ตอนที่ 23 ภูติแห่งจักรพรรดิ
ในเสี้ยววินาทีั์ตาของชายชราแสดงออกถึงความเหยียดหยามราวกับจ้องมองแมลงก่อนแววตาจะกลับมาเป็มิตรดังเดิมแม้จะเป็เพียงเสี้ยววินาทีแต่ทุกสิ่งล้วนไม่รอดพ้นสายตาอันเฉียบคมดุจพญาเหยี่ยวไปได้ กาติรัสรู้สึกรังเกียจชายชราผู้นี้ั้แ่แรกพบ ภายใต้ใบหน้าอันนิ่งสงบและตาที่หรี่จนจวนจะปิดมันกลับแผ่บรรยากาศสุดน่าอึดอัดออกมาไม่สามารถััได้ถึงความเป็มิตรเลยสักนิดราวกับ้าจะสื่อให้เห็นถึงชนชั้นที่แตกต่าง
"ท่านคือจักรพรรดินีแห่งราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย ท่านบูลเบลใช่หรือไม่?" ชายชราเอ่ยถาม
สาวน้อยพยักหน้าเล็กน้อยด้วยใบหน้าไร้เดียงสาผ้าอาภรณ์เ่าั้แสดงออกถึงความสูงศักดิ์สมกับจักรพรรดินีถึงในฝ่ามือน้อยๆจะมีศีรษะของบุคคลทั้งสามคนแต่ชายชราก็ไม่ใส่ใจมากนักเนื่องจากชายหนุ่มข้างกายใส่เสื้อผ้าสบายๆ และรอยขาดรุ่ยบางส่วนราวกับได้พบพานการต่อสู้ เขาเริ่มสงสัยที่มาที่ไปของเด็กหนุ่มผู้นีเสียแล้ว
"เป็เช่นนั้นผู้เฒ่าเก๋อหลัว" บูลเบลคำนับด้วยความเคารพสูงสุด
"ไม่ทราบว่าบุรุษข้างกายท่านเป็ใครงั้นรึ?"
กาติรัสยกยิ้มขึ้นก่อนกล่าว "ข้าน้อยเป็องครักษ์ของเ้าหญิงพะยะค่ะ" การแสดงเป็ไปอย่างธรรมชาติราวกับมืออาชีพแต่ทว่าร่างกายกลับไม่ได้โค้งคำนับตามจักรพรรดินีราวกับตนเป็ตำแหน่งที่สูงกว่า การกระทำของเด็กหนุ่มเริ่มทำให้ชายชรามีน้ำโห
บูลเบลพลันกลืนน้ำลายเธออยากจะกล่าวอย่างยิ่งว่า "องครักษ์งั้นหรอ!!!" แต่เด็กสาวพลันคืนสติและกลืนคำกลับเข้าไปก่อนจะเอ่ยขึ้นจริงๆ "เขาเป็องครักษ์ของข้าน่ะเนื่องจากเขาเป็คนบ้านนอกจึงไม่ค่อยรู้จักกาลเทศะเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่าผู้ยิ่งใหญ่เท่าใดนัก...หวังว่าผู้เฒ่าเก๋อหลัวจะให้อภัย" บูลเบลกล่าวปกป้องกาติรัสสุดความสามารถ ถึงเธอจะมีความมั่นใจว่าชายหนุ่มจะสามารถสังหารผู้เฒ่าคนนี้ได้โดยง่ายแต่ทว่าเธอยังไม่อยากสร้างเื่ก่อนจะแข่งการประลองของสหภาพหกแผ่นดิน การฆ่าผู้ส่งสาส์นมันไม่ต่างอะไรไปกับการประกาศเป็ศัตรูกับผู้คนทั้งมหาแผ่นดิน!!
"ท่านดูเติบโตขึ้นมากเลยนะต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ" ตาเฒ่าพูดจาเหน็บแหนมพลันทำให้คิ้วบูลเบลกระตุกอย่างขุ่นเคืองก่อนกล่าวต่อ "หัวทั้งสามนั้นคงเป็ผลพวงจากการตายของราชันทรราชและาาอัสนีสิท่า" น้ำเสียงคิกคักดั่งกำลังเย้ยหยัน
แววตาของบูลเบลแปรเปลี่ยนเป็เฉียบคมและเยือกเย็นแม้จะไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆออกมาแต่ทว่าอารมณ์แห่งความโกรธกลับพลุ่งพล่านดั่งคลื่นทะเลอันเกรี้ยวกราด สองมือกำแน่นจนโลหิตไหลหยดย้อย ใบหน้าแสดงรอยยิ้มเป็มิตรที่แฝงไปด้วยความกริ้วโกรธเล็กๆ "ท่านผู้เฒ่าเก๋อหลัวก็พูดเกินไปข้าเพียงแข็งแกร่งขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้นหากเทียบกับศิษย์เอกของท่านแล้ว ข้าล้วนไม่ต่างไปจากมดปลวกหรอกค่ะ" บูลเบลกล่าว
"ฮ่าฮ่าฮ่า....เ้าไม่ควรพูดความจริงนะเดี๋ยวคนแถวนี้อาจจะรู้สึกเจ็บใจ ฮ่าๆๆๆ...ถ้าพี่เ้ายังอยู่เขาอาจยื้อระยะเวลาได้สัก 10วินาทีกระมั้งถึงกระนั้นมันก็ไม่ดูน่าเกลียดหรอกนะ ฮ่าๆๆๆๆ"
อะไรกันวะไอ้จอมโอหัง!...เธอเป็ถึงจักรพรรดินีมันกลับไม่แสดงความเคารพแม้แต่น้อย!! กาติรัสพลันโกรธเคืองแทนก่อนเท้าขวาจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว
ฝ่ามือน้อยๆพลันกุมมือของเขาไว้ปากสีแดงสวยเผยอออก "อย่าคิดทำอะไรเชียวละ" น้ำเสียงนุ่มละไมและแ่เบา บูลเบลจงใจพูดให้เบาที่สุดในระดับที่ตาเฒ่าผู้นี้ไม่อาจจะได้ยิน
กาติรัสพลันกลืนความโกรธกริ้วลงไปหากจุดที่บูลเบลโดนกระทำเป็เขาแล้วละก็มันคงไม่ได้กลับบ้านไปเป็แน่แท้!! เขาเป็บุรุษที่ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้!!!
"ธุระของข้าหมดเพียงเท่านี้กฏก็ไม่มีอะไร ข้อแรก-ห้ามผู้เข้าร่วมการประลองมีอายุมากกว่า 18ปี ข้อสอง-เป็การประลองชี้ตาย ข้อสาม-จะต่อสู้โดยใช้เวลาการใดก็ได้ขอเพียงแค่คู่ต่อสู้ยอมรับความพ่ายแพ้หรือตกตาย กฏทั้งสามข้อนี้ก็เพื่อให้การประลองดูเข้ากับสถานการณ์การต่อสู้จริงให้มากที่สุดและ่เวลาที่ใกล้หุบเหวแห่งความตายจะรีดเค้นศักยภาพของมันผู้นั้นได้สูงสุดเช่นกัน เ้าจะเข้าร่วมหรือไม่โปรดตัดสินใจให้ดีๆ" ผู้เฒ่าเก๋อหลัวกล่าวก่อนสั่งนกั์บินจากไป
"อึก....ไอ้เฒ่านั่น!!" บูลเบลกล่าวด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด
"บูลเบลการประลองนี้ข้าลงเพียงผู้เดียวเป็พอ" กาติรัสกล่าวด้วยเสียงขึงขังแววตาอันเฉียบคมจ้องมองบูลเบลพลางสร้างแรงกดดันที่ทำให้รู้สึกแปลกประหลาด
บูลเบลจ้องมองกาติรัสตาไม่กระพริบเธอไม่ได้คิดไปเองภายในจิติญญาต่างกรีดร้องออกมาด้วยความโหยหา หัวใจเริ่มเต้นถี่ระรัวเร็วและฝ่ามือทั้งสองเริ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อพลางสั่นระริกๆ ใบหน้าที่สะอาดเอี่ยมก็พลันปรากฏหยาดเหงื่อผุดขึ้นมา ทั่วร่างพลันแข็งค้างราวกับถูกสาปกลายเป็หิน
"บูลเบล?!" กาติรัสเอ่ยขึ้นพลันเรียกสติของหญิงสาวคืนกลับมาในทันควัน เขาจับจ้องอิสตรีที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันก่อนเอ่ย "เ้าตื่นเต้นอะไร?"
"มะ...ไม่มีอะไร!" บูลเบลกล่าวพลางแก้มน้ำนวลทั้งสองข้างที่กลายเป็สีแดงระเรื่อก่อนจะส่ายหน้าเบาๆพลางเอ่ยต่อ "ทำไมข้าถึงไม่ได้เข้าร่วมการประลอง?...ข้าจำเป็ต้องสร้างชื่อเสียงให้ราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย!!"
"ข้าจะเข้าร่วมให้ในนามของราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย"
บูลเบลถึงกับชะงักงันเธอไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มผู้เห็นแก่ตัวที่รักในเกียรติยศและศักดิ์ศรีคนนี้จะยอมไปสร้างชื่อให้ราชอาณาจักรของเธอแทนที่เขาจะสร้างชื่อให้ราชอาณาจักรของตัวเอง!! บูลเบลเข้าสู่ภวังค์แห่งความคิดแต่ไม่ว่าจะคิดมากเพียงใดก็ไม่อาจนึกถึงเหตุผลข้อนั้นได้ ทำไมเขาถึงช่วยข้า? บูลเบลที่ไม่ค่อยกล้าต่อล้อต่อเถียงเริ่มอ้างอีกเหตุผล "ข้าอยากจะแข็งแกร่งขึ้นโดยการประลองกับผู้อื่นบ้าง"
"เ้าคิดว่าการได้ต่อสู้อัพเลเวลกับสมุนของข้ากับต่อสู้กับเ้าพวกนั้นอันไหนดีกว่ากัน?" กาติรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ถึงกระนั้นมันกลับทำให้บูลเบลต้องกลืนน้ำลายคำโตเธอปฏิเสธไม่ได้เลยที่มาถึงจุดๆนี้ได้เพราะการช่วยเหลือจากกาติรัส เขายอมให้ฆ่าสมุนของตนเพื่ออัพเลเวลพลางฝึกทักษะให้ชำนาญ เธอพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ รอยยิ้มน้อยๆพลันปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ก็ได้ท่านชนะ" บูลเบลกล่าวพลางเดินเข้าไปในพระราชวังอย่างหงุดหงิด
กาติรัสมิรอช้าเขาเดินตามหลังบูลเบลไปติดๆ ใบหน้าฉายแววถึงความปรารถนาอย่างชัดเจนออร่าแปลกๆเริ่มแผ่ออกมาโดยรอบ
บูลเบลที่ััถึงกาติรัสพลันเอ่ยถามขึ้น "ท่าน้าอะไร?"
"เงิน" ถ้อยคำสั้นๆแต่ได้ใจความ บูลเบลพลันคิ้วกระตุกใบหน้าเริ่มบึ้งตึงก่อนกัดฟันเอ่ย "ทะ...ท่านแข็งแกร่งถึงปานนั้นแต่กลับขัดสนเื่เงินเช่นนั้นหรือ? หรือท่านอยากจะทำการค้าร่วมกับราชอาณาจักรของเรา?" บูลเบลกล่าวด้วยน้ำเสียงอย่างสุภาพ
"ข้ามีทรัพยากรเป็จำนวนมากเราจะแลกเปลี่ยนกันในอัตราส่วนเท่าไหร่"
"ทรัพยากร? อย่าบอกข้านะว่าท่านไปปล้นของผู้อื่นมา? แต่ข้ายังไม่ได้นั่งทำงานในท้องพระโรงเลยตอนนี้จึงไม่ทราบถึงปัญหาของราชอาณาจักรเรา" บูลเบลกล่าวอย่างขึงขัง พูดถึงเื่ราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียเธอมักจะจริงจังเสมอ
กาติรัสไม่กล่าวตอบเขาคิดว่าหากบอกปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในราชอาณาจักรไป อิสตรีผู้นี้จะไม่เติบโตขึ้นเธอควรจะเติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อที่จะปกครองราชอาณาจักรแห่งนี้ต่อไป ใบหน้าชายหนุ่มเริ่มขึงขังก่อนกล่าวลอยๆ "งั้นข้ากลับห้องของข้าละหากเ้าพบปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรละก็เราสามารถทำการซื้อขายกันได้"
"ฮ่าๆๆๆ...ข้าอยากรู้จริงๆว่าท่านจะมีสักเพียงใดเชียว"
กาติรัสเดินนำจักรพรรดินีไปโดยไม่พูดไม่จาก่อนเข้าสู่ภายในพระราชวังเนื่องจากภายในนั้นมีขนาดั์แต่ทว่าความหรูหราของมันถูกทำลายสิ้นจนหมดเนื่องจากพระราชวังภายในได้ผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมาต่างๆ นานา มันไม่เหลือสภาพความหรูหราดุจวังาาอีกต่อไปมันดูราวกับโบราณสถานเสียมากกว่าถึงกระนั้นกาติรัสและบูลเบลก็ไม่ขัดข้องใจอันใด แค่มันอาศัยอยู่ได้ก็เพียงพอแล้ว
ปรากฏเป็พรมแดงที่ทรอมโซ่ราดยาวจนถึงสุดปลายสู่บันไดที่มีขั้นบันไดนับหลายร้อยขั้นเพื่อขึ้นสู่ชั้นสอง้าชั้นสองมีประตูห้องมากมายนักอาจมากถึงยี่สิบห้องด้วยกัน กาติรัสเดินขึ้นสู่ชั้นสองไปและเขาเลือกจะเปิดประตูเข้าห้องที่เขารู้สึกสบายที่สุด
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก
เสียงประตูที่จวนจะพังถูกเปิดออกข้างในราวกับห้องทำงานอย่างไงอย่างนั้นมีโต๊ะและเก้าอี้ที่ทำจากไม้ซึ่งดูแข็งแรงเป็อันมาก กาติรัสปิดประตูพลางก้าวเดินเข้าไปหาโต๊ะไม้อย่างช้าๆก่อนจะฟุบนั่งลงบนเก้าอี้และสองมือประสานกุมไว้บนโต๊ะ บรรยากาศแบบนี้ช่างคุ้นเคยกับเขามากนัก! ่เวลาที่เขาได้พบเจอพระเ้าสูงสุดนั้นเอง สองตาปิดลงพลันหวนนึกถึงวันเวลานั้น "น่าคิดถึงจริงๆ" แต่พอไตร่ตรองการกระทำของพระเ้าสูงสุดที่ได้มอบหมายภาระอันยิ่งใหญ่เอาไว้บนบ่าของเขา กาติรัสพลันโกรธจนเืขึ้นหน้าแววตาเบิกโพลงพลันร่ายวาจา "ไอ้พระเ้าบ้านั่น!...ข้าเป็คนที่ติดหนี้บุญคุณแล้วต้องชดใช้หนี้!!...ถ้าให้ข้าหนีภารกิจนี้เพื่อความสุขสบายแล้วละก็กายและใจของข้าคงจะอยู่ไม่สุขแน่นอน!!! เอ๊ะ...."
ทันทีที่สองนัยเนตรเบิกขึ้นเด็กหนุ่มราวกับถูกผนึกเวลาเอาไว้ปรากฏเป็แสงวงกลมสีขาวอุ่นปริศนาล่องลอยไปมาอยู่ตรงหน้าเพียงสามลมหายใจ รูปร่างของมันเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ทรงกลมเริ่มแปรเปลี่ยนเป็รูปเป็ร่างราวกับมนุษย์ก่อนสีสันต่างๆจะเริ่มถูกเติมแต่งเข้าไป ปรากฏเป็อิสตรีเพศตัวเล็กจิ๋วผู้มีเผ้าผมสีแพลตตินั่มยาวสลวยหรือกระทั่งขนตาก็ล้วนเป็สีแพลตตินั่มทั้งสิ้น นัยตาเรียวงามสีทองสว่างเปล่งประกายยิ่งกว่าดวงดารา ผิวขาวดุจหิมะเนียนละเอียดผุดผ่องประหนึ่งผิวพรรณของเทพ มันไม่สามารถเปรียบเทียบกับผิวของอิสตรีผู้งดงามที่สุดในโลกต้นกำเนิดได้เลยมันเป็คนละมิติกันอย่างสิ้นเชิง!! ไม่สามารถจินตนาการถึงความงดงามตรงหน้าแล้วนำมาบ่งบรรยายได้ นิ้วอันเรียวงามเริ่มกวัดแกว่งไปมาก่อนัักับริมฝีปากอย่างเบาบาง
ภาพตรงหน้าถึงกับทำให้กาติรัสรู้สึกสติแตกเด็กหนุ่มผู้มากประสบการณ์จากทั่วทุกมุมโลกกำลังรู้สึกตื่นเต้นจากความงดงามตรงหน้า เป็ที่แน่ชัดได้เลยว่าทั่วทั้งโลกต้นกำเนิดไม่สามารถหาความงดงามเทียมเทพแบบนี้ได้แน่นอน!!! ราวกับหลุดมาจากอีกมิติอย่างสิ้นเชิงไม่อาจจินตนาการถึงความงดงามตรงหน้าได้มันเป็คนละลิมิตกันเลย หัวใจสุดเ็าเริ่มกลับมาเต้นอย่างถี่ระรัว ความเยือกเย็นดุจเทพาล้วนละลอยหายไป ฝ่ามือสั่นระริกก่อนปากนั้นจะเริ่มเอ่ยกล่าว
"จะ...จะ...เ้าเป็ใคร!!" ถ้อยคำแสนสั้นแต่กาติรัสกลับใช้เวลานานมากกว่าจะกล่าวออกมาได้
ตัวเธอเริ่มแสดงใบหน้าอยากรู้อยากเห็นพลางหันหน้าซ้ายขวาไปมาพลางกวาดมองพื้นที่โดยรอบก่อนจะสะดุดตาที่ชายหนุ่มรูปร่างสูงคนหนึ่ง ดวงเนตรทั้งสองแสดงออกถึงความปิติยินดีอย่างชัดเจน ปากสีแดงอมชมพูเปิดขึ้นก่อนกล่าว "ท่านคือนายท่านของข้าหรือเ้าคะ?...ข้าเป็ภูติเ้าคะมีหน้าที่คอยชี้นำท่านไปสู่จุดสูงสุดของทุกสรรพสิ่งน่ะเ้าคะ"
ภะ...ภูติ!!!? ใช่รึ!?? ภูติงดงามถึงเพียงนี้เลยงั้นรึชีวิตที่แล้วข้าพอเคยเห็นภูติมาบ้างแต่... ไม่มีทางงดงามถึงเพียงนี้แน่นอน!!!
สีหน้ากาติรัสยังคงแข็งค้างและตกตะลึงไม่มีเปลี่ยนชายผู้สุขุมและโเี้ไร้ปราณีผู้นั้นกำลังตื่นเต้นจนได้ยินเสียงหัวใจที่ดัง ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ปากเริ่มเผยอออกก่อนกล่าว "จะ...เ้ามาได้ยังไง?"
"งั้นข้าขอแนะนำตัวเลยนะเ้าคะ....ข้าเป็ภูติเ้าคะหน้าที่ของข้าคือนำพาท่านให้ไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของทุกสรรพสิ่งน่ะเ้าคะ"
"ทะ...ทำไมต้องเป็ข้า!?"
"นายท่านเป็ผู้อาชีพที่มีนามของ "จักรพรรดิ" เ้าคะ นามของจักรพรรดิจะมีภูติแต่ละตนสิงอยู่เพื่อคอยชี้นำไปสู่สูงสุดแต่ภูติจะปรากฏตัวออกมาได้ก็ต่อเมื่อนายท่านมีอายุ 15ปีครึ่งเท่านั้นนะเ้าคะ ถ้านายท่านถามถึงเหตุผลข้อนี้แล้วละก็ข้าก็ไม่รู้เ้าคะ!"
อะไรกันมีเื่แบบนี้ด้วยงั้นรึ!? ชั่วชีวิตที่แล้วข้ายังไม่อาจรับรู้ได้ถึงเหตุการณ์แบบนี้เลยด้วยซ้ำ
"เนื่องจากอัตราการเกิดนามของ "จักรพรรดิ" มีต่ำเอามากๆแต่หากผู้ใดได้แล้วละก็นั้นคือโชคชะตาที่เขาจะได้ไปสู่จุดสูงสุดั้แ่กำเนิดเอกภพขึ้นมาผู้นามของอาชีพที่มีคำว่า "จักรพรรดิ" ยังมีไม่ถึงสิบคนเลยนะเ้าคะ ผู้คนล่าสุดที่เพิ่งสิ้นชีพไปเห็นว่าเป็ผู้อาชีพของ "จักรพรรดิผู้สรรสร้าง" นะเ้าคะ"
สิ้นเสียงภูติตัวน้อยกาติรัสถึงกับชะงักงันเขาอยากจะกล่าวออกไปจริงๆ "นั่นมันข้าไม่ใช่เรอะ!!!" แต่ความจริงแล้วได้แต่เก็บกลืนคำเ่าั้เข้าไปต้องมีบุญวาสนามากมายขนาดไหนทั้งสองภพชาติถึงกับสามารถได้รับอาชีพที่มีคำว่า "จักรพรรดิ" ไป หากเื่ราวถูกโพล่งออกไปละก็เขาอยากจะเห็นตัวตนสุดงดงามทำหน้าประหลาดใจจริงๆ ถึงกระนั้นเด็กหนุ่มก็มีความอดทนมากพอ
จะบอกว่าชีวิตที่แล้วที่ข้าไม่เห็นได้พบภูติเพราะข้าอายุยังไม่ถึง 15ปีครึ่งอย่างนั้นรึ!!! เหตุผลบ้าบออะไรกันตัวตนนี้มันอะไรกันไม่เหนือจินตนาการเกินไปหน่อยรึ กาติรัสครุ่นคิดอยู่นานก่อนกล่าวต่อ "มันยุติธรรมงั้นรึ?"
"ไม่มีความยุติธรรมที่แท้จริงบนโลกใบนี้หรอกเ้าคะข้ารู้สึกหงุดหงิดนะเ้าคะที่นายท่านเป็คนอ่อนต่อโลกแบบนี้"
ถ้อยคำของภูติตัวน้อยถึงกับทำให้กาติรัสเจ็บแปลบตรงหัวใจมันช่างทิ่มแทงดวงใจน้อยๆเหลือเกิน ในความจริงเขาไม่ได้เป็คนอ่อนต่อโลกชายหนุ่มแค่้าหยั่งเชิงของภูติตนนี้เท่านั้นนับเป็การตอบสนอทที่น่าประทับใจ
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:4,989 พลังกาย:57,520 พลังเวทย์:609,268