นางฉินเข้าใจเจตนาของสามีดี นางกวักมือเรียกถังฉีและเอ่ยขึ้น “ฉีเอ๋อร์ วางไม้ลงก่อนแล้วมาคุยกับย่า”
ถังฉีมักจะเชื่อฟังนางฉินผู้เป็ย่า ดังนั้นนางฉินจึงตั้งใจที่จะเกลี้ยกล่อมเด็กหญิงด้วยความเมตตา นาง้าให้ถังฉีออกไปบอกทุกคนว่าเื่นี้เป็การเข้าใจผิด และส่งผู้นำตระกูลและคนอื่น ๆ กลับไป
ทว่าถังฉีไม่ใช่เด็กหญิงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว
“ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับพวกท่าน ต่อให้พวกท่านเป็ท่านปู่ท่านย่าของข้า แต่พวกท่านก็บังคับให้ท่านแม่ต้องฆ่าตัวตาย ข้าย่อมไม่มีวันยกโทษให้เด็ดขาด รอให้ผู้นำตระกูลมาถึงก่อนเถอะ ข้าจะเรียกร้องความเป็ธรรมให้ท่านแม่!”
แม้ว่าตระกูลถังจะกล่าวหาว่านางหวังคบชู้ แต่ถังฉีก็รู้มาจากความทรงจำเดิมว่านางอาศัยอยู่ในห้องเดียวกับท่านแม่มาโดยตลอด
มีเพียงครั้งเดียวที่ท่านพ่อของนางกลับมาตอนกลางดึก และเขาขอให้นางพาน้อง ๆ เข้านอน
วันต่อมา ท่านแม่ของนางขอให้เก็บเื่นี้เป็ความลับ รวมถึงน้องชายของนางด้วย ดังนั้น ถังฉีจึงรู้ว่าทารกน้อยเป็คนตระกูลถัง หาใช่ลูกนอกสมรส
ทว่าถังฉีไม่รู้ว่าเหตุใดพวกเขาจะต้องเก็บเื่นี้เป็ความลับ ท่านแม่ถึงกับยอมผูกคอตายแทนที่จะเปิดเผยความจริง
ยิ่งคิด นางก็รู้สึกว่านางหวังโง่เขลา
ข่าวลือจะสำคัญไปกว่าลูกในไส้ได้อย่างไร?
นางฉินไม่พอใจกับกิริยาของถังฉี ทว่านางต้องระงับอารมณ์โกรธเอาไว้ “ฉีเอ๋อร์ เื่อื้อฉาวในครอบครัวไม่ควรแพร่งพรายออกไป พวกเราทำเช่นนี้ก็เพื่อตระกูลถัง เ้าอยากจะให้ท่านพ่อต้องอับอายหรือ? แล้วยังมีน้อง ๆ ของเ้าอีก พวกเขาล้วนเป็เืเนื้อเชื้อไขของตระกูลถัง เหตุใดเ้าจะต้องปกป้องเด็กนอกสมรสผู้นี้ด้วย? ไม่กลัวหรือว่าในภายภาคหน้าจะไม่มีใครกล้าแต่งงานกับเ้าและน้อง ๆ?”
เมื่อนางฉินพูดจบ เสียงแหลมแสบแก้วหูก็ดังขึ้น
“ใครกล้าเรียกหลานชายข้าว่าลูกนอกสมรส?”
ทุกคนต่างหันไปทางประตู และเห็นหญิงมีอายุร่างผอมสูงพุ่งเข้ามาข้างใน ปกป้องถังฉีและถังเฟิงไว้ด้านหลังพลางจ้องเขม็งไปยังนางฉิน นางฉินเตี้ยกว่า ความสูงที่แตกต่างกันทำให้นางฉินดูตัวเล็กลีบ
หญิงมีอายุที่เข้ามาใหม่คือนางจาง เป็ยายของเด็กหญิง อีกทั้งยังเป็มารดาของนางหวัง ผู้ที่ตามนางมาติด ๆ คือถังสุ่ยที่วิ่งไปตามคน
ถังฉีไม่คิดว่าพวกเขาจะมาถึงรวดเร็วเพียงนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้เห็นท่าทีปกป้องของนางจาง ทำให้หัวใจของถังฉีอบอุ่น เนื่องจากนางจางไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเยียน การปรากฏตัวของนางจึงหมายความว่านางมาที่นี่เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของบุตรสาว ทำให้ถังฉีรู้สึกชอบนางมากขึ้น
เมื่อได้เกิดใหม่แล้ว นางปรารถนาที่จะทะนุถนอมญาติที่ดีเหล่านี้
นางฉินถูกนางจางข่มขู่ แต่เมื่อตระหนักได้ว่าที่นี่เป็บ้านของตระกูลถัง นางจึงยืนหยัดอย่างกล้าหาญ “ลูกสาวของท่านไม่รักดี ลูกชายข้าถูกส่งตัวไปชายแดนถึงสองปี แต่นางกลับให้กำเนิดทารกอายุเก้าเดือน แล้วจะไม่ใช่ลูกนอกสมรสได้อย่างไร?”
นางจางซึ่งโศกเศร้ากับการจากไปของบุตรสาวถูกนางฉินทำให้โมโห จึงคว้าคอเสื้อของนางฉินไว้และข่มขู่ “พูดจาเลอะเทอะอีกเพียงครั้งเดียว ข้าจะฉีกปากเ้าให้เืท่วมเลยคอยดู!”
ถังต้าสี่รีบเข้ามาแทรกแซง “ท่านแม่ยาย มันจะไม่มากไปหน่อยหรือ ถึงกับกล้าทะเลาะกันในบ้านข้า?”
เป็ที่รู้กันดีว่านางจางเป็คนอารมณ์ฉุนเฉียว นางเอ่ยขึ้น “ตระกูลของท่านทำให้ลูกสาวข้าต้องตาย แล้วยังคิดจะขายหลานชายของข้าอีก ข้าไม่คิดจะล้างแค้นก็ดีเท่าไรแล้ว แต่ท่านยังกล้าฉวยโอกาสใช้อำนาจของตระกูลอีกหรือ? เช่นนั้นก็เอาเลย ฆ่าข้าให้ตายเลยสิ!”
“ท่าน…ท่าน…” ถังต้าสี่ตัวสั่นเทิ้มด้วยโทสะ
ถังฉีเห็นฝูงชนด้านนอก และมีเพียงไม่กี่คนที่้าจะเข้ามามีส่วนร่วม นางกังวลว่านางจางจะเสียเปรียบ จึงก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อหยุดนาง
“ท่านยาย ปล่อยท่านย่าไปเถอะ ไม่จำเป็ต้องทำให้มือของท่านสกปรกเพราะพวกเขาหรอก”
พูดเป็นัยว่า พวกเขาไม่คุ้มค่ากับความพยายาม
นางจางมองถังฉี จากนั้นก็มองใบหน้าซีดเผือดของนางฉิน ในที่สุดก็ยอมปล่อยมืออย่างไม่เต็มใจ
นางฉินสูญเสียการทรงตัว โชคดีที่ลูกสะใภ้เข้ามาพยุงไว้ได้ มิเช่นนั้นนางคงจะล้มลง เมื่อทรงตัวได้นางก็เริ่มคร่ำครวญเสียงดังด้วยความอับอาย
“เหตุใดตระกูลถังจึงพบความวิบัติถึงเพียงนี้ ทั้งคบชู้สู่ชายและให้กำเนิดลูกนอกสมรส เวลานี้ยังมีคนจะทำร้ายข้าอีก ไม่สนใจความถูกต้องเลยแม้แต่น้อย ์ช่างโหดร้ายเหลือเกิน!”
การร้องไห้คร่ำครวญของนางฉินจุดชนวนความโกรธของนางจาง นางพุ่งตัวออกมาเพื่อเล่นงานนางฉินทันที
บุตรสาวเพิ่งตายไปทั้งคน นางจะทนต่อการร่ำไห้เรียกร้องความสนใจของนางฉินได้อย่างไร
ถังฉีรั้งนางจางไว้และเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ท่านยาย อย่าลดตัวลงไปมีเื่กับคนพวกนี้เลยเ้าค่ะ เวลานี้ท่านแม่ก็จากไปแล้ว ทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์ รอจนผู้นำตระกูลมาถึงก่อนเถอะเ้าค่ะ พวกเราจะได้ไม่ถูกเข้าใจผิด”
เมื่อพูดจบ ถังฉีก็กระซิบและแนะนำนางจาง
เมื่อเห็นว่าหลานสาวของนางฉลาดหลักแหลม มีไหวพริบ นางจางทั้งรู้สึกภาคภูมิใจและเ็ปใจ
ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างรู้สึกว่า …บุตรสาวคนโตของถังอู่ดูมีสติสัมปชัญญะผิดแผกจากเดิม
นางจางหันกลับมามองคนตระกูลถังด้วยแววตาดุร้าย “ก็ได้ ข้าจะรอผู้นำตระกูลถัง ข้าอยากจะรู้นัก ลูกสาวข้าให้กำเนิดลูกชายให้ตระกูลถังตั้งสี่คน เหตุใดพวกเขายังข่มเหงรังแกจนนางต้องฆ่าตัวตาย? หากวันนี้ไม่มีคำอธิบายให้ข้า ข้าจะไปฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม!”
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา
ถังซานพาผู้นำตระกูล ถังฟู่กุ้ย และ หลี่เจิ้ง เ้าหน้าที่ทางการเข้ามา
เมื่อเห็นคนเหล่านี้ ถังฉีพลันรู้สึกว่าพวกเขาคือคนที่เหมาะสมในการจัดการกับสถานการณ์นี้
เมื่อได้ยินคำพูดของนางจาง พวกเขาต่างขมวดคิ้ว
ถังฟู่กุ้ยและหลี่เจิ้งไม่้าให้เื่นี้บานปลาย เนื่องจากเป็การทำลายชื่อเสียงของหมู่บ้านและโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งของหลี่เจิ้ง
พวกเขาตระหนักถึงสถานการณ์ของตระกูลถังดี แม้ว่าทารกอายุเก้าเดือนจะน่าสงสัย แต่นางหวังก็เป็ภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อถังอู่มาหลายปี
ใน่เวลาสองปีในการรับใช้ชาติของถังอู่ นางเลี้ยงดูลูก ๆ ของนางอย่างดีโดยไม่มีปัญหาใด ๆ พวกเขาจึงไม่เชื่อว่านางหวังจะมีชู้
เมื่อเห็นว่าพวกเขามาถึง นางฉินก็เริ่มโอดครวญทันที
“ผู้นำตระกูล ท่านหลี่ ในที่สุดพวกท่านก็มา นางจางกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว เลี้ยงลูกสาวมาให้คบชู้สู่ชาย แล้วยังจะกล้าทำร้ายพวกเราอีก ดูที่นางทำกับข้าสิ…” นางฉินกล่าวหาว่านางจางทำร้ายนางจนาเ็
ถังฟู่กุ้ยคำรามด้วยท่าทีดุดัน “เอะอะอะไรกัน? ้าให้เื่วุ่นวายมากยิ่งขึ้นหรือ?”
นางฉินถึงกับผงะ
ถังต้าสี่รีบก้าวออกมาข้างหน้า “ผู้นำตระกูล เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเรา เวลานี้ ลูกสะใภ้ข้าก็ตายไปแล้ว พวกเราจึง้าจะจัดการเื่ของเด็กคนนี้อย่างเงียบ ๆ แต่แล้วตระกูลหวังกลับยืนกรานที่จะทำให้เป็เื่ใหญ่…”
ถังฟู่กุ้ยขมวดคิ้วมุ่น ส่งสัญญาณให้ถังต้าสี่หยุดพูด จากนั้นก็หันมามองนางจาง
“ท่านป้าจาง ข้าคิดว่าคงเป็เื่เข้าใจผิดแล้ว ข้าเองก็รู้จักถังต้าสี่ดี และเขาคงไม่ทำเื่รุนแรงเช่นนี้โดยไม่มีเหตุผล นอกจากนี้ มันเป็เื่อื้อฉาวในครอบครัว เวลานี้ ลูกสาวของท่านก็ฆ่าตัวตายไปแล้ว ทางที่ดี พวกเราไม่ควรสร้างปัญหาให้กับฉีเอ๋อร์และน้อง ๆ ของนาง”
คำชี้แนะนี้อ้างถึงประโยชน์ของเด็ก ๆ ไม่ควรทำให้กลายเป็เื่ใหญ่โต
*********************************