ความเงียบงันของผืนป่าทึบอาจจะซ่อนเร้นตัวตนของนักฆ่าได้แต่ไม่อาจซ่อนไออุ่นแห่งเวทมนตร์ที่ผูกพันสองชีวิตไว้ด้วยกัน
ในบ่ายวันรุ่งขึ้นลานรักษาโรคของเรือนยาเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อคุณตาโทมัสหนึ่งในผู้เฒ่าาุโของหมู่บ้านพฤกษาล้มป่วยกะทันหันด้วยโรค"ไข้ละอองหินพุพอง" ร่างกายของเขาร้อนจัดและมีแร่หินสีคล้ำเม็ดเล็ก ๆเริ่มเกาะตามแนวกระดูกนิ้วมือ ซึ่งเป็อาการแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตหากปล่อยไว้ยาสมุนไพรทั่วไปไม่อาจยับยั้งอาการนี้ได้ มีเพียง "มอสส์แดดส่องแสง"สมุนไพรเวทมนตร์ธาตุแสงชนิดพิเศษที่เติบโตเฉพาะบนหน้าผาสูงชันในเขต"หุบเขาต้องห้าม" ทางท้ายหมู่บ้านเท่านั้น
หุบเขาต้องห้ามเป็เขตอันตรายที่อยู่นอกแนวป้องกันของม่านมนตราพรีไนท์ทหารยามมักจะห้ามชาวบ้านไม่ให้เหยียบย่างเข้าไปเนื่องจากมีสัตว์เวทมนตร์ดุร้ายอาศัยอยู่แต่สำหรับเอวา...ดวงตาตื่นตระหนกและเสียงครวญครางด้วยความเ็ปของคุณตาโทมัสทำให้เธอไม่อาจเพิกเฉยได้
"ฉันจะไปเก็บสมุนไพรนั้นเองค่ะ"เอวายืนยันกับพ่อแม่ของเธอ
"แต่มันอันตรายเกินไปนะเอวา!เขตป่าแถวนั้นมีรังของพวกสัตว์ป่าปนเปื้อนพิษอัญมณีทมิฬ"มารดาของเธอคัดค้านด้วยความเป็ห่วง
"คุณตาโทมัสรอช้าไม่ได้แล้วค่ะแม่ฉันจะรีบไปและรีบกลับมาก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน" เอวาตอบด้วยสายตามุ่งมั่น
เธอสะพายตะกร้าสานคู่ใจและมีดตัดสมุนไพรใบเล็กก้าวเท้าออกจากเขตหมู่บ้านอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องรอยเท้าของเธออยู่ห่าง ๆ ตลอดเวลา
---
รินเฝ้าดูความเคลื่อนไหวผ่านกล้องส่องทางไกลจากมุมมืดของป่าดิบชื้นเมื่อเห็นเอวาเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่เขตป่าต้องห้ามเพียงลำพังหัวใจของรินพลันรัดตัวด้วยความตระหนักถึงอันตราย
"เ้าโง่เอวา...เดินเข้าไปหาความตายแท้ ๆ" รินสบถแ่เบาด้วยความหงุดหงิดระคนห่วงใย
เธอดีดตัวออกจากโพรงไม้ใหญ่ทันทีพร้อมส่งสัญญาณให้เ้าหยกเคลื่อนไหวตามขนานไปตามแนวป่าดงทึบรินวิ่งหดตัวลัดเลาะไปตามเรือนยอดไม้้าอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบประสาทััของเธอตื่นตัวเต็มที่เพราะรู้ดีว่าแนวป่าแถวนี้เป็จุดบอดทางยุทธศาสตร์ที่มักจะมีหน่วยล่าสังหารของสภามืดลอบข้ามแดนเข้ามา
เอวาเดินเท้าลึกเข้ามาในหุบเขาต้องห้ามทางเดินเริ่มแคบและสูงชันขึ้นเรื่อย ๆ ชื้นแฉะไปด้วยตะไคร่น้ำและไอหมอกพิษจาง ๆจนกระทั่งเธอพบกอสมุนไพรมอสส์แดดส่องแสงเรืองแสงสีทองอ่อนอยู่บนซอกหินชันริมหน้าผาลึก
เอวายิ้มด้วยความโล่งใจเธอวางตะกร้าลงและปีนขึ้นไปบนแง่หินอย่างระมัดระวังเอื้อมมือเรียวสวยไปเด็ดดึงกอมอสส์สีทองขึ้นมา ทว่าทันทีที่สมุนไพรถูกดึงออกจากรากแรงสั่นะเืบางอย่างกลับปลุกสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ซอกหินผาเบื้องล่างให้ตื่นขึ้น
โฮกกก!
เสียงคำรามทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยรังสีฆ่าฟันดังก้องทั่วหุบเขาร่างมหึมาของ "เสือดาวหลังหนาม" กระโจนออกมาจากหลืบถ้ำด้านล่างแผ่นหลังของมันปกคลุมด้วยหนามกระดูกสีดำยาวคล้ายหินแร่ดวงตาขุ่นมัวสีเหลืองปนเปื้อนละอองพลังงานอัญมณีทมิฬจดจ้องมองเอวาเป็เหยื่ออันโอชะ
เอวาสะดุ้งสุดตัวด้วยความใเธอเสียหลักลื่นไถลตกจากแง่หินลงมาบนพื้นดิน เสือดาวร้ายไม่รอช้ามันกางกรงเล็บกระโจนเข้าใส่เธอทันที
เอวายกมือสองข้างขึ้นโคจรพลังเวทมนตร์พฤกษาในตัวเรียกแนวป้องกัน "โล่บาเรียเถาวัลย์พรีไนท์"สีเขียวสว่างขึ้นมาต้านทานแรงปะทะได้อย่างหวุดหวิดทว่าพละกำลังและน้ำหนักของเสือดาวที่คลั่งพิษอัญมณีดำนั้นรุนแรงมหาศาลกรงเล็บหนาของมันกดขยี้แนวป้องกันจนเกิดรอยร้าวและส่งเสียงปริแตกเปรี๊ยะ ๆเอวาหอบหายใจรัว ใบหน้าซีดเผือดแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับริมขอบผาสูงชันที่เบื้องล่างคือก้นเหวไร้ก้นบึ้ง
"ฮึ่มมม!"เสือดาวร้ายกดน้ำหนักลงมาอีกครั้งโล่เวทมนตร์ของเอวาสลายแตกกระจายเป็ประกายแสงสีเขียวทันที
ในวินาทีแห่งความเป็ความตายเสือดาวร้ายอ้าปากกว้างแยกเขี้ยวแหลมคมเตรียมขย้ำคอหอยของหญิงสาว
ฟุ่บบบ!
เสียงแหวกฝ่าอากาศอย่างรวดเร็วและรุนแรงดังกังวานลั่นป่าลูกศรสีดำสนิทเล่มหนึ่งพุ่งทะลุผ่านช่องใบไม้ป่าอย่างแม่นยำดุจจับวางปลายหัวลูกศรศิลาออบซิเดียนผสานเวทดินแกร่งพุ่งเสียบทะลวงเข้าเบ้าตาขวาของเสือดาวร้ายลงลึกเข้าสู่สมองส่วนกลางโดยตรง
โฮก... กรรร
เสือดาวหลังหนามชะงักงันกลางอากาศร่างมหึมาของมันกระตุกเกร็งรุนแรง ก่อนจะล้มฟุบลงข้างตัวเอวาโลหิตสีดำคล้ำหนืดไหลทะลักออกจากาแมันแน่นิ่งไปทันทีโดยไม่อาจแม้แต่จะส่งเสียงร้องโหยหวน
เอวานั่งทรุดตัวอยู่กับพื้นหอบหายใจรัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกที่รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างจับจ้องมองซากเสือดาวร้ายสลับกับลูกศรสีดำที่ปักคาอยู่
รินที่หมอบอยู่บนกิ่งไม้สูงชันดึงคันธนูออบซิเดียนเก็บเข้าที่หลังทันทีเธอส่งสัญญาณให้เ้าหยกถอยทัพพรางตัวหลบหนีไปในเงามืดอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ทหารยามที่คาดว่าจะได้ยินเสียงคำรามตามมาพบพบตัวตนของเธอ
---
เอวาค่อย ๆพยุงตัวลุกขึ้นยืนด้วยความสั่นเทาเธอเอื้อมมือไปจับก้านลูกศรสีดำสนิทที่ปักคาอยู่บนหัวเสือดาวและดึงมันออกมาด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยคำถาม
ทว่าทันทีที่ฝ่ามือของเธอัักับก้านลูกศรหัวใจของเธอพลันกระตุกวูบอย่างแรง
ก้านธนูทำจากไม้เนื้อแข็งสีดำทมิฬทว่าบริเวณรอบรอยต่อของหัวศิลาออบซิเดียนคมกริบ กลับมี เชือกป่านเส้นเล็ก ๆสีเทาหม่นพันผูกมัดสลักปมลวดลายประณีตแบบพิเศษ เอาไว้เพื่อเสริมความแกร่งของศร
ลวดลายปมถักเส้นด้ายสีเทานี้...มันคือลวดลายปมถักแบบเดียวกับเชือกถักข้อมือที่เธอเก็บได้จากป่าเมื่อวานนี้และกำลังสวมอยู่ที่ข้อมือซ้ายของเธอในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน!
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเอวาหลับตาลงและส่งกระแสเวทพฤกษาเข้าตรวจสอบกระแสพลังงานที่หลงเหลืออยู่ในตัวก้านศรเธอััได้ถึงไออุ่นเวทธรณีศิลาที่แข็งแกร่งทว่าซ่อนกระแสความเย็นะเืของพลังอัญมณีทมิฬปนเปอยู่จางๆ... เป็กระแสคลื่นมนตราเดียวกันเป๊ะกับัับนเชือกถักข้อมือเส้นนี้
ความจริงพลันกระจ่างชัดในใจของเอวาราวกับแสงสว่างที่ส่องสว่างท่ามกลางม่านหมอก
คนที่ช่วยชีวิตเธอจากสัตว์ร้ายในวันนี้...คนที่ทำเชือกถักข้อมือตกไว้ในป่าเมื่อวาน... และเด็กหญิงตัวเล็ก ๆผู้มีแววตาดุดันขาดเขลาที่เธอยื่นกระบอกน้ำไม้ไผ่ช่วยชีวิตไว้เมื่อสิบหกปีก่อน...
ทั้งหมดคือคน ๆ เดียวกัน!
เอวาหันไปมองรอบแนวป่าหนาทึบดวงตาสีเขียวพรีไนท์ของเธอเปี่ยมไปด้วยความหวังและความตื้นตันใจจนน้ำตารื้นชุ่มหน่วยตาเธอแนบเชือกถักที่ข้อมือซ้ายเข้ากับแผ่นอกก้าวไปข้างหน้าสบตากับความว่างเปล่าของป่าใหญ่แล้วะโเรียกเสียงสั่นเครือแต่ดังกังวาน
"ฉันรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่!ขอบคุณ... ขอบคุณที่คอยปกป้องฉันมาตลอดนะคะ!"
รินที่ซุ่มมองอยู่บนยอดไม้สูงใหญ่พึ่งพิงแผ่นหลังพิงลำต้นสนร่างกายแข็งทื่อ หัวใจในแผ่นอกเต้นโครมครามรุนแรงดุจเสียงกลองศึกความตื่นตระหนกที่ตัวตนกำลังจะถูกเปิดเผยผสมผสานกับกระแสความอบอุ่นลึกซึ้งที่แล่นริ้วเข้ามาจนทำให้เธอแทบจะห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลไม่ได้
เธอมองร่างบางของเอวาที่ก้มลงเก็บตะกร้าสมุนไพรมอสส์แดดส่องแสงและรีบวิ่งกลับเข้าหมู่บ้านพฤกษารินยกมือขวาขึ้นลูบหน้าอกซ้ายตรงตำแหน่งที่เศษอัญมณีทมิฬฝังอยู่...พลังงานที่เคยหนาวเหน็บร้อนรุ่มบัดนี้กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นละมุนอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"ยัยเด็กโง่..."รินพึมพำแ่เบา รอยยิ้มบาง ๆที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนผุดขึ้นบนใบหน้าเ็าของเธอชั่วขณะก่อนที่เธอกับเ้าหยกจะหันหลังดีดตัวเคลื่อนคล้อยหายไปในเงามืดของป่าลึก