ตอนที่ 23
“นี่...เธอ...ฮิคาริ !!” ดนัยอุทานออกมาหลังจากเห็นหน้าคนไข้ที่เขาพึ่งจะช่วยชีวิต
ไม่สิเป็นไปได้ไงฮิคาริตายไปแล้วนี่ ดนัยคิดในใจเพราะฮิคารินั้นตอนนี้เหลือแต่วิญญาณกลายเป็นผีเร่ร่อนอยู่ในโรงพยาบาล
ตอนนั้นเองหมออิจิโนเสะก็เปิดประตูเข้ามา
“เธอไม่เป็นอะไรใช่มั้ยหมอดนัย !!” เสียงหมออิจิโนเสะดังมาจากหน้าประตู
“หมออิจิโนเสะคุณค่อยยังชั่วแล้วเหรอครับ” ดนัยหันไปพลางเห็นหมออิจิโนเสะยืนเกาะประตูอยู่
“อืม...ยาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว” หมออิจิโนเสะพยักหน้าพลางค่อยๆเดินเข้ามายืนข้างๆดนัยก่อนจะตรวจดูอาการคนไข้ของเขาที่นอนอยู่บนเตียง
“เฮ้อ...ดูเหมือนอวัยวะภายในจะเริ่มทำงานได้ไม่ดีแล้วสินะ” หมออิจิโนเสะถอนหายใจออกมาหลังจากลองตรวจอาการดูเบื้องต้น
“หมออิจิโนเสะครับเธอคนนี้คือคนไข้ในดูแลของหมอเหรอครับเธอเป็นใครทำไมถึงมาอยู่ในห้องนี้” ดนัยถาม
“ดูเหมือนจะต้องบอกให้เธอรู้เรื่องราวของคนไข้คนนี้เอาไว้สินะ” หมออิจิโนเสะหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นและพูดออกมาให้ดนัยฟัง
“เธอคือผู้สืบทอดโดยชอบธรรมของโรงพยาบาลทาเคนากะ หรือก็คือเธอเป็นหลานของท่านประธานทาเคนากะนั่นแหละนะ ชื่อของเธอคือทาเคนากะ ฮิคาริ ส่วนเรื่องทำไมต้องเอามาไว้ที่นี่เอาเป็นว่าเธออย่ารู้ดีกว่าเพราะมันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ซับซ้อน แต่หมอดนัยเรื่องที่เธอเห็นวันนี้ฉันขอให้เธอเก็บไว้เป็นความลับจะได้มั้ย” หมออิจิโนเสะพูด
ทาเคนากะ ฮิคาริงั้นเหรอนี่มันเป็นไปได้งั้นเหรอแสดงว่าฮิคาริยังไม่ตายแต่แค่วิญญาณออกจากร่างงั้นสิ ดนัยคิดในใจ
“ว่ายังไงหมอดนัยเธอเก็บเรื่องในวันนี้เป็นความลับได้มั้ย” หมออิจิโนเสะถามอีกครั้งหลังจากเห็นดนัยไม่ตอบ
“อ๊ะ...ได้สิครับผมจะเก็บไว้เป็นความลับ แต่หมอครับเธอเป็นอะไรเหรอครับดูๆแล้วเหมือนเป็นเจ้าหญิงนิทราเลยนะครับ” ดนัยสังเกตผิวเธอที่ซีดและเล็บมือเล็บเท้าที่ยาว
“สมองของเธอได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปน่ะ เมื่อปีก่อนเธอลงไปช่วยเด็กจมน้ำในหนองน้ำคร่ำที่ประเทศในแถบแอฟริกาเธอช่วยเด็กได้สำเร็จแต่ก็ต้องแลกกับที่เธอจมน้ำแทนเด็กคนนั้นถึงจะช่วยเธอให้รอดมาได้แต่เชื้อไวรัสที่อยู่ในหนองน้ำนั่นก็ได้เข้าไปสู่สมองของเธอแล้ว” หมออิจิโนเสะเล่าให้ฟังคร่าวๆ
จมหนองน้ำคร่ำสินะเหมือนคดีดังที่บ้านเราสมัยก่อนเลยแฮะที่มีนักร้องคนหนึ่งขับรถตกน้ำคร่ำแล้วสำลักน้ำเข้าไป ถึงจะรอดมาได้แต่ก็เป็นเจ้าชายนิทราและตายในห้าปีต่อมาเพราะโดนเชื้อรากินสมอง ดนัยคิดในใจ (คดีของพี่บิ๊ก D2B)
“เอ๊ะหมออิจิโนเสะบอกว่าปีนึงงั้นเหรอครับแต่โรงพยาบาลนี้พึ่งจะสร้างเสร็จเมื่อครึ่งปีที่แล้วเองนี่นา” ดนัยแปลกใจ
“เราพาเธอมาอยู่นี่ตั้งแต่ตอนที่โรงพยาบาลเริ่มก่อสร้างแล้วล่ะเพราะเราต้องปิดเรื่องของเธอเอาไว้เป็นความลับจึงมีแต่ที่นี่เท่านั้นที่จะสามารถปกปิดเรื่องของเธอได้” หมออิจิโนเสะพูด
ไทม์ไลน์ไม่ค่อยตรงตอนนั้นตอนที่ถามฮิคาริว่าตายมานานหรือยังเธอบอกว่าครึ่งปีนี่นาหรือว่าเธอคนนี้จะไม่ใช่ฮิคาริไม่สิหน้าตาก็เหมือนกันชื่อก็คล้ายกันมันคนเดียวกันชัดๆมันยังไงกันแน่ล่ะเนี่ย ดนัยยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน
“ว่าแต่หมออิจิโนเสะครับทำไมเธอถึงมีอาการชักขึ้นมาล่ะ” ดนัยพูดถึงอาการที่เกิดขึ้น
“ดูเหมือนอวัยวะบางส่วนจะเริ่มแย่ลงน่ะ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปอวัยวะเธออาจจะหยุดทำงานก็ได้” หมออิจิโนเสะพูดด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“ไม่มีวิธีรักษาเธอเลยเหรอครับ” ดนัยถามเพราะว่าถ้าเธอฟื้นขึ้นมาไม่แน่บางทีวิญญาณที่หลุดออกมาของฮิคาริอาจจะกลับเข้าร่างก็ได้
“ฉันกับผู้อำนวยการลองมาหมดแล้วล่ะ” หมออิจิโนเสะตอบ
นั่นสินะถ้ารักษาได้หมออิจิโนเสะคงไม่ปล่อยให้เธอนอนเป็นเจ้าหญิงนิทรามาถึงปีนึง ดนัยคิด
“เอาล่ะนี่ก็ได้เวลาเลิกงานแล้วเธอกลับไปก่อนเถอะหมอดนัยและก็อย่าลืมนะว่าเรื่องวันนี้ต้องเป็นความลับถ้าเป็นไปได้เธอทำเป็นว่าเรื่องวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นจะดีที่สุดเพราะถ้าเกิดมีสื่อหรือใครก็ตามรู้ว่าฮิคาริอยู่ที่นี่ล่ะก็โรงพยาบาลทาเคนากะได้ล้มครืนแน่ๆ” หมออิจิโนเสะพูดหลังจากเห็นดนัยเงียบไป
“เข้าใจแล้วครับผมจะไม่บอกใครเรื่องนี้” ดนัยพยักหน้าก่อนจะเดินออกไประหว่างที่กำลังลงลิฟท์ดนัยก็คิดถึงเรื่องของฮิคาริตลอด
นี่เธอสำคัญถึงขนาดไหนกันเนี่ยถึงขนาดห้ามสื่อและคนภายนอกรู้เลยเหรอว่าเธอป่วยเป็นเจ้าหญิงนิทราน่ะ ดนัยคิดในใจ
ติ๊ง !! เมื่อลิฟท์ถูกเปิดออกดนัยก็เตรียมเดินออกจากลิฟท์เพื่อไปที่ห้องพักแพทย์เพื่อเก็บของและกลับบ้านแต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอย่างนั้นเขาก็ต้องผงะเสียก่อนเพราะทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดออกก็พบกับฮิคาริที่ยืนจ้องเขาอยู่
“ฮะ ฮะ ฮิคาริ !!” ดนัยอุทานเบาๆ
“เป็นอะไรของนายทำหน้ายังกับเห็นผี...อ๊ะฉันก็เป็นผีนี่นา” ฮิคาริพูด
“ปะ ปะ เปล่าแค่ตกใจที่โผล่มาก็เจอหน้าเธอ มาทำอะไรตรงนี้ล่ะ” ดนัยถาม
“ก็จะมาบอกนายน่ะสิว่าพรุ่งนี้ฉันอยากจะกินต้มจืดทำมาให้หน่อยนะ” ฮิคาริตอบพลางยิ้มออกมาบางๆ
“ยัยผีบ๊องเอ้ยมาดักรอคนอื่นหน้าลิฟท์เพราะจะบอกว่าพรุ่งนี้อยากกินอะไรเนี่ยนะ” ดนัยส่ายหน้าเบาๆ
“ก็ช่วยไม่ได้นี่นาจู่ๆนายก็วิ่งออกมาจากห้องพักแพทย์ ฉันก็นึกว่านายจะตรงกลับบ้านแต่นายกลับวิ่งขึ้นลิฟท์นายไม่รู้ใช่มั้ยล่ะว่าฉันน่ะไม่สามารถขึ้นไปบนสุดของโรงพยาบาลได้สงสัยเจ้าที่จะไม่อนุญาตให้ฉันขึ้นไปข้างบนล่ะมั้ง” ฮิคาริพูด
อย่างนี้นี่เองถึงว่าทำไมเธอถึงไม่เคยเจอร่างของเธอที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ ดนัยคิดในใจ
“จริงสิฮิคาริเธอน่ะยังไม่ตา...........” ดนัยกำลังจะบอกว่าเธอนั้นยังไม่ตายแต่เขาก็หยุดปากเอาไว้ก่อน
ไม่สิเรายังไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าร่างนั่นคือเธอจริงๆถึงจะมั่นใจกว่าเก้าสิบแล้วก็เถอะแล้วถ้าบอกไปแล้วเธอช็อกแล้วเกิดวิญญาณหายไปจะทำไงล่ะ ดนัยคิด
“นายจะพูดว่าอะไรเหรอ” ฮิคาริถามหลังจากเห็นว่าดนัยจะพูดอะไรสักอย่างแต่หยุดไป
“อ๊ะเปล่าๆแค่จะถามว่าอยากกินอะไรอย่างอื่นนอกจากต้มจืดอีกบ้างมั้ยเพราะให้กินข้าวกับต้มจืดมันก็คงดูน่าเบื่อไปหน่อย” ดนัยพูด
“อืม...ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นฉี่แซลม่อนที่นายทำเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้วกัน” ฮิคารินึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด
“ฉู่ฉี่ต่างหากเล่า เครื่องแกงที่ตำไว้น่าจะยังเหลือมั้งเดี๋ยวถ้ามีจะทำให้นะ” ดนัยนึกถึงเครื่องแกงที่เก็บอยู่ในช่องผักในตู้เย็นของเขา
“ใช่ๆฉู่ฉี่นั่นแหละ” ฮิคาริพยักหน้า
“อืม...ถ้าอย่างนั้นฉันกลับก่อนนะไว้เจอกันพรุ่งนี้” ดนัยพูดก่อนจะขอตัวเดินไปเอาของที่ห้องพักแพทย์และเดินกลับห้องของเขา
แกร๊ก !! ปัง !! เมื่อกลับมาถึงห้องดนัยก็ตรงไปที่โน๊ตบุคของเขาก่อนทันทีเขาลองพิมพ์ชื่อของฮิคาริลงไปในเว็บไซต์
“ทาเคนากะ ฮิคาริ !!” ดนัยพิมพ์มันลงไปก่อนจะปรากฎหัวข้อข่าวขึ้นมาหลายหัวข้อ
“แพทย์หญิงอัจฉริยะผู้ที่จบแพทย์ตอนอายุสิบแปดงั้นเหรอ บ้าน่าเป็นไปได้เหรอเนี่ย !!” ดนัยอุทานออกมาหลังจากเห็นหัวข้อข่าวอันหนึ่งเขาลองคลิกเข้าไปดูด้านในพลางอ่านข่าวนั้น
“โหจบแพทย์เฉพาะทางได้ใบประกอบวิชาชีพทุกแขนงตอนอายุยี่สิบสอง ปัจจุบันเป็นแพทย์อาสาอยู่ที่แอฟริกาแพทย์ในวงการเรียกเธอว่าเลดี้ชไวเซอร์” ดนัยอ่านข่าวของเธอดูคร่าวๆ
(คำว่าชไวเซอร์นั้นมาจาก อัลเบิร์ต ชไวเซอร์ ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ที่อุทิศตัวเองให้กับเส้นทางของการรักษาผู้ยากไร้ในแอฟริกา ถ้าอยากรู้เรื่องราวของอัลเบิร์ต ชไวเซอร์ลองเอาชื่อเขาไปค้นหาใน google ได้เลยครับ)
“ไม่ยักจะมีรูปเธอแฮะ แถมไม่มีข่าวเรื่องที่เธอจมน้ำด้วย อ๊ะนี่เธอเกิดวันคริสต์มาสเหรอเนี่ย สองห้าหนึ่งสองงั้นเหรอ นี่หมออิจิโนเสะเอาวันเกิดของเธอมาตั้งเป็นรหัสห้องนั่นสินะ” ดนัยพยักหน้าเข้าใจ
“อ๊ะเธอเชี่ยวชาญทุกสาขาแบบนี้แสดงว่าเธอถูกเรียกว่าเจเนอรัลลิสต์น่ะสิ !!” ดนัยอุทานออกมาหลังจากนึกขึ้นได้ว่าเธอเชี่ยวชาญทุกสาขาซึ่งเรื่องเจเนอรัลลิสต์นี้นั้นดนัยได้ลองค้นหาความหมายของมันเมื่อเดือนก่อนซึ่งเจเนอรัลลิสต์จะเป็นชื่อที่หมอทางอเมริกาจะใช้เรียกหมอที่สามารถผ่าตัดได้ทุกสาขาเท่านั้นซึ่งปัจจุบันมีผู้ถูกเรียกว่าเจเนอรัลลิสต์ไม่ถึงสิบคนเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ในโลกแถมแต่ละคนก็แก่ๆกันทั้งนั้นแล้วด้วย
“แบบนี้นี่เองเพราะแบบนี้เธอถึงมีความรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดมากขนาดนั้น” ดนัยพยักหน้าตอนนี้เขาเชื่อเกือบเต็มร้อยแล้วว่าร่างที่นอนอยู่ข้างห้องผู้อำนวยการนั้นคือฮิคาริจริงๆ (ที่ไม่เชื่อสนิทใจเพราะดนัยยังไม่เห็นรูปเธอครับ)
คลิก !! คลิก !! ดนัยอ่านข่าวเกี่ยวกับเธอไปเรื่อยๆจนกระทั่งเจอข่าวหนึ่งซึ่งมันเป็นข่าวของประธานโรงพยาบาลทาเคนากะคนปัจจุบัน
“หือประทานทาเคนากะป่วยเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายงั้นเหรอ !!” ดนัยอุทานเบาๆหลังจากเห็นข่าวนี้เท่านั้นยังไม่พอมันยังมีข่าวอื่นๆซึ่งดูเหมือนจะเป็นข่าวซุบซิบบอกเอาไว้ว่ามีผู้ถือหุ้นคนอื่นๆต้องการขึ้นเป็นประธานแทนฮิคาริที่เป็นหลานของประทานทาเคนากะ ซึ่งผู้ถือหุ้นคนนั้นก็คือลูกพี่ลูกน้องของฮิคารินั่นเอง
ซึ่งจากข่าวซุบซิบนั่นบอกเอาไว้ว่าถ้าผู้ถือหุ้นคนนั้นได้เป็นประธานคนต่อไปของทาเคนากะเขาจะยุบธุรกิจโรงพยาบาลทิ้งและเปลี่ยนโรงพยาบาลทั้งหมดให้เป็นห้างสรรพสินค้าเพราะมันทำกำไรได้มากกว่า
“หรือว่านี่จะคือเหตุผลที่หมออิจิโนเสะต้องการปิดเรื่องที่ฮิคาริป่วยเอาไว้ก่อน !!!” ดนัยเริ่มประติดประต่อเรื่องราวเขาเริ่มจะรู้แล้วว่าทำไมถึงต้องปิดเรื่องที่ฮิคาริเป็นเจ้าหญิงนิทราเอาไว้เป็นความลับเพราะถ้าสื่อรู้และทำให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นลูกพี่ลูกน้องเธอรู้เข้าล่ะก็นั่นจะเป็นเหตุผลที่ใช้ปลดฮิคาริจากผู้สืบทอดทาเคนากะได้ทันทีแล้วถ้าเป็นแบบนั้นโรงพยาบาลทาเคนากะจะหายไปจะเป็นประชาชนที่ได้รับความลำบากเพราะโรงพยาบาลทาเคนากะนั้นมีสาขาอยู่ทั่วประเทศและถ้าเป็นแบบนั้นจะต้องมีผู้ป่วยกี่คนกันที่ถูกทอดทิ้งและไม่ได้รับการรักษา
จบ...