เสียงฝีเท้ากระทบแท่นหินดังกังวาน ก้องสะท้อนในความว่างเปล่าที่ไม่มีจุดสิ้นสุด หลิงเซียวจ้องมอง ‘เงา’ ตรงหน้า — ร่างจำลองของตนเองที่ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ แต่คือด้านในใจที่เขาเคยเป็ คนที่อ่อนแอ หวาดกลัว และเต็มไปด้วยความลังเล
อีกฝ่ายยกยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยการเหยียดหยันและความเวทนา
“เ้าคิดว่าความมุ่งมั่นเพียงเล็กน้อยจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้หรือ? เ้าลืมไปแล้วหรือว่าเ้าคือคนที่เคยล้มเหลว… ถูกทอดทิ้ง… ไม่เคยได้รับโอกาสที่แท้จริง”
หลิงเซียวเงียบ ไม่ตอบโต้ทันที แต่ดวงตานิ่งเฉียบของเขากลับแสดงความแน่วแน่ที่ไม่อาจสั่นคลอนได้อีกต่อไป
“ใช่ ข้าเคยเป็เช่นนั้น” เขากล่าว “ข้าเคยล้มเหลว ถูกหักหลัง ถูกหัวเราะเยาะ… แต่ข้าไม่ใช่เ้าคนเดิมอีกแล้ว”
เงานั้นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะสะบัดมือ—ลมปราณดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นจากพื้น สายลมแหลมคมปานใบมีดฟาดผ่านอากาศตรงมายังหลิงเซียวในพริบตา
หลิงเซียวเบี่ยงตัวหลบในจังหวะพอดี พร้อมะเิพลังปราณออกจากฝ่ามืออย่างแม่นยำเพื่อสลายกระแสลม ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ด้วยฝ่ามือเปล่าด้วยจังหวะที่แม่นยำและแน่นหนัก
“ข้าไม่หนีเงาของตนเองอีกต่อไป”
เงาร่างนั้นรับการโจมตีของเขาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะโต้กลับด้วยหมัดที่อัดแน่นด้วยคลื่นความโกรธและความสิ้นหวัง หลิงเซียวรับหมัดไว้ด้วยสองแขนที่ไขว้กัน แต่แรงกระแทกก็ยังรุนแรงพอจะผลักเขาลื่นถอยหลังหลายก้าว
‘นี่มัน…เป็พลังเดียวกับข้าในตอนอ่อนแอ…แต่ไร้การควบคุมและมีเพียงความแค้นเป็เชื้อเพลิง’
“เ้าจะไม่มีวันก้าวข้ามข้าได้” เงานั้นคำราม “เพราะเ้า…คือข้า!”
เสียงคำรามแทรกซึมลึกถึงกระดูก แต่น้ำเสียงของหลิงเซียวกลับสงบอย่างน่าประหลาด
“ไม่ใช่แล้ว”
เขายืนหยัดมั่น ท่วงท่ายืดตรง ราวกับภูผาที่ไม่ไหวเอน
“เพราะข้าคือข้า…ที่เลือกจะไม่จมอยู่กับอดีตอีกต่อไป”
ทันใดนั้น—พลังปราณในร่างของหลิงเซียวพลันเปลี่ยนไป มันไม่ใช่การปะทุที่รุนแรง ไม่ใช่การแผ่รังสีอำนาจเหนือผู้ใด แต่คือความนิ่งที่หนักแน่น ราวกับจิตที่สงบเหนือคลื่นทะเลบ้าคลั่ง
เขายกมือขึ้นช้า ๆ ฝ่ามือนั้นเปล่งแสงบาง ๆ สีเงินจาง สะท้อนแสงของสถานที่ที่ไม่มีแสงอาทิตย์
“กระจกไม่อาจสะท้อนสิ่งที่เ้าปฏิเสธจะมอง” เขากล่าวอย่างแน่วแน่ “และข้าตัดสินใจแล้ว…จะมองมันตรง ๆ”
จากฝ่ามือของหลิงเซียว พลังอันบริสุทธิ์พวยพุ่งออกไป คลื่นพลังนั้นไม่ได้ปะทะด้วยความรุนแรง แต่แทรกซึมเข้าไปในเงานั้นราวกับสายน้ำใสซาบซ่านเข้าเส้นเื
เงาร่างของเขาชะงักไป ดวงตาสั่นไหว ก่อนที่รอยร้าวจะค่อย ๆ ปรากฏบนร่างของมัน — แตกเป็เส้น ๆ จากอก ลามไปทั่วร่าง
มันจ้องหลิงเซียวอย่างไม่เข้าใจ
“…เ้า…ให้อภัยตัวเองแล้ว?”
“ไม่ใช่การให้อภัย” หลิงเซียวกล่าวช้า ๆ “แต่คือการยอมรับ…ข้าไม่ลืมอดีต ข้าไม่ปฏิเสธความผิดพลาด แต่ข้าไม่ให้มันกักขังข้าไว้อีก”
รอยร้าวบนร่างของเงาเริ่มขยายออกอย่างรวดเร็ว เสียงแตกร้าวดังก้อง พริบตาต่อมา—ร่างเงานั้นก็แตกสลายเป็เศษแสงนับพันลอยฟุ้งไปในอากาศ
ภายในความว่างเปล่ากลางแท่นหินที่ลอยอยู่ เหลือเพียงหลิงเซียวที่ยืนอยู่ลำพัง—แต่ครั้งนี้ เขายืดตัวสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
ในดวงตา…ไม่มีเงาอีกต่อไป