ผู้นำตระกูลหลิน ประกาศให้ทุกคนในตระกูลได้รับรู้ว่าครอบครัวหลินจงเว่ย ได้ขุดพบสมบัติเก่าแก่ของบรรพชนสกุลหลิน ซึ่งล้วนเป็บันทึก ตำรับยา และตำราโบราณมากมาย ทั้งยังอาศัย่เวลาที่เหล่าองครักษ์ในกลุ่มของหม่าจือ ไปช่วยสร้างบ้านที่หมู่บ้านจิ้งซานได้ช่วยกันค้นหาและขุดตำราเ่าั้กลับมาเก็บรักษาในหอตำราของตระกูลหลินจนหมดสิ้นแล้ว ไม่จำเป็ต้องส่งคนไปค้นหาเพิ่มเติม
ข่าวนี้ขจัดความสงสัยนานัปการในตัวเด็กน้อยหลินหนิงชิน ทั้งเื่ความรวดเร็วในระดับการฝึกฝนของผู้คนในหมู่บ้านจิ้งซานและความรู้มากมายเกี่ยวกับสมุนไพรที่ไม่เคยมีผู้ใดรู้จัก
เดิมทีหน้าที่ของหลินหนิงชินคือต้องไปช่วยงานที่หอโอสถสกุลหลิน และต้องเรียนรู้ศึกษาต่อกับ “อาจารย์” ซึ่งมีอยู่สองคน คือท่านปู่ใหญ่ และท่านลุงหลีเหว่ย แต่เวลานี้ความรู้ด้านชนิดและสรรพคุณของสมุนไพรของหลินหนิงชินมีมากมายกว่าท่านอาจารย์ทั้งสองเป็อย่างมาก จึงทำให้นางยังคงว่างงานอยู่
“ท่านปู่ใหญ่เ้าคะ ข้าคิดจะเปิดชั้นเรียนสอน เื่สรรพคุณและการเพาะปลูกสมุนไพรเ้าค่ะ ที่หอโอสถมีเพียงท่านปู่กับท่านลุงหลอมโอสถไปทำการค้า ก็เหน็ดเหนื่อยกันพอสมควรแล้ว หากยังต้องจัดการเื่ทั้งหมดกันลำพัง นานไปย่อมไม่เป็ผลดี”
“ได้ ปู่อนุญาต เ้า้าอะไรบ้างก็แจ้งท่านปู่สามของเ้าได้เลย” หลินลี่หยางเตรียมพร้อมที่จะสนับสนุนเด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้เสมอ จึงรับคำโดยง่าย
ด้วยเหตุนี้ ใช้เวลาเตรียมพร้อมไม่นานชั้นเรียนเพาะปลูกสมุนไพรก็เปิดขึ้นอย่างเป็ทางการ ท่านปู่สามใช้วิธีการรับสมัคร "ศิษย์" ตามความสมัครใจ เพราะทุกคนได้เดินเข้าสู่หนทางผู้ฝึกยุทธ์กันไปแล้ว หากต้องมาเรียนรู้ใหม่ พวกเขายังต้องเสียสละเวลาและทุ่มเทกันเป็อย่างมาก
แต่ก็มีลูกหลานในสกุลหลินหลายคนที่มีระดับการฝึกฝนต่ำอยู่ให้ความสนใจ การฝึกยุทธ์ของพวกเขาไม่ได้ก้าวหน้ามากนักจึงคิดจะลองเริ่มเรียนรู้การเป็ผู้หลอมโอสถแทน เมื่อก่อนพวกเขาคิดแต่ก็ไม่กล้าเนื่องจากท่านผู้นำตระกูลและหลินหลีเหว่ยต่างก็ต้องหลอมโอสถกันเพียงลำพัง จนแทบไม่มีเวลาพัก อีกทั้งตำราก็มีจำกัดความก้าวหน้าของพวกเขาก็อาจจะต้องหยุดชะงัก
เวลานี้เมื่อครอบครัวของหลินจงเว่ยขุดพบตำรามากมาย หมู่บ้านจิ้งซานก็เพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกสมุนไพรที่มีคุณภาพสูงขึ้นมากได้ โอกาสที่จะเรียนรู้เพื่อเป็ผู้หลอมโอสถก็เป็ไปได้มากขึ้น สุดท้ายแล้วจึงมีคนในสกุลถึง 22 คน ซึ่งเป็สตรี 13 คน บุรุษ 9 คน เต็มใจที่จะเปลี่ยนเส้นทางฝึกฝน เมื่อชั้นเรียนเปิดขึ้น แม้แต่สองผู้าุโซึ่งเดิมทีต้องรับบทบาท “อาจารย์” ก็ยังสลับกันมาเข้าร่วมชั้นเรียนนี้ด้วย
รองผู้นำตระกูลสั่งให้รื้อถอนสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ผืนหนึ่ง ให้คนที่ทำงานในจวน กับเหล่าองครักษ์ที่ว่างเว้นจากการขนส่งสินค้า มาช่วยกันพลิกหน้าดินใหม่เตรียมพร้อมที่จะใช้เป็ที่เพาะปลูกสมุนไพรปราณทดแทนทั้งหมด
“นี่เป็ตำราหมื่นสมุนไพรเ้าค่ะ ท่านปู่ ท่านลองดู” หลินหนิงชินหยิบตำราที่เก่าคร่ำคร่า ปกทำจากหนังสัตว์ชนิดหนึ่ง เล่มใหญ่หนาจนเด็กหญิงแทบจะถือค้างไว้ไม่ไหวออกมาจากมิติส่งให้หลินลี่หยาง
“โอ..นี่มันเป็ตำราโบราณเก่าแก่ สมุนไพรพวกนี้ปู่ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย” ชายชราพลิกตำราไปมา ใบหน้าแทบจะจมไปกับตัวอักษรในตำราเล่มนั้น
“เล่มนี้ข้าจะต้องใช้ในการสอนเป็หลักเ้าค่ะ และยังมีอีกสามเล่มที่ต้องให้พวกเขาเรียนรู้เพิ่มเติม” นางส่งตำราอีกสามเล่มมาวางบนโต๊ะ
หลินลี่หยางขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ไม่ได้ๆ ตำราล้ำค่าเหล่านี้ปู่ไม่ยอมให้พวกเ้ามาหยิบใช้กันวุ่นวาย อย่างไรก็สั่งให้พวกเขามาคัดลอกไปไว้ใช้กันเองเถิด”
จากนั้นมาเหล่าศิษย์ผู้หลอมโอสถรุ่นใหม่ก็ต้องนั่งคัดตำรา เป็งานเพิ่มเติมในแต่ละวัน ต่างก็พากันร้องโอดโอย ปวดเมื่อยมือกันไม่หยุด
..........
ทางด้านการฝึกฝนของหลินซ่งอวี้ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน หลินหนิงชินมอบตำราวิชายุทธ์ 12 เล่ม ไว้ให้กับตระกูลหลินแล้ว มันถูกส่งมอบต่อให้กับท่านปู่ห้าหลินกังเยว่ ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขต "นักรบขั้นสูง" ผู้เป็อาจารย์ฝึกยุทธ์ประจำตระกูล
หลินซ่งอวี้ที่ได้เรียนรู้ตำราเหล่านี้มาก่อน ั้แ่อยู่ที่หมู่บ้านจิ้งซานแล้วจึงมีหน้าที่ช่วยให้คำแนะนำในการฝึกฝน พร้อมกับฝึกฝนไปด้วยกับพวกเขา และเช่นเดียวกัน บรรดาผู้ฝึกยุทธ์ก็ต้องทำการคัดลอกตำรา แต่ไม่ได้คัดลอกไว้กับตัวคนละเล่ม มิเช่นนั้นพวกเขาที่ไม่มีสมบัติมิติเก็บของคงต้องหลังหักจากการแบกตำราติดตัว เฉพาะขั้นแรกนี่ก็เท่ากับคนละ 12 เล่มเลยทีเดียว หลินกังเยว่จึงได้ให้พวกเขาช่วยกันคัดลอกร่วมกัน เก็บสำรองไว้ในหอตำรา แต่ละเล่มทำสำเนาเอาไว้เพียงสามชุดเท่านั้น ซึ่งในอนาคตหลินหนิงชินคิดว่านางจะปล่อยสมบัติออกมาเพิ่มในหอตำราของตระกูลหลินให้อีกอย่างแน่นอน
.........
การมีผู้หลอมโอสถหน้าใหม่เกิดขึ้นมาในตระกูลหลินพร้อมข่าวลือเื่สมบัติที่ขุดพบแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองเป่ยถัง ผู้คนจำนวนมากต่างแวะเวียนเข้ามาหาข่าวในหอโอสถสกุลหลิน หวังว่าจะได้ชื้อหาโอสถชนิดใหม่มาไว้ใน แต่ผ่านมานานนับเดือนแล้ว ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นผู้หลอมโอสถวัยเยาว์ตามข่าวที่แพร่กระจายกันออกมา หอโอสถสกุลหลินเองก็ไม่ได้เพิ่มเติมโอสถชนิดใหม่เอาไว้ในร้าน ทั้งยังปิดปากเงียบสนิทไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธข่าวใดๆทั้งสิ้น
“พวกเขาคิดอันใดกันอยู่ สมุนไพรปราณ อยู่ดีๆ จะให้โผล่ออกมาจากอากาศหรือไร ต่อให้เพาะปลูกได้มาก็ยังต้องนำมาหลอมเป็โอสถอีก จะหาโอสถชนิดใหม่ที่ไหนมาขายได้รวดเร็วเช่นนั้นกัน” หลีเหว่ยทอดถอนใจเอ่ยคำอย่างเหนื่อยหน่าย
ผู้ฝึกปราณจำนวนมากมาถามหาโอสถชนิดใหม่กันไม่ขาดสายในแต่ละวัน ทำให้เขาต้องตอบคำถามซ้ำไปซ้ำมาจนไม่อยากจะเอื้อนเอ่ยออกไปอีกแล้ว ยังดีที่คนเ่าั้ยังพอจะมีมารยาทซื้อโอสถในร้านติดไม้ติดมือกลับกันไปด้วย
หอโอสถสกุลหลินเป็แหล่งรายได้หลักที่สำคัญเป็อันดับหนึ่งของ สกุลหลิน ทั่วทั้งเมืองเป่ยถังแห่งนี้ มี 2 สกุล ที่มีผู้หลอมโอสถ ทางตระกูลจง ก็มีผู้นำตระกูล “จงจวินฮ่าว” เป็ผู้หลอมโอสถระดับผู้เชี่ยวชาญขั้นสูง เท่าเทียมกับผู้นำตระกูลหลินและยังมีทายาทเป็ผู้หลอมโอสถระดับปฐีขั้นสูงสุดอีกหนึ่งคน พวกเขาก็มีหอโอสถสกุลจงเช่นเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างทำการค้าไม่ได้ข้องเกี่ยวกัน แม้บรรพบุรุษของทั้งสองตระกูลจะเป็สหายหนีตายมาด้วยกัน แต่ผ่านระยะเวลาหลายร้อยปีทั้งยังทำการค้าชนิดเดียวกัน พวกเขาแม้ไม่เป็ศัตรูแต่ก็ไม่ได้ไปมาหาสู่กันเนิ่นนานมาแล้ว
โอสถที่ขายอยู่ในหอโอสถของทั้งสองตระกูลล้วนแล้วแต่เป็โอสถระดับ 1 และระดับ 2 ขั้นต่างๆ ขอบเขตของระดับชั้นของผู้นำตระกูลทั้งสอง สามารถหลอมโอสถระดับ 3 ได้ เพียงแต่พวกเขาขาดสมุนไพรที่จะนำมาหลอม
ลำพังแค่สมุนไพรที่พวกเขาทั้งสองคนใช้ฝึกฝน ในการยกระดับขอบเขตของตนเองขึ้นมาถึงขั้นผู้เชี่ยวชาญได้นี่ก็สิ้นเปลืองสมุนไพรไปเป็จำนวนมากแล้ว ไม่มีสมุนไพรมากพอที่จะนำมาหลอมเป็โอสถระดับ 3 ได้เลย ส่วนที่มีอยู่ก็ต้องเก็บไว้เพื่อขยายพันธุ์อย่างยากเย็น
ว่าด้วยเื่ระดับของโอสถ โอสถแต่ละเม็ดจะมีระดับต่ำ กลาง และสูง (ตัวอย่างเช่น โอสถที่หม่าจือ ให้หม่าซือกิน เป็โอสถห้ามเืระดับ 1 ขั้นต่ำจึงให้ผลการรักษาด้อยกว่าโอสถของหลินหนิงชินที่เป็โอสถห้ามเื ระดับ 1 ขั้นสูง)
ส่วนความสามารถของผู้หลอมโอสถในการหลอมโอสถ เป็ดังนี้
ปฐี หลอมโอสถระดับ 1-2 ได้
ผู้เชี่ยวชาญ หลอมโอสถระดับ 3 ได้
ปรมาจารย์ หลอมโอสถระดับ 4 ได้
ราชัน หลอมโอสถระดับ 5 ได้
จักรพรรดิ หลอมโอสถระดับ 6 ได้
ตำนาน หลอมโอสถระดับ 7-8 ได้
เซียนโอสถ หลอมโอสถระดับ 9 ได้
ระดับของโอสถมีระดับ 1-9 แบ่งเป็สีต่างๆ แต่ละระดับจะมีขั้นย่อย ต้น กลาง สูง
- ระดับ 1 สีดำ
- ระดับ 2 สีน้ำตาล
- ระดับ 3 สีแดง
- ระดับ 4 สีเขียว
- ระดับ 5 สีเหลือง
- ระดับ 6 สีน้ำเงิน
- ระดับ 7 สีเทา
- ระดับ 8 สีเงิน
- ระดับ 9 สีทอง
หลายเดือนผ่านไป
ชั้นเรียนเพาะปลูกสมุนไพร ดำเนินมามากกว่า 8 เดือนแล้ว ศิษย์ทั้ง 22 คน ต่างตั้งใจศึกษากันเป็อย่างดี สามารถจดจำลักษณะและสรรพคุณของสมุนไพรได้มากมายหลายชนิด
หลินหนิงชินให้ต้นกล้าสมุนไพรที่ขุดมาจากป่าตอนเดินทางเข้าเมือง นำไปเพาะปลูกที่สวนสมุนไพรในจวนตระกูลหลิน และยังนำอีกหลายชนิดจากในมิติมอบให้ไปคราวเดียวกันด้วยเลย นางเลือกที่จะส่งสมุนไพรที่มีระยะการเพาะปลูกไม่ยาวนานมากนัก หรือสมุนไพรที่สามารถพบเจอได้ในป่ามาทำการเพาะปลูกก่อน ส่วนสมุนไพรที่สามารถผลิตโอสถระดับสูงได้หรือหายาก นางยังไม่คิดจะนำออกมา
ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา สมุนไพรเติบโตได้เป็อย่างดีจากการรดน้ำด้วยน้ำทิพย์ที่ผสมลงในบ่อน้ำแล้ว ต้นกล้าจำนวนมากถูกส่งไปยังหมู่บ้านต่างๆ ของสกุลหลินทั้ง 8 แห่ง เพื่อทำการเพาะปลูกและขยายพันธุ์โดยมีศิษย์ทั้ง 22 คนผลัดกันไปเป็ผู้แนะนำวิธีการเพาะปลูกอย่างใกล้ชิด