งทับกับบางสิ่งโดยบังเอิญของสิ่งนั้นมีลักษณะนุ่มนิ่มรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นเล็กน้อย
“!!!”
คุณหนูจ้าวนั่งทับก้อนอึหมาเข้าไปเต็มๆก้น กลิ่นอึหมาทรงพลังมาก ส่งกลิ่นเหม็นอบอวลไปรอบๆ บริเวณ มี่จื่อยกมือบีบจมูกแสดงสีหน้ารังเกียจอย่างไม่ปิดบัง รีบถอยห่างจากคุณหนูจ้าวอย่างรวดเร็ว
จ้าวหมินหมินรีบหันหลังมองดูกระโปรงสีชมพูหวานของตนเองอย่างรวดเร็วเสียงแหลมเล็กแผดร้องด้วยความใ หวีดร้อง เต้นผางๆ เป็เ้าเข้า
กรี๊ดกรี๊ด กรี๊ด!!!
“สมน้ำหน้า กรรมตามทันสนองเร็วนัก”มี่จื่อกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะรีบเดินกลับลงเขาพร้อมกับสาวใช้ ทิ้งให้จ้าวหมินหมินจมอยู่บนกองอึหมาอย่างเดียวดายนางในยามนี้ไม่มีกะจิตกะใจที่จะต่อล้อต่อเถียงกับคุณหนูจ้าวอีกต่อไปในใจรู้สึกเป็ห่วงน้องสามมากที่สุด อีกทั้งนางเหม็นอึหมามาก
“นี่เ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ รอข้าด้วยสิ”จ้าวหมินหมินร้องเรียกตามหลังมี่จื่อ หันซ้ายหันขวาพบเพียงความว่างเปล่าในใจรู้สึกตื่นกลัวต่อสภาพแวดล้อมที่เงียบวังเวง สาวใช้ข้างกายก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ใดพยายามวิ่งตามหลังมี่จื่อลงมายังรถม้าของตนเอง
มี่จื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบออกแรงเร่งฝีเท้าให้ห่างออกไปไกลหันกลับมาะโใส่จ้าวหมินหมินเสียเต็มเสียง “คุณหนูจ้าว ข้าเหม็นอึหมาบนตัวเ้าอย่าวิ่งตามข้าสิ” มี่จื่อวิ่งไปหัวเราะไป ร้องะโไปตลอดทาง ส่งผลให้คนอื่นๆที่กำลังลงจากเขาหยุดมอง พร้อมใจกันเงยหน้าขึ้นได้ยัง้าเพื่อรอดูด้วยความสงสัย
จ้าวหมินหมินทั้งอับอายและเจ็บใจในเวลาเดียวกันไม่ว่านางจะเดินผ่านใครไป พวกเขาเ่าั้ล้วนพากันยกมือปิดจมูกมองนางด้วยสายตารังเกียจ หมดกัน!!!ชื่อเสียงที่สั่งสมมาเป็อันเวลานานเป็อันต้องป่นปี้หมดก็คราวนี้เพราะนังมี่จื่อคนเดียว