หลังจากเดินทางมาหลายวัน รถม้าของเหวินเจาเหยียนหยุดลงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ในเมืองทางเหนือ ที่นี่เป็สถานที่พิเศษสำหรับการรักษาของท่านหมอ ชายหนุ่มก้าวลงจากรถม้าด้วยท่าทีสง่างาม แม้ดวงตาของเขาจะถูกปิดด้วยผ้าสีดำ แต่ร่างกายของเขายังแผ่รังสีแห่งอำนาจที่ยากจะละเลย
ในห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูมีเกียรติ ท่านหมอในชุดคลุมยาวกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์อยู่ เหวินเจาเหยียนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ มือของเขาลูบผ้าสีดำที่ปิดดวงตา
“ท่านเหวิน” หมอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ข้าได้ตรวจสอบอาการของท่านผ่านข้อมูลที่ลูกน้องของท่านส่งมา และข้าเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่ข้าจะสามารถรักษาดวงตาของท่านให้กลับมามองเห็นได้”
“โอกาสสูง… หรือเพียงแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ?”
เหวินเจาเหยียนถาม น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง
“เป็โอกาสที่แท้จริงขอรับ” หมอตอบ “แต่การรักษานั้นต้องใช้เวลาหลายวัน และ้าความอดทนจากท่าน”
“บอกมา ข้าต้องทำอะไร” เหวินเจาเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยอมให้มีการปฏิเสธ
หมอเริ่มต้นการรักษาด้วยการใช้ยาพิเศษที่สกัดจากสมุนไพรหายาก ทายาลงบนดวงตาของเหวินเจาเหยียนและทำการกระตุ้นประสาทตาด้วยวิธีการที่ซับซ้อน
“ใน่นี้ ท่านต้องพักผ่อนให้มากที่สุด และหลีกเลี่ยงความเครียด” หมอกล่าว “การรักษาจะดำเนินไปทีละขั้น และท่านอาจเริ่มมองเห็นแสงเล็กๆ ในไม่กี่วัน”
คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนนิ่งเงียบ แม้ภายนอกเขาจะดูสงบ แต่ภายในจิตใจของเขากลับเต็มไปด้วยความหวังที่เขาไม่กล้ายอมรับ
ในค่ำคืนที่เงียบสงัด เหวินเจาเหยียนนั่งอยู่คนเดียวในห้องพัก เขาถอดผ้าสีดำที่ปิดดวงตาออก ดวงตาที่เคยสดใสตอนนี้ดูหม่นหมองและไร้แสง
“ถ้าข้ากลับมามองเห็นอีกครั้ง…” เขาพึมพำกับตัวเอง “ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครหลอกข้าได้อีก ไม่ว่าจะเป็ซูเหมยหลิน… หรือใครก็ตาม”
ความทรงจำในคืนแต่งงานยังคงตามหลอกหลอนเขา ดวงตาที่มองไม่เห็นเป็เครื่องเตือนใจถึงความทรยศที่เขาไม่มีวันลืม
“ข้าจะเปิดโปงทุกสิ่งที่เ้าซ่อนอยู่” เขากล่าวเบาๆ ก่อนจะพันผ้ากลับมาที่ดวงตา
หลายวันผ่านไป หมอสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในอาการของเหวินเจาเหยียน
“ท่านเหวิน” หมอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ข้าคิดว่าการรักษาเริ่มได้ผลแล้ว ดวงตาของท่านตอบสนองต่อแสงได้เล็กน้อย”
เหวินเจาเหยียนนิ่งเงียบ แต่ในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขายังไม่อยากแสดงความยินดีออกมา เขารู้ดีว่าทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลงได้ในพริบตา
“ข้าจะรอจนกว่ามันจะสำเร็จ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง
ในค่ำคืนที่ล่วงเลยไป เหวินเจาเหยียนยืนอยู่หน้าหน้าต่างที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์ของเมืองทางเหนือ เขายังคงคิดถึงจวนตระกูลเหวิน และหญิงที่เขาทิ้งไว้เื้ั
“ซูเหมยหลิน…” เขาพึมพำชื่อเธอเบาๆ “ไม่ว่าเ้าจะพยายามหนีอดีตอย่างไร ข้าจะลากเ้ากลับมาเผชิญกับมัน… และเมื่อข้ากลับไป เ้าจะไม่มีทางปฏิเสธความจริงได้อีก”
ผ่านไปหลายวัน…
แสงแดดที่ส่องลอดหน้าต่างในยามสายดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้อากาศในจวนตระกูลเหวินสดใสขึ้น หยางลี่เจินนั่งอยู่ในห้องพักของตัวเอง พยายามรวบรวมความคิดหลังจากการเผชิญหน้ากับพ่อค้าที่เข้ามาหาเื่ใน่ที่ผ่านมา
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะได้ยินเสียงของหญิงรับใช้จากด้านนอก
“นายหญิงเ้าคะ… มีแขกจากตระกูลซูมาขอพบ”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของหยางลี่เจินเต้นแรง เธอรีบลุกขึ้นและเดินออกไปที่ลานจวน
หญิงรับใช้ในชุดเรียบง่ายของตระกูลซูยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าของหญิงคนนั้นเต็มไปด้วยความวิตกกังวล และน้ำตาที่เอ่อคลอในดวงตาเหมือนจะบอกได้ว่าข่าวที่เธอนำมานั้นไม่ใช่ข่าวดี
“นายหญิง…” หญิงรับใช้กล่าวเสียงสั่น “บ่าวมาที่นี่เพราะ… ท่านอนุ… ท่านแม่ของท่าน… ใกล้จะไม่ไหวแล้วเ้าค่ะ”
หยางลี่เจินนิ่งงัน ใจของเธอเหมือนถูกบีบแน่น “หมายความว่าอย่างไร? แม่ฉันเกิดอะไรขึ้น?”
หญิงรับใช้กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากก่อนจะพูดต่อ “ท่านแม่ของท่านถูกฮูหยินใหญ่วางแผนร้าย… ถูกกดขี่และทำร้ายอยู่เสมอ เมื่อเร็วๆ นี้ ท่านแม่ของท่านล้มป่วยหนัก และไม่มีใครในตระกูลให้การดูแลอย่างเหมาะสมเลยเ้าค่ะ…”
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของหยางลี่เจิน เธอคิดถึงภาพของแม่ที่ยิ้มแย้มและอ่อนโยน แม้ในวันที่ลำบากที่สุด
“แม่ฉัน… ใกล้จะจากไปแล้วเหรอ?” เธอถามเสียงสั่น น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
หญิงรับใช้พยักหน้า “บ่าวจึงรีบมาบอกท่าน… ถ้าท่านอยากไปดูใจท่านแม่เป็ครั้งสุดท้าย ท่านต้องรีบไปเ้าค่ะ…”
หยางลี่เจินยืนนิ่ง หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความเ็ป เธออยากกลับไปหาแม่ อยากดูแลแม่ใน่เวลาสุดท้าย แต่เธอก็รู้ดีว่าการออกจากจวนตระกูลเหวินโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเหวินเจาเหยียนอาจทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย
“ถ้าฉันไป… แล้วเขากลับมา…” เธอคิดในใจ “เขาจะยิ่งโกรธและคิดว่าฉันกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง”
แต่เมื่อภาพของแม่ที่ป่วยหนักและถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวผุดขึ้นมาในหัว ความลังเลในใจของเธอก็ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกผิด
“ฉันไม่สนว่าเขาจะคิดยังไง…” เธอพึมพำ “ฉันต้องไปหาแม่…”
หยางลี่เจินหันไปหาหญิงรับใช้ของตระกูลซู
“เตรียมรถม้าให้ฉัน ฉันจะกลับไปบ้านเดี๋ยวนี้”
หญิงรับใช้พยักหน้าอย่างเร่งรีบ “เ้าค่ะ นายหญิง!”
ในขณะที่เธอกำลังเดินกลับไปเตรียมตัว น้ำเสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมเงามืดในจวน “นายหญิง… ท่านแน่ใจแล้วหรือที่จะทำเช่นนี้?”
หยางลี่เจินหันไปเห็นชายคนสนิทของเหวินเจาเหยียนยืนอยู่ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม และดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
“คุณไม่ต้องมาขัดขวางฉัน” เธอกล่าวเสียงแข็ง “นี่คือเื่ของฉัน!”ชายคนนั้นถอนหายใจ “นายท่านไม่อนุญาตให้ท่านออกจากจวน หากท่านไปโดยพลการ ท่านอาจต้องรับผลที่ตามมา”
หยางลี่เจินจ้องเขาด้วยความมุ่งมั่น “ถ้าคุณจะรายงานเขา ก็เชิญ แต่ฉันไม่สามารถทิ้งแม่ของฉันไว้แบบนี้ได้”
ชายคนสนิทมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ข้าจะไม่ขัดขวางท่าน… แต่ข้าหวังว่าท่านจะเตรียมใจรับผลที่ตามมา”
หยางลี่เจินขึ้นรถม้าที่เตรียมไว้ ใจของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความเร่งรีบ รถม้าเคลื่อนตัวออกจากจวน มุ่งหน้าไปยังตระกูลซูอย่างรวดเร็ว
ในระหว่างทาง เธอยังคงคิดถึงแม่ คำพูดสุดท้ายที่แม่พูดกับเธอก่อนจากกันยังคงดังก้องในหัว
“ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก…”
น้ำตาของหยางลี่เจินไหลอาบแก้ม เธอไม่รู้ว่าจะทันดูใจแม่หรือไม่ แต่เธอรู้ว่าเธอจะต้องไปถึงที่นั่น ไม่ว่าสิ่งใดจะรอเธออยู่ก็ตาม
“ใน่เวลาที่สำคัญที่สุด เธอจะสามารถกลับไปดูใจแม่เป็ครั้งสุดท้าย หรือจะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่หนักหนาเกินไป?”