Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 9 กลไกรอยสลักวิญญาณ

    BRCO - บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ โดย MingGuang
    ตอนที่ 9 กลไกรอยสลักวิญญาณ
    เดินทางไปทำการค้ากับเผ่าอาทิตย์มรกตคราวนี้ เหลียนหรูเฟิงและผู้พิทักษ์คนอื่นแลกเอาข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่ชาวบ้านต้องการใช้อย่างเร่งด่วนมา เช่นเคย ข้าวของเหล่านั้นจะนำไปแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านที่ศาลเจ้าเมื่อเซียวเทียนเริ่นประกาศเรียก ชาวบ้านทุกคนก็แห่กันไปที่ศาลเจ้าในเวลาไม่นานหลินสวินได้รับเชิญเช่นกัน แต่เขาปฏิเสธไปอย่างสุภาพ ในฐานะที่เพิ่งมาใหม่ เขาควรจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับส่วนแบ่ง...บ่ายแก่วันนั้น หลินสวินนั่งอยู่ใต้ต้นหลิวเขียวครึ้มกลางลานหน้าบ้าน เขากำลังแกะสลักหญ้าสีเงินด้วยกริชสีครามเขียวคล้ำท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!ด้วยทักษะการลงน้ำหนักมือที่ละเอียดอ่อน ปลายแหลมของกริชนั้นสลักไปทั่วหญ้าสีเงิน ลื่นไหลราวเมฆลอยฟ้าธาราหลั่งริน เศษไม้ร่วงพรูประหนึ่งเกล็ดหิมะ ก่อให้เกิดเสียงอันเป็นเอกลักษณ์และมีจังหวะจะโคนหลินสวินมีนิ้วมือเรียวยาวและฝ่ามือกว้าง กริชสีครามเขียวคล้ำที่มือสมส่วนของเขาถืออยู่อย่างสบายๆ เริงระบำประดุจผีเสื้อตามตอมดอกไม้ ให้รู้สึกงดงามที่ไม่เหมือนใครนักสลักวิญญาณฝึกหัดต้องฝึกปรือทักษะการลงแรง ก่อนเรียนรู้วิธีการจารึกรอยสลักวิญญาณ ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงการฝึกฝนทักษะการใช้นิ้วและสองมือได้ความยืดหยุ่นและเสถียรของฝ่ามือและปลายนิ้วเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการจารึกรอยสลักวิญญาณทั้งนี้ทั้งนั้น การจารึกรอยสลักวิญญาณมิใช่แค่การร่างภาพหรือวาดรูป หากแต่นักสลักวิญญาณจำเป็นต้องควบคุมปราณในร่างกายเพื่อสร้างสรรค์แสงเงา ความหนาบาง ความตื้นลึก... รวมทั้งระดับความเข้ากันของหมึกวิญญาณต่อรอยสลักตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการจารึกรอยสลักวิญญาณไม้เขียว ก็จำเป็นจะต้องมีด้ามสลักวิญญาณ หมึกวิญญาณไม้เขียว และตัวนำด้ามสลักเป็นอุปกรณ์ที่นักสลักวิญญาณใช้ ทั้งยังเป็นเครื่องทดสอบความแม่นยำและความยืดหยุ่นของนิ้วได้อย่างดีเราจำเป็นจะต้องรู้ก่อนว่าคุณภาพของด้ามสลักก็มีมากมายหลายระดับ ด้ามสลักชั้นเลิศสามารถผสานกับทั้งหมึกและพลังปราณได้ดีกว่า ในขณะที่ด้ามสลักชั้นรองลงมาก็ให้ผลตรงกันข้าม อย่างเช่นด้ามสลักทองปะทุเพลิงที่ท่านลู่หักทิ้งไปนั้น นับว่าเป็นสมบัติที่หายากและมีมูลค่าสูงจนประเมินค่าไม่ได้ในความทรงจำของหลินสวินหมึกวิญญาณมีไว้ใช้ร่างรอยสลัก มักจะสกัดมาจากวัตถุดิบวิญญาณหลากหลาย หมึกวิญญาณแต่ละประเภทก็ให้พลังพิเศษที่ต่างกันไปหมึกวิญญาณไม้เขียวเกิดจากการหลอมวัตถุดิบวิญญาณสิบหกชนิดด้วยสัดส่วนที่แตกต่างกันไปในเตาหลอม เช่นรากไม้เขียว ใบไม้ศักดิ์สิทธิ์สีขาว เลือดชีปะขาวศักดิ์สิทธิ์ น้ำตานกกระจิบแดง... การจารึกรอยสลักวิญญาณไม้เขียวด้วยหมึกวิญญาณที่ผ่านกรรมวิธีเหล่านี้คือตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเพิ่มอัตราการผสานรอยสลักและโอกาสที่จะสำเร็จส่วนตัวนำก็คือพื้นที่ที่จะจารึกรอยสลักลงไป โดยทั่วไปตัวนำนี้จะต้องเป็น ‘วัตถุวิญญาณ’ เช่นว่าสามารถจารึกรอยสลักวิญญาณบนอาวุธ ชุดเกราะ หรือสิ่งอื่นๆ อย่างเช่น บ้าน ชุดน้ำชา รถม้า เป็นต้นเหมือนรอยสลักเวทรวมแสงที่หลินสวินจารึกขึ้นเมื่อวาน เขาใช้ปลายนิ้วต่างด้ามสลัก ใช้เศษกระดูกของหนูกินทองเป็นหมึก และใช้ผืนนาข้าวศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวนำ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นวัตถุวิญญาณ เพราะมีพลังวิญญาณแฝงอยู่ข้างในแต่รอยสลักเวทรวมแสงที่เขาจารึกลงไปบนผืนนานั้นค่อนข้างหยาบและตื้นเพราะปราศจากแหล่งผลิตวิญญาณ จึงไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องได้หลังจากใช้ครั้งแรกไปแล้วแหล่งผลิตวิญญาณอาจจะอยู่ในรูปแบบของหินวิญญาณ ชีพจรวิญญาณ หรือวัตถุอื่นใดก็ได้ที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ ซึ่งจะผลิตพลังงานหล่อเลี้ยงรอยสลักวิญญาณได้ต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุดการจารึกรอยสลักวิญญาณด้วยด้ามสลัก หมึกวิญญาณ และตัวนำอาจฟังดูเป็นเรื่องง่าย หากแต่กรรมวิธีที่ยุ่งยากซับซ้อนและเข้มงวดห่างไกลจากคำว่าง่ายอยู่โขและยิ่งเป็นเรื่องยากขึ้นไปใหญ่หากต้องการจะเป็นนักสลักวิญญาณมืออาชีพ นี่เองเป็นเหตุผลว่าทำไมนักสลักวิญญาณจึงเป็นอาชีพที่ได้รับการเคารพอย่างสูงและแพร่หลายหลินสวินเป็นนักสลักวิญญาณฝึกหัดมานานตั้งแต่สมัยที่เขาเริ่มเรียนรู้จากท่านลู่จวบจนวันนี้เขาก็ยังเป็นแค่นักสลักวิญญาณฝึกหัด ดังนั้นด้วยระดับการฝึกปราณและความรู้ของหลินสวินในปัจจุบัน จึงทำได้เพียงจารึกรอยสลักวิญญาณระดับพื้นฐานเท่านั้นและที่สำคัญคือหลินสวินไม่รู้จักนักสลักวิญญาณคนอื่นที่ไหนอีกเลยนอกจากท่านลู่ เขาจึงไม่อาจบอกได้ว่าฝีมือการสลักวิญญาณของตัวเองอยู่ในระดับไหนแล้วหลินสวินเคยถามท่านลู่ว่าฝีมือเขาเป็นอย่างไรบ้างหลายต่อหลายครั้ง แต่คำตอบที่ได้กลับมามีเพียงการส่ายหน้าและเสียงถอนหายใจส่ายหน้าแปลว่าไม่ถอนหายใจแปลว่าผิดหวังแค่คิดก็รู้ว่าหลินสวินจะต้องโดนบั่นทอนกำลังใจบ่อยแค่ไหนตลอดหลายปีนั้น โชคยังดีที่หลินสวินไม่ยอมแพ้และเริ่มชินกับการโจมตีของท่านลู่ ถึงขนาดมีแรงฮึดที่จะสู้กับตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อเอาชนะท่าทีสบประมาทเหล่านั้นให้ได้ ทำให้ความสามารถในการจารึกรอยสลักวิญญาณของเขาพัฒนาขึ้นไม่หยุดสิ่งที่เรียกว่ายิ่งล้มเหลวก็ยิ่งกล้าหาญก็คือแบบนี้เวลาล่วงเลยเข้าสู่สนธยา แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องสะท้อนต้นหลิวเขียวครึ้มเป็นประกายอร่ามตากิ่งหลิวเริงระบำงามสง่าและส่งเสียงซ่าๆ ตามลมอ่อนที่โชยโบก ช่างเป็นภาพที่สบายตาสงบใจกริชสีครามเขียวในมือของหลินสวินยังคงเต้นเร่า และไม่ช้ามันก็สลักออกมาเป็นรูปร่างของชายแก่ท่าทางมีชีวิตชีวา ผมเผ้ายุ่งเหยิงและใบหน้ายับย่น ไพล่มือไว้ข้างหลัง ชายแก่ร่างผ่ายผอมคนนั้นแหงนหน้ามองฟ้าด้วยแววตาท้าทายและดื้อรั้น รูปสลักนั่นคือท่านลู่ทุกกระเบียดนิ้วของรูปสลักไม้นั้นล้วนจารึกรอยสลักวิญญาณที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำ แต่กลับมองไม่เห็นร่องรอยของรอยสลักวิญญาณแม้แต่น้อย ให้ความรู้สึกชะงักนิ่งอย่างประหลาดหลินสวินจ้องมองรูปสลักในมือตาเหม่อลอย หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ เขาก็ถอนหายใจเบาๆ และทำลายรูปสลักนั่นทิ้งด้วยกริชสีครามเขียวของเขาเองภายใต้แสงอัสดงที่ขอบฟ้า เขาลุกขึ้นยืน สีหน้าเด็ดเดี่ยวฉายขึ้นบนใบหน้าอ่อนเยาว์และซีดเซียวนั่นคนเราไม่ควรขังตัวเองไว้ในอดีต แต่ควรมองไปข้างหน้า!เมื่อยามราตรีเข้าปกคลุม ชาวบ้านเฟยอวิ๋นทุกคนก็ได้ข้าวของเครื่องใช้ที่ตนต้องการและทยอยกลับจากศาลเจ้ากระนั้นหลินสวินก็พบว่าชาวบ้านไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด ตรงกันข้าม หลายคนกลับมีสีหน้าไม่สู้ดี และเสียงถกเถียงฟังไม่ได้ศัพท์จากในศาลเจ้าก็ดังแว่วมาแต่ไกลหลินสวินพอจะบอกได้ว่าเป็นเสียงของเซียวเทียนเริ่น หัวหน้าหมู่บ้าน และเหลียนหรูเฟิง หัวหน้าผู้พิทักษ์ กำลังถกเถียงกันอยู่ แต่ไม่นานเสียงทะเลาะนั่นก็เงียบลงท่ามกลางความมืดที่โอบล้อมรอบด้าน เสียงควบม้าดังขึ้นในหมู่บ้าน และไม่ช้าก็แว่วหายไปในหุบเขาที่ลึกและมืดมิด“ดูท่าเหลียนหรูเฟิงจะฉวยจังหวะที่ฟ้ามืดจากไปแล้ว...”หลินสวินใคร่ครวญอยู่เงียบๆ พักหนึ่งก่อนกลับห้อง ขณะที่เขากำลังจะทำสมาธิอย่างเช่นทุกคืน ก็มีใครบางคนมาเยี่ยมเขาถึงกระท่อมปัง! ปัง! ปัง!เสียงเคาะประตูดังลั่นชวนหนวกหูและรบกวนค่ำคืนอันสงบเงียบคืนนี้
    TBC
    เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ