“วาว”
“สุดยอดไปเลยแอนเดอร์สัน”
“วู้ว”
เหล่าภูติยังคงบินล้อมรอบตัวของแอนเดอร์สันพลางแสดงท่าทางดีใจกับการเพิ่มพลังเวทย์ของแอนเดอร์สันที่ทำเพียงนั่งอยู่เฉยๆภายในบ้านพักที่ราชินีฟีโอน่าจัดเตรียมเอาไว้ให้ มันก็เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
หลังจากที่เขาสอบถามเหล่าภูติเกี่ยวกับการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีภูติมากมายเหล่านี้ต่างชูไม้ชูมือด้วยความขยันขันแข็งช่วยเหลือเขาด้วยสิ่งที่เรียกว่าแก่นแท้ของภูติ
[ จำนวนตั๋วคงเหลือ 85,040 ใบ]
การสุ่มของแอนเดอร์สันจบลงหลังจากที่เขากินผลไม้และสมุนไพรจนพลังเวทย์สะสมเพิ่มมาเป็น 801 ปี เขารู้สึกดีใจที่เสียตั๋วไป 10,000 ใบในการสุ่มจนได้พลังเวทย์สะสมมาเพิ่มอีก 100 ปี จนตอนนี้เขากลายเป็นนักเวทย์ 900 ปีได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามจุดมุ่งหมายของเขาไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ แอนเดอร์สันยังคงต้องการพลังที่มากขึ้นกว่านี้อีกจึงกินอาหารกับภูติเพราะต่อจากนี้พวกเขาจะต้องใช้เวลาร่วมกันในการอธิษฐาน
เดิมทีการเดินทางมายังหมู่บ้านเอลฟ์เขาเพียงแค่หวังว่าจะรู้วิธีก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีเพียงเท่านั้น ในระยะเวลา 15 วันเขาคิดว่าคงไม่พอจะทำให้ตัวเองก้าวข้าม จึงคิดเพียงแค่ว่ามันเป็นการเดินทางหลีกหนีความวุ่นวายในค่ายทหารที่กำลังเกิดขึ้น จนกว่าทุกอย่างจะลงล็อกเขาถึงจะกลับไป แม้จะไม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดได้ เขาก็ขอทำให้ร่างกายของตัวเองมีความแข็งแกร่งมากที่สุดเท่าที่นักเวทย์ 900 ปีจะทำได้
“อิ่มแล้ว”
“อิ่มแล้วเช่นกัน”
“อิ่มๆ”
“งั้นก็มานอนพักเอาแรงกันเถอะ”
แอนเดอร์สันชวนภูตินอนกลางวัน การอธิษฐานที่เกิดขึ้นนั้นราชินีฟีโอน่าบอกกับเขาเอาไว้ว่าต้องใช้เวลา 1 วัน เขาจึงต้องพักผ่อนให้มากที่สุดเพื่อให้ร่างกายของเขาและภูติพร้อมในพิธีการ ภายใต้การนอนกลางวันของแอนเดอร์สัน เอลฟ์มากมายต่างพากันมองจ้องมายังบ้านพักของเขาด้วยความสงสัยมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก เพราะตอนนี้ภูติมากมายกำลังทยอยบินเข้าไปในบ้านอย่างกับมีงานเลี้ยงเกิดขึ้น
“มันจะเกิดขึ้นจริงๆอย่างนั้นเหรอ”
ราชินีฟีโอน่ามองจ้องไปยังบ้านพักของแอนเดอร์สัน เธอได้สั่งให้เอลฟ์ที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่างและส่งนักรบของเผ่าไปเฝ้ารอบๆบ้านแอนเดอร์สันป้องกันเหตุอันตรายจากรอบนอกเข้าไปรบกวน ภายใต้การตรวจสอบของเธอกลับพบเรื่องที่ตรงตามตำราจึงทำให้เธอรู้สึกมีความสุขเพราะจะได้เป็นหนึ่งในคนที่เห็นเหตุการณ์ที่มีเพียงแค่ในตำราเท่านั้น
การยอมรับของเหล่าภูติมากมายไม่เกี่ยวกับเรื่องของธาตุและเวทมนตร์ มันกำลังจะสร้างบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาจากเหตุการณ์ต่อจากนี้ การที่ภูติมากมายบินเข้าไปในบ้านของแอนเดอร์สันด้วยจำนวนมหาศาลทำให้หมู่บ้านเอลฟ์เริ่มอัดแน่นไปด้วยมานา
—---------------------
“แอนเดอร์สัน”
“ตื่นๆ”
“เราพร้อมแล้ว”
เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นข้างหูจนทำให้แอนเดอร์สันตื่น นับว่าเป็นอีกครั้งที่เขาได้นอนหลับเต็มอิ่มโดยไม่สนใจความอันตราย ทันทีที่เขาลืมตาตื่นแอนเดอร์สันก็พบว่าภูติมีมากมายกว่าแสนตนไปแล้ว
“พร้อมกันแล้วเหรอ”
“ใช่ๆ เราพร้อมแล้ว”
แอนเดอร์สันบิดขี้เกียจเล็กน้อยจากนั้นเขาก็นั่งขัดสมาธิบนเตียงเฝ้ารอให้ภูติเริ่มพิธี ด้วยการนั่งนิ่งๆรอให้ภูติเริ่มนี้ แอนเดอร์สันได้ควักเอากิ่งของต้นไม้แห่งชีวิตออกมาถือเอาไว้ในมือตามที่ภูติร้องขอ
“จะเริ่มแล้วนะ”
แอนเดอร์สันพยักหน้า ทันใดนั้นภูติตัวเล็กๆสีทองก็ได้บินมาเกาะบนไหล่แอนเดอร์สัน พริบตาที่เขาสงสัยว่าภูติกำลังจะทำอะไรนั้น เธอก็ได้กุมมือบริเวณหน้าอกแล้วค่อยๆเปล่งเสียงออกมาจากลำคอ
อา…
เสียงเล็กๆจากภูติตัวสีทองค่อยๆกระจายไปรอบๆ ทันใดนั้นภูติที่อยู่รอบๆก็เริ่มกุมหน้าอกแล้วร้องออกมาพร้อมกันจนเกิดเป็นเสียงร้องผสาน แอนเดอร์สันที่สัมผัสได้ว่าเหนือกิ่งไม้แห่งชีวิตกำลังมีมานาจำนวนมากวิ่งเข้าไปรวมตัวกันหลังจากภูติมากมายกำลังอธิษฐานเขาก็ได้นั่งหลับตาทำจิตใจให้ว่างแล้วทำตามที่ภูติบอกจนจิตของเขาล่องลอยไปตามเสียงอธิษฐานของเหล่าภูติ
“ภูตร้องเพลงอย่างนั้นเหรอ”
เหล่าเอลฟ์สัมผัสได้ถึงเสียงร้องของภูติที่มาพร้อมกับมานามหาศาลกำลังกระจายออกมาจากบ้านพักของแอนเดอร์สัน ทว่าทุกคนได้เบิกตาเมื่อรู้ว่าสิ่งที่กำลังเกิดภายในบ้านพัก ไม่ใช่การร้องเพลงของภูติเพื่ออวยพร มันกลับเป็นการอธิฐานของเหล่าภูติที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากกว่าการอวยพรหลายระดับ ทันทีที่ทุกคนรู้ว่าภูติกำลังอธิฐานให้กับแอนเดอร์สันทุกคนล้วนแล้วเดินห่างออกไปจากบ้านกลัวว่าจะไปรบกวนแอนเดอร์สันที่อยู่ด้านใน
ตึง!
ต้นไม้แห่งชีวิตส่งเสียงดังสะเทือนเลือนลั่น ส่งผลให้เอลฟ์รู้ว่ามันกำลังตอบสนองต่อพลังของภูติจนโน้มกิ่งบางส่วนลงมาล้อมรอบบ้างของแอนเดอร์สันเพื่อเสริมมานาให้กับคำอธิษฐาน ราชินีฟีโอน่าที่เห็นว่าต้นไม้แห่งชีวิตกำลังแบ่งปันมานาบางส่วนให้กับการอธิษฐานของเหล่าภูติเธอถึงขั้นตกใจ เนื่องจากว่าต้นไม้แห่งชีวิตไม่เคยแสดงท่าทางแบบนี้มาก่อน ทุกตำราที่เธอเคยอ่านไม่เคยมีบันทึกไหนอธิบายเหตุการณ์ที่ภูติและต้นไม้แห่งชีวิตช่วยกันสร้างแก่นแท้ขึ้นมาแบบนี้
อา..
โอ…
อือ….
แอนเดอร์สันไม่เข้าใจคำพูดของภูติที่กำลังส่งเสียงอธิฐาน เขารู้เพียงแค่ว่าคำพูดเหล่านี้เป็นคำพูดที่ทรงพลัง เขาจึงปล่อยให้ตัวเองถูกพลังจากคำพูดของเหล่าภูติชักจูงไปด้วยกัน จนส่งเสียงอืออึงออกมาจากปากสอดผสานกันเสียงของเหล่าภูติ
ภายใต้การอธิษฐานของภูติและต้นไม้แห่งชีวิตเพื่อสร้างแก่นแท้ขึ้นมานี้เองนั้น เหล่าต้นไม้มากมายที่อยู่รอบๆหมู่บ้านเอลฟ์ล้วนแล้วปลดปล่อยมานาออกมาเช่นเดียวกัน พวกมันได้ส่งมานาเหล่านั้นมาให้กับศูนย์รวมพลังที่กำลังจะกลายเป็นแก่นแท้ นอกจากต้นไม้แล้วนั้นน้ำศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้านยังเป็นหนึ่งในสิ่งที่ปลดปล่อยพลังงานมหาศาลเกิดเป็นเส้นสายลอยเข้าไปในบ้านของแอนเดอร์สัน จนทำให้ตอนนี้หมู่บ้านเอลฟ์เกิดปรากฎการณ์ควบแน่นมานาที่จะเกิดขึ้นในรอบร้อยปี การที่มานาของทุกอย่างภายในหมู่บ้านไหลมารวมกันในจุดๆเดียวนี้ นับว่าหายากเป็นอย่างมาก
บู้ม!
เสาสีรุ้งพุ่งทะลวงเพดานของบ้านวิ่งเข้าไปชนม่านพลังของหมู่บ้านเอลฟ์ ก่อนจะกระจายตัวกันวิ่งไล่ไปตามม่านพลังเกิดปรากฎการณ์ม่านพลังสีรุ้งขึ้นมา ทันทีที่ทุกคนรู้ว่าการอธิษฐานของภูติจบลงไปแล้วนั้น จึงพยายามหันมองรอบข้างเพื่อดูว่าแสงสีรุ้งมีผลอะไร
“ดูนั่นสิ ต้นไม้กำลังเติบโต”
“มานาก็เริ่มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน”
“ดูเหมือนว่าดินในหมู่บ้านจะมีคุณภาพสูงขึ้นด้วยนะ”
“มาดูนี่เร็ว น้ำมันให้ความรู้สึกสดชื่นมากว่าเดิม”
เหล่าเอลฟ์ต่างพากันดีใจหลังจากแสงสีรุ้งที่พุ่งกระจายไปตามม่านพลังได้ทิ้งพลังเอาไว้จนทำให้ทุกอย่างภายในหมู่บ้านเอลฟ์ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
“แอนเดอร์สัน เสร็จแล้ว”
แอนเดอร์สันลืมตาตื่นขึ้นมามองดูสิ่งที่ลอยอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเบิกตากว้างมากกว่าเดิมเมื่อสิ่งที่ลอยอยู่ตรงหน้าไม่เหมือนที่ราชินีฟีโอน่าเล่าให้ฟัง คริสตัลรูปหยดน้ำขนาดเท่าเม็ดถั่วตรงหน้าของเขานั้นไม่ได้มีสีใดสีหนึ่งเพื่อบ่งบอกธาตุ มันมีมากกว่า 7 สีส่องประกายระยิบระยับแยงเข้ามาในตาของเขา
“แก่นแท้ภูติเหรอ”
“ช่ายๆ”
“ใช่แล้ว แก่นแท้ของภูติ”
“แล้วทำไมมันมีหลายสีจัง” แอนเดอร์สันเอ่ยปากถาม เผื่อจะได้รับคำอธิบาย ทว่าภูติมากมายกลับบอกเพียงแค่ว่าสิ่งนี้คือแก่นแท้ของภูติเท่านั้น
“แก่นแท้ของภูติไง”
“แก่นแท้ของพวกเราล่ะ รับเอาไว้สิแอนเดอร์สัน”
“แล้วจะใช้มันยังไงเหรอ” แอนเดอร์สันทำหน้างุนงง
“กิน”
“กินเลย กินเข้าไปเลย”
“กิน กิน กิน”
เหล่าภูติต่างส่งเสียงเชียร์ให้แอนเดอร์สันกินแก่นแท้ของภูติเข้าไป เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะมันไม่เหมือนกับตำราเล่มไหนของราชินีฟีโอน่า แต่เมื่อภูติยืนยันว่ามันเป็นแก่นแท้ของพวกเขาแอนเดอร์สันจึงอ้าปากกินแก่นแท้เข้าไปทันทีที่ลิ้นสัมผัสมันกลับสลายหายไปยังไม่แม้จะได้กลืน
บู้ม!
พลังเวทย์มหาศาลพุ่งทะลักออกมาจากร่างของแอนเดอร์สันจนผิวหนังของเขาปริแตกเผยให้เห็นแสงเล็ดลอดออกมาจากร่างกาย เมื่อเขารู้ว่าตัวเองกำลังจะแตกสลายจึงแสดงท่าทางตกใจส่งไปให้เหล่าภูติ อย่างไรก็ตามภูติมากมายกลับไม่ได้ตื่นตกใจ พวกเขาทำเพียงร้องอธิษฐานต่อไปแอนเดอร์สันจึงสงบสติแล้วปล่อยให้เขาจมดิ่งไปกับคำอธิษฐานอีกครั้งหนึ่ง
“ราชินี เกิดอะไรขึ้นอีก ทำไมพื้นดินและต้นไม้สั่นสะเทือน”
เหล่าเอลฟ์เริ่มวิตกอย่างหนัก จู่ๆพื้นดินและต้นไม้ต่างสั่นอย่างกับเกิดแผ่นดินไหว ราชินีฟีโอน่าที่เดินออกมาจากบ้านเพื่อมายืนดูการเปลี่ยนแปลงของแอนเดอร์สันใกล้ๆ เธอจึงบอกทุกคนอย่าตื่นตระหนกเพราะตอนนี้ แอนเดอร์สันได้กลืนกินแก่นแท้ของภูติเข้าไปแล้ว แม้เธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมพื้นดินและต้นไม้ถึงสั่นไหวได้ก็ตาม
วิ๊ง!
เส้นสายสีทองและสีเขียวของมานาส่งลงมาจากกิ่งก้านใบของต้นไม้แห่งชีวิต พุ่งเข้าไปในรอยปริแตกบนร่างกายของแอนเดอร์สัน เหล่าภูติที่อธิษฐานพวกเขาก็เริ่มเร่งจังหวะเสียงร้องกันจนเกิดเสียงอื้ออึงดังไปทั่วหมู่บ้าน
กา!
ฝูงนกมากมายบินกระเจิงขึ้นสู่ท้องฟ้า เหล่านกกาที่ออกจากรังล้วนแล้วบินวนด้วยความตกใจ เหล่านักเวทย์ที่ออกล่าในเขต 10 ต่างรู้สึกสั่นไหวกับเหตุการณ์ปริศนาที่เหมือนกับว่ามีบางอย่างขับไล่ให้นกเหล่านี้บินออกจากรัง
การที่นกบินแตกกระเจิงด้วยท่าทางหวาดกลัวนี้เองนั้น ในโลกของพวกเขามักใช้แจ้งเตือนถึงเหตุการณ์ภัยทางธรรมชาติขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อรู้ว่าเขต 10 ไม่ใช่ป่าที่ปลอดภัยอีกต่อไปทุกคนต่างวิ่งออกไปให้ห่างจากป่าเขต 10 ทันที
“ไปเร็วเข้า อาจจะมีสิ่งน่ากลัวเกิดขึ้นมาก็ได้!”
ความน่ากลัวในรูปแบบต่างๆถูกนักเวทย์คาดการณ์กันไป ทุกคนที่รู้สึกไม่ดีกับการบินของนกและเสียงร้องคำรามของมอนสเตอร์ล้วนพยายามหนีออกไปจากเขตแห่งนี้
—----------------------
“ทุกคนจงฟัง เราจะต้องป้องกันม่านพลังของหมู่บ้านเอาไว้ให้ได้”
ราชินีฟีโอน่าประกาศบอกเอลฟ์ทุกตนให้รับรู้ถึงหน้าที่ที่พวกเขาจะต้องทำ หากการก้าวข้ามของแอนเดอร์สันทำให้ม่านพลังของหมู่บ้านพัง จะทำให้ภัยมากมายเดินทางมายังที่แห่งนี้ เอลฟ์ทุกตนจึงรีบวิ่งไปยังสถานที่อธิษฐานเชื่อมต่อกับต้นไม้แห่งชีวิตแล้วช่วยกันส่งพลังไปยังต้นไม้แห่งชีวิตให้คอยค้ำจุนม่านพลังของหมู่บ้าน
ทันทีที่การส่งพลังของเอลฟ์ที่มารวมตัวกันส่งผ่านแท่นหินไปยังต้นไม้แห่งชีวิตนี้เองนั้น ม่านพลังของหมู่บ้านก็เริ่มรายเวทย์ซ้อนทับอีกชั้นทำให้มันแข็งแกร่งมากกว่าเดิม