ตอน 22 ทำเพื่อรัก
ณ ตำหนักโอสถ
นางเห็นเทพพยากรณ์และเทพโอสถเดินวนไปวนมาใบหน้าเคร่งขรึมด้วยความกลัดกลุ้มกังวลใจทันทีที่เทพทั้งสองเห็นนางก็ดีใจมาก
"เป็อย่างไรบ้าง....เป็อย่างไร...เ้าได้สิ่งของมาหรือไม่"
นางค่อยๆ ยื่นดอกผกาช่อออกมา
ทันทีที่เทพโอสถเห็นดอกผกาชอบสายตาของเขาก็มันวาวพร้อมกับพูดออกมาว่า
"ไม่คิดเลยว่าเ้า จะสามารถนำมันออกมาได้ั้แ่เป็เทพโอสถ ณ ตำหนักโอสถ ข้าก็ไม่เคยพบเห็นดอกผกาช่อ ของจริงมาก่อนเห็นก็เพียงแค่ในตำราแพทย์เท่านั้น นับว่าเ้ามีความพยายามมาก"
"ท่านเทพโอสถท่านอย่ามัวแต่สนใจดอกผกาช่อเลยดูสภาพของนางเสียก่อน"
" งั้นให้ข้ารีบรักษาเ้าเถอะแม่นางตงฟาง"
" ไม่เป็ไร อย่าเสียเวลากับข้าท่านรีบนำวัตถุดิบทั้งหมดไปปรุงยาเถอะจะได้รักษาอู่หยวน"
นางใช้เกล็ดงูกรีดเืที่ข้อมือของนาง หยดใส่ขวดแก้วยื่นให้กับเทพโอสถและใช้เกล็ดงูที่แข็งแกร่งดังเหล็กแหลมทิ่มแทงตัดกระดูกเซียนของนางออกครึ่งหนึ่งส่งมอบให้กับเทพโอสถ
ทันทีที่กระดูกเซียนถูกตัดออกเป็ท่อนๆ นางรู้สึกเ็ปแทบจะขาดใจเสียงนางโอดครวญด้วยความเ็ป
เฮือก เอื้อกๆๆ
เพื่อไม่ให้ตนแสดงท่าทีที่แสนอ่อนแอต่อสายตาของท่านเทพทั้งสองนางมอบวัตถุดิบทั้งหมดให้พวกเขาแล้ว นางก็ได้หายตัวไปในทันทีนางนำร่างที่สะบักสะบอมของตน ไปยังตำหนักเซียงหวังเพื่อเฝ้ามองร่างของอู่หยวนบนแท่นประทับ
สายตาที่นางมองอู่หยวน เป็สายตาที่มีแต่ความอ่อนโยน เป็ห่วงก่อนที่นางจะตัดสินใจเดินหันหลังให้เขานางก็เข้าไปจูบหน้าผากของอู่หยวนอย่างนุ่มนวล หลังจากนั้นนางก็ได้หายตัวไปที่ศาลาริมน้ำชวงเหอ...
นางพึมพำว่า
"หวังว่า่ชีวิตสุดท้ายของข้าจะจบลงที่นี่...ก่อนตายอย่างน้อยๆ ข้าก็ได้เฝ้ามองทิวทัศน์บนแดน์ที่แสนจะงดงาม "
นางนึกขึ้นได้ว่านางได้ใช้พลังของตนสะกดเถียวเซี่ยเอาไว้ นางจึงได้ดึงให้เถียวเซี่ยปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง
"เ้าเซียนนกน้อย ต้องขออภัยเ้าด้วยที่ตอนนี้กำลังเวทย์ของข้าไม่ได้มีมากมายตามที่ข้าเคยรับปากเ้าไว้"
" เห็นทีคงจะช่วยสั่งสอนวิชาเวทย์ของเ้าให้เ้าบรรลุแปลงกายเป็เซียนมิได้แล้ว คงต้องทำให้เ้าต้องผิด"
" บัดนี้ได้มีเ้าเป็สหาย นับว่าเป็เวลาดีๆ เห็นเ้าได้รับอิสระข้าก็ดีใจ ...คงจะต้องบอกลากันแล้ว"
"ข้าคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน....ร่างกายของข้าคงจะสลาย "
"มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่ข้าจะเข้าออกดินแดนของเผ่าปีศาจและสู้กับปีศาจเป็กองทัพ"
" อีกทั้งบัดนี้ยังสูญเสียทั้งเืและกระดูกเซียนแม้พลังเวทย์ของข้าจะได้รับการรักษาจากท่านเทพทั้งสองแต่ข้าก็สูญเสียพลังเวทย์ไปไม่น้อย"
" ยากที่จะกู้คืนในระยะเวลาอันสั้นบัดนี้ชะตาของข้าจะเป็เช่นไรก็ปล่อยให้มันเป็ไปเถอะ ข้าไม่ได้กลัวความตายอีกต่อไปแล้ว"
"อย่างน้อยๆหากถ้าตายไป...ข้าก็คงจะได้พบกับชิงอี้เทียนในปรโลก"
" มิต้องเหนื่อยหาวิธีฟื้นคืนชีพให้เขา "
ตงฟางดึงขวดผุยผงของแท่นศิลาเทพออกมาจากอาภรณ์ที่ซ่อนไว้
นางพึมพำว่า
"นี่เป็ผุยผงของแท่นศิลาเทพที่ข้าแอบแบ่งขโมยมาจากตำหนักโอสถ"
"แม้จะเป็ผุยผงของแท่นศิลาเทพเพียงน้อยนิดที่ข้าแบ่งมันมา"
" หากข้าไม่ตาย....หวังว่าสักวันหนึ่งข้าจะนำมันลงไปชุบชีวิตชิงอี้เทียนณ หุบเขานักพรต..."
เซียนนกน้อยเถียวเซี่ยทำได้เพียง อยู่เป็เพื่อนฟังคำตัดพ้อของนาง
นางใช้เวลาหลายชั่วยามครุ่นคิดทบทวนเื่ราวของตัวเอง
นางจึงตัดสินใจได้ว่า
"เอาเถอะ ไหนๆ ก็ได้ปุ๋ยผงของแท่นศิลาเทพมาแล้วก่อนตายข้าอยากนำมันไปชุบชีวิตชิงอี้เทียน ให้ฟื้นคืนชีพ และตัวข้าเองก็จะขออธิษฐาน"
"เหล่าทวยเทพทั้งหลายโปรดรับฟัง"
"หากข้าตายลงไปขอให้ข้าได้กลับลงไปเกิดเป็มนุษย์ยังโลกมนุษย์ ครองคู่รักกับชิงอี้เทียนชายที่ข้ารักที่ข้าได้ชุบชีวิตไว้...."
"ทวยเทพโปรดเป็พยาน"
นางตัดสินใจแล้วว่าจะทำแบบนั้น จึงได้ลงไปยังโลกมนุษย์
ณ หุบเขานักพรต
ทันทีที่ไปถึง นางก็เห็นแท่นประทับแก้วมรกตนั้นแต่นางกลับต้องสิ้นหวัง เมื่อในแท่นแก้วมรกตไม่มีร่างของชิงอี้เทียนอยู่เลยนางเอาแต่ตัดพ้อร้องไห้เสียใจ
"ข้าเสียใจเหลือเกิน เป็เื่ที่ยากลำบากกว่าที่ข้าจะหาผุยผงของแท่นศิลาเทพมาได้"
"บัดนี้ข้า...ไม่สามารถรักษาร่างของเ้าเอาไว้ได้ชะตาของข้าช่างอาภัพนัก"
" เช่นนั้นผุยผงนี้ ก็คงเป็ผุยผงที่ไร้ค่า"
นางรู้สึกสิ้นหวังจึงโยนขวดแก้วที่บรรจุผุยผงแท่นศิลาเทพทิ้งไปข้างหน้า....ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าของผู้คนเดินมา
กึกๆๆๆ
นางที่กำลังร้องห่มร้องไห้อยู่ก็รู้สึกแปลกใจว่า
ณ สถานที่แห่งนี้จะมีผู้ใดกล้าเดินเข้ามา
เมื่อนางจ้องมองดูให้ดี ผู้ที่เดินอยู่ตรงหน้านางนั้น เป็ชิงอี้เทียนนางเห็นเช่นนั้นนางรู้สึกแปลกใจและดีใจเป็อย่างมาก
นางไม่รอช้า....รีบวิ่งเข้าไปโผกอดชิงอี้เทียนแน่น
ตัดพ้อต่างๆ นานามากมาย
"ข้าดีใจเหลือเกิน....ที่ข้าได้พบเ้า...."
"ฟื้นคืนชีพได้อย่างไร"
อี้เทียนไม่ได้สนใจนางแม้แต่น้อยเดินไปหยิบขวดแก้วที่บรรจุผุยผงของแท่นศิลาเทพขึ้นมา พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง"ฮ่าๆๆ บัดนี้นับเป็โชคชะตาที่แสนจะดีของข้าคงจะถึงเวลาที่ร่างจริงของข้าต้องฟื้นคืนชีพแล้วสินะ "
"นี่เ้า....เ้าเป็ใครกัน...."
" ไม่ใช่ชิงอี้เทียนของข้าหรอกหรือ"
"งูขาวน้อยเ้าจำข้ามิได้จริงๆ หรือ "
"ผ่านไปเพียงแค่ไม่นานก็ลืมเลือนข้าเสียแล้วช่างไร้เดียงสาเสียจริง"
"พญามาร!!! "
หลิงซวี่ได้นิมิตให้นางเห็นร่างที่แท้จริง
"เป็เ้า เ้ามารชั่วหลังจากที่หลอกใช้ร่างของข้า ไม่เพียงพอเ้ายังมาใช้ร่างของชายที่ข้ารักอย่างนั้นหรือ "
"เ้ามันใจดำอำมหิต "
"หากข้าไม่ได้มีจิตใจอำมหิต...จะเรียกข้าว่าเป็พญามารได้อย่างไรเ้าเด็กน้อย...."
พญามารหัวเราะเสียงดัง ก่อนที่จะเสกร่างจริงของตนออกมาประทับยังแท่นแก้วมรกต
และใช้พลังเวทย์ร่ายมนตร์ไปที่ผุยผงของแท่นศิลาเทพโปรยลงยังร่างจริงของตน
เพียงชั่วพริบตา ร่างจริงของนางพญามารหลิงซวี่ก็ได้ฟื้นคืน
การคืนชีพของนางในครั้งนี้สั่นะเืไปทั่วทั้ง 3 แดนพิภพเทพเซียนน้อยใหญ่ต่างรับรู้ถึงการกลับมาของนางพญามารและตื่นตระหนกแตกตัวเป็อย่างมาก
เง็กเซียนเป็กังวล
"ข้าจะทำอย่างไรดีล่ะ...บัดนี้อู่หยวนก็ยังมิหายดีเห็นทีข้าเองที่จะต้องรวบรวมกำลังพลเหล่าทหาร"
เพื่อความสะใจของพญามารดวงจิตของนางที่สิงสถิตอยู่ในร่างของชิงอี้เทียนก็กลับคืนสู่ร่างเดิมทำให้ร่างของอี้เทียนแห้งเหี่ยวจนสภาพไม่สามารถดูได้
"ฮ่าๆๆ ช่างน่าเสียดายร่างของคนผู้นี้เสียจริง"
"พอดีแหละ ยังขาดบริวารรับใช้ "
"งั้นข้าจะทำให้เขาฟื้นคืนชีพ ปลูกดวงจิตใหม่สำหรับรับใช้ข้าแต่เพียงผู้เดียว"
พญามารหลิงซวี่ร่ายพลังเวทย์ไปยังร่างของอี้เทียน
ทันใดนั้นร่างของชิงอี้เทียนก็มีดวงจิตแฝงอยู่และคืนสติขึ้นมาเขาถูกเสกให้มีรูปโฉมที่งดงามไร้ที่ติ
ตงฟางถึงกับต้องขยี้ตาและรีบวิ่งเข้าไปโผกอด
อี้เทียนครั้งนี้....ในที่สุดท่านก็กลับมาเป็ของข้าโดยที่นางไม่รู้เลย....ว่าอี้เทียนที่ได้ฟื้นคืนชีพไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางแม้แต่น้อย
"อี้เทียน....ทำไมเ้าไม่สนใจไยดีข้าเลยล่ะ"
พญามารจึงได้กล่าวกับนางว่า
"เ้าตัดใจเสียเถอะบัดนี้ชิงอี้เทียนคนนี้ไม่ใช่ชายคนรักของเ้าอีกต่อไปแล้ว"
"เขาเป็เพียงแค่มารตัวน้อยๆที่ข้าปลูกจิตใหม่ขึ้นมาให้รับใช้ข้า"
" เห็นเ้าเอาแต่งมงายในความรักครั้งนี้ข้าจะขอบอกให้เ้าได้ตาสว่าง"
ตงฟางฟุบลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
"มีเื่อะไรที่ข้าต้องรู้อีก "
"ท่านก็พูดมาเถอะ เพียงแค่เท่านี้ข้าก็รู้สึกสิ้นหวังเกินจะทน...."