“ใครว่าหมอดูแม่นเพราะััที่หก…กูััทั้งหก เจ็ด แปด เพราะผีแม่มพูดไม่หยุด!”
เวลา 10:58 น. หนึ่งนาทีครึ่งก่อนลูกค้ารายแรกของวันจะมา
เวณิกา หรือที่ลูกค้าเรียกกันติดปากว่า ‘หมอเวง’ ผู้หญิงวัยยี่สิบห้า ผิวขาวอมชมพู ผมดำยาวลอนคลายปล่อยสยายลงมาข้างไหล่ ดวงตาคมเข้มกรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวจัดพร้อมขนตางอนเด้ง ปัดแก้มโทนส้มพีช แววตาเหมือนรู้ทันทุกคนั้แ่ยังไม่อ้าปาก เธอแต่งหน้าแน่นแต่สวยในแบบนางแบบไอจี สวมเสื้อครอปแขนยาวลายกราฟิกคู่กางเกงเอวสูงสีดำทรงบูตคัต ลุคสายลับที่หลุดจากรันเวย์มาเข้าทรงหมอดู
“รีบทำไมวะ ยังไม่ได้จุดธูปเลย” เวณิกาเหลือบไปมองิญญาที่มารอหน้าห้อง พลางบ่นพึมพำขณะเคาะพัดลมให้หมุนเร็วขึ้นอีกระดับ มือหนึ่งถือที่เขียนคิ้ว อีกมือกำลังพยายามแปะขนตาแผงใหม่ลงบนเปลือกตา
คอนโดที่ดัดแปลงเป็ห้องดูดวงไม่ได้มีผ้าม่านลูกปัดห้อยแถ ๆ เหมือนในหนังผี แต่มีน้ำมนต์จากวัดดังสามจังหวัดภาคใต้ ธูป 3 กล่องจากร้านเฮี้ยนแถวพาหุรัด พัดลมตั้งพื้นเสียงดังกราวเหมือนจะพัง กับโต๊ะไม้วางไพ่ที่มีคราบน้ำปลาร้าหกเมื่ออาทิตย์ก่อน
เสียงแจ้งเตือน ‘ติ๊ง’ จากไอแพดพร้อมข้อความที่แสดงว่า
“พี่เวงคะ หนูถึงแล้วนะ ขึ้นลิฟต์มาได้เลยใช่มั้ยคะ” หมอเวงอ่านด้วยความรู้สึกไม่แปลกใจพลางปลายตามองิญญาที่รอหน้าห้อง ก็เล่นขึ้นมารอก่อนเ้าตัวเลยหนิ ได้แต่พ่นลมหายใจใส่กระจกแล้วจัดปอยผมหน้าม้าให้ฟูแบบไม่ต้องใช้ที่หนีบ พร้อมรัวนิ้วตอบกลับไป
"ขึ้นมาได้เลยค่ะ" ไม่นานนัก เด็กสาวมัธยมหน้าตาซื่อ ๆ ก็เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับิญญาที่รออยู่แล้วตามเข้ามาด้วย เวงผายมือให้ไปนั่งที่โต๊ะ
กลิ่นธูปหอมแบบโบราณผสมกลิ่นน้ำอบลอยมาแตะปลายจมูก เสียงพัดลมตั้งพื้นดังกราว ๆ เหมือนคนหอบเหนื่อย กับกลิ่นน้ำมันผมของเวงที่ตีขึ้นเบา ๆ เมื่อลมพัดผ่านหน้าผากเธอ โต๊ะดูดวงไม้นั้นมีรอยไหม้จาง ๆ จากการวางกระถางเทียนผิดมุม และข้างเก้าอี้ยังมีหมอนขิดใบเล็กวางพิงอยู่แบบไม่เข้าชุด
“ตั้งสติแล้วนั่งเลือกไพ่เลยจ้ะหนู เดี๋ยวพี่ดูให้ว่าเราอยากรู้อะไร”
เวงสับไพ่ แล้วกรีดลงบนโต๊ะอย่างชำนาญ ลูกค้าเธอเลือกไพ่อย่างรวดเร็ว
และก่อนที่เวงจะพูดอะไร ิญญาเด็กผู้หญิงตัวเล็กอายุ 6 ขวบ ผิวซีดอมชมพูแบบเด็กไม่โดนแดดหลายปี ผมเปียสองข้างติดโบว์ใหญ่ ใส่ชุดนักเรียนอนุบาลลายเป็ดเหลือง รองเท้าอนุบาลสีแดงอมชมพู ตาโตใส เท้าเปล่า ใบหน้าบึ้งตึงเหมือนโดนหักคะแนนเกินสิบ
‘เหงาอะ มาเล่นด้วยกันหน่อยจิ!’ เวงหันขวับ ไม่ได้ใที่เห็นผี แต่แค่รู้สึกระเหี่ยใจกับการรบกวนของเ้าปอยรอบที่ล้าน
“ไปเล่นที่อื่นก่อน พี่ทำงานอยู่ไม่มีตาดูหรือไง” เวงพึมพำพลางหยิบพัดลายยันต์มาปัดหน้าเบา ๆ เหมือนจะไล่ยุง ปอยยืนกอดอก ถลึงตาใส่
‘หนูเป็ผี จะมีตาให้ดูได้ไง ! ไปก็ได้ ชิ!!’ แล้วปอยก็ะโแว๊วหายไป เธอสุดแสนจะปวดหัวกับเ้าปอย เด็กที่สิงอยู่ที่นี้ คอยมากวนเธอทุกวี่ทุกวัน
เวงกระพริบตาปริบๆ อึ้งให้กับคำตอบของปอย นี่กูโง่เองใช่มั้ยวะ อยากบ้าตาย แต่หน้าก็ยังยิ้มละไม และกลับมาพูดกับลูกค้าที่นั่งลุ้นคำพูดของเธอคนตัวโก่ง
“ถ้าฟ้าไม่หยุดนิสัยแบบนี้ ก็ไม่มีวันเจอความรักดีๆ นะลูก” เวงพูดขึ้นหลังจากมองไปข้างหลังลูกค้าของเธอ
“พี่รู้ได้ไงว่าหนูจะมาถามเื่ความรัก?แล้วหนูยังไม่ทันแนะนำชื่อเลย” เด็กสาวทำหน้าเหวอ พร้อมมองแขนตัวเองที่ขนเริ่มลุก
เวงยิ้มมุมปาก แต่ไม่ตอบ เธอวางไพ่ใบแรกลงกลางโต๊ะ เป็รูปคนสามคน ไพ่ใบที่สองเป็รูปหอคอย และไพ่ใบที่สาม.....เป็รูปหัวใจถูกแทงด้วยดาบ
“คิดจะไปแย่งแฟนคนอื่นมันไม่ใช่เื่เล่น ๆ นะน้อง มันไม่สวยเลย”
เด็กสาวเบิกตากว้างทันที “แม่นโคดดด พี่...พี่รู้เื่พี่เคนได้ไงคะ…”เด็กสาวหน้าซีดลงนิด ๆ พร้อมตัวเริ่มสั่น เพราะอายต่อสิ่งที่ตัวเองนั้นกระทำลงไป
จริงๆ แล้วเวงไม่ได้สนใจหรอกว่าไพ่จะเปิดมาได้รูปอะไร ถึงจะได้รูปเป็ดรูปห่านเธอก็แค่โยงเข้าเื่มั่วๆเอาก็ได้ จริงๆ ที่เธอรู้เพราะ ิญญาพี่ชาย ที่ตามลูกค้าเธอมาต่างหาก ปากนี้ฟ้องเื่ลูกค้าเธอั้แ่สมัยทารก ยันเื่ของพ่อหนุ่มเคนนี่ได้
'ยัยฟ้า ยัยน้องไม่รักดี คิดจะไปแย่งแฟนชาวบ้าน หน็อยย ถ้าพี่ยังอยู่นะ จะจับมาสั่งสองสามวันสามคืน !! นี่ๆ หมอดูๆ บอกยัยน้องคนนี้หน่อย ว่าการกระทำนี้มันแย่แค่ไหน แล้วยังคาดหวังจะมีรักดีๆ เหอะ!! ฝันไปเถอะ'
เธออยากจะบ้าตายเจอปอยมากวนไม่พอ พอไล่ไปได้ เจอผีพี่ชายขี้บ่นอีก บ่นให้ลูกค้าเธอฟังพอทน แต่มาบ่นกับเธอนี้พอเลย
“พอเหอะพี่ หนูขอโฟกัสลูกค้าก่อน เดี๋ยวช่วยสอนให้หนาา” เวงซุบซิบปากไปมา แต่ยิ่งฟ้าเห็นแบบนั้น ก็ปักใจเชื่อสนิท ว่าเวงต้องเป็หมอดูที่แม่นมาก สามารถสื่อจิตกับทวยเทพได้
เวงตัดสินใจยื่นขวดเล็ก ๆ ไปให้ลูกค้าเธอ
“อันนี้เรียกว่าน้ำหอมแห่งรักนะจ๊ะ ต้องแตะตรงชีพจรนะลูก กลิ่นจะไปปลุกพลังจิตดึงดูดรักแท้ แล้วจะช่วยให้เจอคนที่เหมาะสมกับหนูจริง ๆ ไม่ใช่คนที่มีเ้าของแล้ว” ฟ้าเงยหน้ามองตาเวงด้วยแววตาที่ขอบคุณ เพราะเวงไม่ตัดสินในการกระทำของเธอ แถมยังช่วยเหลือเธออีกต่างหาก
“กลิ่นหอมจังเลยค่ะ” ฟ้ารับมาดมอย่างซาบซึ้ง พลางมองมันเหมือนของวิเศษ เวงเห็นอย่างนั้น ก็รีบยิ้มหวานพลางพูดต่อ
“สูตรธรรมดานี่แหละ น้ำหอมจากวัตสัน ห้าสิบเก้าบาทให้คิดรวมกับค่าครูเลยมั้ยจ๊ะ” เด็กสาวอ้าปากค้าง พลางมองมือซ้ายของเวงที่ยื่นมารอรับเงิน
'ดีๆ เก็บเงินมันเยอะๆ เลยจะได้ไม่เอาไปเปย์ผู้ชายหน้าไหนอีก หาเงินเองยังไม่ได้ ยังจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไร้สาระ นี่ถ้าฉันยังไม่ตายนะ จะบอกให้พ่อแม่ให้เงินค่าขนมลดลง แล้วเอาเงินไปแอบลงทุนให้แกแทน...' เวงคิ้วเริ่มกระตุก อยากจะรีบส่งอีผีพี่ชายขี้บ่นนี้ไปไวๆ
ปอยที่เพิ่งโผล่มานั่งบนชั้นหนังสือหัวเราะพรืดจนตุ๊กตาหมีบนชั้นวางตกลงมาดังตุบ ลูกค้าสะดุ้งพร้อมกับควักเงินออกมาจ่ายให้กับเวงแบบไม่รู้จะช็อคกับอะไรมากกว่ากัน ระหว่าง ความแม่น ของเวง กับ ความไดร์เซล ขั้นปรมจารย์นี้
“ขอบคุณนะคะพี่เวง” ลูกค้ากล่าวเสร็จ ก็ลุกกลับออกไปด้วยใบหน้าที่งุงงงว่าตัวเองโดนหลอกขายของรึเปล่านะ คุณพี่ชายขี้บ่นที่ลอยออกไปตามหลังติดๆ และบ่นไม่หยุด ถึงแม้จะรู้ว่าน้องตัวเองไม่ได้ยินสักคำ อารมณ์เหมือนเครื่องติดแล้วดับไม่ได้...
ส่วนสีหน้าความสบายอกสบายใจนั้นเป็ของเวงค่ะ เพราะนอกจากจะได้เงินค่าครูแล้ว ยังได้เงินค่าน้ำหอม ที่เธอยืนยันหนักแน่นว่า มันเป็กลยุทธ์ที่ไว้ช่วยเหลือคน ไม่ได้หลอกขายของ แถมยังสามารถให้ผีพี่ชายจอมขี้บ่นนั้นออกไปจากห้องได้สักที เธอก็ทิ้งตัวพิงเก้าอี้แล้วสบถเบา ๆ
“เช้าแรกของวันก็เหนื่อยขนาดนี้แล้วเหรอวะ”
‘แล้วใครใช้ให้แกนอนตีสามล่ะไอ้เวง เอาแต่ไถคลิปผี ผีจริง ๆ เขาไม่ทำอย่างนั้นกันหรอก มันก็มีแต่คลิปคนหลอกคนหนะรู้มั้ย?’ เสียงแหบแต่นุ่มของป้านวลพูดขึ้นพร้มอชะโงกหน้าเข้ามาหาเธอ ผีป้าอายุประมาณ 50 ปลาย ๆ รูปร่างท้วม ผิวคล้ำแดดจากการขายของ ผมสั้นหยิกฟู ใส่เสื้อยืดลายการ์ตูนซีด ๆ กับผ้าถุงลายดอก ถึงป้าจะขี้บ่น แต่ก็คอยช่วยเหลือเธอเสมอ ไม่ว่าจะดูว่าลืมปิดน้ำ ปิดไฟไหม หรือจะคอยคาบข่าวมาเม้าท์ให้ฟังเป็ประจำ
“ค่าาาาา” เวงพูดพร้อมยกมือไหว้กลางอากาศ แล้วก้มลงหยิบตุ๊กตาที่ปอยทำตกกลับขึ้นชั้นหนังสือ
สายตาเวงกวาดไปทั่วห้อง ดวงตาสะท้อนเงาเทียนที่ยังไม่ดับสนิท เธอมองกล่องเหล็กสีเขียวซีดที่วางบนชั้นวางของ กล่องที่เคยเป็กล่องยาเก่า แต่ตอนนี้บรรจุเสียงผีบ่น ๆ จากการอัดแบบแคสเซตต์ไว้เต็มไปหมด
เธอกัดฟันเบา ๆ แล้วพูดต่อกับตัวเอง
“อีกไม่นาน คนจะรู้แน่ ๆ ว่ากูไม่ได้แม่น...แต่กูแค่เมาท์กับผี”
เวงก็เผลอมองโต๊ะปฏิทินที่วางที่โต๊ะ เพราะดวงที่เบิกขึ้นน้อยๆ 'วันนั้นของเดือนอีกแล้วสินะ!!'
หยิบพัดยันต์ขึ้นมาปัดหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันไปบอกกับป้านวลที่โผล่หัวออกมาจากตู้หนังสือว่า
“ป้า!! เตรียมตัว... พรุ่งนี้มีคนจะมาขอหวย!”