“ นี่..นี่ ฉันต้องอยู่ที่นี่เหรอนายคิม ” เธอพึมพำออกมาอย่างลืมตัว
“ นายคิมยู่ที่นี่ มาดามนายคิมก็ต้องอยู่ที่นี่ด้วยไง ” เขาตอบเบาๆแบบกระซิบ
“ หา.า.า อะรไนะ ? มนต์ตราเริ่มรู้สึกตัว
“ ป่.า.ว ยังไม่ได้พูดอะไรเลย ”
หลังจากที่เขาแนะนำให้ทราบแล้วว่า บ้านนี้มีใครอยู่บ้าง เธอก็เบาใจ เพราะถ้ามีพ่อแม่ญาติพี่น้องของเขาอยู่ด้วยเเธอคงไม่สะดวก เพราะไม่เคยอยู่รวมเป็ครอบครัวใหญ่ๆกับใคร อยู่กับพ่อสองคนจนชิน
ที่โต๊ะอาหารอันหรูหรา แต่มีเขาและเธอเพียงสองคนนั่งรับประทานกันไปเงียบๆ คุณแม่บ้านจะยืนบริการอยู่แต่กึนซองโบกมือให้ออกไปเสีย
“ อาหารพอทานได้มั๊ย ถ้าไม่ถูกปากผมจะสั่งจากโรงเเรมมาให้ ” เขาถามอย่างอาทร
“ โธ่! กึนซอง นี่เป็มื้ออาหารที่ดีที่สุดของฉันั้แ่อยู่เกาหลีมาสามเดือนเลยนะ ” เขามองหน้าหล่อนนิ่งอยู่อึดใจ มนต์ตราอ่านสีหน้าและแววตานั้นออก เขาพูดเบาๆเหมือนพูดกับตัวเองว่า
“ ก็คุณไม่เคยเห็นผมอยู่ในสายตาเลยนี่นะ ผู้หญิงไทยใจดำอย่างนี้ทุกคนหรือเปล่า ” หล่อนหลบตาวูบ
“ ฉันขอโทษนะกึนซอง ต่อไปฉันจะทำดีกับคุณให้มากกว่านี้ อยู่เกาหลีคุณเอื้อเฟื้อฉันขนาดนี้ แต่ถ้าไปเมืองไทย บ้านฉันเล็กนิดเดียวคุณจะอยู่ได้เหรอ? เอาเหอะ..ฉันจะเจียดเงินที่ฉันพอเก็บไว้บ้าง มาจ่ายค่าโรงแรมหรูให้คุณพัก แต่..อย่าพักนานนักนะ..มันแพง ประโยคหลังนี้หล่อนคิดเองในใจแล้วก็เผลอตัวหัวเราะพรืดออกมา
“ อะไรของคุณ อยู่ดีๆก็หัวเราะ กินข้าวอยู่เค้าห้ามหัวเราะ ดูสิสำลักใหญ่เลย เอ้า! นี่น้ำ ” เขายื่นแกว้น้ำให้
เธอแน่ใจว่าตอนที่เธอหัวเราะไม่มีอาหารอยู่ในปากแล้ว ทำไมถึงได้สำลักหน้าดำหน้าแดง นี่แหละหนาโบราณว่า คิดไม่ดีกับคนอื่นน่ะจะเป็อย่างนี้ แหม! ก็แค่บอกว่าอย่าพักนานมันแพง..แค่นี้เอง
“ ขอบคุณค่ะ ”หล่อนเอ่ยเบาๆ
“ เดี๋ยวคุณขึ้นห้องพักข้างบนคุณแม่บ้านจัดห้องไว้ให้แล้ว อาบน้ำอาบท่าพักผ่อนซะ พรุ่งนี้มีเรียนมั๊ย ”
“ มีค่ะ ”
“ คนรถจะขับไปรับ-ไปส่ง นี่เบอร์โทรคนขับรถตามได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง..เข้าใจมั๊ย? ห้ามขึ้นแท็กซี่หรือรถเมล์เด็ดขาดถ้าอยากให้ผมสบายใจ และไม่อยากให้คนขับรถถูกไล่ออก กรุณาทำตามนี้ โอเค๊ ? ”
“ หือ เยอะไปป่าว สั่งๆๆๆ ”เธอบ่นเป็ภาษาไทย
“ บ่นอะไร ? อ้อ..ต่อไปนี้ต้องพูดให้ผมเข้าใจ คุณได้เปรียบภาษาเกาหลีคุณก็ฟังได้ ภาษาอังกฤษคุณก็ฟังเป็ แต่ภาษไทยผมไม่รู้สักคำ กรุณาอย่าเอาเปรียบผม ”
“ ขอพูดภาษาไทยอีกคำได้มั๊ย แล้วสัญญาว่าจะไม่พูดอีก”
“ อะไร ”
“ บ้าเอ๊ย.ย.ย ”
“ เอาเป็ว่าผมจะไม่ถามว่าแปลว่าอะไร เพราะถึงถามไปคุณก็ไม่บอก คุณแม่บ้าน ” เขาร้องเรียกแม่บ้านซึ่งคงรีรออยู่ใกล้ๆเพื่อคอยรับคำสั่ง
“ คะ..คุณชาย ”
“ พาคุณผู้หญิงไปที่ห้องพักของเธอ ดูแลเธอให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไป ”
“ ค่ะ..เชิญค่ะคุณผู้หญิง ” หญิงแม่บ้านแต่งกายภูมิฐานลักษณะสุภ๊าพ สุภาพ เหมือนเดินออกมาจากซี่รี่ย์โบราณย้อนยุคของเกาหลี นี่ของจริงยังมีอยู่อีกหรือนี่ มนต์ตราเดินตามหลังพร้อมทั้งครุ่นคิด เมื่ออยู่ในห้องสองต่อสอง
“ คุณแม่บ้านคะ เรียกหนูว่ามนต์ตราหรือ..หนูมนต์..ก็ได้นะคะ อย่าเรียกคุณผู้หญิงเลย ถ้า..ที่เมืองไทยนี่ คุณผู้หญิงเขาแปลว่าภรรยาเ้าของบ้านนะคะ หนูกับกึนซองไม่ได้เป็อะไรกัน เราเป็เพื่อนกันเฉยๆ ”เธออธิบาย
“ เรียกคุณผู้หญิง ผมชอบ” มนต์ตราไม่ทันมองเห็นว่าเขามาท้าวประตูยืนมองั้แ่เมื่อไหร่
เอ๊ะ..คุณนี่ ฉันอุตส่าห์บอกความหมายแล้ว เดี๋ยวเขาก็เข้าใจผิดกันใหญ่หรอก ”
“ ก็ช่างเค้า ”
กึนซองขับรถออกไปข้างนอกไม่ได้บอกว่าไปไหน มนต์ตราก็ไม่ได้ถาม คุณแม่บ้านแนะวิธีการใช้ฮีทเตอร์ เปิดน้ำร้อนน้ำเย็น การใช้อ่างจากุชชี่ และการอบซาวน่า ห้องพักของเธอใหญ่โตมากราวกับเป็ห้องซุปเปอร์สวีทของโรงแรมชั้นหนึ่ง เหมือนเดินอยู่ดีๆเธอก็ได้ขึ้น์เฉยเลย ลองตบหน้าตัวเองดัง..เผี๊ะ..อูยเจ็บ คุณแม่บ้านหันมามอง มนต์ตราหัวเราะแหะๆ
“ นึกว่าฝันไปน่ะค่ะคุณป้า ”เธอบอกเสียงอ่อยๆ
ผู้หญิงคนนี้ไม่มีมารยา ไม่มีมาด ซื่อๆตื่นเต้นก็แสดงออกว่าตื่นเต้น ไม่เหมือนคนอื่นที่คุณชายพามา มาดเยอะยังกะนางพญา เรียกหาไอ้นั่น จะเอาไอ้นี่ คนรับใช้วิ่งกันหัวปั่นไปหมด นางยังมองมนต์ตรานิ่งอยู่ แต่ส่วนหนึ่งก็นึกชอบที่นานๆจะเจอคนที่ติดดินไม่เคยเรียกร้องอะไร
“ ได้ยินมาว่าคุณผู้หญิงเป็หมอหรือคะ แล้วทำไมพูดเกาหลีได้ขัดมาก ”
“ อ๋อหนูมาเรียนแพทย์ที่นี่เจ็ดปีสมัยสอบเอ็นทรานซ์ได้ทุนที่นี่ แล้วก็กลับไปรับราชการที่เมืองไทย ครั้งนี้กลับมาก็เพราะได้ทุนมาเรียนต่อเพิ่มเติมน่ะค่ะ ”
“ ใช้ได้..ใช้ได้..” นางคิดในใจ ไม่คุยโวสักคำว่ามาทำด็อกเตอร์
“ ถ้ายังไงดิฉันจะออกไปก่อนนะคะ เชิญคุณพักผ่อนตามสบาย นี่เป็กริ่งกดเรียกคนรับใช้ นี่เป็โทรศัพท์ภายในอ่านได้ใช่มั๊ยคะ หมายเลขหนึ่งนี่ห้องครัว หมายเลขสองห้องรับแขก และอีกหลายๆหมายเลขที่นางอธิบาย ทันทีที่คุณแม่บ้านออกไป หญิงสาวหมุนคว้างอยู่กลางห้อง
“ มันดีเกินไปสำหรับฉันรึป่าวนะ ”เธอคิดในใจ ลงมือจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ อาบน้ำสระผมเสร็จมองดูนาฬิกาก็สองทุ่มแล้ว เขายังไม่กลับ ความง่วงมาเยือนอีกแล้วสิเรา พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้าต้องรีบไป เกมาหนึ่งวันเต็มๆแล้ว เฮ้อ..นอนดีกว่า ” กำลังเคลิ้มๆมีเสียงโทรศัพท์ภายในดังเข้ามา หญิงสาวลุกจากเตียงนอนอันแสนอบอุ่นเดินไปรับสาย
“ ฮัลโหลค่ะ ”
“ คุณผู้หญิงคะพรุ่งนี้มีเรียนกี่โมงคะ ”
“ เช้าเลยจ้ะป้า หนูต้องออกจากบ้านเจ็ดโมงเช้าค่ะ ”
“ ค่ะ ดิฉันจะเตรียมรถและอาหารเช้าไว้ให้นะคะ ”
“ ป้า..ป้า..” หล่อนรีบร้องเรียกก่อนที่นางจะวางสาย
“ อย่าลำบากเลยค่ะ หนูไปทานที่ร้านอาหารหน้าโรงพยาบาลได้ แค่จ้าวนายของป้าให้ที่อยู่ดีขนาดนี้ก็บุญหัวแล้วค่ะ ”
“ เฮ่อ.อ.อ.” เธอได้ยินเสียงคุณแม่บ้านถอนหายใจเป็เชิงบ่งบอกว่าเหนื่อยใจ
“เป็คำสั่งจากคุณชายค่ะ ถ้าคุณผู้หญิงไม่อยากให้ดิฉันกับคนขับรถถูกไล่ออกก็กรุณารับการบริการจากเราด้วยนะคะ”
“ ขนาดนั้นเชียว นายต้องบ้าแน่ๆ ”เธอบ่นหลังจากวางหูไปแล้ว
เช้าตรู่..หมอกยังเต็มไปหมด มนต์ตราตื่นแต่เช้ามืดจนเป็นิสัย อาบน้ำแต่งตัวลงมาข้างล่าง หญิงรับใช้หน้าตาหมดจดมาเชิญเธอไปที่ห้องอาหาร กึนซองนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาบุ้ยปากไปที่กระเป๋าและตำราเรียนเล่มโตที่เธอถือเข้ามา หญิงรับใช้รีบมารับไปจากมือ
“ ขอให้ดิฉันเถอะค่ะ จะนำไปใว้ให้ที่รถ ” นางพูดอย่างอ่อนน้อม
หญิงสาวมองหน้ากึนซอง..เขายักไหล่ด้วยมาดกวนๆ
“ คุณกำลังจะทำให้ฉันเป็ง่อย ทำอะไรเองไม่เป็นะคุณชาย ”กึนซองสำลักกาแฟพรวด รีบดึงกระดาษทิชชูมาซับปาก
“ หน้าที่ของคุณคือตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด ไม่อยากจบไวๆเหรอ รึว่าอยากอยู่กับผมนานๆ ”
“ เหอะ ” หล่อนเชิดหน้าทำปากยื่น
“ ปกติคุณตื่นเช้าแบบนี้เหรอ ”เธอสงสัยจึงถามขึ้น
“ ป๊าว.ว.ว ผมยังไม่ได้นอนเลย เพิ่งกลับเข้ามาจะมารอดูว่ารถไปส่งนักเรียนเรียบร้อยดีมั๊ย แล้วนักเรียนจะยอมนั่งรถไปดีๆมั๊ย หรือว่าอยากเห็นแทอันมันตกงาน ด้วยการโบกรถแท็กซี่ หรือ โหนรถเมล์โตงเตงไปเรียนเอง ” เขายียวนกวนประสาทเธอแต่เช้า
“ เบื่อจะพูดกับคุณ ” หญิงสาวนั่งลงรับประทานอาหารไปเงียบๆกึนซองนั่งมอง ผู้หญิงคนนี้เวลาไม่ได้แต่งหน้าแล้วดูสวยกว่าตอนแต่งอีก มนต์ตรา..คุณรู้มั๊ยความประทับใจที่ไม่เคยลืมไปจากหัวใจของผมคือ..ภาพคุณหมอที่ผมไม่รู้ว่าเป็หมอ ไม่มีมาดคุณหมอ ที่กุลีกุจอดูแลผมยามเจ็บไข้ได้ป่วย คุณเป็หมอที่งดงามที่สุดในใจผม ณ.่เวลาที่คุณพำนักอยู่ในเกาหลีขอให้ผมได้ดูแลคุณบ้างเถอะนะ
หญิงสาวอิ่มแล้วลุกขึ้น ซุปตาร์ตัวพ่อเดินมาส่ง พอเปิดประตูบ้าน แค่ก้าวเท้าพ้นตัวบ้าน หญิงสาวสะดุ้งโหยงกระโจนพรวดกลับเข้ามาร้องลั่น ปะทะเข้ากับร่างของชายหนุ่มเขาจึงกอดไว้ไม่ให้เธอล้ม
“ โอ๊ย..โอยโย๋..เย็นเจี๊ยบเลย ”
“ โค๊ทคุณบางเกินไป เดี๋ยวเอาของผมคลุมไปก่อน วันนี้เลิกเรียนกี่โมง ”เขาถอดเสื้อโค๊ทตัวหนาท่าทางราคาแพงคลุมให้หล่อน “ “ บ่ายโมงตรง แล้วห้าโมงเย็นจะต้องเข้าห้องผ่าตัดเสร็จก็ประมาณเที่ยงคืน อาจจะช้าหรือเร็วกว่านั้น มันมาร์คเวลาไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ คุณถามทำไมเหรอคะ ”
“ เดี๋ยวบ่ายโมงผมจะให้คุณแม่บ้านกับคนขับรถไปรอคุณที่โรงพยาบาล จะให้พาไปเลือกซื้อเสื้อกันหนาวหลายๆตัว ผ้าพันคอ หมวก ถุงมืออุ่นๆ อ้อ!แล้วก็รองเท้าบู๊ท ”
“ จะซื้อมาทำไมเยอะแยะคุณ ”หล่อนร้องโวยวาย
“วีคเอ็นนี้ ผมจะพาคุณไปเที่ยวที่สกีรีสร์ท คุณแม่บ้านจะจัดการเื่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ”เขาพูดหน้าตาเฉย
“ กึนซอง ฉันรู้ว่าคุณรวย แต่อะไรที่มันมากไปฉันก็ไม่สบายใจ ”
“ ไม่มีอะไรมากไปสำหรับคุณ ”ว่าแล้วชายหนุ่มก็หันหลังกลับเข้าบ้าน เบื่อจะฟังยัยคนตัวเล็กพล่ามพรรณาเื่ความสิ้นเปลือง
บ่ายโมงคุณแม่บ้านกับคนขับรถพาเธอไปช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าสุดหรูที่ส่วนใหญ่ขายแต่ของแบรนด์เนม แทอันต้องเดินตามไปด้วยเพื่อช่วยถือของพะรุงพะรังไปหมด คุณแม่บ้านเลือกเสื้อผ้า หมวก ผ้าพันคอ เข้าชุดกันให้เธอหลายชุด หญิงสาวขี้คร้านจะปรามเลยปล่อยให้เลือกตามสบาย เธอเลยกลายเป็ตุ๊กตาลองเสื้อผ้าให้หญิงสูงวัยดู นางก็ดูมีความสุขที่จับมนต์ตราแต่งนั่นแต่งนี่ นางยิ้มด้วยความพึงพอใจ
“ สวย..สวยค่ะ..สวยเหลือเกิน คุณชายเห็นเข้าคงชอบใจแน่ๆ ”นางรำพึงกับตัวเอง