[GrimHunt] สมรภูมินักล่า

    บทที่ 1 ตอนที่ 23

    ด้วยค่าสถานะของเขาในตอนนี้ ทวนที่มีน้ำหนักราว 25 กิโลกรัม รามสามารถกวัดแกว่งมันได้อย่างง่ายดายราวกับว่ามันเป็นเพียงทวนไม้ที่ทำเอาไว้สำหรับการฝึกซ้อมธรรมดา รามไม่คิดว่าการถือของหนักเอาไว้แบบนี้ขณะที่กำลังยืนอยู่บนกิ่งไม้ซึ่งไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่นั้นเป็นเรื่องที่ดี ดังนั้นเขาจึงได้กระโดดลงมาอยู่บนพื้นปึ้ก.... ''อ๊ะ!'' แต่ตอนลงมา เหมือนกับว่าเท้าขวาของเขาจะเผลอจะไปเหยียบอะไรบางอย่างเข้าเมื่อลองก้มลงไปดู เท้าของเขากำลังเหยียบอยู่บนปากของเจ้าหมียักษ์อย่างแม่นยำ รามจ้องมองมันมันจ้องมองกลับ ชะตาฟ้าลิขิตนี้อาจจะทำให้ทั้งสองเคียงคู่กันตลอดไป แต่น่าเสียดายรามนั้นไมชอบคนที่ตัวใหญ่กว่า เพราะนั้นจะทำให้เขานึกถึงอาจารย์สอนมวยที่ซึ่งเป็นผู้หญิงกล้ามโตราวกับนักเพาะกายทีมชาติ(ชาย) แค่คิดขึ้นมันก็ทำเอาเขาขนลุกไปทั้งตัว และตั้งแต่นั้นรามก็ล้มเลิกความคิดที่จะฟิตหุ่นเป็นนักกล้ามไปเลย''โฮกกกกกกกกก.....'' มันส่งเสียงร้องออกมาจากภายในลำคอของตัวเองเบาๆ เนื่องจากปากของมันถูกปิดเอาไว้ด้วยเท้าของราม''ขอโทษที'' รามไม่ได้คิดที่จะจู่โจมก่อน เขากระโดดถอยหลังกลับมาตั้งท่าเตรียมพร้อม ซึ่งจะแปลกประหลาดกว่าผู้ใช้ทวนคนอื่นๆเล็กน้อย เพราะรามได้วางทวนเอาไว้บนไหล่พร้อมกางแขนทั้งสองข้างออกเพื่อเป็นจุดรองรับศูนย์ถ่วงของตัวทวนเขายืนเอนตัวเล็กน้อยหันปลายทวนไปยังร่างของเจ้าหมียักษ์ที่ค่อยๆยืนขึ้นช้าๆขนสีน้ำตาลของมันลุกชันขึ้นเล็กน้อยด้วยความโกรธต่อมนุษย์ตรงหน้า ''โฮกกกกกกกกกกกกก!!!'' มันส่งเสียงกู่ร้องคำรามขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความน่าเกรงขาม ด้วยขนาดตัวที่เมื่อยืนแล้วสูงกว่า 2 เมตร คมเขี้ยวเล็บที่แหลมคมประดุจมีดที่ลับคมมาเป็นอย่างดี ใครที่เห็นพบเจอมันครั้งแรกย่อมมีความคิดที่จะหนีเป็นอย่างแรก โดยหารู้ไม่ว่าตัวหมียักษ์นี้ก็มีความเร็วที่สูงกว่ามนุษย์โดยทั่วไปแล้ว การหันหลังหนีนั้นไม่ต่างกับการฆ่าตัวตายเลยสักนิดรามไม่ปล่อยให้มันคำรามไปจนจบ เขาสืบเท้าเข้าไปข้างหน้าให้ได้พอระยะ ขาขวาที่สืบก้าวใหญ่นั้นพุ่งลงไปบนพื้นอย่างแรงเพื่อใช้เป็นจุดหมุนที่มั่นคงจากแรงหมุนที่เอวลงผ่านไปทั้งร่าง รามปล่อยให้ทวนเงินของตนเองไหลลงจากไหล่ซ้ายไปยังมือขวา เขาจับส่วนปลายของมันซึ่งมีลักษณะเป็นลูกตุ้มกลมขนาดเล็กอยู่บริเวณปลาย การเคลื่อนไหวต่างๆของรามนั้นทำอย่างต่อเนื่อง มองดูรวดเร็วและสง่างามราวการแสดง เพียงชั่วอึดใจเดียวรามก็จับปลายทวนฟันขึ้นไปบนร่างของเจ้าหมียักษ์อย่างรวดเร็ว คมทวนตัดผ่านตั้งแต่บริเวณสีข้างของมันตัดผ่านร่างตรงไปยังไหล่ขวาอย่างง่ายดายคมของทวนเงินนั้นน่าหวาดผวาเป็นอย่างมาก มันน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าคมดาบเล่มเก่าจนแทบเทียบไม่ติด ยิ่งเมื่อมันถูกใช้งานผสานกับพละกำลังอันแข็งแกร่งของเขา เสริมขึ้นไปด้วยเทคนิคเพลงทวนที่ใช้เวลากว่า 2 ปีในการเล่าเรียน ก็ทำให้รามสามารถตัดผ่านร่างของเจ้าหมียักษ์ในสภาพปรกติให้แบ่งเป็นสองส่วนได้อย่างไม่ยากเย็นที่ทำได้ก็เพราะส่วนหนึ่งมันยังอยู่ในสภาวะปรกติ และตัวของเจ้าหมียักษ์นั้นขู่คำรามขึ้นโดยไม่ได้ระมัดระวัง หากเป็นรามเมื่อวานนี้เขาคงจะตกตะลึงแข็งค้างไปไม่ใช่น้อย ร่างกายของเจ้าหมียักษ์ในสภาพปรกตินั้นเมื่อตอนที่รามมีความแข็งแรงมากกว่า 25 แต้มเขาก็สามารถใช้ดาบเล่มเก่าฟันผ่านกล้ามเนื้อมันได้แล้ว แต่ด้วยความไม่มั่นใจเขาจึงไม่คิดลองเสี่ยงทดลองกับตอนที่มันอยู่ในสภาวะหวาดกลัวดีกว่า และเมื่อได้ลองฟันมันด้วยทวนเงินนี้ มันก็ง่ายยิ่งกว่ากันไปอีกเท่าตัว ตอนนี้เจ้าหมียักษ์ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเขาอีกแล้ว[ประกาศ : คุณได้รับคะแนนนักล่า 10 แต้มจากการสังหาร]คะแนนนักล่าเพิ่มขึ้นมาเป็น 13 แต้ม แม้จะเป็นจำนวนถึงสองหลักก็ไม่ได้ทำให้รามรู้สึกอุ่นใจขึ้น รามเปลี่ยนมาจับบริเวณกลางทวนและสะบัดเอาคราบเลือดออกไป''ว้าว... ฆ่าเจ้าหมียักษ์นี้ได้โดยที่ไม่ได้ใช้พลังพรสวรรค์เลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังฟันมันจนขาดครึ่งได้... พละกำลังของนายมันจะน่ากลัวเกินไปแล้วนะ ฮ่าฮ่าฮ่า'' ขณะที่รามกำลังคิดจะย่างเจ้าหมียักษ์นี้กิน ก็ได้เกิดเสียงของชายอีกคนหนึ่งดังขึ้นมาจากหลังต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลรามไม่คิดจะพูดตอบโต้ เขาหันหลังกลับพร้อมฟันทวนเงินไปยังต้นไม้ต้นนั้นอย่างรวดเร็ว พละกำลังและความคมผสานกันเป็นหนึ่งเดียว คมทวนเงินตัดผ่านเนื้อไม้อายุนับสิบปีไปได้อย่างไม่ยากเย็น แต่มันก็ทำได้เพียงสัมผัสเข้ากับเนื้อไม้เท่านั้นโครม!!!! ต้นไม้ที่ถูกตัดครึ่งไปล้มหล่นลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อไม่มีต้นไม้มาขวางกั้น รามก็ได้เห็นถึงแขกผู้มาเยือนซึ่งเหมือนกับว่ายืนอยู่ในจุดเดิมแต่แรกไม่ได้จากไปไหน แต่นั้นก็ทำให้เขาสงสัยว่าคมทวนไม่โดยร่างของมันได้อย่างไร ในเมื่อรามนั้นคิดคำนวนเอาไว้แล้วว่าคมทวนนี้จะต้องตัดผ่านร่างของมันอย่างแน่นอน''โว้วๆ ใจเย็นๆก่อนสหาย ฉันแค่บังเอิญผ่านมาเห็นเท่านั้นแหละ ไม่ได้คิดร้ายอะไรกับนายหรอกนะ'' ชายหนุ่มที่สวมใส่เสื้อฮูดสีฟ้าหวานยิ้มระรื่นออก หน้าตาของเขามองดูเหมือนชายหนุ่มคุมโทนสดใสร่างเริง แต่ด้านหลังนั้นพกพาเอาไว้ด้วยดาบขนาดมาตรฐานถึง 2 เล่ม หากไม่ได้พกเอาไว้เพราะเท่อย่างเดียว คนที่จะใช้ดาบสองเล่มได้อย่างเชี่ยวชาญก็จำเป็นจะต้องมีฝีมือและประสบการณ์อยู่พอตัวอีกฝ่ายนั้นยกมือทั้งสองขึ้นสูงเหมือนพวกโจรที่โดยตำรวจจี้จับ รามลองกวาดสายตามองดูโดยรอบก็ไม่พบเห็นผู้ใด แต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะวางใจจากสัญชาตญาณของเขาแล้วมันกำลังบอกว่า อีกฝ่ายนั้นเป็นคนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเจ้าหมียักษ์ตัวนี้ แต่มองดูจากภายนอกก็ไม่เห็นมีอะไรจะมองดูน่าเกรงขามตรงไหน ดังนั้นแล้วสิ่งที่เขาควรจะต้องกังวลเกี่ยวกับอีกฝ่ายคงจะเป็น 'พลังพรสวรรค์' ที่อีกฝ่ายนั้นถือครองเอาไว้อยู่''ต้องการอะไร'' คำถามที่เรียบง่ายถูกถามออกไป รามยังคงจับทวนของตัวเองจ่อไปยังอีกฝ่ายแน่น แต่ก็ยังคงอยู่ในระยะที่ยังพอมีมารยาทนับญาติกันได้อยู่''ตอนแรกว่าจะไม่มีแล้ว แต่ตอนนี้ฉันจะขอแบ่งเนื้อจากนายหน่อยได้หรือเปล่า? เจ้าหมีนั้นมันดูน่ากินมากๆเลย ฉันขี้เกียจไปล่ามันเองน่ะ แหะๆ...'' เขาหัวเราะแห้งๆออกมาราวกับมันเป็นเรื่องปรกติรามเหลือบมองไปยังซากเจ้าหมียักษ์นั้นเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาพยักหน้าให้อีกฝ่ายเบาๆ ''ถ้าต้องการแค่นั้นก็รอสักพักหนึ่ง'' รามลดทวนของตนเองลงก่อนจะหันหลังเดินกลับ แต่เพียงชั่วอึดใจเดียวรามก็ฟันทวนของตนเองไปยังบริเวณต้นขาของเจ้าหมียักษ์ ซึ่งเป็นเนื้อส่วนที่เขาคิดว่าอร่อยมากที่สุดแล้วในตัวของเจ้าหมียักษ์ ''อยากได้แค่ไหนก็เอาไป'' ยังไงถ้าหากเขาไม่ให้ ซากหมียักษ์ก็คงจะต้องเป็นอาหารของพวกสัตว์ป่าโดยรอบนี้อยู่ดี''เย้~~'' ชายสวมฮูดร้องขึ้นอย่างยินดี รามยังคงไม่ไว้วางใจอีกฝ่ายตลอดการก้าวเดิน รามจับจ้องทุกฝีเก้าเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายนั้นทำอะไรที่ผิดปรกติกับตน แต่อย่างไรก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ชายสวมฮูดเดินผ่านรามไปเฉยๆ ดาบที่สะพายอยู่ข้างหลังถูกชักออกมาตัดเอาเนื้อของเจ้าหมียักษ์ไปจำนวนหนึ่ง ''ฉันเอาแค่นี้แหละ ขอบคุณนายมากๆเลย ไม่คิดว่าจะได้เจอคนใจดีแบบนี้นะเนี้ย ฮ่าฮ่าฮ่า'' เขากล่าวขอบคุณรามยกใหญ่ทันทีที่ได้รับเนื้อหมียักษ์มารามเหลือบตามองอีกฝ่ายเพียงแค่เล็กน้อยก่อนจะเดินตรงไปยังต้นไม้ที่เขาพึ่งใช้ทวนตัดไป ''ถ้าได้ของที่ต้องการแล้ว นายก็ควรจะจากไปได้แล้ว พวกเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น'' รามใช้ทวนเงินของตนเองฟันไม้แบ่งออกเป็นส่วนๆเพื่อใช้มันเป็นฟืน จากท่อนไม้ขนาดใหญ่ก็ถูกแบ่งออกมาเป็นแท่งไม้เล็กๆพอเหมาะแก่การจุดไฟได้อย่างง่ายดาย''ไม่เอาน่าสหาย อย่าใจดำขนาดนั้นสิ ไหนๆแล้วฉันขอแบ่งฟืนไปด้วยนิดนึงก็แล้วกัน'' อีกฝ่ายเก็บดาบและเดินตรงมาหยิบเอาแท่งไม้ไปจำนวนหนึ่งโดยไม่รอคำตอบอะไรจากราม แต่รามก็ไม่ได้ว่าอะไรมากมาย เขาเพียงจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตารังเกียจเล็กน้อยเพราะรามเป็นคนที่ค่อนข้างเคร่งในมารยาทมากสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มศัตรูกับเขา ด้วยจำนวนฟืนที่มีอยู่อย่างมากมายเขาจึงไม่ได้คิดอะไรมากมายรามเอาฟืนจำนวนหนึ่งมาทำเป็นกองไฟ วิธีการจุดของเขาก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร รามเพียงวางฝ่ามือขวาของตนเองลงไปบนกองฟืน รามได้ใช้พลังพรสวรรค์ของตนเองทำให้บริเวณฝ่ามือของตนลุกโหมไปด้วยเปลวเพลิงจุดกองเพลิงให้ลุกไหม้ขึ้น แต่เขาเปิดใช้พลังพรสวรรค์เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เนื่องจากไม่ได้คิดว่าจะใช้มันเพื่อต่อสู้ในขณะที่ตนเองกำลังเสียบไม้เพื่อเตรียมจะย่างเนื้อหมียักษ์แล้ว รามก็หันมองออกไป ห่างจากเขาได้ 4 เมตรมีชายหนุ่มสวมฮูดกำลังใช้ไม้สองแท่งปั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้เกิดประกายไฟขึ้น เป็นวิธีการของมนุษย์แรกเริ่มที่คิดจะใช้เปลวเพลิง ซึ่งมองดูเป็นวิธีที่น่าสมเพชสุดๆดังนั้นแล้วรามจึงได้หยิบแท่งไม้แท่งหนึ่งออกมาก่อนจะปาเข้าไปยังกองฟืนที่อยู่ตรงหน้าชายคนนั้นอย่างแม่นยำภาพที่เห็นมันทำให้รามรู้สึกปวดขมับยิ่งกว่าเก่า ทันทีที่กองฟืนนั้นมีไฟเกิดขึ้น(ซึ่งรามปามา) ชายสวมฮูดก็ทำหน้าดีใจราวกับพึ่งถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเข้า ชายสวมฮูดร้องดีใจออกมาพร้อมกับวิ่งรอบกองเพลิงทำท่าทีพิธีบูชาไฟ ในปากกล่าวคำสรรเสริญพระเจ้าไม่ขาดปากที่มอบไฟแห่งชีวิตนี้ให้(รามปามา) เพลิงแห่งชีวิตที่จะช่วยให้มันย่างเนื้อหมีที่แสนอร่อยนี้กินได้อย่างสบายใจ ในขณะที่มันกำลังทำท่าทีดีใจกลิ่นเนื้อหมีจากฝั่งของรามก็เริ่มส่งกลิ่นหอมมาทำให้มันน้ำลายไหลแล้วทั้งสองไม่ได้สนทนาอะไรกันอีก จนกระทั่งทั้งสองได้กินเนื้อหมีที่ไม่ได้ปรุงแต่งอะไรกันเสร็จ ชายสวมฮูดจึงได้เริ่มต้นพูดขึ้น ''นายกำลังตามล่า 'ความเสียใจของราชา' ใช่หรือเปล่า?'' คำถามนี้ทำให้รามหันไปกำทวนเงินแน่น เมื่อชายสวมฮูดเห็นดังนั้นก็รู้ตัวแล้วว่าตนเองกำลังทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด ''ไม่ๆ ฉันไม่ได้สนใจความเสียใจของราชาหรอก สิ่งที่จะช่วยชุบชีวิตคนอื่นได้สำหรับฉันมันไร้ประโยชน์ แต่แค่ว่าถ้าหากนายสนใจฉันว่าพวกเรามาทำข้อตกลงกันได้นะ ฮ่าฮ่า'' เสียงหัวเราะกลบเกลื่อนช่วงท้ายไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่น้อย''ข้อตกลงคืออะไร?'' รามไม่คิดจะล้อเล่น เขามุ่งเป้าไปที่ประเด็นหลักในทันที''ฉันจะช่วยให้นายได้ครอบครอง 'ความเสียใจของราชา' และนายจะต้องช่วยให้ฉันจัดการกับไอ้คนที่ไล่ตามเขาทั้งหมด'' เมื่อพูดขึ้นถึงจุดนี้ จากใบหน้าของชายหนุ่มอารมณ์ดีก็กลับกลายเป็นใบหน้าอันจริงจังจนน่าหวาดกลัวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้รามไม่ได้สนใจกับการเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก ''ถ้าทำแบบนั้นนายจะได้ประโยชน์อะไร? นายเกี่ยวข้องกับชายคนนั้นหรือไง?'' แม้ข้อเสนอนี้จะน่าสนใจ แต่รามก็ยังไม่มีความมั่นใจเพียงพอจะไว้ใจอีกฝ่าย ทั้งยังไม่รู้ถึงพลังฝีมือของอีกฝ่ายด้วย เขาจะสามารถช่วยให้ตนได้รับความเสียใจของราชามาได้จริงๆ?''สำหรับฉันมันไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอก แต่พ่อแม่ของไอ้คนที่ถือความเสียใจของราชามันเคยเลี้ยงดูฉันตั้งแต่เด็กจนโต จนตอนที่ฉันได้อาจารย์รับไปเลี้ยงก็ไม่ได้เจอหน้ามันอีกเลย พอมาเจอกันแล้วเห็นมันถูกตามล่าโดยที่ฉันไม่สามารถช่วยเหลือได้ด้วยตัวคนเดียว กับคนที่ฉันเห็นเป็นคนในครอบครัวมาตลอดต้องมาถูกตาล่า เป็นนายนายจะรู้สึกยังไงล่ะ?'' ชายหนุ่มชุดฮูดพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง รามจ้องมองเข้าไปในดวงตาของมันเพื่อหาข้อพิรุธแต่ก็ไม่มีอะไรน่าผิดสังเกตุ''ถ้านายทำแบบนี้ คงจะรู้แล้วใช่หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร'' รามหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ''ตอนแรกไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้ฉันพอจะมั่นใจแล้วว่านายเป็นคนของตระกูลทรัพย์นารักษ์ พวกนายมันเห็นแค่ประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น ไม่คิดว่าฉันจะได้มาเจอกับคนระดับสูงด้วย ดังนั้นคนอย่างพวกนายนี้แหละที่เหมาะสมที่สุดจะช่วยฉัน'' ท่าทีโกรธแต่ยังคงความสงบเอาไว้ได้นั้นมันทำให้รามรู้สึกถูกใจจริงๆ''ถ้านายรู้แบบนั้น คงจะรู้ว่าฉันนั้นเป็นพวกโลภมากที่จะไม่รับงานใดๆถ้าหากผลตอบแทนที่ได้มันไม่คุ้มค่าจริงๆใช่ไหม?'' รามยืนขึ้นพูดถามออกไป อีกฝ่ายจึงได้ตอบกลับโดยการพยักหน้าเบาๆ รามจึงได้พูดขึ้นต่อ ''ฉันจะช่วยนาย แต่จะขอเพิ่มเงื่อนไขอีกอย่างหนึ่งนายจะว่ายังไง''เงื่อนไขของตระกูลทรัพย์นารักษ์นั้นไม่ค่อยเป็นเรื่องที่ดีนัก แต่จากที่ได้ยินมา ถ้าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายยื่นเงื่อนไขเองย่อมหมายถึงเขาตอบรับไปแล้วครึ่งหนึ่ง กับตระกูลทรัพย์นารักษ์แล้วไม่เคยปรากฏงานที่ตอบรับแล้วผิดพลาดมาก่อน เพราะพวกเขาไม่สนใจว่าจะต้องทำวิธีใดให้ภารกิจนั้นสำเร็จ''ว่ามา''''ไม่ว่าคนของนายจะเป็นหรือจะตาย ฉันจะช่วยมาให้ได้ และถ้ามันสำเร็จ...'' รามยกยิ้มขึ้นอย่างประหลาด เขาเว้นช่วงคำพูดไปสักพักหนึ่ง เพราะคนแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกสนใจแปลกๆ และไม่บ่อยครั้งที่เขานั้นจะยื่นข้อเสนอนี้ให้กับใคร''นายจะต้องมาเป็นคนของฉัน... ไม่ใช่ของตระกูลทรัพย์นารักษ์...''''แต่เป็นของฉัน...''