อิหนูเจอรี่ทางซ้ายที่เช้านี้ลืมใส่บรา วานนี้นางก็ลืมฉีดพรมน้ำหอมมะรืนนั้นก็ลืมปัดลิปป้ายทาริมฝีปากจิ้มลิ้ม พอได้ฟังคำร้องท้วงทักของเซียนเฒ่าก็ยกมือเรียวขึ้นปิดอกไม่รู้ว่าอกนางใหญ่หรือมือนางเรียวเล็กปิดอย่างไรก็ไม่มิด แตงโมไซด์XXXLที่ซุกไว้ในอกจึงโชว์ล่อตาล่อใจเซียนเฒ่าขนานใหญ่ขนตาเจอรี่ที่ดั่งปีกผีเสื้อบางขยับถี่ปรายตามองเซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีที่ห่วงใยนางถึงขนาดขยับเข้ามาชิดใกล้
เจอรี่ขยับพวงปากแดงเอิบอิ่มคล้ายจะส่งเสียงใดออกมาแต่นิ่งไปขณะที่ไหล่ก็โดนเพื่อนสนิทแจ๊สซี่กระแซะเบาๆที่ด้านข้าง
“เห็นรึเปล่าละเจอรี่ เหมือนตาเห็นจริงๆด้วยหล่อนนะชอบหลงชอบลืม”
ก่อนแจ๊สซี่จะหันมาบอกเซียนเฒ่าด้วยตนเองว่า
“ บางวันเจอรี่ก็ชอบทำหัวใจหล่นเรี่ยราดไว้ ท่านเซียนไก่แจ้เคยเห็นตกหล่นตรงไหนบ้างไหมค่ะ”
เจอรี่เห็นเพื่อนสนิทแซวนางเช่นนั่นลอบหยิกแขนแจ๊สซี่แก้เขินพึมพำเสียงเล็กเสียงน้อยดั่งนกกระจิบขับขาน
“ไม่เอาแจ๊สซี่น่าอายท่านเซียนไก่แจ้”
เซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีพอเห็นท่าทีสองสาววัยสะคราญระริกระรี้จั๊กจี้หัวใจชราของเขายิ่งนักใคร่จะเข้าไปเคียงชิดชมให้ใกล้เสียยิ่งกว่านี้ แต่เขาอดใจไว้กลับวางท่วงท่าให้น่าเกรงขามปรบหน้าขาตนเองดังพรึบใหญ่ ทำเสียงให้เคร่งขรึมน่าเชื่อถือแอ็คเสียงขึ้นว่า
“ แม๊ะ! อิหนูเจอรี่ไฉนทำตัวเหลวไหลนักชายหญิงไม่อาจััล่วงเกินด้วยกายและใจ แต่วันนี้เห็นแก่อิหนูเจอรี่ที่ลางร้ายควันดำโขมงขึ้นคลุมจับขมับ ชะตาร่อแร่ นม เฮ้ยมือไม้อยู่หนใดยังมิรีบยื่นออกมาให้เราพินิจทั้งซ้ายขวา”
เจอรี่บิดตัวเขินอายเล่นตัวพอเป็พิธี ก่อนมือเรียวยาวขาวดั่งหยวกหยกจะถูกยื่นเหยียดให้เซียนเฒ่ารวบจับทั้งสองข้างหลังถูกเซียนเฒ่าลูบคลำเคล้าคลึงอยู่ชั่วอึดใจเจอรี่ที่รู้สึกร้อนวูบวาบก็ขยับริมฝีปากนุ่มลื่น สบตาถามไถ่ว่า
“ โอ้ว ซี้ด เป็ไรบ้างค่ะท่านเซียนไก่แจ้ ”
หลังลูบคลำเค้นคลึงฝ่ามือข้างซ้ายของอิหนูเจอรี่จนพึงพอใจเซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีก็เอ่ยขึ้นว่า
“ ซ้ายคืออดีตกาลผ่านพ้น นุ่มขาวใช้ได้แสดงถึงวาสนาดีลีลาเลิศ เสียแต่หยินลดบั่นทอน หยางเพิ่มพูน ดาวจรเคลื่อนคล้อยองศาบิดเบือนความจำขมองอิหนูจึงเลอะเลือนไป ไหนๆดูข้างขวาบ้างเป็ไร ”
กล่าวเสร็จก็ลูบไล้มือนุ่มข้างขวาของอิหนูเจอรี่อยู่นานจนเกินเหตุ เพ่งพิศสมใจก็เอ่ยขึ้นว่า
“ ขวาคืออนาคตกาลคาดหยั่งถึงเนียนเรียบน่าขย้ำจับต้องเช่นนี้แสดงว่ากาลข้างหน้าเสน่ห์หาพาเพลินจำเริญยิ่งเพียงแต่…”
“ เพียงแต่ว่าอะไรค่ะท่านเซียน ” เจอรี่ขมวดคิ้วโค้งโก่งงามถามขึ้น
“ ว้าย! ตะเถรไอ้เด็กบ้า! ”
พลันแจสซี่ที่ยืนด้านข้างก็ร้องเสียงหลงขึ้นมาดั่งประกายไฟแล่นเข้าร่างยั่วยวนของนางเพราะอสูรน้อยที่ซนเหลือร้ายอยู่ดีๆประกบนิ้วชี้ทั้งสองข้างมาจี้ง่ามก้นที่งามงอนของนางจนเนื้อก้นสะบัดร่างนางผวาเต้นสะดุ้งขึ้นสุดตัว
เห็นภาพเช่นนั้นแล้ว อสูรน้อยก็พึงพอใจยิ่งนัก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เด็กน้อยแก่แดดเกินวัยหัวเราะออกมา
โป้กกกกกกกกกกกก!!!!!
โอ๊ย!!!
โอ้ย !!!
พลันค้อนขนาดพันปอนด์ไม่รู้ช็อคโก้งัดเอามาจากที่ใดเงื้อมฟาดกระหน่ำใส่ศีรษะของอสูรน้อยและเซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีคนละทีจนร่างร่วงผลุบลงสลบเหมือดไปทั้งคู่
“ทัคเกอร์ ลากร่างอสูรน้อยและอาจารย์ของเ้ากลับไป เคเคอย่าลืมคิดเงินลูกค้าด้วย”
เสียงช็อคโก้เข้มดุยิ่งกว่าจงอางกกไข่ เกินผู้ใดจะทัดทานนางสะบัดศีรษะที่เส้นผมเป็งูน้อยน่ารักทั้ง 188ตัวที่รวบตึงไว้ด้านหลัง ในใจคำนึงขึ้น ‘ทำเื่ให้น่าอายได้ไม่พ้นแต่ละวัน’ ก่อนเดินนำออกไป
เคเคแล่นปรื้ดเข้าหาเจอรี่แจ๊สซี่ทั้งสองนางที่ยืนเอ๋ออยู่สมองกลคำนวณตีราคาค่าวิชาให้บริการดูหมอของอาจารย์ยังไม่คิดค่าจับมือลูบคลำ
เคเคใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวินาที เขาก็บอกราคาเสียงดังฟังชัดออกไป
" ติ๊ดๆ"
เจอรี่พอฟังเท่านั้น ก็อุทานออกมา
“ โอ้วก็อด!! 68 เหรียญเชียว"
แจ๊สซี่ที่ยืนเคียงคู่ก็ร่ำร้องว่าแพง แต่ก็ยังเห็นเพื่อนสนิทควักดึง68 เหรียญออกจากอกส่งให้หุ่นยนต์อ้วนกลมที่อยู่ตรงหน้า เคเคใช้มือที่เป็คีมเหล็กอัลลอยด์คีบจับรับ 68เหรียญไว้ ค่อยๆหย่อนใส่ช่องข้างตัว เสียงดังกริ๊งๆๆๆเบาเมื่อเหรียญตกกระทบกันในช่องข้างลำตัวจนครบ เคเคกลับเป็ผู้มีหน้าที่เก็บเงินออมของสำนักไก่บินเอาไว้กลไกสมองกลคำนวณเงินสุทธิที่เก็บรวบรวมได้ บนจอหน้าปัดตรงกลางลำตัวแสดงตัวเลข 28,768เหรียญขึ้น
ส่วนทัคเกอร์มนุษย์หมาป่าน้อยรีบย่ำดุ่มๆเดินย่างมายกจับขาข้างขวาของอสูรน้อยและขาข้างซ้ายของเซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีที่สลบเหมือดขึ้นขาทั้งสองข้างนี้หนักอึ้งแต่เบาหวิวสำหรับทัคเกอร์ เขาดึงลากขึ้นมารวบจับไว้ซ้ายขวาอย่างถนัดถนี่บทบาทลากแข้งขาอาจารย์และอสูรน้อยนี้ เขาเล่นเป็ประจำจึงช่ำชองยิ่ง
ร่างที่น่าสังเวชทั้งสองถูกลากอย่างช้าๆ เือุ่นๆไหลตกจากศีรษะด้านหลังศิษย์อาจารย์ที่โชคร้ายทั้งสองไหลลงเป็ทางปานศิลปะบนพื้นถนนที่ทั้งสองคงไม่อยากสลักชื่อทิ้งไว้ขนไก่แจ้เจ็ดสีร่วงเกลื่อนกลาดลงพื้นถนนทิ้งไว้เป็หลักฐานนับว่าเช้านี้เซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีลืมดูดวงให้ตนเองก่อนเหยียบย่ำเท้าออกจากสำนักไก่บินจริงๆ
ท่ามกลางฝูงชนที่เนืองแน่นส่งเสียงอุทานอื้ออึง บ้างก็ชี้ไม้ชี้มือให้ดูเหตุการณ์ที่หวาดสะท้านใจที่เกิดขึ้นบ้างที่รู้จักเหล่าศิษย์อาจารย์พวกนี้ก็ส่งเสียงนินทากันว่าลูกศิษย์ไฉนลงมือใส่อาจารย์ได้หนักหน่วงนักบ้างคนก็พูดจนเกินจริงว่า นี้ยังนับว่าเบานัก คืนวันนั้นหน้าผับอะโก้โก้ หนักข้อยิ่งกว่านี้ขาแข้งหักหลุดไปก็ยังมี
สักประเดี๋ยวเซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีที่ลืมดูดวงให้ตนเองก็ได้รู้สึกตนฟื้นคืนสติขึ้นมาก่อนขณะเซียนเฒ่าจะขยับพลิกกาย ดั่งเคราะห์ซ้ำกรรมซัดพลันคัมภีร์ลับ ( 18+ /-90) ที่เหน็บเอวไว้มิดชิดเมื่อร่างถูกลากดันร่วงจากเอวไหลตกลงพื้น เซียนเฒ่าจะไขว่คว้าไว้ก็ไม่ทันเสียแล้ว่วิกฤตนี้เซียนเฒ่าทำได้แค่ตีเนียนเอียงคอแกล้งสลบเหมือดยอมถูกทัคเกอร์ลากต่อไปโดยสดุดีสิ่งใดจะเกิดย่อมเกิดขึ้นแล้วตอนนี้
เซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีที่ตีเนียนสลบอยู่ลอบร่ำร้องในใจว่า “ชื่อเสียงที่สั่งสมมาหลายพันปีจบสิ้นแล้ว” หน้าตาลำคอิัที่อยู่ใต้ขนไก่เจ็ดสีปิดคลุมไว้เห่อแดงขึ้นยังดีที่สวมใส่แว่นตาแฉกดาว จึงพอได้แลเหลือบดูชะตากรรมของคัมภีร์ลับเล่มนั้น
คัมภีร์ลับที่หล่นแมะที่พื้นเผยตัวตนสู่สายตาประชาชีที่เห็นเด่นชัดประจักษ์แจ้งว่าร่วงจากร่างของเซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีนี้
แม้นสิ่งนี้ถูกเรียกว่าคัมภีร์ลับ แต่สีสันสะดุดตายิ่งยิ่งปกอาร์ตมันสะท้อนแสงอาทิตย์อุทัยยามเวลาสายๆแดดจัดๆเจิดจรัสยิ่งกว่าเพชรน้ำหนึ่งเสียอีก ยิ่งเมื่อยามลมเ้ากรรมดันพัดมาหอบหนึ่งพอดีส่งผลให้คัมภีร์ลับลอยตัวตีพลิกเห็นภาพสี่สีของปราจารย์อายุน้อยด้านยั่วสวาทกลัดมันชายหญิงในท่วงท่าลีลายุทธ์ลึกล้ำต่างๆแต่ละกระบวนท่าหนักหน่วงแน่นหนักสุดเปรียบปานะเืสะท้านอารมณ์ประจักษ์แก่ทุกสายตาที่หวาดเสียวสะท้านทรวงยิ่งกว่าเดชคัมภีร์์เล่มใดๆ
หลังอวดเผยเนื้อในคัมภีร์ไปหลายหน้า จนดวงตาของประชาชี ชาวยุทธ์หลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ ที่ยืนอยู่ใกล้โตยิ่งกว่าไข่ห่าน
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องของเจอรี่และแจสซี่สองนางที่อยู่ใกล้ที่สุดกอบปากร่ำร้องออกมาพร้อมกันสุดเสียง
“ โอ้ว!!!มายก็อด!! "
สติสตังของพวกนางหลุดไหลไปกับภาพในคัมภีร์ลับที่ท่วงท่าพิสดารเกินหยั่งคาด
เสียง“ โอ้ว!!!มายก็อด!!"นี้ นับว่าดังไม่น้อย จึงดึงดูดสายตาผู้คนที่อยู่หน้าร้านหนังสือตรงข้างถนนที่ยังไม่ได้มองอีกไม่น้อยให้หันมามุงดู ท่ามกลางสายตาที่สนใจและความคิดเห็นต่างๆที่วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา ทั้งคาดไม่ถึงว่าเซียนเฒ่าจะเป็คนเช่นนี้ สงสารเหล่าศิษย์ตัวน้อย หรือแม้กระทั่งอยากได้คัมภีร์ลับเล่มนี้ไปนั้น
พลันใดนั่นเองเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นของอาจารย์อยู่ภายใต้กรอบแว่นตาดำของติงลี่หนูน้อยแวมไพร์จีนในชุดขุนนางน้อยของสมัยราชวงศ์ชิงที่รู้งานยิ่งเป็อย่างดี
ชุดขุนนางน้อยกระพือขึ้น ร่างน้อยะโปราดขึ้นเหวี่ยงร่างไปรอบตัวจี้ประกบนิ้วชี้ขยกขยอยเกิดเป็ระลอกคลื่นวงแหวนโปร่งแสงจำนวนเหลือคณาสะท้อนมวลอากาศออกไปรอบทิศทาง เบื้องต้นกระทบใส่แม่นางที่พกแตงโมไซด์XXXL ทั้งคู่สะท้อนอกยกเฮือกขึ้นจนแตงโมใหญ่แทบหล่นแตกวงคลื่นที่เหลือแผ่ออกรอบกายกระทบถูกประชาชีที่ล้อมดูเหตุการณ์หน้าร้านและข้างถนนต่างสะท้อนกระตุกเฮือกขึ้นพร้อมๆกัน
พลันที่พวกเขาถูกระลอกคลื่นวงแหวนโปร่งแสงสะท้อนใส่ ภาพความทรงจำที่เห็นคัมภีร์ลับก็เลอะเลือนหายไปดั่งกระจกร้าวที่แตกเป็เสี่ยงๆในความทรงของทุกผู้คนไม่อาจนำเอามาปะติดปะต่อกันได้อีก
กลับเป็คลื่นพลังวงแหวนที่แฝงพลังจิตของติงลี่ที่ตั้งใจจะลบเลือนความทรงจำในชั่วเสี้ยววินาทีที่พวกเขาเ่าั้เหลือบเห็นคัมภีร์ลับที่ไม่ลับแล้วเวลานี้
ทุกคนที่ถูกคลื่นพลังวงแหวนล้วนปรากฏอาการเคลิ้มลอยงงงวยไปชั่วขณะ ติงลี่พอเห็นสิ่งที่ตนลงมือประสบผลเขารีบพุ่งปราดเหวี่ยงเตะเท้าไปยังคัมภีร์ลับที่นอนอวดโฉมอยู่ที่พื้น ขวับ คัมภีร์ขยับพุ่งลอยไปทางทิศทางร่างกลมของเคเคที่รับลูกรอเปิดช่องลับสูงสองคืบภายในผิวร่างเหล็กอัลลอยด์ของตนขึ้น
ขวับ พรึบ
เคเคใช้มือที่เป็คีมเหล็กคีบจับเล่มคัมภีร์ยัดใส่ช่องที่เปิดออกแล้วรีบปิดลง ก่อนจะหมุนร่างเหล็กอัลลอยด์อ้วนกลมแล่นล้อตามติดซ็อคโก้ที่เดินนำออกไปไกลแล้ว
ร่างที่สลบเหมือดไปแล้วของเซียนเฒ่าเจ็ดสีอยู่ดีๆพลันยกนิ้วโป้ “very good” ขึ้นมาให้ติงลี่และเคเคคนละทีก่อนจะแกล้งสลบไสลต่อไป ก่อนที่ศิษย์อาจารย์ทั้งสองที่นอนอยู่จะรีบผนึกร่างตีมึนดั่งศิลาเพื่อหลีกหนีจากสายตาของผู้คนรายทางยามที่ถูกทัคเกอร์ลากไปตามถนนเส้นทางกลับสู่สำนักไก่บิน
ยกเว้นเมื่อยามผ่านร่างนักศึกษาสาวกระโปรงสั้นสี่ห้านางที่เอวองค์โค้งเว้าเดินสวนทางมาแล้วหยุดยืนรอไฟแดงตรงโค้งหัวมุมถนนร้านสะดวกซื้อที่ผุดขึ้นทุกตรอกซอกซอยก่อนที่จะถึงตรอกทางเข้าสำนักไก่บิน
เสียงเจี้ยวจ้าวจนสองศิษย์อาจารย์รู้สึกตนขึ้นมา
" เมื่อไหร่ หนังของเดวิคจะเข้าซะทีรอหลายอาทิตย์ละ "
" เดี๋ยวก็เข้าละ แต่ชิลมากเลย ถ้าอยากรู้เดี๋ยวสืบให้"
" จริงดิให้ไวเลย ละไม่รีบบอก "
เด็กนักศึกษาสาวทั้งหมดทั้งมวลสนทนายุ่งอยู่กับข่าวคราวเดวิคพระเอกหนุ่มหน้าขาวศิษย์ของเซียนหมูบินนิออน์ที่หล่อขนาดมาเล่นหนัง่ปิดซัมเมอร์ของสำนักหมูบิน ไม่ได้สนใจสองศิษย์อาจารย์ที่แกล้งสลบเหมือดกองอยู่ที่พื้น
ส่วนทัคเกอร์ที่ถูกสอนฝังหัวว่าเจอไฟเขียวให้หยุดนิ่งรอให้ไฟแดงถึงเดินข้ามถนนถึงตนเองไม่ได้จะข้ามถนนแต่พอทัคเกอร์เห็นไฟเขียวเขากลับยื่นนิ่งอยู่รอไฟแดงจึงจะเดินต่อไป
อสูรน้อยที่หูตาปราดเปรียบลอบสะกิดเอวอาจารย์ให้เหลือบมองผ่านองศามุมกล้องที่ประจวบเหมาะที่ไม่อาจเห็นได้จากมุมสูง
สีแดง สีฟ้า สีดำลูกไม้ หรือแม้กระทั่งสีขาวเบาบางที่เห็นเนื้อขาวๆอมชมพูเน้นๆ
หลังอสูรน้อยเพ่งพิศหรี่ตาเล็กตาน้อยอยู่นานจนหนำใจส่วนเซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีที่ในใจไม่รู้สำนึกบุญคุณผู้คิดค้นแว่นตากันแดดสีทึบไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบจนเสียงติงไฟแดงดังก้องหูขึ้น์น้อยๆก็พังลงเด็กนักศึกษาสาวที่เพิ่งทำบุญถวายอาหารตาให้เซียนเทพและศิษย์น้อยของเขา เ่าั้ก็ต่างย่างเดินจากไป
รอยเืตรงพื้นถนนที่หยุดไหลเป็ทางทิ้ง่มาไกล พลันปรากฏบนพื้นถนนอีกคราแต่คราวนี้เป็เืที่กำเดาไหลออกจากรูจมูกของสองศิษย์อาจารย์ที่พบพานวาสนาในคราวเคราะห์ทั้งสองกระฉูดออกอีกคราไหลนองเป็ทางยาวแดงฉานยิ่งกว่าเดิม บนพื้นถนนเปื้อนรอยโลหิตลากยาวเป็สองสายนี้หากผู้ใดประสงค์จะเดินทางไปยังสำนักไก่บินของเซียนเฒ่าไก่แจ้เจ็ดสีอันลือชื่อก็สามารถเดินตามทางเืนี้รับรองว่าไม่หลงทางอย่างเด็ดขาดทั้งสองศิษย์อาจารย์แกล้งหลับตาพริ้มยิ้มกริ่มไปตลอดทาง…จนถึงสำนักไก่บิน
...................................