3
คำสั่งห้าวดุและเอาแต่ใจเรียกชมบุหลันให้หวนย้อนกลับคืนสถานะปัจจุบัน! ที่ความรู้สึกของการถูก...จูบ! ครั้งแรกััร้อนผ่าวยังติดตรึงอยู่ที่เปลือกปากบางอิ่ม
จูบแรก...ที่ถูกยึดไปโดยไม่ทันได้ตั้งตัวที่ทำเอาหัวใจชมบุหลันยังคงเต้นถี่รัวเร็ว กลีบปากบวมเจ่อคลี่ยิ้มหวานระคนเอียงอายด้วยยังอยากถูก...จูบ! ซ้ำอีกก็แหม...รสชาติหวานมันปลุกเร้าอารมณ์คล้ายเผลอเอาลิ้นไปจุ่มในโถน้ำผึ้งที่ราดรดบนซอสรสเผ็ดนิดๆ นี่น่า
ใบหน้านวลเห่อร้อนผ่าวแหงนขึ้นมองชายที่สะกดจิตให้เธอเอ่ยปฏิเสธไม่ออกอย่างเผลอไผลมือเล็กลูบไล้อกกว้างกำยำ ั์ตากลมใสเปล่งประกายยั่วยุเรียวลิ้นเล็กยื่นออกมาไล้กลีบปากอย่างเชิญชวนให้เขามอบจูบ! หวานเผ็ดร้อนแผดเผาอารมณ์จนลุกโชติ่อีกครั้ง
“รออีกนิดนะสาวน้อยเดี๋ยวฉันจะจัดให้อย่างใจเธอ้า”
“ยังไงหรือคะ”ชมบุหลันสะดุ้งจิกปลายเล็บลงบนแผ่นอกกว้าง กลีบปากบวมเจ่อห่ออู้กับััที่เคลื่อนไหวอยู่บนบัวตูมอวบอัดหนักหน่วงสลับแ่เบากับธารอารมณ์เจ็บจี๊ดๆยามถูกคลึงเคล้นปลายยอดหดเกร็งแต่ความเสียวซ่านมีมากกว่าส่งเสียงครางดังกระหึ่มลำคอ
“ฉันจะจูบ...จูบไปทั่วทุกแห่งของร่างกายไม่เว้นแม้แต่...” ก้มหน้าไปกระซิบข้างหูเล็ก
“ส่วนนั้นของเธอ”เสียงหัวใจเธอยามเขาเอ่ยพูดไปพานให้มันเขี้ยวจนอดไม่ได้ที่จะลากไล้ลิ้นอุ่นระอุตามขอบร่องหูและกระเซ้าเย้าแหย่ไปในช่องเล็กๆก่อนถอยกลับออกมาขบเม้มติ่งหูอย่างทนไม่ไหว
ชมบุหลันร้อนวาบไปทั้งทรวงคงไม่แพ้ใบหน้าเห่อร้อนผ่าวๆ เสียงห้าวพร่าของเขาเซ็กซี่เร้าใจเสียจนเธอนึกถึงการสูญเสียบางสิ่งไปอย่างเรียกกลับคืนไม่ได้
“แล้วถ้าฉัน้ามากกว่านั้นล่ะค่ะ”
“้าอะไรล่ะ...หืม”อยากมีพลังอำนาจมากกว่าที่เป็อยู่ บังคับทุกอย่างที่เคลื่อนอยู่นี้ให้หยุดเพียงเพื่อที่เขาจะได้สนทนาประสาวาบหวามกับแม่สาวน้อยหุ่นน่าฟัดสองต่อสองที่เธอจำต้องอยู่ในชุดวันเกิด เพื่อยามที่เอ่ยพูดจะต้องถูกทำโทษด้วยการ...จูบ!แบบร้อนแรงถึงพริกถึงขิงหลายๆ ครั้งติดต่อกัน
อ่านหนังสือนิยายประโลมโลกมาก็มากพบเสมอว่านางเอกเสียเวอร์จิ้นครั้งแรกต้องเจ็บ กรีดร้องเสียงสั่นระริกน่าปวดหู แล้วถ้าเธอถูกเขาแอ้มครั้งแรก...จะเจ็บไหม
“อยาก...มีคุณอยู่ในร่างอยากเสียเวอร์จิ้น...กับคุณ ได้ไหม” ชมบุหลันเอ่ยถามไปอย่างไม่รู้ตัวก่อนเขินอายจนต้องก้มหน้าหลบแต่กลับถูกเขาช้อนคางมนให้แหงนขึ้นมองสบตาเข้มเป็ประกายพราวพร่างที่มองราวกับปลดเปลื้องเอาเสื้อผ้าระเกะระกะออกไปจากกาย...เปลือยเปล่าทั้งกายาและอารมณ์ที่ถูกแผดเผาอยู่
คีธครางดังกระหึ่มลำคอเืของเธอที่แตะปลายลิ้นบอกเขาแล้ว...เธอบริสุทธิ์เขาไม่ควรชักนำเธอมาสู่ห้วงอารมณ์ปรารถนาดำมืดเพราะบางสิ่งในกายเธอกระตุ้นให้เขาปวดร้าวแต่แฝงเร้นไว้ด้วยความ้าที่ยากระงับเอาไว้ได้ที่สำคัญคือ...เขาปล่อยมือจากเธอไม่ได้ แม้รู้ว่าต้องแลกกับบางสิ่งบางอย่าง
“แน่ใจ...หลังจากนี้เธอจะเปลี่ยนใจไม่ได้อีกแล้วนะ”
“เอ่อ...ครั้งแรกที่ฉันถูกคุณ...เจ็บไหมคะ”แทนที่ชมบุหลันจะตอบเธอกลับเลือกสวนกลับด้วยคำถาม ฝ่ามือเล็กเคลื่อนไหวัักายแกร่งเืในกายเต้นตุบๆ อยากถูกเปิดความบริสุทธิ์จะแย่อยู่แล้ว
โอ๊ย!เปลี่ยนห้องนี้เป็เตียงขนาดคิงไซส์ไม่มีไอ้แสงสีเสียงชวนปวดหัวนี่ได้ไหมนี่ เธอไม่รู้กินอะไรผิดสำแดงมาถึงได้ร้อนจนอยากสลัดเปลื้องผ้าผ่อนให้ล่อนจ้อนจะแย่แล้ว
“ฉันจะเบามือที่สุด แต่...”
“แต่อะไรล่ะคะ” เอ่ยถามเสียงพร่าแหบด้วยรู้สึกคล้ายมีปีกขนนกกระเซ้าเย้าแหย่จุดสำคัญบนร่างพานให้เสียวซ่านปั่นป่วนจนในหัวหมุนคว้าง กายอรชรสั่นสะท้านไหววูบจนต้องรีบยกแขนกลมกลึงขึ้นพาดบนบ่ากว้างให้ปลายนิ้วที่เคลื่อนไหวอยู่จิกกดลงบนลำคอแกร่ง สลับสอดแทรกไปลูบไล้เส้นผมนุ่ม
คีธละมือจากการนวดเฟ้นเนื้อกายนุ่มนิ่มจับปลายข้อเท้าบอบบางตวัดขึ้นให้เธอนั่งคร่อมเขาก่อนสอดฝ่ามือกลับเข้าไปลูบไล้ผิวกายนวลเนียน ไต่ไล่ขึ้นไปตามร่องสันหลังทีละน้อย
จากสีข้างมาด้านหน้า...รอยยิ้มแต้มบนมุมปากหนาและดวงตาสีนิลเข้มก่อนทาบทับัับัวตูมอวบอัดที่ผลิบานในอุ้งมือทันที
“คุณ...” ชมบุหลันอยากทวงเอาคำตอบที่เอ่ยถามไปแต่นิ้วยาวที่ตวัดไล้คลึงปลายยอดถันทำให้ปั่นป่วนเสียวซ่านจนต้องเอนกายไปแนบชิดกายกำยำ
“ช่วยหน่อย...ฉันไม่ไหว อยากถูกคุณจิ้น...แล้ว”เอ่ยเว้าวอนเสียงพร่าแหบและขาดเป็ห้วงๆ กับเพลิงอารมณ์ที่ไม่เคยได้ััในช่องท้องปั่นป่วนคล้ายมีลูกไฟอุ่นๆ ไหลวนเวียนพยายามพาบางสิ่งบางอย่างออกจากกายใบหน้าร้อนผ่าวคลอเคลียปากนิ่มบนซอกคอแกร่ง ถูไถคล้ายแมวขี้อ้อนให้ชายหนุ่มช่วยจัดการ...เปิดความบริสุทธิ์ของเธอเร็วๆ
“ไม่เปลี่ยนใจ!”
“มัวแต่ถามอยู่นั่นแหละชักช้างุ่มง่ามเป็เต่าอยู่ได้” กัดเขี้ยวกรอดๆด้วยหงุดหงิดที่ชายหนุ่มเอาแต่แกล้งปลุกปั่นความ้าในกายแต่ไม่ยอมทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายจากธารอารมณ์วาบหวามอยู่เสียที
“หรือจะให้ฉันกระชากเสื้อผ้าคุณออกแล้วปล้ำคุณแทนฮึ!”
คีธหัวเราะดังก้องปกติแล้วผู้หญิงที่เห็นหน้าเขาก็อยากปลุกปล้ำทุกคนแต่ไม่เคยมีใครเหมือนสาวน้อยตรงหน้านี่ที่ทำเอาเขาอยากฝังความแข็งแกร่งในความอบอุ่นชุ่มชื้นเร็วๆ
“ไม่กลัวเจ็บ” ก็เธอถามเขาอยู่หยกๆ นี่น่า
“มากไหม ถ้าไม่มาก...ก็ยอม”
คีธดึงเอามือเล็กมาทาบบนความเป็ตัวตนที่สำแดงเดชบ่งบอกว่าอยากซอกซอนเป็ส่วนหนึ่งของกายเธออย่างสนิทลึกล้ำ
“เธอคงต้องตัดสินเอง...เจ็บหรือเปล่า”
ชมบุหลันได้แต่กลืนน้ำลายลงคอเมื่อรับรู้ถึงความ...อลังการงานสร้างที่ได้ัั ที่คงทำให้เธอเจ็บมากเชียวล่ะแต่ทำไมหัวใจถึงได้ไหวระทึกด้วยความวาบหวามถึงเพียงนี้ก็ไม่รู้และยังทำให้เธอหาญกล้าอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
กลีบปากอิ่มยู่ยื่นไปยั่วยุให้เขาแนบปากลงมาบดคลึงอีกครั้งสำทับด้วยั์ตากลมใสพร่างพราวยั่วยวนเชิญชวน ก่อนฝ่ามือนุ่มนิ่มจะลูบไล้ไปจนัักับปากหนาที่ขบเม้มดูดดึงนิ้วเรียวพัดพาความเสียวซ่านปั่นป่วนในกายสาวราวเืที่ไหลเวียนอยู่คือลาวาเดือดระอุ
“แล้วทำไมคุณถึงได้ทำอะไรชักช้าจังล่ะค่ะรู้ไหมฉันร้อนไปหมด...แล้วนะ” พูดด้วยเสียงเซ็กซี่พลางขยับกายบดเบียดสะโพกบนความแข็งแกร่ง
มุมปากหนาหยัดยกขึ้นเล็กน้อยนานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้เจอคู่ต่อสู้ทางเพลิงราคะเร่าร้อนถึงเพียงนี้นานจนจำไม่ได้เสียแล้ว ที่ค่ำคืนวันมะรืนคงได้รู้เธอเร่าร้อนพอกับความ้าที่อัดไว้มากล้นหลามของเขาหรือเปล่า
“ฉันรู้...แต่เธอยังร้อนไม่พอหรอกสาวน้อยเธอยังต้องได้รับการปลุกปั่นเพิ่มอีก”
“จริงเหรอ...” เอียงคอเล็กน้อยส่งยิ้มหวานเย้ายวน
“งั้นคุณคงต้องสอนฉันแล้วละ ต้องทำยังไง”
นิ้วยาวกดย้ำลงบนกลีบปากหนา“ถ้าคุณไม่ว่า...ขอจูบหวานๆ ให้ฉันอีกครั้งได้ไหม”
“เธอจูบฉันเองไม่ดีกว่าหรือไง”
“ก็...ฉันทำไม่เป็นี่น่า จูบแรกของฉันคุณก็เป็คนได้ไปด้วยนะ”
คีธคลี่ยิ้มจนใบหน้าเข้มเ็าอ่อนละมุนลงเขารู้ได้อย่างหนึ่ง เธอเป็คนตรงที่ทำให้มีเสน่ห์ “ฉันสอนฟรีๆ ให้ก่อนแล้วเธอค่อยทำตามพร้อมให้รางวัลเป็ตัวเธอดีไหม”
“อือ...ดีสิ” ชมบุหลันตอบกลับเสียงพร่ารอคอยจุมพิตแผดเผาอารมณ์ด้วยใจระทึกทว่าทุกอย่างกลับสลายเลือนหายไปด้วยเสียงหวีดร้องแหลมเล็กราวกับลำโพงงานวัดของคนที่ยืนตะลึงงันเพิ่งหาเสียงของตัวเองเจอสอดแทรกมาทำให้ขี้ในหูเต้นเร่าให้รู้ว่ากำลังตกอยู่ที่นั่งลำบากถ้าหากไม่รีบถอยตัวออกมาแต่...
“ตายแล้ว! ฉันทำอะไรลงไปนี่คุณ...ปล่อยฉันนะ”
เสียงที่เปล่งออกจากปากไปนะซิทำไมถึงได้สั่นและเบาหวิวจัง หรือเป็เพราะความใกล้ชิดอุ่นไอร้อนผ่าวที่แผ่มาโอบรัดรอบกายกับฝ่ามือใหญ่ที่นวดเฟ้นอกอิ่มทำให้เธอหายใจหายคออย่างติดขัดกายอ่อนระทวยอ่อนแรงกับสมองที่ดูเหมือนเลิกสั่งการไปชั่วคราว
เกิดอะไรขึ้น...หรือเธอโดนมนตร์สะกดเข้าให้แล้วถึงได้รู้สึกเสียดายอย่างแรงถ้าต้องถอยห่างจากผู้ชายดวงตายิ้มได้และกลิ่นหอมอย่างกับไวน์ชาโตเปตรุส (Petrus) [1]
เอ่อ...เธออุปาทานหนักมากไปหรือเปล่านี่ก็ไวน์ราคาแพงขนาดนั้นเธอจะมีปัญญาไปสอยมาทานได้ยังไงกัน เพ้อเจ้อแล้วล่ะ
ชมบุหลันถึงกับร้องครางในลำคอคิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นเข้าหากันคลายออกด้วยพอเข้าใจความรู้สึกของปาวรินทร์ตอนได้เจอกับชายตรงหน้าแล้ว
แม้ตัวเธอที่คิดว่าตัวเองมีภูมิต้านทานผู้ชายหล่อหน้าตาดีหุ่นแกร่งกำยำอย่างกับพระเอกในจินตนาการ ก็ยังเผลอก้าวตกลงไปในหลุมเสน่หาที่อีกฝ่ายล่อหลอกยั่วยุและก้าวขึ้นมาไม่ได้เมื่อร่างกายคล้ายเป็เพียงแค่ตุ๊กตามีชีวิตแต่บังคับไม่ได้!
“คุณคีธ!” พิมพ์มาดากัดเขี้ยวกรอดๆด้วยความไม่พอใจระคนอิจฉายายอ้วนตุ้ยนุ้ย ที่ไม่รู้ทะเล่อทะล่ามาจากไหนคว้าพุงปลาเอาไปกิน ในขณะที่เธอพยายามจนเืตาแทบกระเด็นแต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาคือเพียงความเ็าและไม่ใส่ใจ
“คุณคีธทำอย่างนี้ไม่ได้นะคะ”จากที่เอ่ยเสียงเข้มจำต้องอ่อนลงเมื่อเจอสายตาคมเข้มดุกร้าว
คิ้วหนาเป็ปื้นเลิกขึ้นเล็กน้อย“ฉันจะทำอะไร มันไปเกี่ยวกับเธอตรงไหน” เอ่ยถามไปน้ำเสียงคล้ายฟ้ากำลังฟาด
“แต่ฉันว่า คุณ...ปล่อยฉันดีกว่านะฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่คุณคิด” ชมบุหลันเอ่ยเสียงอ่อยทาบสองมือผลักกายกำยำให้ถอยห่างไป แต่เหมือนกับเธอเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงนอกจากไม่ได้รับการปล่อยแล้วกลับถูกรัดเสียจน...สัดส่วนเรือนกายนุ่มนิ่มแนบชิดอกกว้างพานทำให้หัวใจเต้นไหวระทึกราวกับยืนอยู่บนเส้นเชือกเปื่อยยุ่ยพร้อมขาดลงทุกเมื่อ
“ก็...คุณคีธยังไม่รู้จักชื่อยายอ้วนตุ้ยนุ้ยเลยนี่คะแล้วจะ...พาไปด้วยได้ยังไง” พิมพ์มาดาพยายามคิดหาเหตุผลขึ้นมาอ้างให้คีธปล่อยตัวแม่สาวตุ้ยนุ้ยและดึงเอาเธอเข้าไปนั่งบนตักกว้างแทนที่
คีธก้มหน้าลงมองใบหน้านวลแดงระเรื่อรอยยิ้มแต้มบนมุมปากหนา “เธอชื่ออะไรสาวน้อย”
“ชมบุหลัน...ไผ่หลิว”น้ำเสียงแหบนุ่มทุ้มระคนเซ็กซี่เปี่ยมล้นด้วยความเย้ายวนยั่วเย้าที่กระตุ้นให้หญิงสาวเผลอตอบกลับอย่างไม่ทันรู้ตัวก่อนริ้วลมร้อนผ่าวจะแต้มบนแก้มใสให้คิดว่าคงแดงปลั่งยิ่งกว่าผลเชอร์รี่อยากเบือนหน้าหนีและผลักไสแต่กลับอ่อนไร้เรี่ยวแรงที่คงเป็เพราะอำนาจจากมือแกร่งอุ่นซึ่งยังไม่ยอมละจากการโลมไล้ปทุมถันกลมกลึงพานพัดความปั่นป่วนวาบหวามมาสู่กายาตลอดเวลา
“น่ารักดี...ไผ่หลิว” คีธเอ่ยชมพลางยอมปล่อยมือจากเต้าอวบอัด ดันร่างอรชรจากตักกว้าง
ชมบุหลันรู้สึกเสียดายความอบอุ่นที่หายไปแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าถอยห่าง แขนกลมกลึงก็ถูกกระตุกจนกายถลาไปแนบกายใหญ่โดยแขนกำยำโอบรัดรอบเอวคอดกิ่ว
“พร้อมแล้วใช่ไหมไผ่หลิวที่จะไปรื่นเริงหาความสุขยามค่ำคืน เที่ยวท่องวิมานราตรีกับฉัน”
“เอ่อ...”ชมบุหลันได้แต่อ้าปากกว้างด้วยงวยงงจากสายตาคมเข้มก่อนรีบสะบัดศีรษะเรียกสติคืนกลับมาอย่างยากเย็นเป็ที่สุด
“เปล่าสักหน่อย ฉันไปรับปากคุณเมื่อไหร่ล่ะแถมคุณชื่ออะไรยังไม่แนะนำตัวให้ฉันรู้จักเลยนะแล้วฉันจะไปทำอย่างว่ากับคุณได้ยังไงกัน” หาข้ออ้างทางออกให้กับตัวเอง
คีธยิ้มหวาน“เรากำลังจะออกไปจากที่นี่ ไปทำความรู้จักกันอย่างสนิทสนมลึกซึ้งไง...ไผ่หลิว”
คำพูดเซ็กซี่เย้ายวนชวนระทึกใจอีกทั้งฝ่ามือหนาที่ลูบไล้แผ่นหลังทำเอาชมบุหลันถึงกับขาสั่นใบหน้านวลผ่องแหงนขึ้นมองสบสายตาคมเข้มเป็ประกายหวานพราวเว้าวอนเรียวลิ้นเล็กยื่นออกมาไล้เลียกลีบปากเชิญชวน
“เรียกฉันว่า...คีธ”เอ่ยพร้อมโน้มใบหน้าลงไปแนบปากทาบจากหางตาไล่ลงไปบนแก้มนวลนุ่มหอมก่อนทาบบนปากอิ่มที่ยู่ยื่นออกมาอย่างขัดอกขัดใจที่เขาทำอะไรชักช้าเขาเลยจำเป็ต้องแนบปากลงไปบนความนุ่มนิ่มอย่างหิวกระหายขบเม้มกลีบปากล่างให้คนตัวเล็กร้อนไปทั่วร่าง
“แค่นี้ก่อนนะ...เอาไว้เราค่อยต่อเมื่อถึงห้องนอนฉันรับรองได้ว่า...เธอจะถูกฉันจูบไปทั่วทั้งตัว ร้อนยิ่งกว่าไฟเผาเชียวล่ะ”
“จริงๆ หรือคะ คุณไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม”ชมบุหลันยกมือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน เธอเป็บ้าอะไรไปนี่ถึงได้ทำเหมือนกับสาวร้อนแรงกระหายอยากในรสเสน่หาจนห้ามใจเอาไว้ไม่ได้
“ถ้าอยากรู้ว่าจริงหรือเปล่า เราคงต้องรีบไปเพราะฉันร้อนอยากฝังร่างเป็หนึ่งเดียวกับเธอจะแย่แล้ว”
ชมบุหลันหัวเราะคิกบดเบียดเรือนกายอรชรแนบชิดความแกร่งกำยำพร้อมทาบฝ่ามือนุ่มนิ่มบนอกกว้างอย่างหลงใหล “แล้วจะรอช้าอยู่ทำไมล่ะคะ”
“เธอไม่ต้องมาที่นี่แล้วนะ...พรุ่งนี้จะให้คนส่งเงินไปให้”คีธเอ่ยจบก็พาชมบุหลันเดินจากไป โดยไม่สนใจเสียงโหวกเหวกโวยวายของพิมพ์มาดาที่เมื่อเขายกมือขึ้นโบกก็มีสองหนุ่มร่างใหญ่ล่ำบึกหน้าตาดุดันเหี้ยมเกรียมสองคนที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนยืนขนาบข้าง
[1] ชาโตเปตรุส(Pertus) ได้ชื่อว่าเป็ไวน์ที่ดีที่สุดและราคาแพงที่สุดในแคว้นบอร์โดแพงเป็อันดับสองของเหล่าบรรดาไวน์จากประเทศฝรั่งเศสและของโลก จะเป็รองก็แต่เพียงโรมาเน คอนติ (Romanee Conti) ราชันย์ไวน์แห่งแคว้นเบอร์กันดีเท่านั้น