“ตุบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงก้าวเท้าอย่างรวดเร็วแสดงถึงพลังยุทธ์ของผู้ก้าวเป็อย่างดี แต่ละก้าวรวดเร็ว่ก้าวหนึ่งก้าวยาว 1 เส้น (1 เส้นมีระยะเท่ากับ 40 เมตร) พลังยุทธของหมอหลวงนับว่าไม่ธรรมดาอยู่ในระดับจอมคนขั้นต้นเป็อย่างน้อย หมอหลวงจำต้องหยุดรักษา แม้จะขับพิษในตัวองค์ชายได้เกินครึ่งแล้ว
แต่ก็ยังหลงเหลือพิษอยู่ในร่างถึง 1 ใน 3 ส่วน แม้พิษจะเหลือน้อยแล้ว แต่หากไม่ขับออกให้หมดความทรมานจากพิษที่พบเจอก็ยากที่เด็กตัวน้อยจะทนไหวและมีชีวิตรอดได้ หมอหลวงตอนนี้ได้แต่ถอนหายใจแล้ว
“องค์ชายน้อยชีวิตท่านแม้จะเป็ดังั์ แต่ก็ดูเหมือนมีผู้มิอยากให้ท่านได้เติบใหญ่ แม้ตัวกระหม่อมหูหลี่จวิน จะไม่ใช่ชนชั้นไร้ฝีมือ แต่ก็เกรงว่าไม่อาจจะช่วยรักษาชีวิตท่านได้จริงๆ มีแต่ต้องพึงวาสนาลิขิตฟ้าของตัวท่านเองแล้ว” หมอหลวงพูดพลางวิ่งไม่หยุดใช้กำลังกายและกำลังภายในของตัวเองอย่างสูงที่สุด โดยไม่ยอมหยุดพักแม้แต่น้อย
เกรงว่ากลุ่มนักฆ่าจะตามทัน ระหว่างทางหนีตลอดเวลาหมอหลวงฝืนกินโอสถเสริมพลังอยู่เป็ระยะๆ ไม่ปล่อยให้พลังตัวเองตกลงแม้แต่น้อย
พร้อมกอดกล่องไม้ที่มีองค์ชายน้อยอยู่แน่น ทางลับประตูัมีเส้นทางหลอก 24 เส้น ทางจริง 1 เส้นทะลุถึงนอกเมือง แม้ผู้มาจะเป็ผู้ฝึกปราณระดับจอมยุทธ์อย่างน้อยก็ต้องเสียเวลาอยู่บ้าง
เพียงแต่จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับโชคชะตา ถ้าฝ่ายผู้บุกรุกเตรียมของวิเศษพรั้งพร้อมเหมาะกับสถานการณ์ ตัวหมอหลวงคงไม่มีทางหนีรอดในทางลับได้โดยง่าย
แต่ถึงแบบนั้นหมอหลวงหลี่จวินก็รู้ดีว่า แม้ไม่อาจจะหนีรอดได้โดยง่ายด้วยความต่างของเขตพลัง 1 ระดับใหญ่ พลังซึ่งต่างกันดังเขาสูงชันที่ผู้อยู่ด้านล่างยากจะปีนป่ายไปถึง
แต่หากเลือกสร้างอุบายและหวังมีชีวิตรอดนับว่ามีโอกาสมากอยู่ เพียงแต่ชะตาองค์ชายน้อยตัวมันยากลิขิตแล้ว
เมื่อออกจากทางลับ หมอหลวงไปถึงทางน้ำ พร้อมปล่อยกล่องไม้ให้องค์ชายน้อยที่อยู่ภายในกล่องลอยไปตามโชคชะตาของตัวเอง
ส่วนตัวหมอหลวงเองเลือกข้ามแม่น้ำพร้อมสร้างร่องลอยเท็จและจริง และเหลือหนีไปอีกทางของสายน้ำก่อนจะหยิบหาผลไม้ป่าและขุดดินซ่อนตัว โชคดีอาจจะรอด โชคร้ายคือตาย
หากนักฆ่าไม่ได้ระดมกำลังขนหน้านับพัน เป็เพียงแผนสังหารอย่างไม่หวังผลต่อเนื่อง หมอหลวงก็คิดว่าโอกาสรอดของมันก็น่าจะมีมาก
ส่วนในใจของท่านหมอหลวงตอนนี้ได้แต่ภาวนาให้องค์ชายน้อยมีชีวิตรอด
อย่างน้อยที่สุดหมอหลวงก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว
“องค์ชายน้อย ข้าหวังว่าท่านจะโชคดี”
.
.
.
เฉียวเฟิงในร่างเด็กทารกตอนนี้ตัวมันเร่งเดินพลังปราณไม่หยุด เวลานี้ผ่านไป 2 วันแล้ว ทารกน้อยเฉียวเฟิงสำเร็จวิชาลับรักษาเส้นชีพจรของจ้าวหมื่นมารแล้ว และมันไม่ธรรมดาเลย แม้จะไม่ต้องฝึกวิชานี้โดยมีวิชาพื้นฐานอื่นลองรับ แต่เคล็ดวิชานี้ก็มีความซับซ้อนสูงสำหรับเฉียวเฟิง
หากตอนนี้ตัวเฉียวเฟิงไม่มีระบบสังหารเทพที่ช่วยสร้างจิติญญาจ้าวหมื่นมารมาช่วยแนะนำตัวมัน ราวกับทั้งสองมีร่างๆ เดียวกัน พร้อมเคลื่อนลมปราณไปพร้อมๆ กัน จนเกิดการตระหนักรู้ และซึมซับอย่างถึงแก่น เฉียวเฟิงตัวมันก็เกรงว่าอย่างน้อยๆ ภายในเวลา 3 เดือนนี้ เฉียวเฟิงคงไม่สามารถสำเร็จวิชานี้ได้แน่นอน ตัวมันอาจจะต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนสำหรับการฝึกเคล็ดเดินลมปราณที่ยากเช่นนี้
แต่ส่วนหนึ่งที่เื่นี้ประสบความสำเร็จอย่างดีงามเช่นนี้ เฉียวเฟิงก็ต้องขอบคุณตัวมันเองด้วย เพราะนับั้แ่ถือกำเนิด มันได้แอบหัดการเดินพลังลมปราณระดับพื้นฐานมาโดยตลอด
ตามเคล็ดวิชาที่มีในระบบสังหารเทพ จึงทำให้ตัวมันพอมีความชำนาญในการฝึกฝนลมปราณอยู่บ้าง ทำให้ใน่เกิดเหตุรอบสังหาร ในห้วงเป็ตายการฝึกวิชาลับของจ้าวหมื่นมารแม้จะน่ากังวลใจนักแต่มันก็เป็ไปอย่างราบรื่น ในเวลานั้นนอกจากความอดทนส่วนตัวแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็เพราะความขยันและความมุ่งมั่นของเฉียวเฟิง ที่ใช้โชคที่จ้าวหมื่นมารมอบให้อย่างคุ้มค่า
เฉียวเฟิงตอนนี้แม้จะเจอเื่โหดร้าย แต่มันก็พยายามปลอมใจตัวเองว่าเป็คนมีโชค ทำให้ในชีวิตนี้ของตัวเฉียวเฟิง ตัวมันไม่ต้องเริ่มต้นอย่างยากลำบากเช่น่ชีวิตของจ้าวหมื่นมารที่มีเส้นชีพจรพิการเสียหายจนใช้พลังได้เพียง 1 ใน 10 ส่วน
ซึ่งในตอนนี้เฉียวเฟิงรู้สึกได้แล้วว่าชะตาของมันเริ่มขีดเขียนแตกต่างกับจ้าวหมื่นมารแล้ว
เพราะนอกจากเส้นชีพจรจะไม่เสียหาย เส้นชีพจรของตัวเฉียวเฟิงตอนนี้ยังเปิดโล่งและแข็งแกร่งเป็อย่างมาก ทำให้เ้าตัวรู้สึกได้ถึงความโล่งสบาย ด้วยการเดินลมปราณได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม 2 ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว
หลังจากเดินลมปราณต่อเนื่องมา 2 วัน 2 คืน เฉี่ยวเฟิงน้อยก็หมดแรงและหลับใหลลงอยู่ในห้วงนิทรา ในกล่องไม้ ที่กำลังล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย
.
.
.
วันเวลาก้าวผ่านอีกครั้ง
ตอนนี้เป็่สายแล้ว กล่องไม้ที่มีเฉียวเฟิงน้อยหลับใหลอยู่ได้ลอยมาติดโขดหิน กระแสน้ำ่นี้ไม่ได้ไหลเชี่ยวแรง มันจึงมักเป็จุดหนึ่งที่มักมีผู้คนทั่วไปมาใช้อุปโภคบริโภคเป็ระยะระยะ
แต่ถึงแบบนั้นแม่น้ำในจุดที่กล่องไม้ลอยมาติด ก็ไม่จุดไม่ใช่มุมที่ผู้คนทั่วไปจะเดินมาเห็นได้โดยง่าย หากแต่กล่องไม้ที่เฉียวเฟิงน้อยอยู่นั้น ติดอยู่ในโขดหินในแง่มุมที่ง่ายแก่การพบเห็นกว่านี้อีกสักหน่อย
ตอนนี้เฉียวเฟิงในร่างเด็กทารกคงได้รับการช่วยไปแล้ว ตอนนี้เป็่สายวันแล้ว ก็ดูวาสนาของเด็กน้อยเฉียวเฟิงช่างดูอับโชคอยู่บ้าง แม้ในตอนนี้เองมุมหนึ่งของแม่น้ำสายนี้จะเริ่มปรากฏเสียงพูดคุยของกลุ่มสตรีดังขึ้น
แต่ก็ยังไม่มีใครเดินมาในจุดที่กล่องไม้ของทารกน้อยเฉียวเฟิงอยู่เลย
“คุณนายเหมียวทำไมเดี๋ยวนี้พวกข้าไม่ค่อยเห็นเ้าเลย สามีเ้ากลับมาแล้วหรือยัง”
สตรีเหมียวไม่พูดอะไรได้แต่ส่ายหน้าเป็เชิงปฏิเสธ
“น่าสงสารยิ่งนัก 3 ปีกว่าแล้วแต่นี่กะไรข่าวคราวใดๆ ก็ไม่มี แม่สามีก็มาตายจากไปอีกตระกูลเหมียวก็ใช่ว่าจะมีฐานะอะไรเ้าคงเหนื่อยยากน่าดูเลยนะคุณนายเหมียว” แม้คำพูดของนางจะดูจริงใจแต่ไส้ในนั้นมีแต่ความเชือดเฉือนทั้งสีหน้าและท่าทาง
นั่นก็เพราะสตรีเหมียวนั้นนับเป็หนึ่งในหญิงงามของหมู่บ้าน ‘สวนไผ่’ แห่งนี้ 5 ปีก่อนนางเลือกแต่งเข้าตระกูลเหมียว ซึ่งเป็ยอดบุรุษของหมู่บ้านที่หญิงใดก็ปรารถนาจะตบแต่งเข้าสู่ตระกูลแห่งนี้ แต่อนิจจาโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน บุรุษตระกูลเหมียวจำใจต้องออกจากหมู่บ้านหวังสร้างชื่อเสียงเป็ยอดคน แต่ปัจจุบัน 3 ปีกว่าแล้วก็ยังไม่ได้กลับมา ตระกูลเหมียวตอนนี้จึงลำบากเพราะไร้บุรุษดูแล สตรีเหมียวจึงต้องทำงานหนักพร้อมดูแลแม่สามี พร้อมยังต้องไปทำงานเป็คนรับใช้ที่โรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่ง
สตรีเหมียวไม่พูดอะไรตอบโต้ ได้แต่เดินปลีกตัวจากเหล่ากลุ่มสตรีนี้เสีย นางชินชากับคำพูดประชดประชันของสตรีเหล่านี้แล้ว
นี่ไม่ใช่เพราะนางไม่รู้สึกอะไร แต่เพราะทุกคำพูดของคนเหล่านี้มันยิ่งไปตอกย้ำความเ็ปในใจของนาง สามีอันเป็ที่รักจากไป 3 ปีไม่มีข่าว ไม่รู้เป็ตายร้ายดี ทุกวันนางได้แต่สวดภาวนาต่อเทพเซียน เ้าป่าเ้าเขาขอให้สามีของนางปลอดภัย
่ที่สามีนางไม่อยู่ หน้าที่ดูแลแม่สามีสตรีเหมียวไม่เคยขาดตกเลย แม้นางต้องทนเหนื่อยยากลำบากกายทำงานหนัก นางก็อดทน ไม่ปริปากกับแม่สามีแม้แต่น้อย
แต่กลางปีที่แล้วแม่สามีของนางก็มาด่วนจากไปอีก หัวใจของนางก็ยิ่งเสียใจนางเพิ่งจะอายุ 18 ปี แต่ต้องมาพบเจอเื่ราวอะไรแบบนี้ นางช่างน่าสงสารเป็ที่สุด นอกจากครอบครัวเดินของนางก็ไม่มีใครให้พึงพิงอีก เพราะบิดามารดาของนางสิ้นใจไปั้แ่ยังเด็ก ถูกเรียกโดยญาติฝั่งสามีผู้เมตตา
ส่วนสตรีชาวบ้านข้างเคียงก็ใจร้ายกับนางนัก เพราะความงามของนางนั้นเตะตาผู้คน แม้นางจะวางตัวดียึดถือประเพณีและศีลธรรม แต่คนรอบข้างบ้านเคียงกัน กับพยายามข่มเหงนางครั้งแล้วครั้งเล่า โชคดีเล็กน้อย แม่สามีตระกูลเหมียวมีเพื่อนสนิทเป็หญิงม่ายเช่นกันเปิดโรงเตี๊ยมเล็กๆ และรับนางไปทำงาน ทำให้ชีวิตนางพอมีทางเดินอยู่บ้าง แต่ก็ต้องเหนื่อยมากกว่าสตรีทั่วไปในยุคนี้
ณ ตอนนี้นางได้แต่ปลีกตัวเดินออกจากกลุ่มสตรีไปให้ไกล หวังจะรีบซักล้างเสื้อผ้าเครื่องใช้และรีบกลับบ้านพักผ่อน แต่ทันใดนั้นเองนางกับสังเกตเห็นกล่องไม้แปลกตาติดอยู่กับโขดหิน ด้วยความสงสัยนางจึงไปเปิดดู
!!!เอ๊ะ