สายลมยามเย็นพัดพากลิ่นอายความอึดอัดและควันรถโชยผ่านร้านอาหารริมทางขนาดเล็กตั้งอยู่บนถนนสายตัดใหม่ใจกลางเมืองหลวง นารา นั่งกำมือตัวเองแน่นอยู่บนโต๊ะอาหารไม้เบื้องหน้า ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความรู้สึกหนักอึ้งและตึงเครียดอย่างถึงที่สุด ยามที่ก้มมองดูนาฬิกาข้อมือและรอคอยการมาถึงของ พีท แฟนหนุ่มวัยรุ่นที่คบหากันมานานถึงสามปี เธอนั่งมองดูบรรยากาศรอบกาย ผู้คนมากมายพากันเดินผ่านไปมาอย่างรีบร้อนยามเลิกงาน ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงจานชามกระทบกันและเสียงพูดคุยสังสรรค์ ทว่าสำหรับนารา ทุกวินาทีที่ก้าวผ่านไปช่างเชื่องช้าและบีบคั้นหัวใจดวงน้อยจนแทบหายใจไม่ออก เธอทบทวนเื่ราวความรักระหว่างเธอกับพีทที่ค่อยๆ จืดจางและผุกร่อน ความไร้ความใส่ใจ การเอาแต่ใจ และพฤติกรรมติดเกมจนลืมความรู้สึกของเธอ ทำให้สะพานแห่งความผูกพันนี้ร้าวระบมเกินกว่าจะประสาน
ไม่นานนัก ร่างของ พีท ในชุดเสื้อยืดสีเข้มกางเกงยีนส์ขาดๆ ก็ก้าวเดินเข้ามาในร้าน เขาเหงื่อซึมตามหน้าผากและมีสีหน้าบูดบึ้งติดจะหงุดหงิดจากการถูกขัดจังหวะซ้อมสตรีมเกมแข่งกับกลุ่มเพื่อน พีทนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เบามือนัก ชายหนุ่มกอดอกจ้องมองนาราด้วยสายตากระฟัดกระเฟียด
"นัดมาเจอกลางวันแถมเลือกร้านริมทางแบบนี้มีอะไรด่วนเหรอ นารา? ถ้าจะพูดเื่ทะเลาะกันในสวนสาธารณะวันก่อน ฉันบอกเลยนะว่าฉันยังโมโหเื่เธอเปลี่ยนรหัสผ่านโทรศัพท์ไม่หายนะ!" พีท เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว เอื้อมมือไปคว้าแก้วน้ำชาเย็นบนโต๊ะขึ้นมาดื่มรวดเดียวเพื่อดับความร้อนในอก
นารา สูดหายใจลึกยาวเพื่อเรียกความกล้าหาญครั้งสุดท้ายในชีวิต เธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความจริงจังและเด็ดขาดที่พีทไม่เคยพบเห็นมาก่อน "นาราไม่ได้นัดคุณมาทะเลาะเื่รหัสผ่านหรอกค่ะ พีท... แต่นารานัดคุณมาเพื่อจะบอกว่า... เราสองคนพอแค่นี้เถอะนะคะ นาราขอเลิกกับคุณค่ะ"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบกริบลงในพริบตา ราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง พีท ชะงักแก้วน้ำในมือ ดวงตาตาโตจ้องมองแฟนสาวด้วยความใและไม่เชื่อหูตัวเอง ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็ความโกรธจัดและแดงก่ำด้วยความอับอายและทิฐิสูงส่งของวัยรุ่นที่ถูกกระตุกหน้ากาก
"เธอพูดว่าอะไรนะ นารา?! เลิกงั้นเหรอ?! เธอสติเสียไปแล้วหรือไง!" พีท ตะคอกเสียงดังลั่นพิงแผ่นหลังชนเก้าอี้ด้วยความโมโหจัด "คบกันมาตั้งสามปี จู่ๆ เธอก็มาบอกเลิกง่ายๆ แบบนี้น่ะเหรอ?!"
"นาราไม่ได้พูดเล่นค่ะ พีท และมันไม่ได้ง่ายเลยสำหรับนารา" นารา พยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงใจเย็นที่สุด แม้หัวใจจะเต้นระทึกและปวดร้าวกับความทรงจำในอดีต "ความสัมพันธ์ของเราสองคนมันหมดทางไปต่อมานานแล้วค่ะ พีท คุณเอาแต่สนใจเกม สังคมเพื่อน ปล่อยให้ฉันต้องโดดเดี่ยว ร้องไห้ และเผชิญปัญหาเพียงลำพังมาตลอดสามปี คำว่าคนรักของคุณมันมีอยู่จริงแค่ตอนที่คุณ้าเื่บนเตียงเท่านั้น พอนารา้าความอบอุ่น ความเข้าใจ หรืออนาคตที่มั่นคง คุณกลับด่าว่านารารางี่เง่า... นาราเหนื่อยล้าเกินกว่าจะทนแบกรับความสัมพันธ์ไร้อนาคตแบบนี้ต่อไปแล้วค่ะ"
คำพูดตรงไปตรงมาและแจกแจงข้อผิดพลาดของพีท ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางร้านอาหาร พีท ทิฐิสูงเกินกว่าจะยอมรับผิด เขาตบฝ่ามือลงบนโต๊ะอาหารดังปัง! จนแก้วน้ำชาและจานชามสั่นะเื เสียงกระจกและแก้วน้ำร่วงหล่นลงพื้นคอนกรีตแตกกระจายดังเพล้ง! พนักงานและผู้คนในร้านพากันหันมามองด้วยความใ อับอาย และเริ่มกระซิบกระซาบกัน
"โกหก! เธอมันโกหกทั้งเพ นารา!" พีท ชี้นิ้วใส่หน้าเธอด้วยมือที่สั่นเทา เสียงะโด่าทอฉุนเฉียว "อย่ามาอ้างเื่เกมหรือเื่ไร้สาระพวกนี้เลย! เธอมันก็แค่อยากหาทางเลิกกับฉันเพราะเธอมันมีชู้ใช่ไหมล่ะ?! เธอมันใจง่าย แอบไปนอนกับผู้ชายรวยๆ ลับหลังฉันล่ะสิถึงได้กล้าทิ้งฉัน! เธอมันทะเยอทะยานอยากได้คนรวยจนตัวสั่น มิน่าล่ะ่นี้ถึงสวมเสื้อผ้าดีๆ มีสร้อยข้อมือทองคำขาวแพงๆ ใส่!"
คำด่าทอโสมมเลวร้ายของพีทแทงใจดำของนาราอย่างจังจนดวงตาหวานรื่นไปด้วยน้ำตาด้วยความอับอายและเสียใจ นารา ไม่คิดเลยว่าคนที่เธอเคยรักและคบหามานานถึงสามปีจะพูดจาดูถูกเหยียดหยามเธอได้ถึงขนาดนี้ เธอไม่้าโต้เถียงหรือตบตีกลางร้านอาหารให้เป็ที่อับอายขายหน้าแก่ผู้คนรอบข้างอีกต่อไป นารา รีบหยิบเงินธนบัตรใบล่ะห้าร้อยบาทวางลงบนโต๊ะเพื่อจ่ายค่าอาหารและค่าเสียหายของแก้วที่แตก ก่อนจะลุกขึ้นหมุนตัวเดินหนีออกจากร้านอาหารริมทางแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว
"นารา! กลับมาก่อนนะ! พูดให้รู้เื่ก่อนดิ่วะ!" พีท ะโไลหลังอย่างกระฟัดกระเฟียดและก้าวเท้าวิ่งตามเธอออกมาติดๆ
นารา ก้าวเท้าเดินอย่างรวดเร็วไปตามทางเดินเท้าคอนกรีตข้างถนนใหญ่ หวังจะรีบเรียกรถแท็กซี่เพื่อหนีไปให้พ้นจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ ทว่า พีท ที่วิ่งตามทันกลับเอื้อมมือหนาเข้ามากระชากท่อนแขนเรียวบางของเธออย่างรุนแรงจนร่างบอบบางหมุนคว้างกลับมาเผชิญหน้า มือหนาของพีทบีบกระชับข้อมือของเธอแน่นหนึบจนนารารู้สึกเจ็บแปลบปวดร้าวไปถึงกระดูก รองเท้าส้นสูงของเธอแทบเกล็ดเสียดสีกับพื้นคอนกรีตยามที่เธอเกร็งตัวสู้แรง
"ปล่อยนารานะ พีท! นาราเจ็บนะ!" นารา พยายามสะบัดแขนออกด้วยความหวาดกลัวและเ็ป หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลรินเปรอะข้างแก้ม
"ฉันไม่ปล่อย! เธอต้องพูดให้รู้เื่วันนี้ นารา! เธอจะมาทิ้งฉันไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้! ขึ้นรถกลับไปคุยกับฉันที่ห้องเดี๋ยวนี้!" พีท ตะคอกใส่หน้าเธอด้วยความโกรธจัดและทิฐิสูงส่ง พยายามดึงดันฉุดกระชากลากตัวร่างบางให้เดินตามเขาไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันเก่าที่จอดอยู่ข้างทาง ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนทางเดินเท้าเริ่มหยุดมองด้วยความตื่นตระหนก แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาแทรกแซงเพราะคิดว่าเป็เื่การทะเลาะกันของคู่รักวัยรุ่นทั่วไป
นารา น้ำตาไหลรินด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายบอบบางสั่นระริก เธอพยายามจิกเท้าเกร็งตัวสู้แรงดึงของพีทสุดกำลัง "ปล่อยนะ! พีท! เราเลิกกันแล้ว! นาราไม่กลับไปกับคุณอีกแล้ว!"
ทันใดนั้นเอง! เสียงเบรกของรถยนต์เครื่องยนต์ทรงพลังดังครืดคราดสนั่นหวั่นไหว! รถยนต์ซีดานหรูหราคันใหญ่สีดำสนิทราคาแพงระยับแล่นเข้ามาจอดเทียบข้างทางเดินเท้าปิดทางได้อย่างประจวบเหมาะ ประตูด้านหลังถูกผลักเปิดออก ร่างสูงสง่าภูมิฐานในชุดสูททำงานตัดเย็บประณีตของ เดวิท ก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ทรงพลัง และรังสีอำมหิตเย็นเยียบที่แผ่พุ่งกระจายออกมาสยบผู้คนในบริเวณนั้น สายตาคมกริบของชายรุ่นใหญ่วัย 45 ปีเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่เห็นผู้หญิงของตนถูกคุกคาม
เดวิท ไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ชายรุ่นใหญ่สืบเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ฝ่ามือหนาอันแข็งแกร่งประหนึ่งคีมเหล็กของเดวิทจับเข้าที่ข้อมือของพีทแล้วบีบเค้นเค้นอย่างรุนแรงจนพีทต้องร้องอุทานด้วยความเ็ปปนใ และยอมปล่อยมือออกจากแขนของนาราในทันที!
เดวิท ดึงร่างบอบบางของ นารา เข้ามาไว้เื้ัแผ่นอกกว้างแกร่งของเขาในทันที โอบประคองไหล่บางของเธอไว้อย่างปกป้องและแสดงความเป็เ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ นาราสะอื้นไห้ซบหน้าลงกับแผ่นหลังอุ่นหนาของเดวิทด้วยความรู้สึกปลอดภัยและขวัญเสียสุดขีด
พีท กุมข้อมือตัวเองที่เจ็บระบม มองจ้องหน้าเดวิทด้วยความโกรธแค้นปนตื่นใ "คุณ... คุณ เดวิท?! คุณมายุ่งอะไรด้วยครับ?! นี่มันเื่ของผมกับแฟนผมนะ!"
เดวิท จ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาคมกริบเ็าดั่งเกล็ดน้ำแข็ง แววตาของชายผู้ผ่านโลกและมีอำนาจล้นมือแผ่ความกดดันมหาศาลจนพีทถึงกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความขวัญเสีย เดวิท เอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่เป็คำขู่ที่ทรงพลังและเชือดเฉือนถึงชีวิต
"จำใส่หัวของเธอไว้... พีท" เดวิท เอ่ยเสียงเย็นเยียบดังก้อง "นารา ไม่ใช่คนระดับที่เด็กอย่างเธอจะมารังแก หรือฉุดกระชากลากถูตามใจชอบได้อีกต่อไป... และถ้าเธอยังไม่ยอมปล่อยมือจากผู้หญิงของฉัน... ฉันสัญญาว่าเธอจะไม่เพียงแต่ไม่มีวันได้กลับมาเจอเธออีก แต่เธอจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้เรียนจบมหาวิทยาลัย หรือมีอนาคตในเมืองนี้เลยแม้แต่ก้าวเดียว!"
คำขู่เยือกเย็นและแฝงอำนาจมหาศาลของเดวิททำเอา พีท หน้าซีดเผือดดั่งกระดาษ หัวใจเต้นระทึกด้วยความขวัญผวาและตื่นกลัว เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า เดวิท ไม่ได้พูดขู่เล่นๆ แต่นักธุรกิจพันล้านคนนี้สามารถทำลายชีวิตและอนาคตของเขาให้ย่อยยับลงได้ด้วยปลายลิ้นจริงๆ พีท มองสบตาเดวิทที่ปกป้องนาราเื้ั ความจริงอันน่าใและโสมมแล่นผ่านเข้ามาในสมอง พีทตระหนักทันทีว่าผู้ชายรวยๆ ที่นาราแอบคุยและมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยก็คือ เดวิท พ่อของเพื่อนสนิทเธอนั่นเอง!
"พวกคุณ... พวกคุณสองคน..." พีท ละล่ำละลักพูดเสียงสั่นด้วยความเจ็บแค้นและอับอายสุดขีด ทว่าเขาไม่กล้าเอ่ยคำใดต่อภายใต้สายตาฆาตกรของเดวิท พีท ได้แต่กำหมัดแน่น ก้าวถอยหลังและรีบขี่รถมอเตอร์ไซค์ขับหนีไปจากบริเวณนั้นด้วยความแค้นสุมอก
เดวิท ประคองร่างบางของ นารา เข้าไปนั่งในเบาะหลังของรถยนต์หรูหราอย่างอ่อนโยน ประตูรถสับตัวปิดลงหลบพ้นจากสายตาผู้คนรอบข้าง ภายในรถปูด้วยเบาะหนังนุ่มสีเบจและอบอวลไปด้วยกลิ่นโคโลญจน์ประจำตัวของเดวิท เดวิทนั่งลงข้างๆ เธอ เอื้อมท่อนแขนแกร่งโอบรัดร่างบอบบางที่ยังคงสั่นสะท้านและสะอื้นไห้ไว้ในอ้อมอกอย่างแสนรัก มือหนาเอื้อมขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างเบามือและประคบประหงม "ไม่เป็ไรแล้วนะครับเด็กดี... ฉันอยู่นี่แล้ว ไม่มีใครทำร้ายเธอได้อีกต่อไปแล้วนะ นารา" นารา พิงซบอกกว้างของเขา ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ รู้ดีว่าสะพานแห่งอดีตได้ถูกเผาทำลายลงสิ้นเชิงแล้ว และเธอกำลังก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งความรักต้องห้ามที่ไร้ทางถอยกลับไปอีกตลอดกาล