ภัทรกรกำลังเคลียร์งาน เย็นนี้เขามีนัดเลี้ยงมื้อเย็นเป็นบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นให้คุณภรรยาตามคำสัญญาหลังจากเธอพยายามฝึกขับรถและมีพัฒนาการดีมากจนน่าพอใจ ขณะกำลังจดจ่อกับงานเสียงเรียกเข้าจากข้อความทางแอปพลิเคชันไลน์ดึงความสนใจของชายหนุ่มทำให้ต้องละมือไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นเพื่อจะกดดูข้อความที่ถูกส่งเข้ามา
มุกระรินส่งภาพถ่ายที่เขายังไม่ได้เปิดดู แต่เห็นข้อความค้างบนจอภาพ
[เปิดดูสิคะ คุณคงไม่อยากเชื่อสายตา]
อะไรอีก!
ชายหนุ่มชักจะหัวเสีย ตลอดสองสามสัปดาห์นับตั้งแต่เขาแต่งงานกับกณิกนันท์ อดีตภรรยาของเขายิ่งหมกมุ่นกับการปั่นป่วนแทรกแซงชีวิตคู่ของเขา วันนี้อะไรพยายามจะปั่นหัวเขาเรื่องอะไรอีก
ชายหนุ่มเปิดดูภาพถ่ายที่หล่อนส่งมา หว่างคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพลางเขาเพิ่งสายตาดูภาพถ่ายของภรรยากับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวรูปร่างบุคลิกดีราวกับนายแบบนิตยสารแฟชั่น
หญิงสาวบอกเขาแล้วว่าเธอมีนัดทานข้าวกับเพื่อนผู้ชายรุ่นน้อง เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าเพื่อนรุ่นน้องของภรรยาจะดูดี อีกทั้งดูสนิทสนมกันมากขนาดนี้
เอาเถอะเมื่อเจอหน้ากันเขาค่อยถามและเชื่อว่าอย่างไรเสียกณิกนันท์ย่อมจริงใจต่อเขา แต่สิ่งที่ชายหนุ่มกำลังนึกสงสัย และวิตกเล็กๆ คงไม่พ้นมุกระริน หล่อนได้ภาพถ่ายพวกนี้มาได้อย่างไร เธอแอบติดตามภรรยาของเขาอย่างนั้นหรือ
เขาเป็นห่วงสวัสดิภาพของกณิกนันท์ แม้รู้จักมุกระรินมานานก็จริงก่อนหน้านี้เธอไม่ใช่คนที่คิดอาฆาตมาดร้ายกับใครแต่ใจคนยากแท้หยั่งถึง เขาไม่กล้าวางใจเสียทีเดียวว่านอกจากการตามติดราวกับเป็นสต็อกเกอร์ มุกระรินมุ่งร้ายใดๆ กับภรรยาของเขาอีกหรือไม่ เขาจะยังไม่บอกกณิกนันท์ตอนนี้เพราะไม่มั่นใจว่ามันเป็นเหตุบังเอิญหรือตั้งใจที่มุกระรินบังเอิญเดินห้างสรรพสินค้าเดียวกับบัว แล้วจึงถ่ายภาพนี้ส่งให้เขาได้
...
ภัทรกรมาพบภรรยาตามนัดที่ห้างสรรพสินค้า ระหว่างสั่งอาหารเขาจึงชวนคุยเรื่อยเปื่อยโดยไม่ได้ปรักปรำ หรือพูดเกี่ยวกับภาพที่เธอถูกแอบถ่ายพร้อมกับชายหนุ่มรูปงามคนนั้น
“เพื่อนรุ่นน้องที่คุณมาทานข้าวเที่ยงด้วย เขาเป็นใครเหรอครับ”
“น้องชายของหมอปรินซ์สามียัยตองน่ะค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยใบหน้าจริงใจ และน้ำเสียงฟังเป็นปกติที่สุด
“คุณกับน้องสามีของใบตองรู้จักกันด้วยเหรอ”
“ค่ะ เราเรียนมอเดียวกัน รู้จักกันตั้งแต่บัวเรียนปี 4 ส่วน ตาเด็กคนนั้นเป็นรุ่นน้องเฟรชชี่” คนเล่ายังไม่ทันจับสังเกตอาการ
คำว่า ‘ตาเด็กคนนั้น’ ทำให้รู้สึกว่าเธอกับน้องชายของสามีน้องสาวสนิทสนมกันเป็นพิเศษ
“งั้นก็รู้จักกันมาแล้วน่ะสิ” ภัทรกรนึกสนใจยิ่งขึ้น ออกจะรู้สึกฉุนหน้าเด็กหนุ่มหน้าหล่อคนนั้นด้วยซ้ำไปที่ทำท่าทางสนิทสนมเกาะแกะภรรยาของเขา
“ค่ะ หลายปีเลย”
“เขาจีบคุณ?” ชายหนุ่มเลิกเก็บความสงสัย หญิงสาวฟังแล้วหัวเราะร่วนไม่ได้แฝงความนัยใดๆ ทั้งสิ้นยกเว้นความขบขันเมื่อนึกถึงวีรกรรมแสบๆ ของปริณธวัฒน์ตอนได้ยินคำว่า ‘จีบ’
“ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นนะคะ” เธอไม่ได้ปฏิเสธ เพราะคิดว่ามันไม่มีผลต่อความรู้สึกของเขา
สามีเพียงในนามหรือเรียกให้ถูก ใช้คำว่านายจ้างยังเหมาะสมเสียกว่าเธอจึงไม่ห่วงกลัวว่าเขาจะหึงหวง
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกพลางซุกมือลงในกระเป๋ากางเกงแต่ละข้าง นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของคนอายุน้อยกว่าอย่างพาลๆ!