หยางซิ่วอิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจเมื่อได้ยินนามที่หลุดออกมาจากปากของนางกำนัล
“คุณหนูหม่า?”
สำหรับหลี่หวางเฟยนั้นนางย่อมรู้จักเป็อย่างดี แต่กับสตรีที่เพิ่งพบหน้ากันเป็ครั้งแรก และเพิ่งจะชวนนางพูดคุยเดินเล่นชมสวนอย่างเป็มิตรคนนั้นนางไม่รู้ว่าตนเองเคยไปมีเื่บาดหมางด้วยั้แ่เมื่อใด
“เช่นนั้นก็จงพาคุณหนูหม่าของเ้ามาที่นี่จากนั้นก็พาหลี่หวางเฟยไปที่สระบัวที่ใกล้ที่สุดแล้วข้าจะเตรียมยาแก้พิษไว้ให้เ้าที่นั่น”หยางซิ่วอิงยอมปล่อยกรงเล็บของตนเองออกจากคอเล็กๆ ที่จะหักทิ้งเมื่อไรก็ได้นั้น ทำให้นางกำนัลผู้นั้นวิ่งกระเจิดกระเจิงหนีตายจนชายกระโปรงปลิวปิดศีรษะพลางไอโขลกๆ ไปตลอดทาง
เมื่อห้องรับรองร้างไร้ผู้คนแล้วเสียงของโม่ฟางก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ท่ามกลางกลิ่นกำยานปลุกกำหนัดที่เริ่มกระจายไปทั่วห้องแต่กลับไม่มีผลกับสตรีจากเผ่าไน่เอ๋อร์ทั้งสองเลยแม้แต่น้อย
“หม่าซินอี๋ผู้นั้นเป็สหายสนิทของฉู่ฮุ่ยหรูก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าตระกูลหม่าพยายามจะส่งนางไปผูกสัมพันธ์กับชินอ๋องด้วยการสมรสแต่ถูกชินอ๋องปฏิเสธ”
หยางซิ่วอิงหันไปมองสาวใช้รุ่นน้าที่มารดาส่งมาด้วยความประหลาดใจ
“เหตุใดท่านจึงรู้เื่พวกนี้ได้?”
“ฮูหยินไม่ได้ส่งเพียงข้ากับถานอู่มาเท่านั้นยังมีคนที่แฝงตัวมากับกลุ่มการค้าตระกูลอี้ด้วยเ้าค่ะ เวลานี้กระจายตัวไปทั่วเมืองหลวงอยากรู้เื่ใด ควรรู้เื่ใด ย่อมรู้ได้”
“โอ้...ท่านแม่ของข้าดีที่สุด!”
“แล้วเ้ามนุษย์ผู้นี้เอาอย่างไรกับมันดี” โม่ฟางใช้เท้าเขี่ยร่างของชายชุดดำที่บังอาจใช้มือสับหลังคอนางไปก่อนหน้านี้
หยางซิ่วอิงใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงไปบนบั้นท้ายแข็งๆของบุรุษที่กำลังนอนคว่ำหน้าเพื่อพักเท้า พลางมองอย่างเหยียดหยาม
“หักแขนหักขามันแล้วเอาไปโยนทิ้งที่เรือนนางแซ่ฉู่ในตำหนักหลี่อ๋อง!”
ทางฟากของฉู่ฮุ่ยหรูเวลานี้กำลังพบเจอสถานการณ์คล้ายกับที่หยางซิ่วอิงเผชิญมาก่อนหน้านี้เสื้อผ้าของนางเปียกโชก นางจึงต้องเดินตามนางกำนัลคนหนึ่งมาจนถึงบริเวณที่ไม่มีผู้คนอยู่เลย
เมื่อมองซ้ายมองขวาแล้วเห็นว่าไม่น่าจะใช่ทางไปยังเรือนรับรองนางก็หันกลับมาหมายจะตวาดใส่นางกำนัลผู้นำทาง แต่กลับพบว่าคนหายไปแล้ว และเมื่อหันกลับมาอีกด้านนางกำนัลคนสนิทของนางก็หายไปด้วยเช่นกัน
“นี่มันเื่อันใดกัน?”ฉู่ฮุ่ยหรูรู้สึกไม่ชอบมาพากล จึงคิดจะหาทางออกไปจากสถานการณ์อันน่าสงสัยนี้ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าไปไหนบั้นท้ายของนางก็ถูกของแข็งบางอย่างกระแทกอย่างแรงจนทำให้ร่างทั้งร่างโถมตัวพุ่งไปทางด้านหน้าในท่ากางแขนกางขาประหนึ่งคางคกะโไกล
หลังจากลอยละลิ่วไปได้ระยะหนึ่งร่างนั้นก็ทิ่มลงพื้นโดยมีใบหน้านำไปก่อนตามด้วยการครูดไถลไปกับพื้นหญ้าอีกหลายจั้ง
และเพราะแรงกระแทกที่ได้รับมากเกินกว่าจะสามารถหยุดก่อนจะถึงขอบสระบัวได้ฉู่ฮุ่ยหรูจึงไถลลงสระบัวทั้งตัวพร้อมกับเสียงดัง ‘ตู้ม!!!’
ที่ด้านหลังหยางซิ่วอิงยังยืนอยู่ในท่ายกเท้าค้างเอาไว้ นางวาดเท้าออกไปด้านข้างทีหนึ่ง แล้วค่อยเก็บเท้ากลับมาในท่ายืนตรงขาชิดมือไพล่หลังอย่างสง่าผ่าเผยราวกับก่อนหน้านี้นางไม่ได้เพิ่งถีบหลี่หวางเฟยจนลอยตกน้ำไปแต่อย่างใด
“หึ...เล่นงานข้าครั้งหนึ่ง ข้าก็จะให้เ้าเจ็บตัวครั้งหนึ่ง ข้ายังมีเวลาเล่นกับเ้าอีกมากจนกว่ากระดูกของเ้าจะป่นเป็ผุยผงเลยเชียวล่ะ ฮ่าๆ ๆ ๆ ๆ”
องครักษ์นาม‘ลิ่วฉาง’ ซึ่งเป็คนที่เจี้ยนฮั่นเทียนส่งมาให้คอยติดตามคุ้มครองชินหวางเฟยไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน เขาและถานอู่ที่ติดตามชินหวางเฟยเข้ามาในงานเลี้ยงในรูปแบบขององครักษ์เงาซุ่มซ่อนตนอยู่อย่างลับๆและได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยไม่ขาดแม้แต่เสี้ยวลมหายใจ
ไม่เพียงแต่ชินหวางเฟยจะสามารถจัดการเื่ราวทุกอย่างด้วยตนเองได้อย่างง่ายดายนางยังสั่งให้เขาไปจัดการองครักษ์เงาของหลี่หวางเฟยเพื่อเปิดทางให้นางสามารถลงมือ...เอ่อ... ลงเท้ากับหลี่หวางเฟยได้อย่างสะดวกปลอดผู้คนรบกวนอีกด้วย
ั้แ่เป็องครักษ์มาเขายังไม่เคยต้องไปหาเื่เพื่อนร่วมอาชีพที่อยู่เฝ้าตามตำหนักอ๋องอื่นๆมาก่อนเลย แต่ถานอู่ผู้นั้นกลับพุ่งตัวออกไปทำตามคำสั่งโดยไร้ซึ่งความลังเลพลอยให้เขาต้องตามไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งยังต้องเป็พยานรู้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้อีกนับว่าเป็การทำงานที่ได้เปิดประสบการณ์อันแปลกใหม่ยิ่งนัก
ว่าแต่เื่เช่นนี้เขาจะกลับไปรายงานชินอ๋องว่าอย่างไรดี?
เมื่อมีเสียงะโร้องให้ช่วยคนตกน้ำเหล่าคุณชายคุณหนูทั้งหลายจึงแห่กันมามุงดูที่สระบัวทางทิศตะวันออกของอุทยานหลวงเต็มไปหมด
ภาพที่พวกเขาเห็นคือหลี่หวางเฟยที่กำลังตะกุยน้ำเพื่อพยุงตัวไม่ให้จมลงไปเห็นได้ชัดว่านางพอจะรู้วิธีเอาตัวรอดในน้ำอยู่บ้าง แม้ว่าท่าทางของนางจะชวนให้นึกถึงสุนัขตกน้ำก็ตาม
กว่าจะมีนางกำนัลไปช่วยนางขึ้นมาจากน้ำได้ฉู่ฮุ่ยหรูก็แทบจะหมดแรงแล้ว วันนี้นางอับอายขายหน้ายิ่งกว่าเหตุการณ์ในวังหลวงเมื่อหลายวันก่อนเสียอีกดูสายตาเกือบร้อยคู่ที่จดจ้องมายังนาง แล้วหันไปซุบซิบนินทากันเองเ่าั้สิ
นางอยากจะกรีดร้องออกมายิ่งนัก!
แต่เมื่อคิดได้ว่าอีกไม่นานจะมีคนต้องอับอายขายหน้ายิ่งกว่านางอีก โทสะในใจของนางก็ค่อยๆ คลายลง
ก่อนหน้านี้หลี่อ๋องตำหนินางเื่ที่นางหาเื่อวี๋เจินเจินต่อหน้าธารกำนัลซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้แคว้นเจี้ยนเสียผลประโยชน์เื่แร่ต้วนเสิน เขายังกำชับไม่ให้นางหาเื่นางแพศยาผู้นั้นอีกโดยเด็ดขาดหาไม่แล้ว ต่อให้เป็ฮ่องเต้เองก็ไม่อาจจะช่วยนางได้เช่นกัน
เงื่อนไขการค้าบ้าบอนั่นทำให้นางอยากจะก่นด่าผู้ที่ไปตกลงยอมรับมันง่ายๆยิ่งนัก แต่ถึงกระนั้น นางก็ไม่มีทางยอมปล่อยให้นางคนชั้นต่ำลอยหน้าลอยตาอยู่อย่างสบายใจหรือคิดหาหนทางแก้แค้นเอาคืนนางด้วยฐานะที่สูงกว่าอย่างแน่นอน
ในเมื่อใช้อำนาจและอิทธิพลทำลายมันไม่ได้เช่นนั้นก็ให้มันทำลายชื่อเสียงตนเอง เหมือนเมื่อครั้งที่มันยังเป็อนุในตำหนักหลี่อ๋องไปเสียก็สิ้นเื่หากสตรีแพศยาผู้นั้นริคบชู้สู่ชายเสียเอง แล้วผู้ใดจะมาโทษคนแคว้นเจี้ยนได้!
ไม่นานนักก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของอุทยาน จับใจความได้ว่าเป็เื่ของสตรีไร้ยางอายนางหนึ่งที่กล้าถอดทึ้งเสื้อผ้าตนเองแล้วโผเข้าหาบุรุษที่มาร่วมงานเลี้ยงอย่างไม่อายฟ้าดิน
คำซุบซิบที่แพร่กระจายออกไปนั้นทำให้ฉู่ฮุ่ยหรูที่อยู่ในผ้าคลุมห่อตัวโดยที่ใบหน้าฟกช้ำ ผิวหน้าถลอกปอกเปิก เืออกจมูก ปากบวมเจ่อ เดินกระย่องกระแย่งก้นยื่นขากะเผลกแทบจะพุ่งตัวออกไปเพื่อจะดู่เวลาสุดท้ายในชีวิตที่สองของนางแพศยาคนนั้นให้ได้
‘อวี๋เจินเจิน... ชีวิตใหม่ที่เ้าเพียรพยายามปีนป่ายขึ้นมาจนถึงที่นี่ จบสิ้นลงแล้ว!’
เย็นวันนั้นหยางซิ่วอิงกลับตำหนักชินอ๋องอย่างสบายอารมณ์นางไม่คิดเลยว่างานเลี้ยงในเมืองหลวงจะมีเื่สนุกๆ ให้ทำมากมายเช่นนี้
ข่าวเื่หลี่หวางเฟยตกน้ำให้คนมุงดูเป็สิบเป็ร้อยคนและเื่ที่คุณหนูหม่ากระหายในกามราคะจนไปไล่ปล้ำบุรุษในงานเลี้ยง ล้วนแล้วแต่ทำให้ชนชั้นสูงในเมืองหลวงมีเื่เอาไปพูดคุยในวงน้ำชาอย่างสนุกสนานได้อีกเป็เดือน
ผิดกับคนในตำหนักหลี่อ๋องที่นอกจากจะต้องเจ็บตัวเสียโฉมกลับมาอีกแล้ว ยังได้ข่าวร้ายเื่สหายจากตระกูลหม่าที่เคยมีอนาคตรุ่งโรจน์สามารถส่งเสริมกันและกันให้รุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไปในภายภาคหน้า บัดนี้อนาคตของนางกลับดับมอดลงหม่าซินอี๋ไม่มีสิทธิ์จะได้เหยียบย่างกลับเข้าเมืองหลวงอีกตลอดชีวิตของนางเป็แน่
เื่ราวไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้นทันทีที่ถูกหามกลับมายังเรือนของตนเอง ฉู่ฮุ่ยหรูก็พบร่างองครักษ์จากตระกูลฉู่ที่นางขอยืมมาจากบิดาให้ทำภารกิจลับในวันนี้อยู่ในสภาพหมดสติแขนขาบิดเบี้ยวผิดรูป ถูกเชือกแขวนเอวเอาไว้บนขื่อกลางห้องนอนของนาง
“แอ๊ยยยยยยยยยยยยยยย์”คือเสียงกรีดร้องที่ออกมาจากปากเจ่อๆ บวมๆ นั้นทำให้เหล่านางกำนัลที่เหลือกรูกันเข้ามา ถึงได้พบเห็นภาพอันน่าสยดสยองที่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร
บัดนี้ฉู่ฮุ่ยหรูแน่ใจแล้วว่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ไม่ว่าจะกับตัวนางเอง กับหม่าซินอี๋ และกับองครักษ์ของบิดา จะต้องเป็ฝีมือของนางแพศยาอวี๋เจินเจินอย่างแน่นอน
“อางแอ้ดอะหยา! อางอิ้งออกอั๊นอ่ำ! อ้าอะอ้องอ้าเอ้าไอ้อ้ายยยยยย!” (นางแพศยา นางจิ้งจอกชั้นต่ำ ข้าจะต้องฆ่าเ้าให้ได้)
เจี้ยนฮั่นเทียนที่เพิ่งกลับมาจากโรงผลิตอาวุธใน่ค่ำได้รับรายงานจากลิ่วฉางไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว
แม้สีหน้าของเขาจะเรียบเฉยดูไร้อารมณ์แต่ภายในใจของเขากลับรู้สึกอยากหัวเราะออกมาอย่างน่าประหลาดดูเหมือนว่าบุตรสาวคนรองของเ้าเกาะหลงอวี้ผู้นี้มีเื่ให้ประหลาดใจหลายเื่จริงๆ
เื่ที่นางมีพี่สาวคนหนึ่งคนของเขาสืบมาจนรู้ความแล้วเพียงแต่พี่สาวคนนั้นของนางมักเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในจวนน้อยครั้งนักที่จะมีผู้พบเห็น และนางยังไม่ค่อยเป็ที่พูดถึงบนเกาะหลงอวี้อีกด้วย
ส่วนเหตุการณ์หลังจากที่นางถูกจับใส่กรงถ่วงแม่น้ำหลิวหลี่นั้นจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ได้ เพราะไม่เคยมีข่าวว่าพบศพหญิงสาวที่ลอยไปตามแม่น้ำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคนของเขาที่ลงไปงมหากรงที่ว่าก็ไม่พบสิ่งใดเลยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนางจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเริ่มมั่นใจมากขึ้นก็คือการที่หยางซิ่วอิงเสนอตัวแต่งงานกับเขาโดยใช้แร่ต้วนเสินเป็เงื่อนไขในครั้งนี้เป็ไปได้อย่างมากว่านางทำเพื่อแก้แค้นให้พี่สาวที่ถูกคนตำหนักหลี่อ๋องรังแกและหยามเกียรติถึงเพียงนั้น
ลิ่วฉางมองเ้านายตัวจริงนั่งเคาะนิ้วกับโต๊ะทำงานตัวใหญ่อย่างใช้ความคิดหลังจากที่เขาเล่าวีรกรรมอันโลดโผนของหวางเฟยที่ได้รู้ได้เห็นในวันนี้ไปทั้งหมดแล้ว
“เช่นนั้นเ้าก็ช่วยนางเก็บกวาดอย่าให้เหลือร่องรอยอันใดจนสืบสาวกลับมาถึงนางได้ก็แล้วกัน”
คำตอบพร้อมรอยยิ้มจางๆนั้น ทำให้ลิ่วฉางเหม่อมองนายเหนือหัวอย่างไม่รู้จะตอบกระไรได้
‘ท่านอ๋องเองก็เห็นดีเห็นงามไปกับหวางเฟยด้วยหรือนี่!’
★★★★★
ฝากนิยายเื่ก่อนๆ ของไรท์ด้วยนะคะ
