เมื่อขุนพลซากศพจัดการตักเศษขยะธรรมชาติขึ้นไปกองบนเกวียนจนพูนล้นเจียงลี่หยูก็เดินนวยนาดเข้าไปใกล้ พลางยื่นมือออกไปเบื้องหน้าแล้วกดใช้งานสกิลคู่บุญทันที
'เก็บ!'
วาบ!
เกวียนไม้คันโตพร้อมกับเศษหินและใบไม้ทั้งหมดถูกสูบหายวับเข้าไปดองอยู่ในสล็อตช่องเก็บของต่างมิติอย่างง่ายดาย
หญิงสาวเปิดหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมานิ้วเรียวสวยจิ้มลงบนปุ่มแก้ไขรัวๆ ผลาญค่า SP ที่มีอยู่อย่างล้นเหลือเพื่อเล่นแร่แปรธาตุสสารทั้งหมดบนเกวียน
'ก้อนหินกรวดพวกนี้...เปลี่ยนวัสดุให้กลายเป็นเพชรนิลจินดาและแก้วหลิวหลี! ส่วนใบไม้แห้งพวกนี้...ก็เปลี่ยนให้เป็นทองคำแท้ไปเลย!'
ทว่าด้วยความมักง่ายสไตล์ปลาเค็มตากแห้ง เจียงลี่หยูที่ขี้เกียจมานั่งปั้นแต่งรูปทรงใหม่ให้ใบไม้กับก้อนกรวดทีละชิ้นหญิงสาวจึงเลือกเปลี่ยนแค่ประเภทวัสดุ แต่ยังคงรูปลักษณ์ดั้งเดิมของพวกมันเอาไว้ทุกประการ
ติ๊ง!
เมื่อกระบวนการแก้ไขเสร็จสิ้นเจียงลี่หยูก็กดเรียกเกวียนไม้ออกมาจากช่องเก็บของ
ตึง! เคร้ง!
สิ่งที่ร่วงหล่นลงมากระทบพื้นลานดินจึงไม่ใช่กองขยะอีกต่อไปแต่เป็นก้อนหินหน้าตาโง่ๆ ที่ทอประกายเพชรวาววับและเศษใบไม้แห้งที่เหลืองอร่ามไปด้วยเนื้อทองคำแท้บริสุทธิ์!น้ำหนักของพวกมันหล่นทับกันจนเสียงดังเคร้งคร้าง ชวนให้แสบตาแทบจะบอด
"มู่เหยียน หงหนิง!พวกเจ้าคุมคนขนสมบัติพวกนี้ไปเทเก็บไว้ในห้องโถงฝั่งตะวันออกซะ"
นายหญิงแห่งวิมานทองคำออกคำสั่งอย่างเบิกบานใจ
และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมากิจวัตรประจำวันของกองทัพซากศพก็ถูกเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งอย่างเจียงลี่หยูสั่งให้พวกมันโกยเศษหินเศษไม้มาให้เธอเสกเป็นสมบัติซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวี่ทุกวัน
จนกระทั่งห้องโถงกว้างขวางฝั่งตะวันออกอัดแน่นไปด้วยใบไม้ทองคำและก้อนหินอัญมณี กองสุมกันสูงเป็นภูเขาเลากา สมบัติล้ำค่ามากมายมหาศาลทะลักล้นจนแทบจะดันประตูคลังให้แตกออกมาข้างนอก!
แม้คลังสมบัติจะอัดแน่นไปด้วยภูเขาทองคำและอัญมณีล้ำค่าจนแทบจะทะลักออกนอกประตูทว่าเมื่อยืนกอดอกกวาดสายตามองความมั่งคั่งเหล่านั้น เจียงลี่หยูกลับรู้สึกตงิดใจอย่างประหลาด...มันเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไปในชีวิต
'รวยล้นฟ้าเป็นมหาเศรษฐีขนาดนี้มันต้องออกไปเดินเชิดหน้าอวดอ้างบารมีให้ชาวบ้านอิจฉาเล่นหรือเปล่านะ? แต่เดี๋ยวก่อน... อวดไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมาล่ะ? นอกจากจะดึงดูดพวกโจรป่ากับขุนนางหน้าเลือดให้แห่กันมาปล้นแต่พอรวยแล้วอยู่เฉยๆ มันก็ค่อนข้างจะเซ็งเหมือนกันแฮะ'
อดีตพนักงานออฟฟิศเดินวนไปวนมากลางห้องโถงอย่างใช้ความคิดขณะเดียวกันนั้นเอง ที่มุมหนึ่งของวิมานเทพธิดาตัวน้อยอย่างหลินฮุ่ยกำลังนอนเอนกาย สองมือเล็กๆ กุมขมับตนเองแน่นใบหน้าน่ารักบิดเบี้ยวด้วยความหดหู่ขั้นสุด เมื่อสมองน้อยๆ ตระหนักได้ว่า...มื้อเย็นวันนี้ ก็ยังคงหนีไม่พ้นใบไม้รสข้าวโพดต้ม เมนูสิ้นคิดประจำจวนอีกเช่นเคย
ทว่าในระหว่างที่ความน่าเบื่อกำลังโรยตัวปกคลุม จู่ๆเสียงสะอื้นไห้ก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบ
ฮึก... ฮือ...
เจียงลี่หยูชะงักฝีเท้า หันขวับไปมองตามต้นเสียงก่อนที่นัยน์ตากลมโตจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ผู้ที่กำลังยืนหลั่งน้ำตาร้องไห้ฟูมฟายอยู่ตรงมุมเสาเคลือบทองคำคือหงหนิงสาวใช้ซากศพที่เจียงลี่หยูลักลอบไปเหมาขุดมาจากสุสาน!
'เฮ้ย! เป็นไปได้ยังไง!' สำเหนียกห้วงลึกของเจียงลี่หยูเริ่มคิดวิเคราะห์ 'ไอ้พวกนี้มันเป็นแค่ศพเดินได้ที่ถูกตั้งค่าจิตวิญญาณเอาไว้รับใช้ไม่ใช่เรอะแล้วซากศพหน้าตายที่ระบบประสาทพังไปแล้วมันจะมีความรู้สึกนึกคิดจนน้ำตาแตกร้องไห้ออกมาได้ยังไงฟะ!'
ด้วยความสงสัยระคนตกใจ หญิงสาวเจ้าของตำหนักทองคำจึงรีบสาวเท้าเข้าไปหา
"หงหนิง... เจ้าเป็นอะไรร้องไห้ทำไม? นี่ ฟังข้ารู้เรื่องไหม?"
สาวใช้ซากศพยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มนัยน์ตาที่เคยเลื่อนลอยว่างเปล่าบัดนี้กลับทอประกายแห่งความโศกเศร้าและเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง
"นายหญิง... ข้า...ข้าจำเรื่องราวทุกอย่างได้แล้วเจ้าค่ะ"
'หืม?' เจียงลี่หยูเลิกคิ้วรีบเรียกหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมาตรวจสอบสเตตัสของบริวารสาวทันที
และแล้วความจริงก็กระจ่างแจ้ง...ตัวเลขเลเวลของหงหนิงที่เคยหยุดนิ่ง บัดนี้ได้ขยับพุ่งทะยานอัปเกรดขึ้นไปอีกขั้น!ตรรกะของระบบทำให้เจียงลี่หยูบรรลุสัจธรรมในเสี้ยววินาที...หากใช้งานขี้ข้าซากศพจนเลเวลอัปเกรดไปถึงระดับหนึ่งความทรงจำก่อนตายของพวกมันก็จะถูกปลดล็อกและหวนกลับคืนมาในที่สุด!
หงหนิงทรุดตัวลงคุกเข่า สะอื้นไห้ตัวโยนก่อนจะเริ่มพรั่งพรูเรื่องราวในอดีตของตนเองออกมา
"แท้จริงแล้ว...ข้าคือบุตรีคนโตของท่านเจ้าเมืองซานตงเจ้าค่ะ"น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความรวดร้าว "แต่ชีวิตของข้ากลับต้องมาดับวูบลงเพราะถูกบุตรีของอนุภรรยา ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องสาวต่างมารดาลอบวางยาพิษจนสิ้นใจอย่างอนาถ"
"ข้าไม่เข้าใจเลยเจ้าค่ะนายหญิง...ข้าทำอันใดให้นางขุ่นเคืองนักหนา" หงหนิงสะอื้นไห้จนเสียงแหบ"อีกเพียงไม่กี่วัน ข้าก็จะได้ออกเรือน แต่งงานกับซานตงโหวอยู่แล้วแท้ๆ...เหตุใดน้องสาวถึงต้องโหดเหี้ยมกับข้าถึงเพียงนี้"
เจียงลี่หยูยืนกอดอกฟังเงียบๆนัยน์ตาคู่สวยลอบมองบนอย่างเบื่อหน่าย แน่ล่ะ!เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาวิเคราะห์ให้ปวดกะโหลกเพียงแค่ได้ยินคีย์เวิร์ดไม่กี่คำนางก็มองทะลุปรุโปร่งไปถึงแก่นกลางของปัญหาอย่างง่ายดาย
'โอ๊ย... แม่คุณเอ๊ยโลกสวยและซื่อบื้อขนาดนี้ มิน่าล่ะถึงได้โดนวางยาตายตาไม่หลับ พล็อตซีรีส์แนวตั้งชัดๆ!อีหนูน้องสาวลูกเมียน้อยนั่น ก็คงริษยาจนหน้ามืดตามัว อยากจะสวมรอยแย่งคู่หมั้นแล้วเสียบตำแหน่งฮูหยินของซานตงโหวแทนน่ะสิ มีสมองไว้คั่นหูหรือไงถึงดูไม่ออก!'
แม้ในใจจะก่นด่าจิกกัดความซื่อบื้อของอดีตคุณหนูผู้ล่วงลับทว่าภายนอกเจียงลี่หยูกลับถอนหายใจยาว ยื่นมือไปลูบไหล่ปลอบประโลมสาวใช้เบาๆอย่างเสียไม่ได้
“ว่าแต่... เจ้ากลับมามีความรู้สึกด้วยใช่ไหม?ข้าหมายถึงเจ็บ หรือปวด ด้านกายภาพอะไรแบบนั้น” พูดจบเจียงลี่หยูก็หยิกแขนสาวใช้ที่กำลังสะอึกสะอื้น
“แง้! เจ็บเจ้าค่ะ”หงหนิงแหกปากร้องไห้หนักกว่าเดิม
‘ดูเหมือนสภาวะไร้อารมณ์ไร้ความเจ็บปวดจะหายไปด้วยเมื่อเลเวลเพิ่มขึ้น แบบนี้คงสัมผัสรสชาติอาหารหรือรู้สึกร้อนหรือหนาวได้แบบมนุษย์ปกติสินะ’
เจียงลี่หยูครุ่นคิดไปพลางเอามือลูบหลังสาวใช้ไปพลาง
"เอาล่ะๆ เลิกร้องไห้ได้แล้ว"หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ "ในเมื่อเจ้าได้ความทรงจำกลับคืนมาข้าก็ไม่อยากจะรั้งเจ้าไว้เป็นคนรับใช้ถูพื้นอีกต่อไป... ว่าอย่างไรล่ะเจ้าอยากจะกลับบ้านของเจ้าหรือไม่?"
ทว่าแทนที่จะดีใจ หงหนิงกลับส่ายหน้าไปมาอย่างเชื่องช้าแววตาเต็มไปด้วยความสับสนและสิ้นหวัง
"ข้า...ข้าไม่รู้จะกลับไปได้อย่างไรเจ้าค่ะ" นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ"ในเมื่อทุกคนรู้ว่าข้าตายและถูกฝังไปแล้ว... ข้าก็ไม่แน่ใจเลยว่าคนที่ตายไปแล้วอย่างข้า จะสามารถหวนกลับไปใช้ชีวิตปกติท่ามกลางผู้คนได้จริงหรือ"