6
คำถาม
หลังจากที่เกิดการปะทะที่ร้านอาหารแล้วและสองพี่น้องก็ได้กลับมาถึงที่พักด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวทั้งคู่นั่งลงบนเตียงเพื่อสงบจิตสงบใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“พี่ สีผมกับสีตาของพี่ !”ยังไม่ทันที่เซริน่าจะพูดจบ เซริออสก็รีบวิ่งไปส่องกระจกที่อยู่ในห้องน้ำทันที และเห็นได้ว่าสีผมและสีตาของเขาได้เปลี่ยนกลับมาเป็สีเงินและสีแดงซะแล้ว
“คุณไมรอสเขาเตือนเราแล้วเื่คุมอารมณ์นะพี่ พี่นี่ก็น้าเห็นใครเข้ามาใกล้น้องหน่อยเป็ไม่ได้เลยนะคะ”เซริน่าเตือนผู้เป็พี่ชายที่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำจนเกือบจะเกิดเื่ขึ้นเมื่อเซริออสเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเส้นผมและสีตาของเขาก็ได้เปลี่ยนกลับไปเป็สีดำและดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลดังเดิม
“นั้นสิพี่ขอโทษนะเซ เราต้องไม่ให้ใครรู้เื่นี้เด็ดขาดเราคงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้แล้วละ…”
“ใช่ค่ะเราต้องระวังมากกว่านี้ เราจะให้ใครมาเห็นสีผมกับสีตาของเราไม่ได้เด็ดขาด” เซริน่าพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและเซริออสเองก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที
เช้าวันต่อมาณ สถานที่ทดสอบ ผู้คนในรอบที่ 3นั้นบางต่อกว่าสองรอบแรกอย่างเห็นได้ชัดคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาถึงรอบนี้คงจะเป็ส่วนหนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นปีของพวกเขาสองพี่น้องที่เดินทางมาถึงสถานที่สอบจึงได้มองหาร่างของลิฟเพื่อนสาวคนแรกของพวกเขาทันที
“ลิฟเมื่อวานฉันขอโทษนะ” เซริออสกล่าวขอโทษทันทีที่เจอเธอถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานถึงความวุ่นวายของตน
“ไม่เป็ไรหรอกน่าว่าแต่ที่นายบอกว่าคารอสเขาจ้องเซริน่านี่จริงเหรอ” ลิฟถามด้วยความสงสัย
“จริงสิแต่บางครั้งก็ไม่ได้จ้องไปที่เซริน่าคนเดียวหรอกบางครั้งก็มองมาทางฉันด้วยเหมือนกันแล้วอีกอย่างฉันเองก็ไม่ค่อยชอบให้ใครมาจ้องมองเซอยู่ดี”เซริออสตอบด้วยสีหน้าที่ฉุนเฉียว แต่เพียงแค่แว่บเดียวสีหน้าของเขาก็กลับไปนิ่งดังเดิมแต่คำตอบของเซริออสนั้นกลับทำให้ลิฟนั้นครุ่นคิดอย่างหนักซึ่งนั้นทำให้เซริออสผิดสังเกตที่อยู่ดีๆลิฟก็เงียบไป
“มีอะไรเหรอลิฟ”เซริออสถาม
“นี่คารอสนี่เขานามสกุลอะไรนะ”ลิฟถามกลับ
“กูเรี่ยนน่ะแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนามสกุลของหมอนั้นกันละ” เซริน่าตอบ
“คืองี้นะกูเรี่ยนน่ะเป็นามสกุลของกษัตริย์ในอาณาจักรวาเจสต้าแล้วเขาว่ากันว่าคนของตระกูลกูเรี่ยนมีลางสังกรที่แม่นยำมากเลยละบางทีเขาอาจจะรู้สึกถึงอะไรก็ได้นะไม่งั้นเขาคงไม่จ้องพวกเธอสองคนโดยไม่มีเหตุผลหรอก”ลิฟอธิบายให้พี่สองคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะไม่รู้เื่อะไรเลย
“งั้นหมายความว่าหมอนั้นเป็เ้าชายเหรอ!!” เซริน่าะโออกมาอย่างเสียงดังด้วยความใจนทำให้คนรอบข้างหันมามองมาทางพวกเขาสามคนจริงเธอก็สงสัยอยู่หรอกเื่นามสกุลของหมอนั้นแต่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเ้าชายจะมาเรียนโรงเรียนแบบนี้
“ก็คงใช่เพราะตามกฎแล้วเหล่าเ้าชายและเ้าหญิงถ้ามาอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้แล้วจะไม่นับยศถาบรรดาศักดิ์กันน่ะแต่พวกเธอไม่ต้องไปสนใจอะไรหรอกคารอสเขาอาจจะแค่มองเพราะพวกเธอสองคนทั้งสวยและหล่อเกินไปก็ได้นะ”ลิฟตอบด้วยรอยยิ้มปนขำขัน แล้วทั้งสามก็คุยอะไรเรื่อยเปื่อยจนกระทั้งผู้คุมสอบคนเดิมกับสองรอบแรกปรากฏตัวออกมา
“สวัสดีอีกครั้งผู้เข้าทดสอบทุกท่านดิฉันขอแสดงความยินดีต่อทุกท่านที่สามารถเข้ามาถึงรอบนี้ได้ครั้งนี้จะเป็การทดสอบครั้งสุดท้ายซึ่งครั้งทดสอบครั้งนี้จะเป็การสอบสัมภาษณ์ในการคัดเลือกการเข้าหอเท่านั้นตอนนี้ทางเราถือว่าพวกคุณคือนักเรียนของเราแล้ว หากพวกคุณคนได้โดนเรียกชื่อขอให้เข้าไปยังห้องทางซ้ายมือด้วยนะคะ แล้วพบกันในชั้นเรียนค่ะ”หลังจากที่ผู้คุมสอบพูดเสร็จก็เรียกชื่อแต่ละคนเข้าไปห้องทางด้านซ้ายโดยที่ไม่มีใครได้กลับออกมาจากทางเดิมเลย
“พี่ออสลิฟ เราจะได้อยู่ด้วยกันไหมอะ” เซริน่าเริ่มมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัดกับการที่จะต้องแยกจากจากพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ และเพื่อนที่เธอเจอเป็คนแรกของที่นี่
“เราต้องได้อยู่ด้วยกันสิเราต้องได้อยู่ด้วยกันอยู่แล้วเนอะ ลิฟ”เซริออสพูดปลอบใจน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวอย่างเบามือเซริน่าจะรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่เซริออสลูบหัวของเธอและเป็แบบนี้มาั้แ่เด็กๆเวลาที่น้องสาวตรงหน้ากังวลหรือมีเื่เครียดอะไรเขาก็จะเขาให้กำลังและลูบหัวน้องสาวอยู่ข้างๆเสมอมา
“ใช่ๆเราต้องได้อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว อ๊ะ ถึงชื่อฉันแล้ว ฉันไปก่อนนะแล้วเจอกันจ้ะ”ลิฟพูด พร้อมกับลุกเดินไปยังห้องสัมภาษณ์ที่อยู่ทางด้านซ้ายลานกว้างของน้ำพุ
“เซหมอนั้นยังจ้องเราอยู่รึเปล่า”เซริออสเริ่มถามน้องสาวหลังจากที่ลิฟเดินจากไปแล้วสักพัก
“ไม่รู้สึกว่ามีใครจ้องแล้วนะคะพี่ออสว่าเขาจะระแวงเื่ของเราไหมอะ”
“พี่ไม่แน่ใจแต่เราคงไม่ได้อยู่หอเดียวกันกับหมอนั้นหรอก”
“พี่ออสพี่รู้อะไรไหมเวลาที่พี่พูดแบบนี้ทีไรมันมักจะได้ผลตรงกันข้ามตลอดเลยนะ”
“ถ้าเป็อย่างนั้นเราคงต้องอยู่ห่างๆเขาเอาไว้แล้วละ”แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมา ผู้คนรอบข้างต่างพากันเข้าประตูไปเรื่อยๆจนถึงชื่อของเซริออส
“พี่ไปก่อนนะแล้วจะไปรอที่อีกฟากของประตู”
“โชคดีนะคะพี่ออสแล้วน้องจะตามไปค่ะ”
เมื่อเซริออสเดินเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ก็ได้พบกับประตูบานอื่นๆอีกสี่บานแต่ละบานมีสีและสัญญาลักษณ์ที่แตกต่างกันไป บานแรกมีสีน้ำตาลที่มีสัญลักษณ์ของกริฟฟินสลักอยู่ตรงกลางของประตูบานที่สองมีสีน้ำเงินเข้มและมีสัญลักษณ์ของนางเงือก บานที่สามมีสีเขียวอ่อนและมีสัญลักษณ์ของเพกาซัสสลักและบานสุดท้าย ประตูบานที่สี่มีสีแดงและมีสัญลักษณ์ของฟินิกซ์ ชายแก่ที่นั่งอยู่ในห้องระหว่างประตูทั้งสี่ผู้ที่มีผมสีขาวและดวงตาสีนิลมองมาที่เขาอย่างอ่อนโยน ชายแก่คนนี้เผยมือเชิญให้เซริออสนั่งลงที่ด้านตรงกันข้ามกับเขาแล้วทันทีที่เซริออสนั่งลงชายแก่ก็เอ่ยคำพูดออกมา
“เธอคือเซริออส แพนโดต้าสินะ ฉันชื่อมาคาลอฟ เลโมธี จะเป็ผู้สอบสัมภาษณ์เธอในรอบนี้เธอจะช่วยตอบคำถามของฉันสักสองสามข้อได้ไหม”
“ครับ”
“ถ้าให้เลือกระหว่างแสงสว่างและความมืดเธอจะเลือกสิ่งใด” เมื่อได้ยินคำถามดังนั้นเซริออสจึงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่และชัดเจนในคำตอบของตน
“ไม่เลือกครับผมขอเลือกตรงกลางระหว่างขาวและดำครับ”
“ทำไมละ” มาคาลอฟถาม
“ผมจะไม่เลือกฝั่งไหนทั้งนั้นสิ่งที่ผม้าขึ้นอยู่กับความ้าของน้องสาวผม”
“ดูท่าทางเธอจะรักน้องสาวของเธอมากเลยนะ”มาคาลอฟพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“ครับเธอเป็ครอบครัวคนเดียวที่ผมเหลืออยู่ ผมจะไม่ให้ใครทำร้ายเธอได้เด็ดขาด”เซริออสตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“เอาละคำถามต่อไปนะอะไรถึงทำให้เธออยากมาเข้าเรียนที่นี่กันแน่”
“พวกผมแค่มาตามหาความจริงเท่านั้นความจริงเกี่ยวกับอดีต”
“เอาละต่อไปจะเป็คำถามสุดท้ายแล้วนะ หากวันใดวันหนึ่งเธอต้องเลือกช่วยบุคคลคนสำคัญเพียงคนเดียวของเธอระหว่างเพื่อนสนิทที่เธอรักมากกับน้องสาวเพียงคนเดียวเธอจะเลือกใคร” มาคาลอฟพูดพร้อมจ้องเข้าไปในดวงตาของเซริออส
“ใน่ชีวิตที่ผ่านมาผมยังไม่เคยมีเพื่อนสนิทถึงขั้นนั้นสักคนทั้งชีวิตที่ผ่านมาผมมีแค่น้องสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น” เซริออสจ้องตามาคาลอฟกลับด้วยสายตาที่แน่วแน่ในคำตอบของตน
“โอเคการสอบสัมภาษณ์เสร็จสิ้นแล้ว ให้เธอเดินเข้าไปในประตูสีแดงแล้วเธอจะพบกับเพื่อนของเธอเอง”ทันทีที่มาคาลอฟพูดจบเซริออสลุกขึ้นและโค้งคำนับเป็การกล่าวอำลาแล้วจากนั้นเขาจึงเดินเข้าไปยังห้องทางด้านขวาทันที เมื่อเซริออสเข้าไปยังห้องนั้นก็พบกับลิฟ คารอสไอเซิลและคนอื่นๆที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ยินดีต้องรับสู่หอฟินิกซ์จ้ะเซริออส”ลิฟพูดขึ้น
“ยินดีเช่นกัน”เซริออสตอบ
หลังจากที่ชื่อของเซริออสถูกเรียกไปสักพักแล้วในที่สุดก็มาถึงชื่อของเซริน่าสักทีเซริน่าจึงรีบเดินเข้าไปยังห้องทางด้านซ้ายทันที เมื่อเซริน่าเดินเข้ามาได้ห้องแล้วก็ได้พบกับประตูทั้งสี่และชายแก่ที่มีเส้นผมสีขาวและดวงตาสีนิลนั่งอยู่ภายในห้องชายแก่คนนั้นเผยมือเป็การเชิญให้เธอนั่งลงยังฝั่งตรงข้ามของเขา
“สวัสดีค่ะคุณคงเป็มาคาลอฟ เลโมธี สินะคะ” เซริน่าถามขึ้นนั้นสร้างความประหลาดใจให้กับชายแก่คนนี้ยิ่งหนัก
“หนูรู้จักชื่อของฉันอยู่แล้วเหรอ”มาคาลอฟถาม
“คะพึ่งจะรู้ตอนที่พี่ออสเข้ามาสัมภาษณ์ จะเรียกว่าเป็ความสามารถของฝาแฝดก็ได้มั่งคะ”เซริน่ายิ้มตอบ
“ถ้าอย่างนั้นเธอคงจะรู้อยู่แล้วสินะว่าฉัน้าแค่ถามคำถามเธอสักสองสามข้อเท่านั้นได้ไหม”
“ได้ค่ะ”
“ถ้าให้เลือกระหว่างสีแสงสว่างและความมืดเธอจะเลือกฝั่งใด” ชายแก่เริ่มถาม
“ขอไม่เลือกค่ะหนูขอเลือกตรงกลางระหว่างขาวและดำ”
“ทำไมละหนูจะบอกว่าหนูเลือกตามพี่ชายอย่างงั้นรึ”
“ไม่ใช่ค่ะหนูแค่คิดว่าถ้ายังไงซะต่อให้สว่างมากแค่ไหนก็สามารถมีความมืดอยู่ภายในได้เสมอหรือต่อให้มีความมืดมิดสักแค่ไหนก็สามารถก่อเกิดแสงสว่างได้เช่นกันค่ะ”เซริน่าตอบอย่างหนักแน่ในคำตอบของตน ชายแก่พยักหน้าราวกับพอใจในคำตอบนั้นก่อนจะเริ่มถามคำถามข้อต่อไป
“อดีตแบบไหนที่พี่ชายกับตัวของหนูกำลังตามหาอยู่”
“เอ่อ…อันนี้หนูบอกไม่ได้ค่ะเพราะตัวหนูเองก็ยังไม่แน่ใจว่ากำลังตามหาอดีตแบบไหนอยู่กันแน่” เธอตอบอย่างลังเลเพราะเธอเองก็ยังไม่สามารถหาคำตอบนี้ให้กับตัวเธอได้เช่นกัน
“งั้นต่อไปจะเป็คำถามสุดท้ายแล้วนะฉันเห็นว่าหนูอยู่กับพี่ชายกันแค่สองคนมาโดยตลอดแล้วถ้าหากว่าวันใดวันหนึ่งเธอมีเพื่อนที่สนิทมากและจะต้องเลือกช่วยได้เพียงแค่คนเดียวเธอจะเลือกช่วยใครระหว่างพี่ชายกับเพื่อนสนิท”
“ไม่ทราบสิคะแต่ถ้าให้เลือกได้หนูจะเลือกช่วยทั้งสองคนค่ะ”
“แต่คำถามคือให้เลือกช่วยได้แค่คนเดียวนะทำไมหนูถึงเลือกช่วยทั้งสองคนละ”
“มันต้องมีสักทางแหละค่ะที่สามารถช่วยคนทั้งสองได้และหนูจะเลือกทางนั้น”
“ต่อให้ทางนั้นเธอจะต้องตายอย่างนั้นเหรอ”ชายแก่ถามพร้อมกับมองเข้าไปในตาของเด็กสาวตรงหน้าเพื่อค้นหาคำตอบของใจจริงของเธอ แต่เขาก็ต้องพบกับสายตาที่แน่วแน่และไม่มีความลังเลอยู่ในตานั้นเลย
“ใช่ค่ะ และหนูจะไม่ลังเล”