หว่านฉิงพยักหน้า “เ้าค่ะ ข้าถูกส่งมาเพื่อแบกรับคำสาปต่อจากคุณหนูเล็กสกุลมู่ แต่พวกท่านไม่ต้องเป็กังวลไป ข้าไม่ตายง่าย ๆ เหมือนพวกนางก่อนหน้านี้หรอก ข้าจะหาวิธีเจรจากับเ้าผีบ้า... อ้อ... ไม่สิ ท่านเทพผู้โปรดปรานนางคณิกา ท่านผู้นั้นคงไม่ยอมให้ข้าจากไปโดยง่ายนักหรอกเ้าค่ะ”
นางปั้นน้ำเป็ตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนบุรุษทั้งสองถึงกับนิ่งอึ้ง ในขณะที่หัวของนางกลับมีเสียงประท้วงจากระบบเทพมารราคะดังระงม
[โฮสต์ใส่ร้ายระบบนะขอรับ! ระบบเป็เพียงโปรแกรมอัจฉริยะ ไม่มีความรู้สึกนึกคิดที่จะโปรดปรานนางคณิกา ระบบไม่ใช่ผีบ้า ไม่ใช่เทพด้วยขอรับ!]
‘หุบปากไปเลยไอ้ระบบเฮงซวย! ถ้าฉันไม่ยกตำแหน่งเทพหรือผีบ้าให้แก จะให้ฉันบอกพวกเขาว่าแกเป็ไวรัสคอมพิวเตอร์รึไง’ หว่านฉิงโต้กลับในใจ นางหันไปปลอบใจทั้งสองหนุ่มที่หน้าตาคร่ำเครียดด้วยถ้อยคำรื่นหู “ท่านพี่ทั้งสองไม่เป็ไรนะเ้าคะ ข้าจะหาทางจัดการกับพิษร้ายนี้ให้ได้ ข้าจะพยายามอยู่เป็เพื่อนแก้เหงาพวกท่านไปนาน ๆ” แล้วพวกเขาก็โวยวายว่าจะเป็ไปได้อย่างไร เขาไม่อาจยอมรับการสูญเสียนางไป...
[โฮสต์กำลังกวนประสาทระบบ ยัดเยียดสิ่งที่ไม่เป็จริงให้ผู้อื่นนะขอรับ!]
‘ก็แกบอกเองว่าห้ามทำให้แกเดือดร้อน แล้วที่ฉันพูดมันไม่จริงตรงไหน? ถ้าแกไม่มีกามตัณหา ไม่มีความคิดพิสดารในหัว แกจะยัดเยียดบท 18+ ให้ฉันทำไม แกน่ะมันคือเทพแห่งราคะ เทพแห่งโลกของผู้ใหญ่ เ้าระบบ 18+!’
[กล่าวหากันชัด ๆ ระบบเพียงแค่ทำตามค่าสถิติเท่านั้นขอรับ เื่ 18+ ก็เพราะนิยายเื่นี้เป็เกมแนวจีบหนุ่ม เน้นความเป็โรมานซ์เอาใจเหล่าสาวน้อยใหญ่ขอรับ!]
หว่านฉิงเลิกสนใจเสียงระบบที่ยังคงสบถด่านางไม่หยุดในหัว นางหันไปจับมือหนาของบุรุษทั้งสองไว้คนละข้าง พวกเขาท่าทางไม่พอใจนางนัก
“ในเมื่อหลีกเลี่ยงหน้าที่และคำสาป์มิได้ เช่นนั้นเรามาใช้่เวลาดี ๆ ร่วมกันสืบหาความจริงเถิด พรุ่งนี้ข้าจะไปร่วมงานประมูลของสำคัญที่หออู๋จิ้น”
“เ้าไม่ถูกกับพี่สาวมิใช่หรือ?” รุ่ยอ๋องขมวดคิ้วถามด้วยความฉงน ความบาดหมางฝังรากลึกของสองพี่น้องตระกูลมู่สายบุตรอนุ ที่ต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังจะเป็ใหญ่ในย่านเริงรมย์นั้นคนในฉางอันล่วงรู้เป็อย่างดี
“นางฆ่าโฮสต์...” หว่านฉิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบแก้คำอย่างรวดเร็ว “นางปลิดชีพิญญาในร่างนี้ไปถึงสองดวงแล้วเ้าค่ะ แม้แต่คุณหนูเล็กสกุลมู่ตัวจริงก็สิ้นใจเพราะนาง ตอนนี้ข้ากำลังสงสัยว่าพิษเย็นนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนางด้วยหรือไม่ หากพวกท่านจะไปสืบคดีด้วยกัน คงต้องยอมสวมหน้ากากหนังมนุษย์ให้แเีเสียหน่อย พี่สาวข้าเป็คนขี้ระแวงยิ่งนัก หากพวกท่านไม่มีบัตรเชิญ ไม่มีทางเข้างานประมูลได้แน่”
“เป็ความคิดที่ดี ข้าจะไปกับเ้าในฐานะองครักษ์ก็แล้วกัน” รุ่ยอ๋องเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าั์ตากลับฉายแววปกป้องอย่างปิดไม่มิด
“เช่นนั้นข้าคงต้องขอยืมตัวองครักษ์ของเ้ามาเป็ต้นแบบหล่อใบหน้าเพื่อทำหน้ากากมนุษย์ คนของข้าที่เป็สายลับเชี่ยวชาญด้านนี้ยิ่งนัก” แม่ทัพใหญ่เอ่ยเสนอ ประจวบเหมาะกับที่องครักษ์เฟิงและองครักษ์เซียวก้าวเข้ามารอรับคำสั่งนายหญิง
เยี่ยนเฉิงตามมาสมทบได้จังหวะพอดี หลังจากคว้าน้ำเหลวที่จวนอ๋องเพราะบ่าวรับใช้แจ้งว่าคุณหนูไม่อยู่แล้ว เขาจึงเร่งเดินทางมายังหอนางโลมผ่านทางประตูลับ ด้วยมั่นใจว่าอย่างไรเสียหอนางโลมแห่งนี้ย่อมเป็ที่สุดท้ายของนาง
“เจี่ยเจีย... ข้าแทบไม่ได้ก้าวเท้าออกจากวังหลวงเลย อยู่ดี ๆ เสนาบดีหลิ่วก็มาวานให้ข้าอยู่เวรยาม เตรียมรับราชโองการด่วนจนไม่ได้นอนสักงีบ ข้าว่าต้องเป็ฝีมือใครบางคนที่มีอำนาจสูงส่งกลั่นแกล้งข้ามิให้มาพบท่านแน่ ๆ...” เสนาบดีหนุ่มโอดครวญพลางชำเลืองมองรุ่ยอ๋องด้วยสายตาตัดพ้อ เขาทำตัวออดอ้อนนางมากกว่าปกติ ซึ่งหว่านฉิงเองก็แพ้ทางคนขี้อ้อน โดยเฉพาะกับเมนรักคนนี้
“ท่านนอนพักก่อนเถิด นอนบนเตียงข้านี่แหละ เดี๋ยวข้าจะให้สาวใช้มาคอยปรนนิบัติ นำอาหารรสเลิศมาให้ท่านทานหลังจากที่หายเหนื่อยแล้ว” หว่านฉิงมองเขาด้วยสายตาเอ็นดูในท่าทางประหนึ่งลูกหมาหูตก
เยี่ยนเฉิงรีบซุกเข้าหาอ้อมกอดหอมกรุ่น กลิ่นเหมยกุ้ยฮวาจาง ๆ จากกายสาวทำเอาเขาแทบคลั่ง อยากจะทำมิดีมิร้ายนางต่อหน้าบุรุษอีกสองคนที่จำใจสวมบทเป็องครักษ์
“เจี่ยเจีย... ไม่ไปงานประมูลนั่นไม่ได้หรือขอรับ?”
“นางจะไปทำงานกับพวกข้า! คดียาพิษยังจับตัวคนทำมิได้ ไอ้องค์ชายชั่วนั่นก็หนีไปไหนแล้วไม่รู้ เ้ายังจะมาคอยถ่วงเวลาให้ล่าช้าอยู่อีก” รุ่ยอ๋องตำหนิเสนาบดีหนุ่มที่ปกติเคยเคร่งครัด กลับทำตัวเป็เด็กหนุ่มติดพี่สาวจนน่าหมั่นไส้
อ๋องผู้สำเร็จราชการอยู่ในชุดองครักษ์ที่ตัดเย็บเหมือนคนข้างกายหว่านฉิงไม่ผิดเพี้ยน ทว่ารัศมีอำนาจกลับยังคงน่าเกรงขามจนอาภรณ์สามัญก็มิอาจบดบัง สององครักษ์ยืนขนาบข้างเตียงด้วยแววตาที่ลุกโชน
“เ้ากลายเป็คนเช่นนี้ไปั้แ่เมื่อไร เยี่ยนเฉิง... ช่างทุเรศลูกตาข้านัก ข้านึกเสียใจจริง ๆ ที่รับเ้าเป็น้องร่วมสาบาน” หรงเยว่เค้นเสียงประชดประชัน
เื่พี่น้องร่วมสาบานนั้น เดิมทีเป็ความ้าของตัวแม่ทัพหนุ่มเองที่มีสัมพันธ์อันดีกับบุตรชายคนเล็กตระกูลลู่ พวกเขาเติบโตและเรียนหนังสือมาด้วยกัน ในขณะที่เขามิได้อยากตบแต่งกับญาติห่าง ๆ ของเยี่ยนเฉิงตามที่ตระกูลไป๋วางแผนไว้ ทุกวันนี้ความสัมพันธ์จึงยังคงคาราคาซังหาทางออกไม่ได้ บรรดาผู้าุโต่างกดดันให้เขาตบแต่งฮูหยิน มิใช่ให้มารับน้องชายร่วมสาบานเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเช่นนี้
“ข้าพบองค์หญิงมู่อวี่ด้วยขอรับ นางงามล้ำเลิศนัก ตอนนางเข้ามาในท้องพระโรง เหล่าเสนาบดีน้อยใหญ่ต่างมองตามกันเป็ตาเดียว” เยี่ยนเฉิงเริ่มรายงานข่าวสำคัญจากในวัง ท่าทางของเขาดูจริงจังขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
หว่านฉิงเลิกคิ้วขึ้นสูง ั์ตาพราวระยับอย่างนึกสนุก นางอยากจะลองเชิงดูเสียหน่อยว่าบุรุษรอบกายที่เพิ่งผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนมาด้วยกัน จะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อต้องเปรียบเทียบเธอกับหญิงงามลือชื่อ
“นางงามกว่าข้าหรือไม่?”
“ท่านงามกว่าขอรับ... เจี่ยเจีย” เยี่ยนเฉิงรีบตอบเอาใจทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “อ้อ... แล้วนางยังถามหาท่านแม่ทัพด้วยนะขอรับ”
“ไม่ใช่เื่ที่เ้าจะต้องมายุ่ง!” หรงเยว่ตวาดขัดเสียงเข้ม ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันทีที่ถูกสะกิดถึงรักแรกในอดีต ซึ่งเขายังจัดการความรู้สึกไม่ถูก
หว่านฉิงลอบสังเกตท่าทีปั้นปึ่งนั้นเงียบๆ โดยมิได้ปริปากให้เสียเื่
“พักผ่อนเถิด นอนหลับฝันดีนะอาเยี่ยน” นางยิ้มละไม โน้มตัวลงจูบหน้าผากเสนาบดีหนุ่มเบา ๆ เป็รางวัล ท่ามกลางสายตาอีกสองคู่ที่ร้อนระอุด้วยเพลิงหึงหวงจนบรรยากาศในห้องแทบะเิ ก่อนที่นางจะนำทางองครักษ์ผู้สูงศักดิ์ทั้งสองมุ่งหน้าสู่หออู๋จิ้น ทิ้งให้คนอายุน้อยที่สุดนอนฝันหวานอยู่บนเตียงของนางเพียงลำพัง