(จบ) ย้อนเวลากลายมาเป็นแม่สามีที่ชั่วร้าย

    ตอนที่ 28 ไม่ต้องห่วง รสชาติต้องไม่เลวแน่นอน

    ตอนที่ 28 ไม่ต้องห่วง รสชาติต้องไม่เลวแน่นอน


            “ไม่ต้องห่วง รสชาติต้องไม่เลวแน่นอน” ไป๋เพ่ยเพ่ยมั่นอกมั่นใจ


            แม้จะไม่มีน้ำมันและเกลือติดบ้านมากนัก แต่ยังพอมีเครื่องเทศที่เก็บมาจากบนเขาอยู่มากมาย นางจะช่วยปรุงให้มีรสชาติไม่ได้เชียวหรือ 


            ต่อให้มันจะเป็๲สมุนไพร แต่มันยังสามารถใช้เป็๲เครื่องเทศได้อีกด้วย


            ไป๋เพ่ยเพ่ยเดินเข้าไปดูอาการลูกชายฝาแฝดและเซี่ยต้ายาก่อนเดินออกมาลงมือจัดการหยิบต้นหอม มัสตาร์ด พริก และพริกไทยที่เด็ดออกมาสด ๆ  ตามด้วยเครื่องปรุงสมุนไพรจีน นางถึงขั้นทำ ‘เครื่องปรุงยาจีน’


            ส่วนที่เหลือก็ให้เซี่ยเหมียวเหมียวจัดการกับสมุนไพรที่เหลือ


            หลังเสร็จสรรพ นางรู้สึกว่าคงถึงเวลาที่ต้องสอนหลานสาวทำอาหาร จึงเรียกเซี่ยเหมียวเหมียวมา เริ่มจากตั้งเตา ก่อนสอนวิธีการผัดเครื่องปรุงให้เด็กสาว


            ทำไมถึงสอนเซี่ยเหมียวเหมียวน่ะหรือ?


            อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่เคยใช้เตาฟืนสมัยก่อนมาก่อน นางกลัวว่าตนเองจะเผยพิรุธ จึงพยายามไม่ทำสิ่งใดด้วยตนเอง แต่ให้ผู้อื่นทำให้แทน


            ด้วยความบังเอิญที่นิสัยใจคอของเ๽้าของร่างเดิมดันสอดคล้องกันกับไป๋เพ่ยเพ่ย ตรงที่นางมักจะชอบเรียกใช้หลานสาว เพียงแต่ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้เรียกจิกใช้ไปทั่ว แต่ให้เซี่ยเหมียวเหมียวทำงานและสอนความรู้ใหม่ ๆ ให้แทน


            อย่างเครื่องปรุงยาจีนไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ การที่เซี่ยเหมียวเหมียวได้เรียนรู้ทักษะนี้ ถือโอกาสเพิ่มความสามารถขึ้นอีกหนึ่งอย่าง


            “อย่างนี้หรือท่านแม่?”


            “อืม ใช่แล้ว อย่างนั้น อย่าผัดนานเกินไปล่ะ เอาแค่พอมีกลิ่นหอมออกมาก็พอ”  


            ทันทีที่ ‘เครื่องปรุงยาจีน’ ส่งกลิ่นหอม ไป๋เพ่ยเพ่ยก็ให้ลูกสาวเทน้ำเติมเข้าไป ก่อนเติมลูกสนลงไปต้ม

            ลูกสนถูกล้างน้ำมาก่อนแล้ว สามารถนำลงไปต้มได้ทันที


            ลูกสนที่สุกได้ที่จะส่งกลิ่นหอมออกมาเป็๞พิเศษ กอปรกับเครื่องปรุงของไป๋เพ่ยเพ่ย แม้รสชาติจะไม่เหมือนที่เคยกินในชาติก่อน แต่มันก็นับว่าไม่เลวเลยสำหรับยุคโบราณเช่นนี้


            เซี่ยเหมียวเหมียวชิมแล้วเผยท่าทีตกตะลึง “อร่อยมาก!”


            “อร่อยใช่ไหม หากอร่อยฤดูใบไม้ผลิปีหน้าเราไปเก็บลูกสนกันอีก ถ้าเราไม่เอามาต้ม ก็เอามาผัดแทนได้ ผัดต้นสนก็อร่อยเหมือนกัน สามารถใช้กินเล่นเป็๞ขนมได้เลย”


            เซี่ยเหมียวเหมียวลองกินสองสามชิ้น ก็พลันกินต่อไม่ลง อาหารมีเพียงสองถ้วย แต่ในบ้านมีคนอีกมากมาย ตอนนี้ในถ้วยกลับหายไปหลายส่วนแล้ว


            ไป๋เพ่ยเพ่ยบอกให้นางตักลูกสนขึ้นมา อย่าทิ้งน้ำให้เสียเปล่า เติมไข่ลงไปเป็๞น้ำแกงไข่ ก่อนต้มโจ๊กธัญพืชและผักป่า


            รสชาติอร่อยเหลือล้น

            ทันทีที่เซี่ยเสี่ยหย่ากลับมา นางได้กลิ่นหอมก็ตรงดิ่งเข้ามาในครัว


            “ท่านแม่ ท่านกำลังทำของอร่อยอะไรอยู่หรือ?”


            “เ๽้าไปไหนมา ข้ากลับมานานแล้วแต่ไม่ยักจะเห็นเ๽้า”


            “ข้าไม่ได้ไปไหนไกล เพียงออกไปเดินเล่นเท่านั้นเอง ท่านแม่ ท่านยังไม่ได้ตอบข้าเลยว่าท่านกำลังทำของอร่อยอะไรอยู่”


            “ลูกสน มาลองกินสิ แกะเปลือกก่อนค่อยกิน” ไป๋เพ่ยเพ่ยกลัวว่าลูกสาวจะไม่กิน จึงตักมาสี่ห้าเม็ดและสาธิตการปอกเปลือกให้ดู


            เซี่ยเสี่ยวหย่าถูกใจ “โห! อร่อยจังเลย! ท่านแม่ ท่านให้ข้ามากขึ้นอีกหน่อยได้หรือไม่?”


            “ข้าทำไว้แค่หม้อเล็ก ๆ กินได้คนละนิดละหน่อยเท่านั้น ผู้อื่นก็ชอบกินเช่นเดียวกันกับเ๽้าด้วย ไว้เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาเยือน จะมีลูกสนออกผลมากมาย ค่อยไปเก็บมาทำอาหารกินกัน เ๽้าจะได้มีกินจนหนำใจเลย” 


            “หา... รอฤดูใบไม้ผลิมาเยือนหรือ” เซี่ยเสี่ยวหย่าผิดหวังเล็กน้อย พลันไม่อยากปล่อยลูกสนไม่กี่เม็ดในมือไป


            เซี่ยเสี่ยวหย่าค่อย ๆ ละเมียดกินอย่างเชื่องช้า แกะเม็ดหนึ่งแล้วหยิบใส่ปากละเลียดกินจนกระทั่งไม่มีรสชาติในปากถึงจะยอมเริ่มกินเม็ดใหม่


            ระหว่างกินก็กล่าวตัดพ้อ “ท่านแม่ ทำไมท่านไม่เอาของอร่อยขนาดนี้มาให้ข้ากินก่อนหน้านี้เล่า”


            “ข้าเองก็อยาก หากแต่ไม่มีค่อยมีใครเขากินสิ่งนี้ หากกินแล้วมีพิษจะทำอย่างไรเล่า เพียงแต่ข้านึกได้ว่ามียาอยู่ ก่อนจะคิดออกว่าหากสัตว์กินได้คนก็ย่อมกินได้เช่นกัน”


            เซี่ยเสี่ยวหย่าไม่เคยคาดคิดว่าสัตว์กินได้คนก็ต้องกินได้มาก่อน นางรู้เพียงว่ามันอร่อยและนางก็ชอบกินมันเอามาก ๆ


            ทั้งยังอยากลอบไปหยิบยามมารดาไม่ทันมอง


            น่าเสียดายที่ไป๋เพ่ยเพ่ยเฝ้าไว้อย่างใกล้ชิด การลักขโมยจึงไม่สำเร็จ พวกนางได้แต่หยิบชามไปเตรียมกินข้าวตามคำสั่งของไป๋เพ่ยเพ่ยอย่างไม่สบอารมณ์


            โชคดีที่ไป๋เพ่ยเพ่ยมอบหมายให้เซี่ยเสี่ยวหย่าแบ่งกับข้าว ทำให้นางอารมณ์ดีขึ้นบ้าง


            กับข้าวอย่างอื่นยังไม่เป็๲ไร แต่เมื่อถึงคราวลูกสน นางก็อยากจะเทลงถ้วยตนเองเสียครึ่งชาม


            แน่นอนว่าภายใต้การจับตามองของไป๋เพ่ยเพ่ย นางไม่กล้าทำอะไรเกินเหตุ เพียงฉวยโอกาสที่มีอยู่เล็กน้อยเท่านั้น


            นางยังเติมลงถ้วยของมารดาเพื่อเอาใจ ทว่าไป๋เพ่ยเพ่ยกลับรู้สึกจนใจ พลันแบ่งส่วนที่อยู่ในถ้วยตนเองให้เซี่ยเหมียวเหมียว


            “ลูกพี่ลูกน้องเ๽้าเป็๲คนปอกเปลือกลูกสนมาต้ม นางทำงานหนัก สมควรได้กินมากหน่อย”


            “ท่านแม่ ท่านไม่จำเป็๲ต้องให้ข้ามากถึงเพียงนี้ ข้ากินเท่านี้ได้” เซี่ยเหมียวเหมียวมองแล้วยื่นมือไปห้าม


            “ที่ข้าให้เ๽้ากินมากหน่อย ก็เพื่อต่อไปเ๽้าต้องทำงานอีกมาก หากเ๽้าไม่กินเพื่อบำรุงร่างกาย แล้วใครจะมาช่วยงานข้า ด้วยพี่สาวเ๽้าเองยังนอนติดเตียงอยู่เช่นนี้” 


            ไป๋เพ่ยเพ่ยวางส่วนของเซี่ยต้ายาตรงหน้าอีกฝ่าย ก่อนบอก “เอาล่ะ พี่สาวเ๽้า เ๽้าก็ปอกให้นางเองเถิด ครานี้ข้าจะไม่ช่วย”


            ลูกชายฝาแฝดยังอ่อนแรง ต้องนอนพักอีกสักระยะหนึ่ง ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่กล้าให้พวกเขากินมากนัก จึงได้แต่ให้ทั้งสองคนกินแต่โจ๊กรองท้อง


            ด้วยเหตุนี้ ลูกสนสองถ้วยใหญ่จึงถูกแบ่งให้ไป๋เพ่ยเพ่ย เซี่ยเหล่าเอ้อร์ เซี่ยเสี่ยวหย่าเซี่ยเหมียวเหมียว และเซี่ยต้ายาที่ยังนอนบนเตียง


            ทุกคนต่างกินไปไม่น้อยเลย


            เซี่ยเสี่ยวหย่าตากระตุก หมายอยากจะช่วยเซี่ยเหมียวเหมียวปอกเปลือกลูกสน แต่ทว่าแท้จริงคือ๻้๵๹๠า๱ลักมากินเอง

            เซี่ยเหมียวเหมียวไม่กล้าขอให้เซี่ยเสี่ยวหย่าช่วย นางสามารถยกส่วนของตนเองให้ได้ ทว่าไม่อาจแบ่งส่วนของพี่สาวให้ได้


            เซี่ยเสี่ยวหย่าเม้มปากด้วยความโมโห แต่นางก็ไม่ได้กลับมามือเปล่า ทำให้พอเป็๞การปลอบใจได้บ้าง


            ไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นเช่นนี้ “...”


            ช่างเถิด เซี่ยเหมียวเหมียวอยากจะให้ นางห้ามได้ด้วยหรือ


            ในจังหวะนั้นเซี่ยเหล่าเอ้อร์ก็คีบลูกสนปริมาณไม่น้อยใส่ถ้วยของไป๋เพ่ยเพ่ย


            “ท่านให้ข้าทำไมกัน?”


            “ที่ผ่านมาเ๯้าไม่ค่อยได้กินอาหารดี ๆ  นาน ๆ ทีจะเห็นของที่ชอบเ๯้า กินให้มากหน่อยสิ ข้าไม่ใช่คนเลือกกินอยู่แล้ว จะให้กินอะไรก็ย่อมได้ทั้งนั้น”


            เขาไม่ได้ลองชิมลูกสนด้วยซ้ำ กลับเลาะเปลือก แล้วยกทั้งหมดใส่ถ้วยไป๋เพ่ยเพ่ย


            นางพลันไม่สบายใจ จึงอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยออกไป


            เซี่ยเสี่ยวหย่าอิจฉา บอกว่าบิดานั้นลำเอียง ยกให้แต่ท่านแม่ ไม่แบ่งให้นางบ้างเลย


            เซี่ยเหล่าเอ้อร์กล่าวอย่างไม่ตามใจนาง “แม่เ๯้าคือภรรยาข้า หากข้าไม่รักแม่เ๯้าแล้วจะให้รักใครที่ไหนอีก ทีแม่เ๯้ารักเ๯้า ข้ายังไม่โวยวายสักคำ” 


            เซี่ยเสี่ยวหย่า๻้๪๫๷า๹ให้มารดาปกป้อง แต่เมื่อนึกถึงความเข้มงวดของอีกฝ่ายใน๰่๭๫นี้ นางก็พลันไม่กล้าเปิดปาก ได้แต่กินอาหารของตนอย่างสงบเสงี่ยม


            ว่ากันตามตรง รสชาติของโจ๊กไม่เลวเลย นอกจากจะส่งกลิ่นหอมแล้ว ลูกสนเองก็รสชาาติอร่อยมากทีเดียว


            น่าเสียดายที่มีเพียงถ้วยเดียว

            เมื่อหมดแล้วก็ไม่มีให้กินอีก


            “ท่านแม่ พรุ่งนี้ต้มโจ๊กได้อีกหรือไม่ มันอร่อยมากเลย” เซี่ยเสี่ยวหย่ารู้ว่าตนเองไม่อาจร้องขอน้ำแกงไข่ได้ ทว่าสำหรับโจ๊กนี้ก็ยังพอมีหวังไม่ใช่หรือ?


            ไป๋เพ่ยเพ่ยกรอกตาก่อนเอ่ย “โจ๊กนี้ใช้น้ำต้มลูกสนทำจึงมีกลิ่นหอม กินลูกสนหมดแล้วจะปรุงออกมาแบบนี้อีกเห็นจะไม่ได้ ข้าขอดูก่อน พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาไปดูว่ามีอะไรกินได้อีกไหม”


            “ท่านแม่ ข้าไปกับท่านด้วยดีไหม หากมีของอร่อยข้าจะได้ช่วยท่านได้” เซี่ยเสี่ยวหย่าเอ่ยอย่างคาดหวัง


            “ได้ หากเ๽้าไม่กลัวร้อน หรือลำบากก็ตามมาด้วยกันได้” นางเอ่ย “ข้าไม่อาจปากหวานได้ หากขึ้นเขาไปแล้วจะลงมากลางคันไม่ได้ ถึงเวลานั้นเ๽้าห้ามงอแงเด็ดขาด”


            “ข้าไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว ข้าไม่สร้างปัญหาให้ท่านหรอกหน่า” เซี่ยเสี่ยวหย่ารู้สึกว่ามารดาคิดมากเกินไป