บทนำ
INTRO ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่า วันหนึ่งผมจะต้องมาเจอกับคนเพี้ยนๆ อย่างพวกเบนสัน ผมไม่เข้าใจเอามากๆ ก็ตอนที่เขาบอกผมว่า “นายเป็นหมาป่า และเป็นพันธุ์พิเศษ” สามสิ่งที่ผมคิดเลยว่า ไอ้เจ้านี่มันบ้าแน่ๆ สองมันต้องแกล้งผมเหมือนทุกครั้งและสามกำลังจะรุมมาล้อเลียนผมแน่แต่มันกลับแปลกไป เบ็นสันเข้ามาจับไหล่ผม ถึงเบ็นสันจะเป็นพวกชอบรังแกด้วยคำพูดแต่เขาถือคติไม่ใช้กำลัง หรือว่าผมจะเป็นคนแรกที่จะได้ลิ้มลองรสชาติกำปั้นแข็งๆ ของเขานะ ผมหลับตาปี๋ด้วยความยอมแพ้ ในใจรู้สึกแย่หน่อยๆ สงสัยวันนี้จะต้องเสียเงินค่าขนมวันนี้ไปซื้อผ้ากอซกับแอลกอฮอล์ล้างแผลหรอเนี่ย ไหนจะค่ายาอีกนี่นา แย่จัง ไม่เป็นไรค่อยไปเบิกเอาที่หลังแล้วกันเนอะ “นาย! มาเข้าฝูงกับเรามั้ย! เอ่อ…เราค่อนข้างขาด” จู่ๆ ประโยคแปลกๆ ของเบ็นสันก็ทำให้ผมลืมตาขึ้น พร้อมกับเครื่องหมายคำถามว่า “ฝูงอะไรของนายวะ? ฉันเป็นมนุษย์เฟ้ย!” ทันทีที่ผมพูดตอกกลับ อีกฝ่ายก็ดูหน้าเหวอไปเลย ส่วนผู้ชายอีกสองคนด้านหลังหันมาซุบซิบกันแปลกๆ จากนั้นทั้งสามก็หันหน้าไปคุยกัน ปล่อยเครื่องหมายคำถามให้ลอยวนรอบหัวของผม “นายเอาจริงหรอวะ มั่นใจจริงๆ หรอว่าเป็นมนุษย์น่ะ” คราวนี้อีกฝ่ายก้าวมายืนจ้องตาผม อีกฝ่ายมองหน้าผมอย่างจับพิรุธ ผมมองไปที่ใบหน้าของเบ็นสัน จู่ๆ ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงดุร้ายเหมือนหมาป่า ผมตกใจจนเกือบส่งเสียงร้องออกไป แต่ยังดีไปที่พวกเขาปิดปากผมทัน ไม่งั้นผมคงตะโกนบ้านแตก เมื่อกี้มันคืออะไรวะน่ะ!? กราฟิกซีจีพิเศษหรอ หรือว่าจะเป็นคอนแทคเลนส์รุ่นใหม่เปลี่ยนสีตาได้ด้วย “เฮ้ย! อย่าส่งเสียงสิฟระ! เดี๋ยวนั่นนายจะไปไหนน่ะ!!” ทันทีที่เบ็นสันพูดประโยคใหม่ ผมก็รีบเผ่นทันที ผมไม่ได้รังเกียจหรือกลัวอะไรเรื่องการมองสีตาเปลี่ยนได้ ไม่แน่ผมอาจจะตาบอดสีกะทันหันก็ได้ แต่ที่ผมวิ่งออกมาเนี่ย ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก ถ้าหางตาดันไปเห็นเขี้ยวยาวที่งอกมาตอนไหนไม่รู้! แล้วพวกคุณๆ คิดดูสิครับว่าใครเขาอยากจะอยู่กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ๆ ก็มีเขี้ยวขึ้นมาล่ะจริงมั้ย ผมวิ่งเลี้ยวลัดเลาะจนกระทั่งมาถึงห้องเรียน โชคดีไปที่พวกนั้นไม่ได้เรียนห้องเดียวกับผม เอาจริงๆ เบ็นสันไม่ค่อยแกล้งผมนักหรอก แต่ถ้าปกติแล้วก็ไม่เคยแกล้งผมเลยสักครั้ง แต่รู้สึกว่าช่วงหลังวันเกิดอายุ 16 ปีของผม พวกมันก็เริ่มมาแกล้งผม ทั้งๆ ที่ไม่เคยไปเดินผ่านหน้าด้วยซ้ำ แต่ผมสงสัยอยู่หนึ่ง กลุ่มพวกเบ็นสันมีกันตั้งเยอะ แต่ดันมีเบ็นสันคนเดียวที่แกล้งผม ซึ่งปกติเวลาวัยรุ่นอ่อนแอคนหนึ่งเวลาถูกแกล้งก็จะโดนรุมแกล้ง แต่นี่ดันไม่ใช่เหมือนกำลังดูเชิงผมอยู่ยังไงยังงั้นเลย แต่ช่างเรื่องพวกนี้ไปก่อนเถอะ ต้องคิดก่อนว่าวันนี้จะกลับบ้านยังไงดีกว่า ตกเย็น 16.00 p.m. ผมค่อยๆ ย่องเท้าออกจากห้องเรียน พลางกอดหนังสือในอ้อมอกแน่น ผมกำลังหลบอยู่ในห้องเรียน ตอนนี้พวกนั้นกำลังรอผมอยู่ที่หน้าประตูทางออก ซึ่งโรงเรียนผมมีทางออกหลายทางโดยจะเลือกออกทางไหนก็ได้ และยังมีทางเชื่อมไปอีกอาคารด้วย ถ้าหากเลือกจะออกทางตึกนี้ผมคิดว่าพวกนั้นคงรอไว้แล้วแหละ ที่นี่อาคารนี้มีสี่ประตู พวกนั้นมีสามคน แสดงว่าต้องมีประตูหนึ่งที่พวกนั้นไม่เฝ้า แต่ผมจะรู้ได้ยังไง อัตราส่วนมัน 1 ใน 3 เพราะฉะนั้น… เดินไปทางเชื่อมออกอีกอาคารดีกว่า! อีกด้านหนึ่ง “เป็นไปได้จริงๆ หรอ ฉันนึกว่าพวกตระกูลดำตายหมดแล้วซะอีก” เป็นเสียงของร็อคที่กำลังประชุมกับเพื่อนอีกสองคน ในขณะที่กำลังยืนเฝ้าประตูทางออกแรก เพียงแค่ยืนนิ่งๆ ก็ได้ยินเสียงของเพื่อนร่วมทีม “แต่นายเห็นตอนเจ้านั้นตกใจมั้ย ดวงตามันเปลี่ยนสี” เสียงของเบ็นสันเอ่ยด้วยความเป็นกังวล “ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นอะไรนะ” แม็กนั่มที่เฝ้าประตู 2 พูด “คงจะใช่ เห็นพวกตระกูลดำมักแปลกกว่าทุกตระกูลนี่ ในช่วง 15 ปีจะยังคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์อยู่ เป็นผลจากคำสาป” เบ็นสัน “เพราะอย่างนี้สินะ นายถึงเข้าไปวอแวหมอนั่น” ร็อคพูดต่อ “พวกแวมไพร์ต้องการเขา และเขาต้องมีฝูงไม่อย่างนั้นเขาจะตาย” เบ็นสันพูดแค่นั้นแล้วเงียบไป จากนั้นเขาก็เริ่มจับสังเกต พวกเขายืนกันมานานราวๆ 30 นาทีแล้ว ยังไม่เห็นเจ้านั่นโผล่มาเลย “เจ้านั่นมันไปไหน ทำไมยังไม่ออกมา” แม็กนั่มพูดพลางทำจมูกฟุดฟิด ก่อนจะรู้ตัวว่าคนที่พวกเขาต้องการตัว หนีออกไปแล้ว! “บ้าเอ้ย! เจ้าหมาดำนั่นมันเดินไปออกที่ทางเชื่อมอีกอาคารหนึ่ง! เจ้าเล่ห์เป็นบ้า!” แม็กนั่มบ่น จากนั้นร็อคก็พูดต่อด้วยเสียงเครียดลง “ฉันว่าต้องรีบไปหาเจ้านั่นแล้วแหละ” ร็อคพูดขณะตามรอยกลิ่นมาถึงประตูทางออกของอีกอาคาร “ทำไม” เบ็นสันถามอย่างสงสัย “มีแวมไพร์กำลังตามหมาดำ”