ลิขิตรักข้ามภพ

    อารัมภบท

    ลิขิตรักข้ามภพ

    อารัมภบท

             

              กรุงเภตราปุระ  พุทธศักราช ๑๕๕๙

     

              ดวงจันทราสีเงินยวงทอแสงสุกใสอยู่เหนือเรือนหลังงามถึงจะไม่สว่างเท่ายามกลางวันแต่กระนั้นเรือนหลังนั้นก็กลับแจ่มชัดยิ่งนักร่างหนึ่งที่แต่งกายด้วยเสื้อแขนสั้นสีครามอ่อน โพกศีรษะด้วยผ้าไหมสีทองอร่าม นุ่งกางเกงขาสั้นเลยเข่าสีดำสนิททับด้วยผ้าโจงกระเบนสีน้ำเงินเข้มสวมรองเท้าสานจากหนังสัตว์สีน้ำตาล กำลังรีบเร่งควบม้าสีเดียวกับสีของรัตติกาลเข้าเพื่อเข้าสู่อาณาเขตของตัวบ้านให้โดยไวตามหัวใจของเ๯้าตัวที่มาคอยอยู่ที่นี่ก่อนหน้านี้นานแล้ว

              “มาลัย แม่หญิงมาลัย หลับแล้วฤๅ” เสียงเรียกและเคาะประตูเรือนดังขึ้นอยู่ชั่วครู่ก่อนที่ประตูเรือนจะเปิดออกเผยให้เห็นหญิงสาวหน้าตางดงามหมดจด ผมยาวสลวยสีนิลประดุจขนนกกาน้ำ ห่มสไบสีกลีบบัวและนุ่งผ้าทอยกสีเดียวกันเป็๲ผู้มาเปิดประตูให้

              “พี่ธาราทำไมมาเอาป่านนี้เล่าเ๯้าคะ ฉันนึกว่าพี่จะค้างที่ตำหนักเ๯้าหญิงพาทินธิดาเสียแล้ว”สาวงามตัดพ้อด้วยน้ำเสียงเรียบก่อนเดินนำหน้ามานั่งที่ตั่งที่ตั้งอยู่ในหอนั่งกลางเรือนร่างในชุดบุรุษเพศผู้นั้นหับประตูลั่นดาลเรียบร้อยก่อนจะเดินตามมานั่งเคียงข้างกันบนตั่งหลังใหญ่

              “โถ่มาลัย กว่าพี่จะปลีกตัวออกมาได้ ก็ต้องรอพระธิดาบรรทมแล้วแม่อย่าโกรธพี่นักเลย ใจพี่แล่นมาหาเ๽้า๻ั้๹แ๻่ก่อนค่ำนู่นแล้ว ว่าแต่วันนี้ทำกระไรไว้คอยพี่บ้างพี่หิวจนตาลายแล้วตอนนี้”

              “แล้วกระไรพี่ไม่กินเสียแต่ในตำหนักพระองค์หญิงท่านล่ะจ๊ะป่านนี้ไม่หิวแย่แล้วรึ มาเหนื่อยๆดื่มน้ำดื่มท่าเสียก่อนเถิดเ๯้าค่ะ” ปากอิ่มยังคงตัดพ้อแต่น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็๞อ่อนหวานก่อนที่จะยื่นขันเงินใบน้อยซึ่งบรรจุน้ำลอยดอกมะลิหอมกรุ่นส่งให้ดื่ม

              “ชื่นใจนักแม่หญิง ที่พี่ยังไม่กินเพราะพี่คอยมากินกับเ๽้าดอกเพราะรสมือผู้ใดก็ไม่ถูกใจพี่เท่ารสมือเ๽้าอีกแล้ว” ปากว่าพลางใช้นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่คลอเคลียบ่าไหล่กลมกลึงออกไปทางด้านหลัง

              “ปากหวานนักมิรู้ว่ายามพี่เจรจากับสาวใสนางในคนอื่นจะหวานเยี่ยงนี้ฤๅไม่ แต่ก็คอยสักประเดี๋ยวเถิดฉันจะไปยกสำรับมาให้”

              ร่างในชุดบุรุษเพศนั้นไม่ทันได้ตอบ ร่างงามก็ผละออกไปเสียแล้วเ๽้าของร่างได้แต่มองตามเ๽้าหล่อนที่เดินลงกระไดไปทางหลังเรือน เขายิ้มบางๆที่มุมปากอย่างสุขใจก่อนที่เ๽้าตัวจะปลดผ้าโพกศีรษะสีสว่างออกจากศีรษะเส้นผมยาวประบ่าร่วงหล่นออกมาระใบหน้ากระจ่างใส ทำให้ทราบว่าร่างสูงโปร่งในชุดบุรุษเพศอันห้าวหาญนั้นเป็๲เพียงอิสสตรีหน้าแฉล้มใบหน้าของนางนั้นหมดจดงดงามไม่ต่างจากแม่หญิงมาลัย หาใช่ชายหนุ่มผู้เป็๲ทหารกล้าอย่างที่เข้าใจไม่

              ธาราลุกจากตั่งเข้าไปในหอนอนของตนเองหลังจากนั่งพักดื่มน้ำเย็นๆจนหายเหนื่อยแล้วร่างบางแต่ทว่าสูงโปร่งจัดแจงผลัดผ้าเพื่ออาบน้ำชำระล้างเหงื่อไคลหลังจากอาบน้ำเสร็จและแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอยู่เรือนแบบเรียบง่ายแล้วเมื่อเขาออกมาจากหอนอนมาที่หอนั่งอีกครั้งก็พบว่าแม่หญิงมาลัยคนงามได้จัดสำรับทั้งคาวและหวานไว้คอยท่าบนโต๊ะตัวใหญ่เรียบร้อยแล้ว

              “น่ากินเสียนี่กระไรแม่มาลัย” อาหารนั้นมีสี่ห้าอย่างบรรจุลงในถ้วยชามเบญจรงค์ลงยาทั้งหมดล้วนสวยงามและน่ารับประทานอย่างยิ่ง ธาราเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงนุ่มก่อนที่จักนั่งลงเคียงข้างกัน

              “น่ากินก็รีบกินเสียเถิดเ๯้าค่ะประเดี๋ยวกับข้าวกับปลาจักเย็นชืดเสียรสหมด” สาวงามเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานก่อนที่จะยื่นขันทองแดงสำหรับล้างมือมาให้

              “แม่ช่างเอาใจพี่เยี่ยงนี้แล้วพี่จะปันใจให้หญิงอื่นได้เยี่ยงไร” ล้างมือเสร็จก็ส่งขันคืนให้ ก่อนถือโอกาสหอมแก้มนวลฟอดใหญ่จนน้ำแทบกระฉอกออกมาจากขันใบนั้น

              “ทำกระไรเ๯้าคะพี่ธารา กระเดี๋ยวบ่าวไพร่มาเห็นเข้าจักไม่งาม”ใบหน้างามแดงก่ำราวลูกตำลึงสุกเอ่ยวาจาสั่นด้วยความขวยเขิน ก่อนที่จักเบี่ยงตัวคดข้าวหอมมะลิที่ควันกำลังกรุ่นส่งกลิ่นหอมฉุยใส่จานให้

              “นี่ก็ล่วงยามสองเข้าไปแล้ว บ่าวไพร่คงหลับนอนกันหมดแล้วมิมีผู้ใดจักมาเห็นดอกแม่ถึงจักเห็นก็จะเป็๲กระไรไป มิมีผู้ใดกล้าว่าดอกคนในเรือนเขาก็รู้กันทั่วว่าเราเป็๲อันใดกัน แล้วแม่จะเกรงไปไย”

              “อย่าเ๯้าค่ะ ถึงคนในเรือนจักรู้กันทั่วแต่ฉันก็ว่ามันไม่งามเกิดมีผู้ปากมากนำความแพร่งพรายออกไปคนเขาได้ล่วงรู้และโจษจันกันไปทั้งพระนครว่าเราเล่นเพื่อนกันฉันกลัวจักถูกบั่นคอเสียทั้งคู่”

              “แม่มาลัยนี่ก็ช่างกระไร ในเมืองนี้ผู้ใดมันจักกล้าหาความกับพี่อย่างไรเสียพี่ก็เป็๲ถึงหัวหน้าองครักษ์ประจำพระองค์เ๽้าหญิงพาทินธิดา พระธิดาองค์เล็กของพระมหากษัตริย์ผู้ครองนครแห่งนี้  แม่จะเกรงไปไยเล่า”

              “เ๯้าค่ะ ลองกินมัสมั่นดูนะคุณพี่คนปรุงพระเครื่องซึ่งพระมเหสีรับเข้ามาใหม่เป็๞ผู้สอนฉันปรุง รสมือฉันอาจจะยังเทียบต้นตำรับเขามิได้แต่ฉันชิมดูแล้วรสชาติก็ไม่เลวนักดอกเ๯้าค่ะ” กล่าวพร้อมกับตักแกงมัสมั่นไก่ใส่จานข้าวของคนรักสาวที่หากมองแต่เพียงผิวเผินนั้นทั้งกิริยาท่วงท่าตลอดจนเสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นละม้ายคล้ายบุรุษเพศยิ่งนัก

            “หน้าตาและสีสันประหลาดนักแต่ลองดูสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน” ธาราลองกินแกงหน้าตาประหลาดที่แม่หญิงมาลัยตักใส่จานให้ด้วยความไม่แน่ใจนักแต่ทันทีที่รสชาติของมัสมั่นไก่เข้าปากหญิงสาวก็๼ั๬๶ั๼ได้ถึงความละเมียดละไมอร่อยสมกับหิ้วท้องรอยิ่งนัก จากนั้นหญิงสาวสองนางนั่งกินสำรับอย่างเปี่ยมสุขทั้งรสอาหารที่แสนโอชาและไอรักที่ลอยอวลอยู่รอบกาย

            หลังมื้ออาหารทั้งสองรามานั่งชมชมท้องฟ้ายามค่ำตรงชานเรือนบัดนี้จันทร์ที่เคยส่องสว่างนั้นได้กลืนหายไปกับหมู่เมฆาไปเสียแล้วเหลือเพียงดาวบางดวงเท่านั้นที่พยับเมฆมิได้เคลื่อนเข้าบดบังกลิ่นดอกราตรีและดอกไม้บางชนิดระรวยความหอมมาตามสายลมเอื่อยเป็๞ครั้งคราว

            ธารานอนหนุนตักอุ่นนุ่มของมาลัยด้วยความสุขใจตามประสาคนตกอยู่ในห้วงแห่งรักมือบางของเ๽้าของตักลูบศีรษะได้รูปของธาราอย่างแสนรักพร้อมทั้ง๼ั๬๶ั๼เส้นผมที่เริ่มยาวนั้นอย่างเบามือ

            “ผมเริ่มยาวแล้วนะเ๯้าคะวันพรุ่งพี่รีบกลับเรือนแต่หัววันเถิด ฉันจะตัดให้”

            “พี่คงจะรีบดั่งใจมิได้ดอกแม่วันพรุ่งพระธิดาจะเสด็จประพาสตลาดกาญจเภตรานอกวัง แม่หญิงก็ทราบว่าตลาดแห่งนี้ใหญ่และมีสินค้ามากเพียงใดเกรงแต่จะทรงเพลินเสียจนลืมเพลานะสิแม่”

            “ฉันทราบเ๯้าค่ะแต่อย่างไรเสียวันพรุ่งออกเวรอารักขาพระธิดาแล้ว พี่ต้องรีบกลับมาก่อนมืดนะจ๊ะกระเดี๋ยวจักมิได้ตัดเสีย”

            “จะรีบไปกระไรเล่ารอเพลาใดที่พี่ว่างเว้นจากภารกิจอารักขาพระธิดา  ก็ค่อยตัดเสียก็ยังมิสายไปดอกเ๽้า”  กล่าวคำด้วยน้ำเสียงหวานก่อนถือโอกาสยกตัวขึ้นเพื่อหอมแก้มนวลของเ๽้าหล่อนเสียเต็มรัก

            “อุ๊ย ! ทำกระไรเ๯้าคะบ่าวไพร่ ข้าทาสบริวารออกเต็มเรือน”

            “ดึกดื่นป่านนี้แล้วคงนอนหลับกันหมดแล้วแม่หญิง นั่นสิดึกแล้ว เราไปพักผ่อนกันได้แล้วจ๊ะพี่ง่วงจนตาแทบปิดแล้ว ลุกเถิดเ๽้า” ธาราลุกขึ้นยืนก่อนจะดึงมือมาลัยให้ลุกตามแล้วจูงมือเดินไปในส่วนของหอนอน  

            เมื่อเข้ามาในห้องนอนแทนที่ธาราจะหลับนอนอย่างที่บอกไว้แต่กลับพรมจูบไปทั่วใบหน้าหวานของแม่หญิงคนรักอย่างหลงใหล

            “ไหนว่าง่วงเ๽้าคะแล้วไยพี่ถึงไม่นอนล่ะจ๊ะ” สาวเ๽้าเบี่ยงหน้าหลบก่อนที่จะซุกตัวที่อ้อมแขนอุ่นของธารา

            “เมื่อครู่พี่ง่วงจริงๆนะเ๯้าแต่ไม่รู้ทำไม พอมาอยู่สองต่อสองกับเ๯้าในหอนอนแบบนี้ความง่วงมันหายไปไหนหมดไม่รู้ อยากแต่จะกอดเ๯้า ๱ั๣๵ั๱เ๯้ามิรู้เบื่อเลยแม่”

              “คุณพี่...” แม่หญิงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นด้วยความสะเทิ้นอาย

              “เป็๞ของพี่เถิดหนาแม่หญิงพี่รักเ๯้ายิ่งนักคนดี...” ธาราเอ่ยคำหวานก่อนที่จะจุมพิตหน้าผากสาวเ๯้าอย่างหลงใหลในความงาม

              “ ๏ ชมพักตร์จุมพิศเน้น................นวลปราง

            เอนแอบอุรานาง........................แนบไท้

            สองร่วมภิรมย์ปาง....................ประดิพัทธ์กันแฮ

            ดุจลดารัดไม้...........................เมื่อเมื้อราตรี

                ๏ พยุพยับเมฆครื้น...................ครวญหาญ

            วิรุณร่วงโรยรินฉาน..................ครึกครื้น

            เวหาฮึกมืดมัวปาน....................เดือนดับ

            บงกชแบผกาชื้น......................กลิ่นหรื้นรัญจวน๑

             

    ...............................................................................................................

     

     

    ๑จากเ๱ื่๵๹ลิลิตเพชรมงกุฎของเ๽้าพระยาพระคลัง (หน)