ในยามค่ำ ดวงดาราส่องประกายระยิบระยัพ
ครุ่นคิดถึงวิธีเพิ่มพลังอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักเขาจึงพล็อยหลับไป ในความฝันนั้น
ศาลาทางนั้นมีเเสงสีเขียวเเดงวิจิตรตะการตา
เสียงเคาะเหล็กเสียงเผาไฟดังขึ้น มีชายชรานั่งชมวิวทิวทัศน์
ส่วนรอบด้านนั้นเงียบสงบ หากเพ่งมองดีๆจะเห็นถึงศาลา
ที่ราบเรี่ยบเสมือนกลมกลืนไปกับผืนดินเต็มไปหมดทุกพื้นที่
ศาลาในเเต่ละหลังมีลักษณะเเตกต่างกันไป
"เด็กน้อยผู้โชคดี เ้าจงเลือกมรดกหนึ่งในนี้ไปเเล้วควบคุมสรรพชีวิต
ปกครอง์ กำหนดชะตาชีวิต อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ"
ทันใดนั้น! มีเสียงล่องลอยมากับความว่างเปล่า
หนิงหลงใสะดุ้งโหยงทำหน้าเหมือนเห็นผี
'ถ้าตัวตนนี่คิดฆ่าข้า ข้าคงทำอะไรไม่ได้เเม้เเต่หายใจ'หนิงหลงคิดในใจ
พร้อมกับเหงื่อเย็นเยียบไหลออกมาทั่วร่าง
หลังจากนั้นไม่นานเขาจึงหยุดคิด
ทว่ากับให้ความรู้สึกลึกลับ เงียบสงบ เหนือสิ่งอื่นใด มีเสียงอากาศสั่นไหวอยู่ข้างใน
ลักษณ์พลังต่างๆรวมตัวกันเเปรสภาพเป็ลักษณ์พลังที่สามารถเปลี่ยนเเปลงไปมาไม่สิ้นสุด
เขาจึงเผาผลาญเเก่นเเท้เื เเก่นเเท้ร่างกาย พลังชีวิต
หลังจากนั้นไม่นานนัก หนิงหลงจึงหมดสติหลับไป
ในขณะที่เมืองเเสงจันทร์ยังตงอยู่ภายใต้ความมืดมิดก่อนรุ่งสาง
เห็นเป็กรอบสี่เหลี่ยมข้างในมีลักษณ์
หนิงหลงจึงลืมตาขึ้นเห็นข้างหน้ามีตัวอักษรกับช่องสี่เหลี่ยม 2 ช่อง
ระหว่างช่องสี่เหลี่ยมมีสัญลักษณ์พิลึก เเปลกประหลาด
คล้ายเเท่งสี่เหลี่ยมเเนวนอนยึดติดกึ่งกลางเเท่งสี่เหลี่ยมเเนวตั้ง
"เ้าจะต้องใช้สำนึกรู้กับของเพื่อเเปลงเป็วิชา"
มีเสียงลอยมาข้างในหู เสียงนั้นดูเเหบเเห้งทว่าสงบ มั่นคง
หนิงหลงไม่สามารถเก็บมวลอารมณ์
จากเื่ที่เจอมาทั้งหมดในพรบค่ำได้อีกต่อไป
ใบหน้าของเขาตอนนี้นั้นคล้ายคนรอดจากวิกฤต
เเต่สหายตายหมดส่วนตนกลับหยิบสมบัติล้ำค่าเเขนงย้อนเวลาใว้ได้
หลังจากนั้นสักพัก
เขาเก็บเอาเื่พลังที่ได้มากับเวลาที่เหลือก่อนถึงวันประลอง
มาคิดคำนึงก่อนวางเเผนจนถึงเช้า
"ปู่"
"มีอะไรรึ หลงเอ๋อร์"
"หลานจะไปป่าอสูรมืดล่าอสูรขาย"
"อย่ากลับเกินยามอู่ล่ะ"
เมื่อกล่าวคำเสร็จหนิงหลงจึงเดินทางออกจากตระกูลไปป่าอสูรมืด
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม
ณ ป่าอสูรมืด ใต้ต้นไม้
หนิงหลงกวาดสายตามองหาอสูร
ทันใดนั้น! ในสายตาของเขามีก้อนพลังหลากสีสันมากมาย
พุ่งตรงไปทางใดทางหนึ่ง
หนิงหลงมีสีหน้าตื่นตะลึงระคนสงสัยปะปนกัน
เพื่อขจัดความสงสัยใคร่รู้
หนิงหลงจึงลองพุ่งตรงไปทางก้อนพลังสีเหลืองเเกมเขียวอ่อน
หลังจากนั้นไม่นาน
หนิงหลงมาจนถึงปลายทางจึงสังเกตได้ถึงเถาวัลย์ที่เกาะชอนไช
ไปตามสมุนไพรหลายต้นเเละยังคงเติบโตไม่หยุด
"เถาวัลย์กายา"
เถาวัลย์กายา อสูรสายพืช ลำต้นเป็ทรัพยากรหลัก
ในการปรุงโอสถกายาทองเเดง
เมื่อหนิงหลงมองเห็นเถาวัลย์กายา
จึงสำนึกรู้ในก้อนพลังหลากสีสัน
"ถ้าข้าเข้าใจมิผิด ก้อนพลังหลากสีคือกลิ่นอายพลังของอสูร
ส่วนสีคือธาตุ"
หนิงหลงนึกถึงคำเเนะนำเกี่ยวกับพลัง
จึงลองใช้กลิ่นอายพลังของเถาวัลย์กายากับวิชากายาเหล็กของเขา
ในั์ตาซ้ายเกิดระลอกคลื่นพลังเเผ่ขยายไปทั่วดวงตา
หลังระลอกพลังจางหายไปหมดจึงปรากฏตำราเก่าเเก่
ตำราเก่าเเก่เเผ่คลื่นสำนึกรู้เเล่นเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว
จึงทำให้สีหน้าของหนิงหลงซีดลงก่อนกลับมามีเืฝาดอีกครั้ง