“แล้วทำไมจึงทำให้ไฟไหม้ได้” เว่ยหมิง
“ใบไม้ใบเดียวก็ไม่ลุกลามถ้าใบไม้ทับถมกันท่านว่ามันจะไหม้หรือไม่” หยวนเข่อชิง
เอาล่ะตอนนี้ของขนขึ้นเกวียนของท่านหมดแล้วใบแจ้งหนี้อยู่นี่รบกวนขอเป็นตั๋วเงินทั้งหมด"หยวนเข่อชิง
“ดูเหมือนรายการสินค้าไม่ตรง” ฉินมู่หยาง
“ข้าแถมให้ถือว่าเป็นของขอบคุณที่พวกท่านช่วยคืนลูกหลานให้พ่อแม่คืนสามีให้ภรรยาคืนพ่อให้ลูกๆ ก็แล้วกัน” หยวนเข่อชิง
“ในนามของมู่อ๋องข้าขอขอบคุณแทนกองทัพ” ฉินมู่หยาง
“ฝากบอกท่านอ๋องด้วยว่าข้ามีเรื่องจะพูดกับเขา” หยวนเข่อชิง
“หากเป็นเรื่องอาวุธข้าทำให้ได้” ฉินมู่หยาง
“เช่นนั้นก็ดีแต่อีกเรื่องฝากให้ท่านอ๋องด้วย” หยวนเข่อชิงยื่นจดหมายให้ฉินมู่หยาง
เพราะนางเข้าใจว่าเขาคือเสิ่นเยี่ยบุคคลที่นัดหมายในวันนี้และไม่อยากให้ท่านอ๋องแก่นั่นเสียหน้าที่ถูกขอหย่าจึงยื่นจดหมายให้องครักษ์เสิ่นตามที่นางเข้าใจ
“ได้” ฉินมู่หยางรับจดหมายมา
“เช่นนั้นท่านก็ให้พวกที่มาขนเสบียงมากินอาหารก่อนเถอะคนครัวข้าเตรียมไว้ให้แล้วพวกท่านก็เช่นกัน” หยวนเข่อชิง
เว่ยหมิงรับคำและไปเรียกทหารที่มาขนของเขาไปกินอาหาร
“ท่านไม่ไปกินกับพวกเขาหรือถือว่าเป็นองครักษ์กินร่วมไม่ได้” หยวนเข่อชิง
เป็นเพราะฉินมู่หยางยืนจ้องนางไม่ขยับจนนางเริ่มรู้สึกว่าตาคนนี้สมองมีปัญหาหรือเปล่า
“ข้ากินกับพวกเขาได้เพียงแต่ว่าเรื่องอาวุธข้าต้องรู้รายละเอียดเพิ่มอีกสักหน่อย” ฉินมู่หยาง
“เอาไว้วันหลังเมื่อท่านว่างเถอะ” หยวนเข่อชิง
“ทำไมคุยตอนนี้ไม่ได้” ฉินมู่หยาง
“ข้าจะไปพัก” หยวนเข่อชิง
ดูภายนอกเหมือนนางเหนื่อยง่ายหรือไม่ก็ขี้เกียจแต่ที่จริงแล้วนางยังไม่ได้นอนต่างหากเพราะคำสั่งซื้อที่มากขึ้นสองเท่าภายในสามวัน
นางให้คนงานทำงานเป็นกะปลัดเปลี่ยนกันส่วนตัวนางนั้นคอยดูงานทุกช่วงแม้ไม่ได้ทำงานหนัดแต่ต้องคอยแก้ปัญหาหน้างานจึงไม่สามารถนอนได้
โดยเฉพาะผงปรุงรสและผักดองที่ต้องคอยกะระยะช่องว่างเผื่ออากาศให้โถแต่ละอันเพราะเป็นครั้งแรกที่บรรจุจึงต้องคอยระวังครั้งต่อไปนางจะได้ไม่ต้องมาคุมด้วยตัวเอง
เวลาสอนงานนางต้องสอนซ้ำๆ เพื่อคนงานจะได้จำและเข้าใจทีละน้อยดังนั้นครั้งแรกจึงไม่สามารถละเลยได้
“เช่นนั้นเป็นพรุ่งนี้” ฉินมู่หยาง
“แล้วท่านไม่ตามท่านอ๋องไปหรือไง” หยวนเข่อชิง
“ไม่ไปเพราะต้องดูเรื่องชายารองให้ออกจากจวนให้เรียบร้อย” ฉินมู่หยาง
“อ้อ เช่นนั้นก็เจอกันพรุ่งนี้นะท่านเสิ่นข้าขอตัว” หยวนเข่อชิงตัดบท
“คุณหนูหยวน” ฉินมู่หยาง
“ท่านเรียกข้าว่าคุณหนูเหรอแปลกดี” หยวนเข่อชิง
“แล้วข้าต้องเรียกว่าอย่างไร” ฉินมู่หยาง
“คนที่นี่ล้วนเรียกข้าว่าอนุหยวน” หยวนเข่อชิง
“นั่นเป็นตำแหน่งของเจ้าหรือ” ฉินมู่หยาง
“ก็นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาทำให้ข้าต้องเป็นอย่างนั้น” หยวนเข่อชิง
“แล้วเจ้าอยากเป็นอะไร” ฉินมู่หยาง
“เป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องวุ่นวายกับพวกเขาอีกหากท่านอ๋องยังมีความรับผิดชอบอยู่บ้างก็ควรจะมอบสิ่งที่ข้าต้องการให้ข้า” หยวนเข่อชิง
“ความสัมพันธ์นี้ซับซ้อนจริงๆ” ฉินมู่หยาง
“เช่นนั้นก็ให้เขาช่วยคิดให้ข้าหน่อยก็แล้วกัน” หยวนเข่อชิง
“พรุ่งนี้ข้าจะมารับเจ้า” ฉินมู่หยาง
“มาสายหน่อยข้าตื่นสาย” หยวนเข่อชิง
“ข้าจะมารับยามเฉิน” ฉินมู่หยาง
“เช้าไป” หยวนเข่อชิง
“หรือจะมายามเหมา” ฉินมู่หยาง
“จะมายามไหนก็ช่างข้าจะไปเมื่อตื่น” หยวนเข่อชิง
“เราจะไปเมื่อข้ามารับ” ฉินมู่หยาง
ต่างคนต่างเดินแยกจากกันหยวนเข่อชิงนั้นไม่สนใจว่าเสิ่นเยี่ยผู้นี้พูดอะไรนางไม่สนใจเดินเข้าไปพักในห้องส่วนเสิ่นเยี่ยตัวปลอมอย่างฉินมู่หยางก็รู้สึกว่านานๆ จะมีคนขัดใจ
มาดูกันว่าใครจะขัดใจใครได้มากกว่ากัน
เมื่อกลับถึงจวนก็เปิดจดหมายของหยวนเข่อชิงออกมาอ่าน
"ท่านอ๋องตามที่เรารู้กันดีว่าสถานะของเราทั้งสองนั้นคลุมเครือแม้ข้าจะมีความผิดที่เคยโง่ดึงดันจะแต่งกับท่านแต่ว่าท่านก็ได้ใช้วิธีปฏิเสธด้วยการลงโทษข้าโดยไม่เข้าพิธีและทิ้งให้ข้าอยู่ในสถานะอนุมาสองปีนับว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงถึงชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง
ท่านมีสายตากว้างไกลและสามารถสืบหาความจริงคงทราบดีแล้วว่าสองปีที่ผ่านมาข้าอยู่ในสถานการณ์วิกฤติถึงชีวิตมาแล้วหลายครั้งข้าคงไม่ต้องสาธยายว่าผู้หญิงของท่านได้ทำสิ่งใดเอาไว้บ้าง
ดังนั้นได้รู้ซึ้งถึงความผิดพลาดในอดีตของข้าและไม่ต้องการเอาความจากท่านถือว่าให้เลิกแล้วต่อกันหากท่านยังพอมีเหตุผลได้โปรดปลดปล่อยเราทั้งสองด้วยหนังสือหย่าด้วยเถิด"ลงชื่อหยวนเข่อชิง
"นางเย็นชาหรือมีจิตใจที่สงบกันนะไม่มีแม้คำโอดครวญแต่บ่งบอกได้ว่านางนั้นทุกข์ทรมานมามากแค่ไหนแล้วก็ไม่ทำให้เขารู้สึกว่าเอาแต่โทษเขาฝ่ายเดียวเพื่อไม่ให้เขาโกรธจนทำสิ่งตรงข้ามกับที่นางร้องขอแต่นางไม่อ้อนวอนแต่ไม่ทำตัวเหนือกว่า
จดหมายไม่ใส่อารมณ์ตัดพ้อฟูมฟายและไม่เกรี้ยวกราดนี่นางรู้สึกกับเขาอย่างไรกันแน่นะ
แค่คิดถึงรอยยิ้มบางๆ ของนางเขาก็ยิ้มตามแบบไม่รู้ตัวและความท้าทายเรื่องเวลาก็น่าสนใจ
วันรุ่งขึ้นเขาไปหานางตั้งแต่ต้นยามเฉินน่าแปลกที่บริเวณจวนของนางยังคงมีชีวิตชีวาดูเหมือนคนงานเพิ่งเก็บผักเสร็จและเปลี่ยนกลุ่มคนงานเข้ามาทำงานชุด
"มิน่าถึงสามารถทำสินค้าส่งทันนางจัดการอย่างนี้นี่เอง" ฉินมู่หยาง
“ท่านองครักษ์” ลู่จื่อออกมารับหน้า
เหตุเพราะหยวนเข่อชิงเพิ่งจะจัดการบัญชีและเปลี่ยนชนิดของผักในสวนนางเพิ่งจะได้เข้านอนเมื่อครึ่งชั่วยามที่แล้ว
“ข้ามารับหยวนเข่อชิง” ฉินมู่หยาง
“แต่เวลาไม่ใช่ยามนี้นเจ้าคะคุณหนูเพิ่งจะ” ลู่จื่อลืมไปว่าถูกห้ามพูดเรื่องเวลาทำงานของเจ้านาย
“นั่นเป็นเรื่องของนางไม่ใช่ข้า” ฉินมู่หยาง
เขาไม่สนใจเดินเข้าไปนั่งรอให้ลู่จื่อไปแจ้งแต่ทว่าลู่จื่อก็หายเข้าไปเขารอจนเข้ายามซื่อนางก็ยังไม่ออกเสียทีจึงเดินเข้าไปด้านใน
“ท่านองครักษ์ท่านเข้ามาไม่ได้นะเจ้าคะ” ลู่จื่อ
นางทั้งผลักทั้งดันแต่เด็กสาวกับเทพสงครามนั้นต่างกันนักหากเขาอยากจะจัดการนางแค่ใช้สองนิ้วก็หักคอนางได้แล้วเห็นแก่ความจงรักภักดีของนางจึงไม่ทำอะไรแค่ยอมเดินลากนางที่กอดขาเขาแน่นไปที่เตียงของหยวนเข่อชิง
“ไปเตรียมชุดให้นางเราจะไปกันแล้ว” ฉินมู่หยาง
“แต่นางยังไม่ตื่น” ลู่จื่อ
“หรือจะให้นางออกไปทั้งอย่างนี้!” ฉินมู่หยาง
ลู่จื่อหมดทางเลือกจึงวิ่งไปเตรียมเสื้อผ้าให้หยวนเข่อชิง
ส่วนฉินมู่หยางก็มายืนที่เตียงของหยวนเข่อชิง
เพราะทำงานมาทั้งคืนและเพิ่งหลับไปได้ไม่นานจึงหลับสนิทนางสวมเสื้อชุดนอนที่แปลกประหลาดตัวเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวกับกางเกงผูกเอวผ้าฝ้ายสีชมพูดูน่ารักผมยาวสีดำเหมือนไหมนุ่มสลวย
“หยวนเข่อชิง” ฉินมู่หยาง
“…” หยวนเข่อชิงไม่ขยับแม้แต่น้อย
“หยวนเข่อชิง” ฉินมู่หยาง
ยังไม่ขยับ
“เจ้าหยวน!” ฉินมู่หยาง