“จะ...เ้าสำนัก ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่สู้ดีนัก!”
“หึย เหตุใดจึงไม่เห็นบรรพบุรุษจื่อซานเลย เขายังมาไม่ถึงหรืออย่างไร”
“ผู้นั้นดูเหมือนจะเป็ซูฉางเซิง เ้าสำนัก พวกเราควรทำอย่างไรดีขอรับ”
ไม่ใช่แค่เ้าสำนักว่านโซ่วเท่านั้นเหล่าผู้แข็งแกร่งจากสำนักที่ตามเขามาต่างก็รู้สึกถึงลางร้ายเช่นกัน พวกเขาล้วนกระวนกระวายและเอ่ยถามขึ้น
“...”
เ้าสำนักว่านโซ่วอ้าปากค้างกลับพูดสิ่งใดไม่ออก ทำได้เพียงฝืนยิ้มยากลำบาก รอยยิ้มนั้นดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ออกมาเสียอีก
เ้าสำนักว่านโซ่วอยากจะร้องไห้แต่น้ำตามันไม่ไหล!
จะให้เขาบอกได้อย่างไรว่าบรรพชนเซียนของพวกเขาถูกสังหารไปแล้ว
ศรสีเืในมือของซูฉางเซิงไม่ใช่คันศรปลิดชีพเซียนที่บรรพบุรุษจื่อซานนำไปหรือ!
คันศรศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์แบบบัดนี้กลับแตกหักเป็สองท่อน ทั้งยังอยู่ในมือของซูฉางเซิง ยิ่งไปกว่านั้นกลิ่นอายที่ค้างอยู่ในอากาศก็ยังคงฟุ้งกระจายอยู่
เ้าสำนักว่านโซ่วเข้าใจทุกอย่างแล้ว
บรรพชนของพวกเขามาถึงแล้วจริงไม่เพียงแต่ไม่อาจสังหารซูฉางเซิงได้ ทว่ากลับถูกซูฉางเซิงสังหารเสียเองกระทั่งร่างกายก็แหลกสลายไปจนสิ้น
“ข้า... บรรพ...บรรพบุรุษฉางเซิงข้า... ข้าเพียงมาแสดงความเคารพ ท่านเชื่อหรือไม่”
ริมฝีปากของเ้าสำนักว่านโซ่วขยับพูดตะกุกตะกักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข็นถ้อยคำออกมาอย่างยากลำเค็ญ
เื้ัเหล่าผู้แข็งแกร่งของสำนักว่านโซ่ว แม้แต่คนโง่ที่สุดก็เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วพวกเขาต่างก็เหงื่อตก ตัวสั่นเทาแทบจะคุกเข่าลงกับพื้น
“ตูม!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นซูฉางเซิงเหลือบมองพวกเขา ก่อนจะสะบัดศรที่ชำรุดในมือ
คันศรมหึมาอันหนักอึ้งราวกับูเาทั้งลูกพุ่งตกลงมา แม้จะชำรุดทว่าก็ยังคงะเิพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา คลื่นพลังระดับเซียนแผ่กระจายออกไปทำลายห้วงมิติจนแหลกสลาย
เสียงดังตูม!
ห้วงมิติถล่มเหล่าผู้แข็งแกร่งของสำนักว่านโซ่ว รวมถึงเ้าสำนักต่างก็แหลกสลายไปในพริบตาแม้แต่เศษเสี้ยวิญญาก็ไม่หลงเหลือ
เพียงกลุ่มมดปลวกซูฉางเซิงคร้านจะสนใจ จึงตบพวกมันตายด้วยศรเพียงครั้งเดียว
ฉากนี้ทำเอาศีรษะของเหล่าผู้แข็งแกร่งจากทุกสำนักชาดิก เ้าสำนักระดับกึ่งเซียนนักบุญ โดยเฉพาะหลิงเจี้ยนต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มือสั่นกึกกัก
นั่นคือระดับกึ่งเซียนนักบุญและยังเป็เ้าสำนักของสำนักกองกำลังระดับสูงสุดเช่นเดียวกับพวกเขาทว่ากลับถูกซูฉางเซิงตบตายต่อหน้าต่อตา
หากเป็พวกเขาเชื่อว่าผลลัพธ์คงไม่ต่างกัน
ภายในใจของหลิงเจี้ยนยิ่งหวาดกลัวเขาแทบอยากจะหันหลังกลับไปสำนักหลิงซวีเจี้ยนเสียบัดนี้
เขาไม่อยากอยู่ในสถานที่แห่งนี้อีกต่อไปแล้ว
ทว่าหากจากไปในเวลานี้เท่ากับว่าเขาไม่ให้เกียรติเซียนฉางเซิงหรอกหรือ
“บรรพบุรุษฉางเซิง ไร้ผู้ใดเทียบ!”
ขณะนั้นเองภายในตระกูลซู เสียงคำรามของสมาชิกตระกูลผู้หนึ่งดังขึ้นสมาชิกตระกูลซูทุกคนต่างก็คลั่งไคล้ ส่งเสียงคำรามดังกึกก้องสะท้านฟ้าดิน
สมาชิกตระกูลทุกคนต่างตื่นเต้นเป็อย่างยิ่ง
เดิมทีพวกเขาคิดว่าครั้งนี้คงต้องตายอย่างแน่นอนแม้แต่บรรพบุรุษฉางเซิงผู้แข็งแกร่งก็อาจจะต้องตายในสนามรบพวกเขาถึงกับเตรียมใจที่จะตายไปพร้อมกับบรรพชนของตนแล้ว
ทว่าไม่คาดคิดว่าบรรพบุรุษฉางเซิงจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้สามารถสังหารเซียนของสำนักว่านโซ่วได้!
ซูอวิ๋นซูชิง และคนอื่นๆ ต่างก็ใจเต้น เหล่าผู้าุโล้วนลูบเคราและถูนิ้วมือด้วยความเร้าใจอย่างสุดขีด
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ตระกูลซูจะผงาดขึ้นแล้ว!
กู้ชิงเกอเงยหน้าขึ้นมาเช่นกันแม้ว่านางจะมองไม่เห็นซูฉางเซิง ทว่านางก็รู้ว่าเขาชนะแล้ว
“ข้าไปไม่นาน แล้วจะรีบกลับมา!”
ตอนนั้นเองที่ซูฉางเซิงทิ้งคำพูดสั้นๆไว้ ก่อนจะก้าวเท้าออกไป ร่างของเขาก็หายวับไปทันใด
ไปแล้วจะรีบกลับมาหรือ
เมื่อเห็นซูฉางเซิงจากไปอย่างกะทันหันทุกคนต่างก็ตกตะลึง ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็นึกถึงสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้ความคิดที่ไม่น่าเชื่อผุดขึ้นมาในใจ
โดยเฉพาะเหล่าเ้าสำนักต่างๆพวกเขาทั้งหมดต่างใไปตามๆ กัน
เซียนฉางเซิงกำลังจะไปทำลายล้างสำนักว่านโซ่วหรือไม่
...
อีกด้านหนึ่งสำนักว่านโซ่วในเทือกเขาหมื่นอสูร เทือกเขาทอดตัวยาวพระราชวังอันเก่าแก่ตั้งตระหง่านซ้อนสลับหลังแล้วหลังเล่า ดูราวกับเป็ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความป่าเถื่อน
ตึงตึง ตึง...
ระหว่างเทือกเขาสัตว์อสูรขนาดมหึมาต่างย่ำเท้าเดินผ่านไปมา ปล่อยกลิ่นอายน่าสะพรึงสั่นะเืแผ่นดินเสียงคำรามดังก้องเป็ครั้งคราว ทำให้ไพรเขาบริเวณแห่งนี้สั่นสะท้าน
“ปัง ปัง ปัง...”
ภายในพระราชวังโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ห้องโถงใหญ่แห่งหนึ่ง แสงเทียนส่องสว่างระยิบระยับ แสงไฟส่องประกายบางดวงก็ร้อนแรงดั่งเสาเพลิง บางดวงก็สงบนิ่งดั่งผืนน้ำ
แสงไฟแต่ละดวงล้วนมีคลื่นพลังิญญาจางๆ
นี่คือตะเกียงิญญา
ตะเกียงิญญาแต่ละดวงเป็สัญลักษณ์แทนผู้แข็งแกร่งสถานะของตะเกียงบ่งบอกถึงสถานการณ์ของผู้แข็งแกร่งที่เกี่ยวข้อง
ครั้นตะเกียงแตกและดับลงนั่นหมายความว่าผู้แข็งแกร่งผู้นั้นเสียชีวิตลงแล้ว!
และภายในห้องโถงโบราณแห่งนี้มีตะเกียงนับพันนับหมื่นดวง ซึ่งเป็ตัวแทนของเหล่าผู้แข็งแกร่งของสำนักว่านโซ่ว
“อืม หึๆ...”
ขณะนั้นเองประตูห้องโถงก็ถูกเปิดออก ศิษย์สวมชุดคลุมผู้หนึ่งของศิษย์ชั้นในเดินเข้ามา ร้องเพลงเบาๆเตรียมทำหน้าที่ตรวจสอบตามปกติ
นี่เป็ภารกิจของสำนักเราค่อนข้างสบายๆ ยิ่งไปกว่านั้นรางวัลตอบแทนไม่เลวทีเดียว ถือเป็งานที่ทำกำไรไม่น้อย
เพื่อให้ได้ภารกิจนี้เขาต้องติดสินบนผู้าุโของสำนักด้วย
“กร๊อกๆ” เสียงกระดกลิ้น “หากข้าทำงานในเดือนนี้เสร็จและได้รับรางวัลข้าก็จะฝ่าขีดจำกัดไปสู่ระดับความสามารถศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่เจ็ดได้ เมื่อถึงเวลานั้นอันดับของข้าก็จะสูงขึ้นอีก!”
ศิษย์ชั้นในคิดอย่างมีความสุข
การแข่งขันในสำนักว่านโซ่วนั้นรุนแรงมากทว่าในขณะเดียวกัน ทรัพยากรก็อุดมสมบูรณ์เช่นกัน ในฐานะศิษย์ชั้นใน ทุกๆการเลื่อนขั้นหนึ่งอันดับจะได้รับรางวัลมากมาย
“เฮ้อ ที่จริงแล้วก็ไม่มีกระไรให้ตรวจสอบมากนักสำนักว่านโซ่วเป็สำนักกองกำลังระดับสูงสุด มีบรรพชนเซียนถึงสองท่านคุ้มครองแม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรสายมารก็ไม่กล้าทำร้ายผู้แข็งแกร่งของสำนักว่านโซ่ว!”
“ได้ยินมาว่าเ้าสำนักเพิ่งนำเหล่าผู้าุโและศิษย์ออกไปเพื่อทำลายล้างตระกูลซูน่าอิจฉาจริงๆ คงจะได้รับผลประโยชน์มากมายเป็แน่!”
ศิษย์ชั้นในกล่าวอิจฉา
นั่นคือตระกูลที่กำลังจะกลายเป็สำนักกองกำลังระดับสูงสุดครั้นทำลายล้างได้ ทรัพยากรจะมากมายมหาศาลเพียงใดเล่า
เพียงได้รับเศษเสี้ยวเล็กๆน้อยๆ ในฐานะศิษย์คนหนึ่งแล้ว ถือเป็ผลประโยชน์มหาศาล อาจทำให้ความสำเร็จของเขาก้าวะโอย่างรวดเร็วก็เป็ได้
น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาส
ตอนนี้ทำได้เพียงอิจฉาเท่านั้น
“หึๆ... ข้าบอกแล้วว่าไม่มีปัญหา...” ศิษย์ชั้นในร้องเพลงเบาๆ ขณะเงยหน้าขึ้น และเริ่มตรวจสอบตะเกียงิญญาต่างๆด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
คงไม่มีปัญหาหรอกกระมัง!
ตะเกียงิญญาแต่ละดวงที่นี่เป็ตัวแทนของผู้บำเพ็ญเพียรในระดับสำแดงกฎ หรืออัจฉริยะของสำนัก หากตะเกียงดวงใดแตกเพียงดวงเดียวก็ถือเป็เื่ใหญ่แล้ว
“ไปดีกว่า!”
หลังจากพบว่าไม่มีปัญหาศิษย์ชั้นในก็ผุดสีหน้าเพลาๆ และกำลังจะหันหลังกลับ
“แพล้ง...”
ทว่าในขณะนั้นเองท่ามกลางตะเกียงนับพันนับหมื่นมีตะเกียงดวงหนึ่งในตำแหน่งระดับกลางถึงระดับสูงสั่นไหวอย่างแรงจากนั้นก็แตกกระจายเป็เศษละเอียด
“ฮะ!”
เมื่อเห็นเช่นนั้นศิษย์ชั้นในก็สูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาเบิกกว้าง
ตะเกียงิญญาในตำแหน่งนั้นเป็ของผู้าุโระดับนิรันดร์
ผู้ใดกันที่กล้าสังหารผู้าุโของสำนักว่านโซ่ว
หรือจะเป็พวกปราสาทมารเพลิงโลกันตร์ที่เลวอย่างไม่ยำเกรงต่อสิ่งใดหรือจะเป็ผู้แข็งแกร่งจากเผ่าทะเลแห่งดินแดนใต้มหาสมุทร
หรือว่าเป็สำนักกองกำลังระดับสูงสุดแห่งใด
“ปัง ปัง ปัง...”
ขณะที่ศิษย์ชั้นในยังคงใอยู่นั้นทันใดนั้นก็มีตะเกียงหลายร้อยหลายพันดวงแตกกระจายและดับลงรวมถึงตะเกียงในตำแหน่งสูงสุดไม่กี่ดวงก็ด้วย
ตำแหน่งนั้นเป็ของเ้าสำนักและบรรพชนเซียนนี่!
“นะ นี่... นี่...”
ศิษย์ชั้นในทรุดตัวลงกับพื้นชี้นิ้วไปยังตะเกียงด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง ร่างกายสั่นเทา ความหวาดกลัวอันไร้ขอบเขตเอ่อท่วมล้นหัวใจความคิดพลันว่างเปล่า
์ของสำนักว่านโซ่วถล่มแล้ว!
ในขณะนี้เองคำถามผุดในใจ เขาคิดได้เพียงเดียวเท่านั้น
ไม่เพียงเ้าสำนักเท่านั้นแม้แต่บรรพชนเซียนก็ยังเกิดเื่ขึ้น สำหรับสำนักว่านโซ่วแล้ว นี่คือหายนะแท้จริง
“อ๊า!!!”
ในเวลาเดียวกันเสียงคำรามดังก้องกังวานไปทั่วดินแดนป่าเถื่อนเป็ระยะทางนับหมื่นลี้