นี่ก็ล่วงเลยมาเป็เวลา 3 เดือนแล้วที่มู่หลันฮวาเข้ามาอยู่ในร่างนี้ หลังจากที่นางได้บอกกับครอบครัวเื่ที่นางเป็ผู้มิติ นางจึงได้เอาโสมที่มีอายุหนึ่งร้อยปีและหนึ่งพันปีขึ้นไปจากในมิติ มาให้ท่านพ่อของนางนำไปขายโดยมีโสมพันปีสามหัวและโสมร้อยปีอีกยี่สิบหัวจึงทำให้ครอบครัวของนางตอนนี้ร่ำรวยมีกินมีใช้ยิ่งกว่าเมื่อก่อน
มู่หลันฮวาที่อยู่ภายในมิติ นางยังได้ลงไปนอนแช่น้ำทิพย์์จึงทำให้นางรู้สึกถึงพลังปราณที่เพิ่มระดับขึ้นจากเมื่อก่อนอยู่ที่ระดับ 2 ปราณยุทธิ์ขั้นต้น ตอนนี้นางได้เลื่อนระดับเป็ ระดับ 4 เป็ปราณจักรพรรดิขั้นสูงแทน ส่วนพลังธาตุนั้นนางมีธาตุรองคือธาตุน้ำ ธาตุหลักคือธาตุไฟ และยังมีธาตุหายากอีกสองธาตุ เป็ธาตุแสงหรือก็คือผู้ใช้อักขระ และธาตุพฤกษาซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นักหลอมโอสถ เช่นเดียวกับนางที่ตอนนี้เป็นักหลอมโอสถอยู่ที่ระดับ 3 นักหลอมโอสถระดับสูงขั้นสูงซึ่งเกือบจะเลื่อนขั้นไปเป็นักหลอมผู้าุโขั้นต้นแล้ว นอกจากระดับปราณจะเพิ่มขึ้นแล้วผิวพรรณของนางก็ดูผุดผ่อง เนียนใส ใบหน้าก็ดูอ่อนเยาว์เข้าไปใหญ่ และยังมีตำราแต่ละธาตุล้วนแต่เป็ของหายากบางเล่มก็ได้หายสาปสูญไปแล้วก็มี โดยเฉพาะตำราของผู้ใช้มิติ และฝึกใช้อักขระล้วนแต่เป็ตำราโบราณ ที่เป็ประโยชน์สำหรับนางทั้งนั้น
โดยเฉพาะตำราอักขระ และ ตำราผู้ใช้มิติ นอกจากนั้นนางก็ได้ฝึกหลอมโอสถและนางก็ทำได้สำเร็จ นางได้ทดลองหลอมโอสถทะลวงปราณ ซึ่งได้ความบริสุทธิ์เก้าส่วน “อื้ม ยังดีไม่พอยังต้องฝึกหลอมโอสถอีกนิด” หลังจากนั้นมู่หลันฮวาก็ได้ทำการหลอมโอสถใหม่อีกครั้ง โดยเริ่มจากใส่หญ้าเหมันต์ โสมร้อยปี ดอกบัว์ น้ำทิพย์์ จากนั้นจึงได้ทำการกลั่นสมุนไพรต่างๆเพื่อขจัดสิ่งตกค้าง รวมถึงสรรพคุณที่เป็พิษของสมุนไพรบางชนิด พอได้สุมนไพรที่บริสุทธิ์แล้วมู่หลันฮวาจึงได้เพิ่มความแรงไฟขึ้นเล็กน้อยและที่สำคัญต้องใช้ไฟสีฟ้าในการหลอมแล้วตามด้วยธาตุพฤกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ได้ความบริสุทธิ์และกลิ่นหอมของโอสถอีกด้วย
ปุ้ง…!!! เสียงะเิจากการหลอมโอสถพร้อมกับกลิ่นสมุนไพรที่หอมอบอวลจากเตาหลอมโอสถนั้นแสดงว่าครั้งนี้มู่หลันฮวาได้ทำการปรุงโอสถสำเร็จไปได้ด้วยดี
“อื้มมมม…ความบริสุทธิ์สิบส่วน อ่า…ข้าทำสำเร็จแล้ว” ในที่สุดความพยายามของนางได้สำเร็จแล้ว จึงนำยาที่หลอมได้สี่เม็ดลงในขวดแก้ว ดังนั้นนางจึงได้รีบออกมาจากมิติเพื่อไปหามู่เหยียนชิง มู่หลันจิง มู่เฟยชิง ที่นั่งพูดคุยอยู่ในห้องโถง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ดูนี่สิว่าข้าหลอมโอสถได้ระดับใดมา”
“นี่มัน โอสถทะลวงปราณความบริสุทธิ์สิบส่วน น้องหญิง เฟยเอ๋อร์มาดูเร็วเข้า” มู่เหยียนชิงกล่าวออกมาอย่างใเพราะไม่เคยเห็นโอสถที่มีความบริสุทธิ์สิบส่วนเช่นนี้
“ท่านพี่นี่มัน” มู่หลันจิงเองไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน
“ละ..หลันเอ๋อร์ นะ..นี่น้องหลอมขึ้นมาเองอย่างนั้นรึ” มูเฟยชิงเองได้เห็นโอสถที่หลันฮวาหลอมออกมาถึงขั้นติดอ่างพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว
“ใช่เ้าค่ะพี่ใหญ่ข้าเป็คนหลอมขึ้นมาเอง มันมีแค่สี่เม็ดข้าจึงอยากให้ท่านพ่อหนึ่งเม็ด ท่านแม่หนึ่งเม็ด พี่ใหญ่หนึ่งเม็ด ส่วนที่เหลืออีกหนึ่งเม็ดข้าจะเอาไปประมูลที่โรงประมูลหยางไป๋ที่เป็อันดับหนึ่งของเมืองเยว่ชาง ” ดังนั้นนางจึงได้นัดแนะกับมู่เหยียนชิงผู้เป็บิดาเื่การเอาโอสถไปประมูลในอีกสองวันข้างหน้า หลังจากบอกความ้าของนางเสร็จแล้วจึงได้ขอตัวไปพักผ่อน
“พ่อขอบใจลูกมากนะหลันเอ๋อร์ที่นำโอสถทะลวงปราณมาให้พ่อกับแม่และพี่ใหญ่ของเ้า” มู่เหยียนชิงมองมู่หลันฮวาด้วยความปลาบปลื้ม
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ที่ข้าทำทั้งหมดก็เพื่อครอบครัวของเรา” มู่หลันฮวาบอกออกมาด้วยความตั้งใจจริงของนาง
“เช่นเ้าไปพักผ่อนเถอะหลันเอ๋อร์" มู่เหยียนชิงและทุกคนจึงได้นำโอสถทะลวงปราณไปทำการบ่มเพาะเลื่อนขั้นระดับปราณทันที
ปัง ปัง ปัง เสียงเลื่อนระดับพลังปราณของมู่เหยียนชิงดังขึ้นในหัวติดๆกัน ได้เปลี่ยนเป็ระดับปราณมหาเทวะหรือระดับเซียนนั้นเอง หลังจากที่ไม่สามารถเลื่อนระดับพลังจากปราณเทวะได้เนื่องจากมู่เหยียนชิงนั้นโดนวางยาพิษจากมู่จื่อผิงหรือฮูหยินรองของท่านพ่อ(มู่เสวี่ยซาน) จนทำให้มู่เหยียนชิงไม่สามารถเลื่อนระดับพลังปราณได้มาหลายปี มู่เหยียนชิงนั้นมีธาตุรองคือธาตุน้ำ ธาตุหลักนั้นคือธาตุพฤกษา ซึ่งแต่ละธาตุนั้นได้อยู่ขั้นสูงสุดแล้ว หลังจากเลื่อนระดับเป็ปราณมหาเทวะ ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับร่างกายทันที จากบุรุษในวัย 43 ปี กลับกลายมาเป็บุรุษวัยฉกรรจ์ รูปลักษณ์เหมือนบุรุษวัย 25ปี
ปัง ปัง ปัง หมู่หลันจิงเองก็ได้เลื่อนระดับพลังปราณเป็ระดับปราณมหาเทวะเช่นเดียวกับมู่เหยียนชิงผู้เป็สามี มู่หลันจิงนั้นมีธาตุรองเป็ธาตุดินที่อยู่ขั้นกลาง ส่วนธาตุหลักเป็ธาตุไฟนั้นอยู่ขั้นสูงสุด หลังจากเลื่อนขั้นระดับปราณมหาเทวะแล้ว ร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงดั่งเช่นผู้เป็สามี จากสตรีวัย 32 ปี ตอนนี้กลายเป็สตรีที่มีรูปลักษณ์ดั่งสตรีวัย 20 ปี
ปัง ปัง ปัง มู่เฟยชิงก็ไม่ได้น้อยหน้าผู้เป็บิดาและมารดา จากระดับ 4 ปราณจักรพรรดิขั้นต้น เป็ระดับ 5 ปราณเทวะขั้นกลาง ส่วนพลังธาตุของมู่เฟยชิงนั้นมี 3 ธาตุ ได้แก่ ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุหลักคือธาตุไฟแฉกเช่นเดียวกับผู้เป็มารดา ธาตุน้ำกับธาตุลมนั้นอยู่ขั้นกลาง และธาตุไฟอยู่ขั้นสูงสุด ไม่นานทั้งสามก็ได้บ่มเพาะเลื่อนขั้นระดับปราณสำเร็จ
เช้าวันถัดมายามเฉิน(07.00 - 08.59 น.) มู่หลันฮวาได้เข้าไปทำอาหารในครัวด้านหลังเรือน ซึ่งในครัวได้มีวัตถุดิบในการทำอาหารอย่างครบถ้วนแม้ว่าจะมีไม่เยอะแต่คงยังทำอาหารได้ไม่ว่าจะเป็ ข้าวสาร เนื้อหมู ผักสดๆ หรือแม้กระทั่งเครื่องปรุงรสที่มีราคาสูงอย่างเช่น เกลือและน้ำตาล มู่หลันฮวาจึงได้นำวัตถุดิบที่มีอยู่มาทำอาหารทันที อาหารมื้อนี้ของนางนั้นคือ โจ๊กหมูสับโรยหน้าด้วยต้นหอมป่า ทำให้ส่งกลิ่นหอมชวนลิ้มลอง อ่าาาา แค่ได้กลิ่น… ไม่ทันจะได้นึกบรยายภาพให้เสร็จก็มีเสียงของมู่เหยียนชิงกับมู่หลันจิงดังขึ้นมาเสียก่อน
“หลันเอ๋อร์ วันนี้ลูกทำอะไรให้พ่อกับแม่กินรึ”
“นั่นสิท่านพี่ อาหารที่ลูกทำเช้านี้ส่งกลิ่นหอมไปทั่วเลย”
“เ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่เช้านี้ลูกทำโจ๊ก มะ..หมู หะ..เห้ยย” มู่หลันฮวาที่กำลังตอบมู่เหยียนชิงและมู่หลันจิงนั้นก็เกิดอาการตกตลึง
“หลันเอ๋อร์ ลูกเป็อะไร” มู่เหยียนชิงและมู่หลันจิงรีบเดินเข้ามาหานางเมื่อเห็นว่านางยืนนิ่งเงียบคล้ายกับคนจะหยุดหายใจ มู่หลันฮวาไม่ทันได้เอ่ยบอก มู่เฟยชิงผู้เป็พี่ใหญ่ก็ได้เอ่ยขึ้นมาเสียก่อนแล้ว
“ทะ..ท่านพ่อ ทะ..ท่านแม่ ทำไม่พวกท่าน” มู่เฟยชิงนั้นหลังจากได้เห็นรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของมู่เหยียนชิงกับมู่หลันจิงก็เกิดอาการตกตลึงไม่ต่างจากมู่หลันฮวาในคราแรก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่ใหญ่เห็นทีครานี้พวกเราจะได้ท่านพ่อและท่านแม่คนใหม่เสียแล้ว” มู่หลันฮวากล่าวทุกคนจึงได้พูดคุยกันถึงการเลื่อนขั้นระดับพลังปราณและพลังธาตุรวมไปถึงสาเหตุที่รูปลักษณ์ของทั้งสองที่เปลี่ยนไปให้มู่หลันฮวาและมู่เฟยชิงฟัง หลังจากมื้ออาหารทุกคนทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำงานของแต่ละคน