เมื่อเฟยหรงเห็นสายตาที่หลี่ฮุ่ยเหอใช้จ้องมองไปยังบุตรชาย คิ้วของมันเริ่มย่นเข้าหากัน พร้อมกล่าวถามออกไป
“ผู้นำตระกูลหลี่เ้า้าสิ่งใดถึงมาะโเรียกข้าเช่นนี้กัน หากไม่มีคำอธิบายที่ดีละก็... เ้าไม่สามารถกลับไปอย่างไร้เื่ราวใดๆได้!”
เมื่อหลี่ฮุ่ยเหอได้ยินคำกล่าวของผู้นำตระกูลเฟยมันละสายตาที่ราวกับจะกินเืกินเนื้อออกจากจูเยว่ แล้วรีบหันมาทางเฟยหรงพร้อมกับกล่าวสวนกลับไป
“เหอะ!คำอธิบายที่ดีเช่นไรของเ้า! ตอนนี้ บุตรสาวข้าหนีออกจากตระกูลไปแล้ว!เป็ข้าต่างหาก ที่ต้องขอคำอธิบายจากเ้า!!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“บุตรสาวของเ้าหนีออกจากตระกูลแล้วมันเกี่ยวข้องอันใดกับข้ากัน มิใช่ว่า... ตอนนี้เ้าควรรีบออกไปตามหาบุตรสาวให้กลับมาโดยไวหรอกรึ?” เฟยหรงเริ่มรู้สึกว่าเื่ราวชักจะผิดท่าจึงเร่งกล่าวปัดออกไป
“เกี่ยวข้องอันใด? บุตรสาวข้าถูกกดดันจากผู้าุโในตระกูล!เพราะเกรงว่าจะสร้างความไม่พอใจให้แก่เ้า! หากปฎิเสธคำขอแต่งงานที่เ้าเป็ฝ่ายเสนอมา บุตรสาวข้าไม่มีทางเลือก นางจึงตัดสินใจหลบหนีออกไปเผชิญโชคชะตาภายนอกเพียงลำพัง ทิ้งจดหมายเพียงฉบับหนึ่งไว้ให้แก่ข้า!”มันพูดด้วยน้ำเสียงที่เ็ปเป็อย่างมากพร้อมกับดวงตาที่เริ่มแดงก่ำขึ้นมาด้วยความโกรธ
“หากวันนี้...ข้าไม่สามารถปฏิเสธคำขอแต่งงาน ระหว่างบุตรสาวข้าและบุตรชายของเ้าได้!ข้าจะออกจากตระกูลหลี่ และสู้ตายกับเ้า!!” มันะโออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเสมือนไม่หวั่นเกรงความตายแต่อย่างใด
เพราะหากตามหาบุตรสาวจนเจอแต่ยังไม่สามารถยกเลิกการแต่งงานได้ไม่ใช่ว่าบุตรสาวของตนจะหนีออกไปอีกคราหรืออย่างไรมันไม่สามารถทนกับเื่ราวเช่นนี้ได้อีก วันนี้มันคิดยืนยัดพร้อมสู้จนตัวตาย!
เสียงจากฝูงชนดังขึ้นอีกครั้งหลังจากได้ยินเื่ราวดังกล่าว
“ช่างน่าเห็นใจยิ่งนักถูกบังคับจากตระกูลให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้ชอบพอกันเช่นนี้...แต่นางช่างเด็ดเดี่ยวยิ่ง! กล้าออกจากตระกูลไปเผชิญโชคชะตาเพียงลำพัง ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าอันตรายเช่นใดบ้าง ที่นางต้องพบเจอ”
“ช่างเป็บิดาที่ประเสริฐ!กล้าออกมาปฏิเสธงานแต่งงานเพื่อบุตรสาวของตน ถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลกข้ารู้สึกซึ้งใจยิ่งนัก!”
เสียงเสียงหนึ่งกล่าววิเคราะห์เื่ราวที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าออกมา
“หากไม่กระทำเช่นนั้นแม้จะตามบุตรสาวของตนเองกลับมาได้ แต่นางก็คงหนีออกไปอีกครั้งอยู่ดีหรือหากเลวร้ายนางอาจถึงขั้นปลิดชีวิตตนเอง!”
ฝูงชนต่างมองไปยังผู้ที่กล่าวประโยคนั้นนออกมาพร้อมกับพยักหน้าอย่างเห็นด้วย หากเป็บุคคลอื่นมันไม่แน่ใจนัก แต่บุคคลที่ต้องแต่งงานด้วยคือนายน้อยตระกูลเฟยด้วยชื่อเสียงที่สะสมมา พวกมันมั่นใจเป็อย่างมากหากหญิงสาวคนใดแต่งงานกับเ้าสารเลวผู้นี้ ย่อมต้องถูกมันทิ้งขว้างดั่งเช่นเศษขยะหากเป็หญิงสาวที่จิตใจเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว เช่นแม่นางหลี่ฟางซิ่นแล้วละก็เมื่อนางถูกจับตัวกลับมาเพื่อบังคับแต่งงาน นางอาจจะถึงขั้นปลิดชีพตนเองก็เป็ได้!
ในตอนนี้สีหน้าเฟยหรงเริ่มดำคล้ำขึ้นมาและคิดอยู่ภายใน
“ข้าเพียงส่งจดหมายไปเพื่อให้พวกท่านตัดสินใจหาได้บังคับแต่อย่างใด หากพวกท่านไม่้า ก็เพียงบอกกล่าวออกมาใยต้องทำให้เื่มันบานปลายถึงเพียงนี้!”
จูเยว่เองก็รู้สึกอับอายเป็อย่างมากเช่นกันเพราะยามที่ตัวเขาอยู่ในโลกที่จากมา ผู้คนต่างมองมายังตนด้วยความเคารพและยำเกรง!แต่ตอนนี้... สายตาที่ฝูงชนจับจ้องยังมา ดั่งเป็ตัวที่น่ารังเกียจขยะแขยง!
เมื่อจูเยว่ตั้งสติได้จึงคิดเร่งแก้ไขสถานการณ์เบื้องหน้าก่อน ซึ่งหากต้องให้บิดาเป็ผู้เอ่ยปากเพื่อยกเลิกคำขอแต่งงาน คงเป็เื่ที่เสียหน้าเป็อย่างมาก เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาจึงได้กล่าวออกไป
“เอ่อ... ท่านผู้นำหลี่ข้าไม่้าแต่งงานกับบุตรสาวของท่านแล้ว ท่านโปรดวางใจตอนนี้ท่านควรรีบเร่งติดตามบุตรสาวของท่าน ให้กลับมาโดยเร็วเสียก่อน”เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่นอบน้อมจนเกินไปออกมาแต่เจือไปด้วยความรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยภายในน้ำเสียงนั้น
เมื่อได้ยินคำกล่าวที่ออกมาจากเ้าสารเลวน้อยที่อยู่เบื้องหน้าตนผู้นี้ หลี่ฮุ่ยเหอรู้สึกประหลาดใจอย่างมากตัวมันไม่คาดคิดเลยว่า จะสามารถเจรจาได้ง่ายดายเช่นนี้มันคิดว่าหูของตนเองอาจมีปัญหา จึงได้กล่าวถามออกไปด้วยความสงสัย
“จะเ้า... พูดจริงเช่นนั้นรึ?”
เฟยหรงรีบกล่าวเสริมออกไปเพื่อยืนยันคำกล่าวนั้นของบุตรชาย
“ในเมื่อบุตรชายข้า้าเช่นนั้นข้าก็มิสามารถปฏิเสธได้ เพราะฉะนั้น... เ้ารีบกลับไปตามหาบุตรสาวของเ้าให้กลับมาโดยเร็วจะดีกว่า”
เฟยหรงรู้สึกขอบคุณในความหัวไวของบุตรชายหากตัวมันเป็ผู้กล่าวปฏิเสธออกไปต่อหน้าฝูงชนย่อมต้องรู้สึกสูญเสียใบหน้าอย่างมาก
เสียงๆหนึ่งท่ามกลางฝูงชนแสดงความคิดเห็นของตนขึ้นมาหลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของนายน้อยตระกูลเฟย
“ไม่คาดคิดว่านายน้อยตระกูลเฟยจะยอมง่ายๆเช่นนี้...หรือว่าเขาจะกลับตัวกลับใจแล้ว”
อีกเสียงดังขึ้นมาด้วยความไม่เห็นด้วยกับผู้ที่กล่าวประโยคเมื่อสักครู่ จึงกล่าวออกมาพร้อมด้วยน้ำเสียงที่ประชดประชัน
“เหอะ!คิดว่าคนเราจะกลับตัวกลับใจง่ายดายเช่นนั้นรึ? เ้าคิดว่าราชสีห์มัน จะหันไปกินผักแทนเนื้อหรืออย่างไรกันเล่า!ข้าว่ามันเป็แผนที่รอให้นางกลับมา แล้วค่อยสั่งการให้ข้ารับใช้ไปจับตัวนางมาทีหลังอย่างแน่นอน!”
เสียงเห็นด้วยกับความคิดเมื่อสักครู่ดังขึ้นมา
“ใช่แล้ว! หญิงสาวจำนวนเท่าใดกันที่ถูกนายน้อยผู้นี้ฉุดคร่า ไปกระทำเื่เลวทรามไม่มีทางที่ตัวมันจะกลับตัวกลับใจ ได้รวดเร็วเช่นนี้เป็แน่!! ”น้ำเสียงคุ้นหูเหมือนกับผู้ที่เคยถูกนายน้อยตระกูลเฟย แย่งชิงว่าที่คู่หมั้นไปได้ดังขึ้นมา
หลี่ฮุ่ยเหอที่กำลังรู้สึกผ่อนคลายเพราะเื่การแต่งงานที่ตัวมันเป็กังวลได้คลี่คลายลงแต่เมื่อได้ยินเสียงกล่าวสนทนาจากฝูงชนลอยเข้ามาถึงหูหว่างคิ้วมันเริ่มย่นเข้าหากันอีกครั้ง พร้อมกับสีหน้าที่ผ่อนคลายลงเมื่อครู่เริ่มแปรเปลี่ยน
ตอนนี้เฟยหรงได้แต่สบทอยู่ภายใน
“กองไฟกำลังมอดดับลงใยพวกเ้ากลับเอาน้ำมันไปราดลงเช่นนั้น!”
มันรู้สึกอยากจะพุ่งไปยังฝูงชนและซัดฝ่ามือใส่ผู้ที่กล่าวประโยคเ่าั้ออกมาพวกมันจะได้ไม่สามารถเอ่ยกล่าวอันใดออกมาได้อีก!
เมื่อจูเยว่เห็นท่าทีของหลี่ฮุ่ยเหอเริ่มแปรเปลี่ยนจึงคิดว่าหากตนไม่กล่าวอธิบายออกไป เกรงว่าเื่ราวคงไม่จบเป็แน่
“ท่านผู้นำตระกูลหลี่ตัวข้าจูเยว่ ้ามุ่งสู่หนทางแห่งผู้ฝึกยุทธไม่้าเร่งรีบแต่งงานออกเรือนแต่อย่างใดข้าจึงได้กล่าวแก่ท่านพ่อไปแล้วก่อนหน้า เพื่อยกเลิกคำขอแต่งงานเพราะตัวข้ายังไม่พร้อม...”